Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

สุสานจูเกอเหลียง สถานที่ที่เรื่องราวสามก๊กยังคงอยู่

สุสานจูเกอเหลียง สถานที่ที่เรื่องราวสามก๊กยังคงอยู่

22

Sep

จีน

สุสานจูเกอเหลียง สถานที่ที่เรื่องราวสามก๊กยังคงอยู่

เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่ที่ขงเบ้งพักอยู่ตลอดกาล

          ถ้าพูดถึง จูเกอเหลียง หรือ ขงเบ้ง หลายคนคงนึกถึงภาพชายสวมชุดยาว ถือพัดขนนก วางแผนศึกอยู่ท่ามกลางเรื่องราวของสามก๊ก แต่เมื่อได้มาเห็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเขาจริง ๆ ความรู้สึกมันต่างออกไปเลย ที่นี่คือ สุสานอู่โหว (武侯墓) สถานที่ฝังร่างของจูเกอเหลียง นายกรัฐมนตรีแห่งจ๊กก๊ก ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาติ้งจวินซาน ในเมืองเหมียนเซี่ยน มณฑลส่านซี พื้นที่แห่งนี้มีทั้งสุสาน ศาลบูชา อาคารโบราณ และต้นไม้เก่าแก่ที่อยู่คู่กับสถานที่มานานหลายร้อยปี เดินเข้ามาแล้วไม่ได้รู้สึกว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องรีบเดินถ่ายรูปแล้วก็ไป

แต่จะรู้สึกว่า ที่นี่มีเรื่องราวอยู่ทุกมุม ทั้งป้ายหิน อาคารเก่า ต้นสน ต้นไซปรัส รวมถึงบรรยากาศรอบสุสาน ล้วนพาให้เรานึกย้อนกลับไปถึงยุคสามก๊ก ยุคที่การเมือง การทหาร และการต่อสู้เพื่อแผ่นดินเกิดขึ้นแทบทุกวัน

จุดหมายสุดท้ายของจูเกอเหลียง

          จูเกอเหลียงเสียชีวิตในปี ค.ศ. 234 ระหว่างการยกทัพขึ้นเหนือครั้งที่ 5 ที่บริเวณอู่จ้างหยวน หลังจากทำงานหนักและตรากตรำกับภารกิจทางการเมืองและการทหารมาเป็นเวลานาน ก่อนเสียชีวิต มีบันทึกว่าเขาได้ฝากความประสงค์เอาไว้ว่า ให้ฝังร่างของเขาที่เขาติ้งจวินซานในดินแดนฮั่นจง โดยให้สุสานเรียบง่าย ไม่ต้องมีสิ่งของฟุ่มเฟือยติดไปด้วย และนั่นเองจึงกลายมาเป็นที่ตั้งของ สุสานอู่โหว คำว่า “อู่โหว” มาจากตำแหน่งและพระนามหลังเสียชีวิตของจูเกอเหลียง ซึ่งได้รับพระนามว่า “จงอู่โหว” ผู้คนในยุคต่อมาจึงเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “สุสานอู่โหว” หรือสุสานของจูเกอเหลียง สิ่งที่น่าสนใจคือ เรื่องราวของเขาไม่ได้จบลงพร้อมกับชีวิต หลังจากนั้นผู้คนยังคงเดินทางมาสักการะและรำลึกถึงเขาอย่างต่อเนื่อง จนบริเวณสุสานกลายเป็นพื้นที่สำคัญในการสืบทอดเรื่องราวของจูเกอเหลียงมานานกว่าพันปี ศาลบูชาใกล้สุสานเริ่มสร้างขึ้นในสมัยจ๊กก๊ก ช่วงปี ค.ศ. 263 และได้รับการบูรณะต่อเนื่องในหลายยุคหลายสมัย จนกลายเป็นกลุ่มอาคารประวัติศาสตร์ที่เราเห็นในปัจจุบัน

เดินตามร่องรอยของขงเบ้งในสถานที่จริง

1. กลุ่มอาคารโบราณรอบสุสาน

          สิ่งแรกที่สะดุดตาคือกลุ่มอาคารโบราณที่เรียงต่อกันเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ มีทั้งประตูทางเข้า อาคารบูชา ศาลา ห้องโถง และพื้นที่โดยรอบสุสาน ตัวอาคารที่เห็นในปัจจุบันผ่านการบูรณะมาหลายยุค โดยรูปแบบสำคัญส่วนหนึ่งได้รับการปรับปรุงในสมัยราชวงศ์ชิง ทำให้พื้นที่แห่งนี้ยังคงกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมจีนโบราณเอาไว้ค่อนข้างชัดเจน เดินไปเรื่อย ๆ จะเห็นป้ายหินจำนวนมาก บางแผ่นมีข้อความจากคนในอดีต บางแผ่นกล่าวถึงคุณงามความดีของจูเกอเหลียง บางแผ่นเป็นร่องรอยการบูรณะสถานที่ในแต่ละยุค มันเลยไม่ได้มีแค่เรื่องของสุสาน แต่เหมือนเราได้อ่านประวัติศาสตร์ผ่านสิ่งที่คนรุ่นก่อนทิ้งเอาไว้

2. ต้นไม้เก่าแก่ที่อยู่คู่กับสุสาน
         อีกอย่างที่น่าสนใจมากคือบรรยากาศภายในพื้นที่ ต้นไม้โบราณจำนวนมากขึ้นอยู่รอบบริเวณสุสาน โดยเฉพาะต้นฮั่นไป๋หรือต้นไซเปรสจีน ซึ่งเป็นไม้ที่พบได้ในสถานที่ประวัติศาสตร์ของจีนหลายแห่ง พื้นที่สีเขียวทำให้บริเวณสุสานค่อนข้างร่มรื่น และช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูสงบลงมาก ต่างจากภาพสนามรบและเรื่องราวการทำศึกที่เราคุ้นเคยจากสามก๊ก ยิ่งเดินเข้าไปใกล้สุสาน ความรู้สึกก็ยิ่งเปลี่ยน จากที่ตอนแรกเราอาจจะมาเพราะอยากเห็นสถานที่เกี่ยวกับขงเบ้ง พอเดินผ่านต้นไม้เก่า ๆ ผ่านป้ายหิน ผ่านอาคารโบราณทีละจุด ก็จะเริ่มรู้สึกว่าเรื่องราวของคนเมื่อเกือบสองพันปีก่อนยังมีคนพูดถึงอยู่จนถึงวันนี้

3. สุสานของจูเกอเหลียง
          หัวใจสำคัญของสถานที่แห่งนี้ก็คือสุสาน สุสานตั้งอยู่ด้านหลังกลุ่มอาคารบูชา และมีป้ายหินระบุว่าเป็นสุสานของจูเกอเหลียง ภายในบริเวณยังมีพื้นที่สำหรับสักการะและรำลึกถึงเขา สิ่งที่น่าสนใจคือจูเกอเหลียงไม่ได้เลือกสุสานที่ใหญ่โตหรือเต็มไปด้วยของมีค่า แต่ตามบันทึกประวัติศาสตร์ เขาต้องการให้ฝังร่างโดยเรียบง่ายและไม่ต้องมีสิ่งของจำนวนมากติดไปด้วย ตรงนี้แหละที่ทำให้การมาเยือนสุสานแห่งนี้มีความหมายมากขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่เคยมีอำนาจและบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ เมื่อถึงวันสุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ แห่งหนึ่งเช่นเดียวกับคนทั่วไป

4. ศิลาจารึกและเรื่องราวจากคนรุ่นก่อน
          ภายในบริเวณสุสานมีศิลาจารึกจำนวนมาก ทั้งจากสมัยโบราณและยุคต่อมา รวมถึงข้อความที่กล่าวถึงคุณงามความดีและเรื่องราวของจูเกอเหลียง สำหรับคนที่ชอ ประวัติศาสตร์ จุดนี้อาจใช้เวลาเดินนานกว่าที่คิด เพราะแต่ละจุดไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่มีเรื่องราวซ่อนอยู่ บางคนอาจเดินผ่านแล้วมองว่าเป็นเพียงก้อนหินเก่า ๆ แต่ถ้าลองหยุดอ่านสักนิด จะเห็นว่าคนในหลายยุคหลายสมัยยังคงพูดถึงผู้ชายคนนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก นี่คือหลักฐานว่าชื่อของจูเกอเหลียงไม่ได้อยู่แค่ในนิยายสามก๊ก แต่ยังอยู่ในความทรงจำของผู้คนมานานนับพันปี



          

สุสานที่ทำให้เรื่องสามก๊กดูใกล้ตัวขึ้น

          สุสานจูเกอเหลียง หรือสุสานอู่โหว ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ฝังศพของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีนเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่รวมทั้งเรื่องราวทางการเมือง การทหาร วัฒนธรรม และความทรงจำของผู้คนเอาไว้ด้วยกัน ที่สำคัญคือสถานที่แห่งนี้ทำให้เรื่องราวของจูเกอเหลียงที่เราเคยอ่านจากหนังสือหรือดูจากภาพยนตร์ กลายเป็นเรื่องที่จับต้องได้มากขึ้น เราได้เห็นสถานที่ที่เขาถูกฝัง ได้เห็นอาคารที่ผู้คนใช้รำลึกถึงเขา ได้เห็นศิลาจารึกจากคนในยุคต่าง ๆและได้เห็นว่าชื่อของเขายังคงถูกพูดถึงมาจนถึงปัจจุบัน เพราะฉะนั้น ถ้าใครเป็นคนที่ชอบเรื่องสามก๊ก ชอบประวัติศาสตร์จีน หรืออยากตามรอยบุคคลสำคัญอย่างจูเกอเหลียง ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจมาก เพราะบางครั้งการเดินทางไปยังสถานที่เก่าแก่ ไม่ได้ทำให้เราเห็นแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ทำให้เราได้ย้อนกลับไปมองเรื่องราวของคนเมื่อเกือบสองพันปีก่อนอีกครั้ง

เกร็ดความรู้

ทำไมจูเกอเหลียงจึงถูกเรียกว่า “อู่โหว” หลังจูเกอเหลียงเสียชีวิต พระองค์เล่าฮ่องเต้แห่งจ๊กก๊กได้พระราชทานตำแหน่งหลังเสียชีวิตให้ว่า “จงอู่โหว” คำว่า “อู่โหว” จึงกลายเป็นชื่อที่ใช้เรียกสถานที่รำลึกและสุสานของเขาในเวลาต่อมา นอกจากนี้คำว่า “โหว” ยังเป็นบรรดาศักดิ์ของขุนนางจีนในสมัยโบราณด้วย ทำให้ชื่อ สุสานอู่โหว มีความหมายเชื่อมโยงโดยตรงกับเกียรติยศและตำแหน่งของจูเกอเหลียงหลังจากเสียชีวิตแล้ว

จำนวนผู้เข้าชม 8 ครั้ง