Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

เปิดตำนาน “เมืองเต่า” แห่งจีนโบราณ ณ ผิงเหยา

เปิดตำนาน “เมืองเต่า” แห่งจีนโบราณ ณ ผิงเหยา

26

          เมืองโบราณผิงเหยา (Pingyao Ancient City) หรือเมืองมรดกโลกสุดคลาสสิกของจีน ที่หลายคนยกให้เป็น “ไทม์แมชชีนย้อนยุคราชวงศ์หมิงและชิง” เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายจีนโบราณแบบจัดเต็ม แต่รู้ไหมว่า เมืองนี้ยังมีฉายาสุดน่ารักว่า “กุยเฉิง” หรือ “เมืองเต่า” อีกด้วย สาเหตุที่ได้ชื่อนี้ ก็เพราะโครงสร้างกำแพงเมืองและผังเมืองทั้งหมด ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้าย “เต่า” สัตว์มงคลของจีนที่สื่อถึงอายุยืน ความมั่นคง และความโชคดีนั่นเอง ถ้ามองจากมุมสูง จะเห็นเลยว่าประตูเมืองทางทิศใต้ถูกเปรียบเป็น “หัวเต่า” ที่ยื่นออกมาเหมือนกำลังมองโลกภายนอก ส่วนประตูทางทิศเหนือ ก็ถูกเปรียบเป็น “หางเต่า” ที่เชื่อมต่อกับเส้นทางออกจากเมือง ไฮไลต์เด็ดคือ ทางทิศตะวันออกและตะวันตก จะมีประตูเมืองฝั่งละ 2 บาน รวมทั้งหมด 4 ประตู เปรียบเหมือน “ขาทั้งสี่” ของเต่า ที่ช่วยค้ำยันเมืองเอาไว้แบบแข็งแรงสุดๆ คนจีนสมัยก่อนเชื่อว่า เต่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องบ้านเมืองจากสิ่งไม่ดี ทำให้การออกแบบเมืองในลักษณะนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังแฝงไปด้วยความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยอีกด้วย กำแพงเมืองผิงเหยานั้นยังคงสมบูรณ์มาก แม้จะมีอายุกว่า 600 ปีแล้วก็ตาม บอกเลยว่าเดินอยู่บนกำแพงคือฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในซีรีส์จีนย้อนยุคจริงๆ ยิ่งช่วงเย็นตอนโคมแดงเริ่มเปิด แสงไฟสะท้อนกับถนนหินโบราณ คือบรรยากาศดีเกินต้าน มุมถ่ายรูปมีแทบทุกซอย เดินเพลินจนลืมเวลา ร้านค้า โรงเตี๊ยม และบ้านเรือนภายในเมือง ก็ยังคงสถาปัตยกรรมจีนโบราณเอาไว้แบบดั้งเดิม ทำให้ทั้งเมืองดูเหมือนหยุดเวลาเอาไว้ตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความเก่าแก่ แต่ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตผู้คนแบบจีนดั้งเดิม ที่ยังคงมีลมหายใจอยู่จริงๆ คะ ใครเป็นสายเที่ยวเมืองเก่า ชอบถ่ายรูป ชอบกลิ่นอายประวัติศาสตร์ หรืออินกับฟีลซีรีส์จีนโบราณ บอกเลยว่า “ผิงเหยา” คือหนึ่งในเมืองที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง

"ซือจื่อกวน" ด่านสิงโตแห่งหูเป่ย กับความงดงามที่ซ่อนอยู่ในหุบเขา

29

          อุทยานซือจื่อกวน (Shiziguan Scenic Area) หรือที่คนไทยเรียกกันว่า "ด่านสิงโต" ตั้งอยู่ในเขตซวนเอิน เมืองเอินซือ มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน เพื่อน ๆ รู้หรือไม่ว่าที่นี้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ซ่อนความงดงามของธรรมชาติไว้อย่างน่าค้นหา ท่ามกลางภูมิประเทศที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่นี่เปรียบเสมือนสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในความสงบและความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ เมื่อเพื่อน ๆ ก้าวเข้าสู่พื้นที่อุทยาน เพื่อน ๆ จะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่ร่มรื่น เย็นสบาย และเต็มไปด้วยพลังแห่งธรรมชาติคะ ทัศนียภาพโดยรอบถูกโอบล้อมด้วยภูเขาเขียวขจีสลับซับซ้อนอย่างสวยงาม สายน้ำใสไหลผ่านพื้นที่อย่างอ่อนโยน สร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับเพื่อน ๆ ความงดงามของที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่ภาพวิวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสมดุลของระบบนิเวศที่ยังคงความสมบูรณ์ อุทยานซือจื่อกวนจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพาเพื่อน ๆ หลีกหนีจากความวุ่นวายของชีวิตเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมธรรมชาติ ถ่ายภาพ หรือพักผ่อนอย่างเรียบง่าย อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติได้อย่างลงตัว เสน่ห์ของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่ความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความน่าประทับใจ เพื่อน ๆ จะรู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลังชีวิตกลับคืนมาอีกครั้ง ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ ทำให้ทุกช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่มีคุณค่า ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะมองไปทางใด ก็จะพบกับความงดงามที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละมุม แสงแดดที่ส่องผ่านแนวต้นไม้ช่วยเพิ่มมิติให้กับภาพธรรมชาติได้อย่างลงตัว เสียงธรรมชาติรอบตัว เช่น เสียงน้ำไหล หรือเสียงลมพัด ช่วยสร้างความผ่อนคลายอย่างแท้จริง อุทยานแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการพักใจ และใช้เวลากับตัวเอง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่มีคุณค่าอีกด้วย ความงดงามและความสงบของอุทยานซือจื่อกวน ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายที่เพื่อน ๆ ไม่ควรพลาด และเป็นประตูสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความประทับใจตั้งแต่เพื่อน ๆ ไดก้าวเข้ามาเลยละคะ

"พระราชวังฤดูร้อน" สัมผัสความงดงามที่ผสานธรรมชาติและประวัติศาสตร์

32

        มีหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่หนึ่งที่อยากจะแนะนำเพื่อนๆ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากๆของกรุงปักกิ่ง ที่จารึกเอาไว้ว่า ครั้งหนึ่งเคยเป็นยุคที่มีสตรีผู้มีอำนาจสูงสุดได้ปกครองในช่วงราชวงค์ชิงตอนปลาย  "พระราชวังฤดูร้อน" คือจุดหมายที่คุณไม่ควรพลาดนะคะ สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรม พระราชวังฤดูร้อนไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและศิลปะในยุคราชวงศ์ชิง ที่นี่เคยเป็นสถานที่พักผ่อนของจักรพรรดิและราชวงศ์ในช่วงฤดูร้อน ความโดดเด่นของสถานที่นี้คือการออกแบบที่กลมกลืนกับธรรมชาติอย่างลงตัว ทั้งภูเขา ทะเลสาบ และสิ่งก่อสร้างถูกจัดวางอย่างมีความหมาย สะท้อนถึงแนวคิดฮวงจุ้ยและความเชื่อแบบจีนโบราณ เมื่อคุณก้าวเข้าสู่พื้นที่ คุณจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่อดีต บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่นช่วยให้ผู้มาเยือนได้ผ่อนคลาย ในขณะเดียวกันก็สามารถเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน สถาปัตยกรรมที่นี่มีความละเอียดอ่อนและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นศาลา สะพาน หรือระเบียงยาว ล้วนมีความหมายซ่อนอยู่ ภาพวาดและลวดลายต่าง ๆ บอกเล่าเรื่องราวของจีนในอดีต ความยิ่งใหญ่ของสถานที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกเห็น ที่นี่จึงกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กระดับโลกที่มีชื่อเสียง นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างเดินทางมาเพื่อสัมผัสความงดงามนี้ ไม่ว่าจะมาในฤดูใด พระราชวังฤดูร้อนก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป ทั้งความสดใสของฤดูใบไม้ผลิและความโรแมนติกของฤดูใบไม้ร่วง ทุกมุมของสถานที่แห่งนี้ล้วนเหมาะแก่การถ่ายภาพ และเต็มไปด้วยเรื่องราวที่รอให้คุณค้นพบในทุกย่างก้าว

"สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้" มรดกโลกสุดยิ่งใหญ่แห่งแดนมังกร

40

สุสานของ จิ๋นซีฮ่องเต้ หรือ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้          เพื่อน ๆ รู้ไหมว่า "สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้" เป็นส่วนหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางโบราณคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ตั้งอยู่ใกล้เมืองซีอาน ประเทศจีน สุสานแห่งนี้ไม่ใช่เพียงสถานที่ฝังพระศพของจักรพรรดิองค์แรก แต่ยังสะท้อนถึงอำนาจ ความเชื่อ และความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมจีนโบราณได้อย่างชัดเจน สุสานแห่งนี้เริ่มก่อสร้างขึ้นตั้งแต่จักรพรรดิยังทรงพระเยาว์ ใช้แรงงานจำนวนมหาศาลและเวลานานหลายสิบปี ภายในถูกออกแบบให้เป็นเสมือนโลกหลังความตายที่สมบูรณ์แบบ มีทั้งพระราชวังจำลอง ข้าวของเครื่องใช้ และระบบป้องกันต่าง ๆ เพื่อให้จักรพรรดิยังคงมีอำนาจแม้หลังสิ้นพระชนม์ สิ่งที่ทำให้สุสานแห่งนี้โด่งดังไปทั่วโลกคือ “กองทัพทหารดินเผา” หรือ Terracotta Army ซึ่งประกอบด้วยรูปปั้นทหาร ม้า และรถศึกนับพันตัว ขนาดเท่าคนจริง แต่ละตัวมีรายละเอียดใบหน้าแตกต่างกันอย่างน่าทึ่ง แสดงให้เห็นถึงความประณีตทางศิลปะและฝีมือช่างในยุคนั้น          แม้ปัจจุบันจะมีการขุดค้นไปแล้วบางส่วน แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ของสุสานยังคงเป็นปริศนา โดยเฉพาะห้องฝังพระศพจริงที่ยังไม่ถูกเปิดเผย เนื่องจากนักโบราณคดีกังวลเรื่องการอนุรักษ์ ภายในยังมีการกล่าวถึงแม่น้ำปรอทและกับดักโบราณ ซึ่งเพิ่มความลึกลับให้กับสถานที่แห่งนี้มากยิ่งขึ้น ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความยิ่งใหญ่ระดับโลก สุสานแห่งนี้จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย "UNESCO" และกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

พาเปิดตำนานใจกลางกรุงปักกิ่ง “พระราชวังต้องห้าม”

พาเปิดตำนานใจกลางกรุงปักกิ่ง “พระราชวังต้องห้าม”

54

          กลางมหานคร ปักกิ่ง ยังมีสถานที่หนึ่งที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ และความยิ่งใหญ่เหนือกาลเวลา “พระราชวังต้องห้าม” หรือที่รู้จักในชื่อ พระราชวังกู้กง คืออดีตราชสำนักของจักรพรรดิราชวงศ์หมิงและชิงนานกว่า 500 ปีสถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนหัวใจของอำนาจจักรวรรดิจีนในอดีต ที่เต็มไปด้วยพิธีการและกฎระเบียบอันเคร่งครัด กำแพงสูงและคูเมืองรอบด้าน สะท้อนถึงการปกป้องและความศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจเข้าถึงได้โดยคนทั่วไป ทุกย่างก้าวภายในวัง เหมือนได้ย้อนกลับไปสู่ยุคที่จักรพรรดิทรงเป็นศูนย์กลางของแผ่นดิน สถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ถูกออกแบบอย่างสมดุล ตามหลักฮวงจุ้ยและความเชื่อโบราณของจีน สีแดงและสีทองที่โดดเด่น เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ความมั่งคั่ง และความเป็นสิริมงคล ภายในยังแบ่งออกเป็นเขตชั้นนอกสำหรับงานราชพิธี และเขตชั้นในสำหรับที่ประทับของจักรพรรดิและพระสนม เรื่องราวชีวิตในวังเต็มไปด้วยทั้งความรุ่งเรือง การเมือง และความลับที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงสูง ปัจจุบันที่นี่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ให้ผู้คนทั่วโลกได้เข้ามาสัมผัสประวัติศาสตร์อย่างใกล้ชิด และยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่และทรงคุณค่ามากที่สุดของประเทศจีน

"ทะเลสาบไซลีมู" มหัศจรรย์แห่งซินเจียง สวรรค์บนดินที่ต้องไปสักครั้ง

41

          ทะเลสาบ ไซลีมู ตั้งอยู่ในเขต ซินเจียง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ จีน ถือเป็นทะเลสาบน้ำจืดบนภูเขาที่สูงและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ด้วยระดับความสูงกว่า 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้อากาศที่นี่เย็นสบายตลอดปี และมีทัศนียภาพที่แตกต่างจากพื้นที่อื่นอย่างชัดเจน ทะเลสาบแห่งนี้โอบล้อมด้วยเทือกเขา เทียนซาน ที่ปกคลุมด้วยหิมะในบางช่วงเวลา เพิ่มความยิ่งใหญ่ให้กับภูมิประเทศ น้ำในทะเลสาบมีสีฟ้าใสสะอาดราวกับคริสตัล เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งและน้ำฝนที่สะสมมานานนับพันปี ชื่อ “ไซลีมู” มาจากภาษาคาซัค แปลว่า “พรอันเป็นมงคล” สะท้อนถึงความเชื่อและความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่ ในอดีต ที่นี่เคยเป็นจุดแวะพักสำคัญบน เส้นทางสายไหม ซึ่งใช้เชื่อมการค้าระหว่างเอเชียและยุโรป จึงทำให้บริเวณนี้เต็มไปด้วยร่องรอยทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชนเผ่าโบราณหลายกลุ่ม พื้นที่รอบทะเลสาบเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ เหมาะสำหรับการเลี้ยงสัตว์ของชนเผ่าเร่ร่อน เช่น ชาวคาซัค ในฤดูร้อน ทุ่งหญ้าจะเต็มไปด้วยดอกไม้หลากสี สร้างภาพที่สวยงามราวกับภาพวาด ขณะที่ฤดูหนาว ทะเลสาบจะกลายเป็นผืนน้ำแข็งขนาดใหญ่ ให้บรรยากาศที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ทะเลสาบไซลีมูยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าและนกน้ำจำนวนมาก โดยเฉพาะนกอพยพตามฤดูกาล ทำให้ที่นี่มีความสำคัญด้านระบบนิเวศและการอนุรักษ์ธรรมชาติ ความเงียบสงบของพื้นที่ช่วยให้ผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลายและใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีถนนรอบทะเลสาบที่สามารถขับรถชมวิวได้แบบพาโนรามา นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมได้หลากหลาย เช่น ปั่นจักรยาน ถ่ายภาพ และตั้งแคมป์ วิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่นี่ถือว่าเป็นไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด แสงแดดที่สะท้อนผิวน้ำทำให้เกิดภาพที่งดงามและน่าประทับใจ ด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ได้รับการจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับสูงของจีน ปัจจุบันไซลีมูกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และยังคงรักษาเสน่ห์ของธรรมชาติบริสุทธิ์ไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งหมดนี้ทำให้ทะเลสาบไซลีมูถูกยกย่องว่าเป็น “ทะเลสาบแห่งสรวงสวรรค์” อย่างแท้จริง

10 จุดเช็คอินห้ามพลาดในฉงชิ่ง 2026 เมืองภูเขาสุดล้ำวิวอลังการระดับโลก

10 จุดเช็คอินห้ามพลาดในฉงชิ่ง 2026 เมืองภูเขาสุดล้ำวิวอลังการระดับโลก

81

           "ฉงชิ่ง" หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่มาแรงที่สุดของจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองแห่งนี้โดดเด่นด้วยภูมิประเทศแบบภูเขาซ้อนเมืองอย่างมีเอกลักษณ์ จนได้รับฉายาว่า “เมือง 8 มิติ” ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและน่าค้นหา ทั้งถนน รถไฟ และอาคารถูกออกแบบให้สอดคล้องกับภูมิประเทศอย่างน่าทึ่ง ทำให้ทุกมุมของเมืองเต็มไปด้วยความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร นอกจากความทันสมัยแล้ว ฉงชิ่งยังเต็มไปด้วยวัฒนธรรมจีนดั้งเดิม และสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า ในขณะเดียวกัน ธรรมชาติรอบเมืองก็ยิ่งใหญ่และสวยงามระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นภูเขา แม่น้ำ หรืออุทยานธรรมชาติขนาดใหญ่ ยิ่งในช่วงกลางคืน เมืองนี้จะเปล่งประกายด้วยแสงไฟสุดอลังการ จนกลายเป็นหนึ่งในวิวกลางคืนที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจีน จึงไม่แปลกใจที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างหลั่งไหลมาเยือน ฉงชิ่งจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ครบทุกสไตล์ ไม่ว่าจะสายถ่ายรูป สายลุย หรือสายชิล และนี่คือ 10 จุดเช็คอินยอดฮิตที่คุณไม่ควรพลาดในปี 2026

มหัศจรรย์ถ้ำหินแกะสลักหยุนกัง

มหัศจรรย์ถ้ำหินแกะสลักหยุนกัง

52

          ถ้ำหินแกะสลักหยุนกัง (Yungang Grottoes) คือหนึ่งในมรดกโลกอันยิ่งใหญ่ของจีน ที่สะท้อนศิลปะและศรัทธาทางพุทธศาสนาได้อย่างงดงาม ตั้งอยู่ใกล้เมือง ต้าถง มณฑลซานซี แหล่งโบราณคดีแห่งนี้มีประวัติยาวนานกว่า 1,500 ปี ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์เว่ยเหนือ เพื่อเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและศิลปะ ภายในประกอบด้วยถ้ำมากกว่า 200 แห่ง และพระพุทธรูปแกะสลักนับหมื่นองค์ แต่ละองค์มีรายละเอียดประณีต สะท้อนฝีมือช่างในยุคโบราณอย่างน่าทึ่ง ความยิ่งใหญ่ของพระพุทธรูปขนาดมหึมา สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้มาเยือน ลวดลายและศิลปะผสมผสานระหว่างจีน อินเดีย และเอเชียกลางอย่างลงตัว แสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมบนเส้นทางสายไหมในอดีต ถ้ำแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งขนาด รูปแบบ และเรื่องราว นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมความงดงามได้อย่างใกล้ชิด พร้อมสัมผัสบรรยากาศเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ภายในถ้ำ ที่นี่ไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ทำให้ถ้ำหยุนกังเป็นจุดหมายสำคัญของนักเดินทางจากทั่วโลก หากคุณหลงใหลในศิลปะ โบราณคดี และวัฒนธรรม ที่นี่คือสถานที่ที่ไม่ควรพลาด

เปิดประตูสู่กาลเวลา ณ วัดไคหยวน อายุ 1,300 ปี

เปิดประตูสู่กาลเวลา ณ วัดไคหยวน อายุ 1,300 ปี

33

          วัดไคหยวน ไม่ได้เป็นเพียงวัดเก่าแก่ธรรมดา แต่คือหัวใจทางศาสนาและวัฒนธรรมของมณฑลฝูเจี้ยน ตลอดเวลากว่า 1,300 ปี วัดแห่งนี้ยืนหยัดผ่านทั้งยุครุ่งเรืองและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แม้กาลเวลาจะพัดผ่าน แต่ความศักดิ์สิทธิ์และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ยังคงอยู่ วัดได้รับการบูรณะและดูแลอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยังคงความงดงามไว้ได้อย่างน่าทึ่ง โครงสร้างโบราณที่ยังคงสมบูรณ์ เปรียบเสมือนมรดกที่มีชีวิต ทุกอาคารภายในวัดสะท้อนศิลปะจีนดั้งเดิมที่ละเอียดอ่อนและทรงคุณค่า ทั้งวิหาร เจดีย์ และลานกว้าง ล้วนถูกออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาและฝีมือของช่างในอดีตได้อย่างชัดเจน รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ กลับเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง บอกเล่าเรื่องราวของความเชื่อและวิถีชีวิตในแต่ละยุคสมัย ที่นี่จึงไม่ใช่แค่สถานที่ แต่คือหน้าประวัติศาสตร์ที่ยังคงเปิดอยู่ ความศรัทธาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นยังคงสัมผัสได้ในทุกมุม ผู้มาเยือนจะรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ยากจะอธิบาย ไม่ใช่เพียงการชมความงาม แต่คือการได้ “เชื่อมต่อกับอดีต” และกลับออกไปพร้อมความประทับใจที่ยังคงอยู่ในใจไม่รู้ลืม

“ทุ่งหญ้านาลาถี

“ทุ่งหญ้านาลาถี" จุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทาง

59

        ทุ่งหญ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขต ซินเจียง ใกล้เทือกเขา เทียนซาน อันยิ่งใหญ่ ที่นี่ถูกขนานนามว่าเป็น “สวรรค์บนดิน” สำหรับนักเดินทางจากทั่วโลก ด้วยทัศนียภาพของทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สุดสายตา ผสานกับภูเขาและท้องฟ้าสีคราม บรรยากาศบริสุทธิ์และเงียบสงบ ช่วยเติมเต็มความรู้สึกผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง ในฤดูร้อน ทุ่งหญ้าจะเขียวขจีสดใส เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ขณะที่ฤดูใบไม้ร่วงจะเปลี่ยนเป็นสีทองงดงามราวภาพวาด นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสวิถีชีวิตของชาวคาซัคแบบดั้งเดิมได้อย่างใกล้ชิด ทั้งการเลี้ยงสัตว์ การใช้ชีวิตกลางธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนาน นาลาถีไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่คือประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความประทับใจและความงดงามของธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในความสงบและความยิ่งใหญ่ของโลกธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสายถ่ายภาพ สายผจญภัย หรือสายพักผ่อน ก็ต้องหลงรักที่นี่ ทุ่งหญ้านาลาถีจึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ควรไปเยือนสักครั้งในชีวิต แล้วคุณจะเข้าใจว่า “สวรรค์บนดิน” มีอยู่จริงที่นี่ค่ะ

รวมเมนูเด็ดซินเจียงเหนือ อร่อยเข้มข้น สายกินห้ามพลาด

รวมเมนูเด็ดซินเจียงเหนือ อร่อยเข้มข้น สายกินห้ามพลาด

68

         อาหารของ "ซินเจียงเหนือ" มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนอาหารจีนทั่วไป เพราะเป็นจุดบรรจบของวัฒนธรรมจีนและเอเชียกลางตามเส้นทางสายไหม ทำให้รสชาติ เนื้อวัตถุดิบ และวิธีปรุงมีความเฉพาะตัวอย่างมาก          จุดเด่นสำคัญคือการใช้ เนื้อแกะเป็นหลัก ร่วมกับเครื่องเทศอย่างยี่หร่า พริกแห้ง และสมุนไพรต่าง ๆ ซึ่งให้กลิ่นหอมแรงและรสชาติที่เข้มข้น อาหารหลายเมนูจะเน้นการย่าง ตุ๋น และผัด โดยเฉพาะเมนูยอดนิยม ที่สะท้อนวัฒนธรรมการกินแบบเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรสชาติ           อีกเอกลักษณ์หนึ่งคือการใช้ แป้งและเส้นเป็นอาหารหลัก ซึ่งแตกต่างจากจีนตอนใต้ที่นิยมข้าวเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ซินเจียงเหนือก็มีเมนูข้าวที่โดดเด่น ที่ผสมผสานเนื้อแกะ แครอท และเครื่องเทศได้อย่างลงตัว           ด้านรสชาติ อาหารซินเจียงเหนือมักจะ ไม่มันจัดและไม่หวาน แต่จะเน้น “หอมเครื่องเทศ” และมีความเค็มหรือเผ็ดเล็กน้อย บางเมนูมีรสเปรี้ยวสดชื่นที่นิยมกินเพื่อตัดเลี่ยนจากอาหารเนื้อสัตว์           วันนี้เราจะมาแนะนำ 9 เมนูอาหารขึ้นชื่อของซินเจียงเหนือที่เรียกได้ว่ามาเยือนแล้วต้องลองซักครั้ง มาดูกันว่าจะมีเมนูอะไรกันบ้างค่ะ

"จากาน่า" หมู่บ้านกลางขุนเขา วิวหลักล้านที่โลกยังไม่รู้จัก

85

        จากาน่า (Zhagana) หมู่บ้านสวรรค์บนภูเขาแห่งกานหนาน ดินแดนลับกลางขุนเขา         ที่สวยจนเหมือนโลกในเทพนิยาย…และยังไม่ถูกค้นพบโดยคนส่วนใหญ่ หากคุณกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ “มากกว่าความสวย” มากกว่าภาพถ่าย และมากกว่าการเช็กอิน… “จากาน่า (Zhagana)” คือคำตอบที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่ากำลังตามหาอยู่ ที่นี่ไม่ใช่แค่หมู่บ้านเล็ก ๆ ในประเทศจีน แต่คือโลกอีกใบ…ที่ซ่อนตัวอยู่กลางภูเขาสูงในเขตกานหนาน (Gannan) มณฑลกานซู่ โลกที่ยังคงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ และความเรียบง่ายของวิถีชีวิตไว้อย่างน่าทึ่งที่นี่คือสถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสความสงบอย่างแท้จริง ไม่มีความวุ่นวายของเมืองใหญ่เข้ามารบกวน                   ในทุกๆ เช้าที่ตื่นขึ้นมา คุณจะได้เห็นหมอกลอยเอื่อยเหนือหมู่บ้าน ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่เหนือก้อนเมฆ เสียงลม เสียงธรรมชาติ และบรรยากาศเงียบ ๆ จะทำให้ใจคุณค่อย ๆ ผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว ภูเขาหินสูงที่ล้อมรอบ ไม่ได้แค่สวย แต่ยังสร้างความรู้สึกเหมือนโลกนี้ถูกโอบกอดไว้อย่างปลอดภัย คุณจะได้เห็นวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวทิเบต ที่ยังคงใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมอย่างน่าประทับใจ ภาพของบ้านไม้ ควันไฟบาง ๆ และผู้คนที่ใช้ชีวิตช้า ๆ เป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ระหว่างวัน คุณสามารถเดินเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์ หรือออกไปสำรวจธรรมชาติรอบ ๆ                     ในทุกๆ มุมของที่นี่เต็มไปด้วยความสวยงามที่ไม่ต้องปรุงแต่ง เหมาะกับทั้งการพักผ่อนและถ่ายภาพ ยิ่งอยู่ยิ่งรู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลังให้ตัวเอง ทั้งร่างกายและจิตใจ และเมื่อถึงเวลาต้องกลับ คุณจะรู้เลยว่า “จากาน่า” ไม่ใช่แค่ที่เที่ยว แต่คือความทรงจำที่ยากจะลืม

“หลุมฟ้าสะพานสวรรค์

“หลุมฟ้าสะพานสวรรค์" มหัศจรรย์ธรรมชาติระดับโลกแห่งฉงชิ่ง

65

“ ออกเดินทางสู่ความมหัศจรรย์ของโลก…ที่ธรรมชาติใช้เวลาหลายล้านปีสร้างสรรค์อย่างยิ่งใหญ่ ”           ยินดีต้อนรับสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใคร ณ “หลุมฟ้าสะพานสวรรค์” ดินแดนธรรมชาติอันน่าทึ่งใน อู่หลง เขต ฉงชิ่ง ประเทศ จีนสถานที่ที่ความงดงามของโลกธรรมชาติถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่ยิ่งใหญ่ เกินกว่าคำบรรยาย และยากจะหาได้จากที่ใดในโลก            ท่ามกลางภูเขาหินปูนสูงชันและหุบเหวลึกสุดสายตา คุณจะได้พบกับ “สะพานหินธรรมชาติ” ขนาดมหึมา ที่ทอดตัวเชื่อมผืนแผ่นดินราวกับถูกสร้างขึ้นโดยพลังลึกลับของธรรมชาติ            ด้านล่างคือ “หลุมฟ้า” ขนาดยักษ์ ที่เผยให้เห็นโลกอีกใบหนึ่งซึ่งซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน เต็มไปด้วยความเงียบสงบ อากาศเย็น และธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์อย่างน่าทึ่ง รายล้อมด้วยป่าไม้เขียวขจี ลำธาร และสายหมอกบางที่ลอยคลอเคลีย สร้างบรรยากาศราวกับหลุดเข้าไปในดินแดนแห่งจินตนาการ            ที่นี่ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่คือ “ประสบการณ์” ที่จะทำให้คุณรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของโลกอย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะเป็นสายถ่ายภาพ สายผจญภัย หรือผู้ที่หลงใหลในธรรมชาติ ทุกย่างก้าวของคุณจะเต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจและความทรงจำที่ยากจะลืม

มนต์เสน่ห์วงแหวนกลางหุบเขา บ้านดินเถียนหลัวเคิง แห่งฝูเจี้ยน

มนต์เสน่ห์วงแหวนกลางหุบเขา บ้านดินเถียนหลัวเคิง แห่งฝูเจี้ยน

146

     เปิดประตูสู่ “อาณาจักรวงแหวน” กลางหุบเขา     เพื่อน ๆ ลองจินตนาการว่าเพื่อน ๆ ยืนอยู่บนจุดชมวิวสูง แล้วมองลงไปเห็นบ้านดินขนาดมหึมาเรียงตัวเป็นวงกลมซ้อนกันหลายชั้น โอบล้อมด้วยภูเขาสีเขียวเข้มและสายหมอกบาง ๆ ที่ลอยคลอเคลียในยามเช้า… ภาพตรงหน้าเพื่อน ๆ จะคล้ายฉากในภาพยนตร์แฟนตาซี แต่ที่นี่คือของจริงที่คุณสามารถสัมผัสได้     กลุ่มบ้านดินแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "ถูโหลว" สิ่งปลูกสร้างโบราณที่ได้รับการยอมรับระดับโลก โดดเด่นด้วยรูปทรงวงแหวน (และบางแห่งเป็นรูปสี่เหลี่ยม) ขนาดใหญ่ที่ออกแบบอย่างชาญฉลาด ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการป้องกันภัยในอดีต

Wahiba Sands ที่สวยงามแห่งรัฐสุลต่านโอมาน

Wahiba Sands ที่สวยงามแห่งรัฐสุลต่านโอมาน

407

ท่ามกลางทะเลทรายสุดกว้างใหญ่ของคาบสมุทรอาหรับ มีผืนทรายแห่งหนึ่งที่งดงามราวกับผลงานศิลป์จากธรรมชาติ “วาฮิบา แซนด์” (Wahiba Sands) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Sharqiya Sands คือดินแดนแห่งมนตร์เสน่ห์ที่สะท้อนแสงทองระยิบระยับยามอาทิตย์ลับขอบฟ้าทะเลทรายแห่งนี้เปรียบเสมือน “หัวใจแห่งโอมาน” ที่บอกเล่าความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและวัฒนธรรมชาวเบดูอิน (Bedouin) อันเก่าแก่ เมื่อยามลมพัดผ่านผืนทราย คลื่นทรายจะเปลี่ยนรูปไปไม่สิ้นสุด ราวกับธรรมชาติกำลังร่ายรำอยู่ต่อหน้าคุณ ที่นี่คือสถานที่ซึ่งนักเดินทางทั่วโลกใฝ่ฝันจะมาเยือน เพื่อสัมผัสรสชาติของความเงียบสงบและความอลังการที่ไม่มีที่ใดเทียบได้ ทุกอณูของทะเลทรายนี้แฝงไปด้วยพลังแห่งความงาม ความท้าทาย และแรงบันดาลใจที่คุณจะไม่มีวันลืม เตรียมใจให้พร้อม แล้วปล่อยให้หัวใจคุณได้หลงทางท่ามกลาง “ทะเลแห่งทรายสีทอง” แห่งรัฐสุลต่านโอมาน