Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

จากสีเขียวสู่สีแดง มนต์เสน่ห์ป่าสนแดงลาวยี่เหอ

จากสีเขียวสู่สีแดง มนต์เสน่ห์ป่าสนแดงลาวยี่เหอ

11

อุทยานพื้นที่ชุ่มน้ำลาวยี่เหอ ธรรมชาติที่ยังคงหายใจอย่างเงียบ ๆ         บางครั้งการเดินทางก็ไม่จำเป็นต้องไปเจอสถานที่ที่ยิ่งใหญ่หรือเต็มไปด้วยผู้คนเสมอไป แค่ได้เดินออกจากความวุ่นวาย แล้วมาอยู่ในพื้นที่ที่มีสายน้ำ ต้นไม้ และเสียงธรรมชาติอยู่รอบตัว แค่นั้นก็รู้สึกเหมือนได้พักแล้ว และอุทยานพื้นที่ชุ่มน้ำลาวยี่เหอ ก็เป็นสถานที่แบบนั้นเลยครับ ที่นี่ไม่ได้มีความโดดเด่นจากอาคารขนาดใหญ่หรือสิ่งก่อสร้างอลังการ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตากลับเป็นธรรมชาติที่ทอดตัวออกไปกว้าง ๆ มีสายน้ำไหลผ่าน พื้นที่สีเขียวอยู่ตามแนวริมฝั่ง และบรรยากาศที่ค่อนข้างสงบจนทำให้เราเผลอเดินช้าลงโดยไม่รู้ตัว          พอได้มาอยู่ตรงนี้จริง ๆ จะรู้สึกว่าธรรมชาติมันมีวิธีของตัวเองในการทำให้คนใจเย็นลง เสียงน้ำเบา ๆ ลมที่พัดผ่านต้นไม้ และภาพของพื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่ตรงหน้า มันไม่ได้มีอะไรหวือหวา แต่กลับทำให้เรารู้สึกสบายอย่างประหลาด ที่สำคัญพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้มีคุณค่าเพียงในมุมของการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่มีทั้งพืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตมากมายพึ่งพาอาศัยอยู่ด้วย

จู่ไห่ฟิชเชอร์เกิร์ล หญิงสาวกลางทะเล สัญลักษณ์แห่งเมืองจูไห่

จู่ไห่ฟิชเชอร์เกิร์ล หญิงสาวกลางทะเล สัญลักษณ์แห่งเมืองจูไห่

23

ถ้ามาจูไห่ แล้วไม่เห็นฟิชเชอร์เกิร์ล ก็เหมือนยังมาไม่ถึง          ถ้าพูดถึงเมืองจูไห่ ประเทศจีน หลายคนอาจนึกถึงเมืองชายทะเล บรรยากาศสบาย ๆ ลมทะเลเย็น ๆ และวิวฝั่งทะเลที่มองออกไปได้ไกลสุดสายตา แต่ถ้ามีสถานที่หนึ่งที่คนมักจะนึกถึงเป็นภาพแรก ๆ เมื่อพูดถึงจูไห่ ก็คงหนีไม่พ้น “จู่ไห่ฟิชเชอร์เกิร์ล” หรือ Zhuhai Fisher Girl รูปปั้นหญิงสาวที่ยืนอยู่กลางทะเลบริเวณริมอ่าวจูไห่ มองครั้งแรกอาจรู้สึกว่า ก็เป็นรูปปั้นกลางทะเลธรรมดา ๆ นี่นา แต่พอรู้เรื่องราวของเธอแล้วจะรู้สึกต่างออกไป เพราะฟิชเชอร์เกิร์ลไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความสวยงามอย่างเดียว เธอกลายเป็นเหมือนตัวแทนของเมือง เป็นภาพจำที่เชื่อมโยงระหว่างจูไห่กับทะเล และเป็นจุดที่คนมาเยือนต้องแวะมาถ่ายรูปกันแทบทุกคน ยิ่งช่วงเย็น ๆ นะ บรรยากาศจะเปลี่ยนไปอีกแบบ แสงแดดเริ่มอ่อน ลมจากทะเลพัดมาเรื่อย ๆ ผู้คนเดินเล่นริมชายฝั่ง บางคนยืนมองรูปปั้น บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ แล้วถ้าเป็นช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตก ก็ยิ่งได้ภาพที่สวยแบบไม่ต้องพยายามมากเลย เพราะฉะนั้น ฟิชเชอร์เกิร์ลจึงไม่ใช่แค่ “รูปปั้นหนึ่งตัว” แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้เราได้เห็นบุคลิกของเมืองจูไห่ผ่านทะเล ผู้คน และบรรยากาศรอบ ๆ ได้อย่างชัดเจน

พุทธสถานหนิวโส่วซาน จากภูเขาศักดิ์สิทธิ์สู่ดินแดนแห่งศรัทธา

พุทธสถานหนิวโส่วซาน จากภูเขาศักดิ์สิทธิ์สู่ดินแดนแห่งศรัทธา

33

เมื่อภูเขาไม่ได้มีแค่ความสวย แต่มีเรื่องราวให้เราได้สัมผัส         ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองหนานจิง หลายคนอาจนึกถึงพระราชวัง วัดเก่า หรือกำแพงเมืองโบราณก่อน แต่ถ้าอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ มาสัมผัสสถานที่ที่รวมทั้ง ธรรมชาติ ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมจีน ไว้ด้วยกัน ภูเขาหนิวโส่วซาน หรือ Niushou Mountain (牛首山) เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจมาก ที่นี่ไม่ใช่แค่ภูเขาที่ขึ้นไปชมวิวแล้วกลับลงมา แต่เป็นพื้นที่ที่เดินไปเรื่อยๆ แล้วจะเจอกับสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ พระพุทธรูป งานแกะสลัก และพื้นที่ทางพุทธศาสนาที่ออกแบบอย่างอลังการ จนบางช่วงอาจรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง ยิ่งเดินสูงขึ้น อากาศก็เริ่มเปลี่ยน เสียงรอบตัวค่อยๆ เบาลง เหลือเพียงเสียงลมกับบรรยากาศของภูเขา และนี่แหละที่ทำให้หนิวโส่วซานมีเสน่ห์ เพราะมันไม่ได้พยายามให้เราเที่ยวแบบรีบๆ แต่เหมือนค่อยๆ ชวนให้เราเดิน แล้วค่อยๆ ซึมซับเรื่องราวของสถานที่ไปทีละนิด

หนาวนี้ไปไหนดี พาเที่ยวลานสกีฮุ่ยเจ๋อ

หนาวนี้ไปไหนดี พาเที่ยวลานสกีฮุ่ยเจ๋อ

29

เมื่อภูเขาสีเขียวเปลี่ยนเป็นโลกสีขาว และการเล่นสกีไม่ได้เป็นแค่เรื่องของกีฬา          ถ้าพูดถึงยูนนาน หลายคนอาจนึกถึงเมืองเก่า ทะเลสาบ ภูเขาสูง หรือวิวธรรมชาติที่สวยแบบจีนตอนใต้ แต่พอถึงฤดูหนาว ฮุ่ยเจ๋อ หรือ Huize กลับมีอีกภาพหนึ่งที่น่าสนใจมาก นั่นคือภาพของภูเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะจนกลายเป็นลานสีขาวกว้าง ๆ และนี่แหละคือเสน่ห์ของ ลานสกีฮุ่ยเจ๋อ ที่นี่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนมาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องรีบเดินตามจุดต่าง ๆ แต่จะออกแนวว่า มาแล้วก็ลองใช้เวลาอยู่กับหิมะสักหน่อย เดินเล่น สูดอากาศเย็น ๆ หรือถ้าอยากสนุกกว่านั้นก็ลองเล่นสกีหรือกิจกรรมบนหิมะ บางคนมาถึงครั้งแรกอาจพูดง่าย ๆ ว่า “หนาวมาก” แต่พอเห็นวิวตรงหน้า ก็มักจะตามด้วยอีกประโยคว่า “แต่สวยจริง” นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้ลานสกีในฮุ่ยเจ๋อน่าสนใจ เพราะมันไม่ได้มีเพียงกิจกรรมบนหิมะเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศของยูนนานในอีกด้านหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากภาพจำของเมืองท่องเที่ยวทางใต้ของจีนอย่างชัดเจน

หมู่บ้านแปะก๊วยเถิงชง เมื่อฤดูใบไม้ร่วงเปลี่ยนทั้งหมู่บ้านให้กลายเป็นสีทอง

หมู่บ้านแปะก๊วยเถิงชง เมื่อฤดูใบไม้ร่วงเปลี่ยนทั้งหมู่บ้านให้กลายเป็นสีทอง

58

หมู่บ้านที่ไม่ได้มีดีแค่ “ต้นไม้สีเหลือง”          ถ้าพูดถึงเมืองเถิงชง หรือเถิงชง (Tengchong) ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน หลายคนอาจนึกถึงน้ำพุร้อน ภูเขาไฟ หรือเมืองเก่า แต่ถ้าเดินทางมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง มีอีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลย นั่นก็คือ หมู่บ้านแปะก๊วย หรือพื้นที่เจียงตง (Jiangdong) ในตำบลกู่ตง เมืองเถิงชง แล้วมันสวยแค่ไหน เอาง่าย ๆ คือ เดินเข้าไปแล้วอาจเผลอคิดว่า “นี่เราอยู่ในฉากหนังหรือเปล่า” เพราะพอถึงช่วงที่ใบแปะก๊วยเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองทอง ต้นไม้ทั้งหมู่บ้านก็เหมือนพร้อมใจกันเปลี่ยนเสื้อผ้า จากหมู่บ้านชนบทธรรมดา ๆ กลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยสีทองทั้งบนต้นไม้ ตามพื้น ทางเดิน หลังคาบ้าน และซอกเล็ก ๆ ระหว่างบ้านเรือน บรรยากาศมันไม่ได้มีแค่ความสวย แต่มีความอบอุ่นและความสงบแบบชนบทจีนที่หาได้ยากในเมืองใหญ่ พื้นที่เจียงตงมีต้นแปะก๊วยมากกว่า 30,000 ต้น และผืนป่าแปะก๊วยครอบคลุมพื้นที่ราว 667 เฮกตาร์ จึงไม่แปลกที่ที่นี่จะได้รับการขนานนามว่าเป็น “หมู่บ้านแปะก๊วย” ของเถิงชง

สัมผัสกลิ่นอายปักกิ่งโบราณ ที่ถนนคนเดินเฉียนเหมิน

สัมผัสกลิ่นอายปักกิ่งโบราณ ที่ถนนคนเดินเฉียนเหมิน

46

          ถ้าพูดถึงสถานที่ที่ทำให้เราได้สัมผัสทั้งกลิ่นอายของปักกิ่งในอดีต และความคึกคักของเมืองใหญ่ในปัจจุบันไปพร้อมกัน "ถนนคนเดินเฉียนเหมิน" คือหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่ถนนสำหรับเดินเล่นหรือช้อปปิ้งเท่านั้น แต่เป็นย่านประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต ผู้คนเดินกันตลอดทั้งวัน ร้านค้ารุ่นเก่าเรียงรายเคียงข้างร้านสมัยใหม่ เสียงหัวเราะ เสียงรถรางโบราณ และกลิ่นหอมของอาหารจีนที่ลอยมาตามลม ทำให้ทุกก้าวที่เดินเหมือนกำลังย้อนเวลากลับไปยังปักกิ่งเมื่อหลายร้อยปีก่อน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายถ่ายรูป สายกิน หรือเป็นคนที่ชอบเดินซึมซับบรรยากาศเมืองเก่าแบบช้า ๆ ถนนสายนี้ก็มีอะไรให้ค้นพบอยู่เสมอ ยิ่งมาในช่วงเย็นที่แสงไฟเริ่มเปิด บรรยากาศยิ่งโรแมนติกจนหลายคนบอกว่า เดินเพลินจนลืมเวลาเลยทีเดียว

วัดว่านฝอ วัดหมื่นพระแห่งศรัทธา

วัดว่านฝอ วัดหมื่นพระแห่งศรัทธา

41

หากมีโอกาสได้มาเยือนวัดว่านฝอ อย่าเพิ่งรีบเดินผ่าน          หลายคนที่มาเที่ยวจีนมักจะตั้งเป้าไปยังสถานที่ดัง ๆ ก่อน ไม่ว่าจะเป็นพระราชวัง กำแพงเมืองจีน หรือเมืองโบราณชื่อดัง แต่รู้ไหมว่า ยังมีวัดแห่งหนึ่งที่เมื่อได้ก้าวเข้าไปแล้ว ความวุ่นวายเหมือนค่อย ๆ หายไปเอง วัดแห่งนั้นก็คือ วัดว่านฝอ หรือที่หลายคนเรียกว่า "วัดหมื่นพระ" ทันทีที่เดินผ่านซุ้มประตูของวัด บรรยากาศก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เสียงผู้คนด้านนอกค่อย ๆ เบาลง เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านต้นไม้ กลิ่นธูปที่ลอยอ่อน ๆ และสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่ตั้งเรียงรายอยู่ตรงหน้า มันให้ความรู้สึกเหมือนได้เดินย้อนเวลาเข้าสู่สถานที่ที่เต็มไปด้วยศรัทธาและเรื่องราวนับร้อยปี ที่นี่ไม่ใช่แค่วัดสำหรับการสักการะเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนทั้งศิลปะ วัฒนธรรม และความเชื่อของชาวจีนได้อย่างลึกซึ้ง ทุกมุมของวัดมีรายละเอียดให้มอง ทุกอาคารมีเรื่องราวให้ค้นหา ยิ่งเดินก็ยิ่งรู้สึกว่าเสน่ห์ของวัดแห่งนี้ไม่ได้อยู่ที่ความยิ่งใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสงบซึ่งค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ความรู้สึกของผู้มาเยือน

อุทยานดอกไม้ม่านฮัว ดินแดนแห่งทะเลดอกไม้ที่แต่งแต้มยูนนานให้มีชีวิตชีวา

อุทยานดอกไม้ม่านฮัว ดินแดนแห่งทะเลดอกไม้ที่แต่งแต้มยูนนานให้มีชีวิตชีวา

57

          มีสถานที่บางแห่งที่แค่ก้าวเข้าไปก็ทำให้เราเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว อุทยานดอกไม้ม่านฮัวก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะทันทีที่สายตามองเห็นทุ่งดอกไม้หลากสีทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในโลกแห่งเทพนิยายก็เกิดขึ้นทันที สีแดง สีชมพู สีม่วง สีเหลือง สีขาว ไล่เฉดกันอย่างสวยงามจนแทบไม่รู้ว่าจะมองตรงไหนก่อนดี หลายคนอาจคิดว่าดอกไม้ก็เหมือนกันทุกที่ แต่เมื่อได้มาเห็นที่นี่จริง ๆ จะรู้เลยว่ามันแตกต่าง เพราะอุทยานแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสวนดอกไม้ที่ปลูกไว้ให้ชมเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้ธรรมชาติและภูมิทัศน์อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว ทุกฤดูกาลจะมีดอกไม้คนละชนิดผลัดเปลี่ยนกันออกดอก ทำให้ภาพที่เห็นในแต่ละช่วงเวลานั้นไม่เคยซ้ำกันเลย ยิ่งถ้าได้มาในช่วงเช้าที่แสงแดดอ่อน ๆ ค่อย ๆ ส่องผ่านสายหมอกบางเหนือทุ่งดอกไม้ ความงดงามที่อยู่ตรงหน้าจะทำให้เข้าใจทันทีว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังมณฑลยูนนาน หลายคนตั้งใจมาเพื่อถ่ายรูป แต่สุดท้ายกลับตกหลุมรักบรรยากาศจนอยากนั่งอยู่เงียบ ๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้นานที่สุด

ทะเลสาบเตียนฉือ มนตร์เสน่ห์แห่งยูนนาน

ทะเลสาบเตียนฉือ มนตร์เสน่ห์แห่งยูนนาน

46

จุดเริ่มต้นของการเดินทางที่เงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์          ถ้าพูดถึงเมืองคุนหมิง หลายคนอาจนึกถึงอากาศเย็นสบาย ดอกไม้ที่บานได้แทบทั้งปี หรือเมืองที่ถูกเรียกว่า "นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ" แต่รู้ไหมคะว่า มีสถานที่แห่งหนึ่งที่เปรียบเสมือนหัวใจของเมืองนี้ เป็นทั้งแหล่งน้ำสำคัญ เป็นวิวธรรมชาติที่สวยจนมองได้ไม่มีเบื่อ และยังเป็นสถานที่ที่ชาวคุนหมิงผูกพันกันมาตั้งแต่โบราณ นั่นก็คือ ทะเลสาบเตียนฉือ หรือที่หลายคนเรียกว่า "ทะเลสาบคุนหมิง" ทันทีที่เดินทางมาถึง สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความกว้างใหญ่ของผืนน้ำ จนบางช่วงแทบแยกไม่ออกว่านี่คือทะเลสาบหรือทะเลจริงๆ ยิ่งวันที่ท้องฟ้าเปิด แสงแดดสะท้อนผิวน้ำเป็นประกาย มีแนวภูเขาโอบล้อมอยู่ด้านหลัง ภาพตรงหน้ากลายเป็นวิวที่ทั้งสงบ อบอุ่น และทำให้เราอยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้นอีกสักพัก

บ้านหลุมซานโจว เมืองใต้ดินอายุกว่าพันปี มรดกภูมิปัญญาที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนแผ่นดินจีน

บ้านหลุมซานโจว เมืองใต้ดินอายุกว่าพันปี มรดกภูมิปัญญาที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนแผ่นดินจีน

135

บ้านที่ไม่ได้สร้างขึ้นบนดิน แต่สร้างขึ้น "ในดิน"          ถ้าเอ่ยถึงบ้านในประเทศจีน หลายคนอาจนึกถึงบ้านโบราณทรงจีน วัดเก่า หรือหมู่บ้านริมภูเขา แต่มีสถานที่แห่งหนึ่งที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะบ้านทั้งหลังไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นดิน หากแต่ถูกขุดลงไปใต้ดินจนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่จริงมายาวนานหลายร้อยปี สถานที่แห่งนี้คือ บ้านหลุมซานโจว หรือที่ชาวจีนเรียกว่า "ตี้เคิงหย่วน" (地坑院) สถาปัตยกรรมพื้นบ้านอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองซานเหมินเสีย มณฑลเหอหนาน ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน "สี่รูปแบบที่อยู่อาศัยโบราณที่สำคัญของจีน" และแม้เวลาจะผ่านมาหลายศตวรรษ บ้านเหล่านี้ก็ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาที่เรียบง่าย แต่ชาญฉลาดอย่างน่าทึ่ง เมื่อได้เดินลงไปยังลานบ้านกลางหลุม ความรู้สึกแรกคือความประหลาดใจ เพราะจากด้านบนแทบจะมองไม่เห็นว่าข้างล่างมีบ้านทั้งหลังซ่อนอยู่ เป็นความรู้สึกเหมือนกำลังค้นพบอีกโลกหนึ่งที่เงียบสงบ อบอุ่น และเต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คนในอดีต

อุทยานภูเขาไท่ซาน เส้นทางศักดิ์สิทธิ์ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปสัมผัส

อุทยานภูเขาไท่ซาน เส้นทางศักดิ์สิทธิ์ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปสัมผัส

62

เมื่อการเดินขึ้นภูเขา ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่คือการเดินตามรอยประวัติศาสตร์กว่า 3,000 ปี          หากพูดถึงภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศจีน หลายคนคงนึกถึง "ภูเขาไท่ซาน" เป็นชื่อแรกๆ เพราะที่นี่ไม่ได้โด่งดังแค่เรื่องความสูงหรือวิวสวยเท่านั้น แต่ยังเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจีนให้ความเคารพมายาวนานนับพันปี จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "ราชาแห่งขุนเขาทั้งห้า" หรือ Five Great Mountains ของจีน อุทยานภูเขาไท่ซาน ตั้งอยู่ในมณฑลซานตง เป็นสถานที่ที่ธรรมชาติ วัฒนธรรม ศาสนา และประวัติศาสตร์ หลอมรวมกันอย่างกลมกลืนจนแทบแยกไม่ออก ระหว่างทางเดินขึ้นเขา เราจะได้เห็นทั้งต้นสนอายุนับร้อยปี ศาลาโบราณ วัดเก่าแก่ ศิลาจารึกจากราชวงศ์ต่างๆ รวมถึงบันไดหินที่ทอดยาวขึ้นสู่ยอดเขาเหมือนกำลังพาผู้คนเดินย้อนเวลากลับไปสู่อดีต ที่นี่จึงไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับคนรักธรรมชาติ แต่ยังเป็นจุดหมายของผู้ที่อยากสัมผัสจิตวิญญาณของจีนอย่างแท้จริง เพราะทุกย่างก้าวบนภูเขาแห่งนี้ ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวที่สืบทอดต่อกันมาหลายพันปี

วัดหยวนทง วัดพันปีแห่งคุนหมิง สัมผัสความสงบกลางเมืองใหญ่

วัดหยวนทง วัดพันปีแห่งคุนหมิง สัมผัสความสงบกลางเมืองใหญ่

52

เมื่อก้าวผ่านซุ้มประตู ความวุ่นวายของเมืองก็ค่อย ๆ หายไป          ถ้าพูดถึงเมืองคุนหมิง หลายคนอาจนึกถึงทะเลสาบเตียนฉือ ป่าหิน หรือแหล่งช้อปปิ้งทันสมัย แต่รู้ไหมว่า ใจกลางเมืองแห่งนี้ยังมีวัดโบราณอายุกว่าพันปีที่ยังคงเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนมาจนถึงทุกวันนี้ นั่นก็คือ วัดหยวนทง (圆通寺) วัดพุทธที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของมณฑลยูนนาน           สิ่งที่ทำให้วัดแห่งนี้แตกต่างจากวัดทั่วไป คือไม่ได้โดดเด่นเพียงเรื่องความเก่าแก่เท่านั้น แต่ยังมีการออกแบบที่แปลกตา บรรยากาศเงียบสงบ รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ สระน้ำ และอาคารโบราณที่สะท้อนให้เห็นทั้งศิลปะจีนและอิทธิพลของพุทธศาสนาจากหลายประเทศ เดินเข้ามาไม่กี่ก้าวก็รู้สึกเหมือนเวลารอบตัวเดินช้าลงอย่างน่าประหลาด เสียงผู้คนเบาลง เหลือเพียงเสียงระฆัง เสียงลม และกลิ่นธูปที่ลอยอ่อน ๆ สร้างความรู้สึกผ่อนคลายแบบที่หาได้ไม่ง่ายนักในเมืองใหญ่

ถ้ำน้ำแข็งหมื่นปี (万年冰洞) มหัศจรรย์น้ำแข็งที่ไม่เคยละลาย แม้อยู่นอกเขตขั้วโลก

ถ้ำน้ำแข็งหมื่นปี (万年冰洞) มหัศจรรย์น้ำแข็งที่ไม่เคยละลาย แม้อยู่นอกเขตขั้วโลก

70

เมื่อก้าวเข้าไปในถ้ำหมือนได้เดินย้อนเวลากลับไปหลายล้านปี          มีสถานที่บางแห่งที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนธรรมชาติสร้างขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ได้ตื่นตาตื่นใจ และ ถ้ำน้ำแข็งหมื่นปี (万年冰洞) ก็เป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะทันทีที่เดินผ่านปากถ้ำเข้าไป ความเย็นจัดก็โอบล้อมร่างกายเอาไว้ในทันที ทั้งที่ด้านนอกอาจเป็นฤดูร้อน อากาศอบอุ่น หรือแม้แต่แดดแรง แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยผนังน้ำแข็งใสเป็นประกาย ราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในพระราชวังคริสตัลของโลกน้ำแข็ง           ที่นี่ไม่ได้มีแค่ความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจอย่างมาก เพราะน้ำแข็งภายในถ้ำสามารถคงอยู่ได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ละลาย ทั้งที่ตำแหน่งที่ตั้งไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวจัดแบบขั้วโลก ความลึกลับนี้เองที่ทำให้ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางมาเพื่อพิสูจน์ด้วยสายตาของตัวเอง ว่าธรรมชาติสามารถสร้างสิ่งมหัศจรรย์ได้เกินกว่าที่เราจะจินตนาการจริง ๆ

เดินเล่นในโลกอนิเมะ กับถนนมิยาซากิ ฮายาโอะ

เดินเล่นในโลกอนิเมะ กับถนนมิยาซากิ ฮายาโอะ

72

เมื่อถนนธรรมดา กลายเป็นฉากที่ชวนให้นึกถึงอนิเมะในความทรงจำ          มีบางสถานที่ที่แค่ก้าวเท้าเข้าไปก็รู้สึกเหมือนเวลารอบตัวเดินช้าลง ทุกอย่างดูละมุน นุ่มนวล และเต็มไปด้วยความอบอุ่นแบบที่อธิบายไม่ค่อยถูก ถนนอนิเมชั่นมิยา ซากิ ฮายาโอะ ก็เป็นหนึ่งในสถานที่แบบนั้น แม้จะไม่ได้เป็นผลงานที่สร้างโดยสตูดิโอจิบลิโดยตรง แต่บรรยากาศของถนนสายนี้กลับทำให้หลายคนอดนึกถึงโลกในอนิเมะของผู้กำกับระดับตำนานอย่าง ฮายาโอะ มิยาซากิ ไม่ได้ บ้านเรือนที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ร้านค้าเล็ก ๆ ที่ตกแต่งด้วยไม้และดอกไม้ สีสันที่ดูนุ่มตา ตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยรายละเอียด รวมถึงโคมไฟและป้ายร้านที่มีเอกลักษณ์ ทุกองค์ประกอบเมื่อรวมกันแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในฉากของเรื่อง Spirited Away, Kiki's Delivery Service หรือ My Neighbor Totoro จนหลายคนยกให้ที่นี่เป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปที่สวยที่สุด และเป็นจุดหมายของคนที่หลงรักโลกแห่งจินตนาการ

เที่ยววัดผานหลง สัมผัสศิลปะจีนโบราณและความศรัทธาแห่งยูนนาน

เที่ยววัดผานหลง สัมผัสศิลปะจีนโบราณและความศรัทธาแห่งยูนนาน

71

เมื่อก้าวเข้าสู่วัด ความสงบก็เริ่มต้นขึ้น          หากพูดถึงเมืองหมางซื่อ (Mangshi) ในเขตปกครองตนเองชนชาติไทและจิ่งพัว เต๋อหง มณฑลยูนนาน หลายคนอาจนึกถึงธรรมชาติสวยงามและวัฒนธรรมชนเผ่าที่หลากหลาย แต่ยังมีสถานที่อีกแห่งที่นักเดินทางไม่ควรพลาด นั่นก็คือ วัดผานหลง วัดพุทธที่มีความงดงามทั้งด้านสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และบรรยากาศอันเงียบสงบ ซึ่งกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองมานานหลายร้อยปี           วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันของหลายวัฒนธรรม ทั้งจีน ไท และชนกลุ่มน้อยในแถบยูนนาน ทุกมุมของวัดเต็มไปด้วยรายละเอียดที่น่าสนใจ ยิ่งเดินชมก็ยิ่งรู้สึกว่าแต่ละอาคาร แต่ละลวดลาย ล้วนมีเรื่องราวซ่อนอยู่ และแม้จะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาอยู่เสมอ แต่บรรยากาศภายในก็ยังคงความสงบอย่างน่าประทับใจ จนหลายคนเลือกใช้เวลานั่งพัก มองต้นไม้ ฟังเสียงลม และปล่อยใจให้ผ่อนคลายไปพร้อมกับกลิ่นธูปที่ลอยอ่อน ๆ ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของเมืองหมางซื่อ

Impression Lijiang โชว์ที่เล่าเรื่องลี่เจียงผ่านเสียงเพลงและขุนเขา

Impression Lijiang โชว์ที่เล่าเรื่องลี่เจียงผ่านเสียงเพลงและขุนเขา

70

เมื่อภูเขาหิมะคือฉากหลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด          หากพูดถึงเมืองลี่เจียง (Lijiang) หลายคนอาจนึกถึงเมืองโบราณที่เต็มไปด้วยบ้านไม้เก่าแก่ ลำธารที่ไหลผ่านตรอกเล็ก ๆ หรือภูเขาหิมะมังกรหยกที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลสุดสายตา แต่เชื่อหรือไม่ว่า มีอีกหนึ่งสถานที่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตั้งใจเดินทางมาเพียงเพื่อชมการแสดงไม่ถึงสองชั่วโมง เพราะมันไม่ใช่โชว์ที่อาศัยเพียงแสง สี เสียง หรือเทคนิคบนเวที หากแต่เป็นการแสดงที่ใช้ธรรมชาติทั้งผืนเป็นโรงละคร ใช้ภูเขาหิมะเป็นฉาก ใช้ท้องฟ้าเป็นเพดาน และใช้วิถีชีวิตของผู้คนจริง ๆ เป็นเรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาต่อหน้าผู้ชม นั่นก็คือ Impression Lijiang การแสดงกลางแจ้งระดับโลกที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในโชว์ที่ทรงพลังที่สุดของประเทศจีน           ทันทีที่ก้าวเข้าสู่อัฒจันทร์ ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นแทบจะเหมือนทุกคน คือความเงียบ เพราะภาพของภูเขาหิมะมังกรหยกที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลังเวทีนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าจะอธิบายด้วยคำพูด เวทีขนาดมหึมาตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ไม่มีผ้าม่าน ไม่มีหลังคา ไม่มีจอ LED ขนาดยักษ์ ไม่มีเอฟเฟกต์ควันหรือเลเซอร์เหมือนการแสดงสมัยใหม่ แต่กลับทำให้ผู้ชมหลายพันคนเฝ้ามองด้วยสายตาที่แทบไม่กะพริบ บางครั้งสายลมพัดผ่านเวที เสียงเพลงพื้นเมืองค่อย ๆ ดังขึ้น พร้อมกับนักแสดงหลายร้อยคนที่เดินออกมาพร้อมกัน ภาพตรงหน้าทำให้หลายคนรู้ทันทีว่า การแสดงนี้แตกต่างจากทุกโชว์ที่เคยดูมา