Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

สุสานจูเกอเหลียง สถานที่ที่เรื่องราวสามก๊กยังคงอยู่

สุสานจูเกอเหลียง สถานที่ที่เรื่องราวสามก๊กยังคงอยู่

7

เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่ที่ขงเบ้งพักอยู่ตลอดกาล          ถ้าพูดถึง จูเกอเหลียง หรือ ขงเบ้ง หลายคนคงนึกถึงภาพชายสวมชุดยาว ถือพัดขนนก วางแผนศึกอยู่ท่ามกลางเรื่องราวของสามก๊ก แต่เมื่อได้มาเห็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเขาจริง ๆ ความรู้สึกมันต่างออกไปเลย ที่นี่คือ สุสานอู่โหว (武侯墓) สถานที่ฝังร่างของจูเกอเหลียง นายกรัฐมนตรีแห่งจ๊กก๊ก ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาติ้งจวินซาน ในเมืองเหมียนเซี่ยน มณฑลส่านซี พื้นที่แห่งนี้มีทั้งสุสาน ศาลบูชา อาคารโบราณ และต้นไม้เก่าแก่ที่อยู่คู่กับสถานที่มานานหลายร้อยปี เดินเข้ามาแล้วไม่ได้รู้สึกว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องรีบเดินถ่ายรูปแล้วก็ไป แต่จะรู้สึกว่า ที่นี่มีเรื่องราวอยู่ทุกมุม ทั้งป้ายหิน อาคารเก่า ต้นสน ต้นไซปรัส รวมถึงบรรยากาศรอบสุสาน ล้วนพาให้เรานึกย้อนกลับไปถึงยุคสามก๊ก ยุคที่การเมือง การทหาร และการต่อสู้เพื่อแผ่นดินเกิดขึ้นแทบทุกวัน

หุบเขาแห่งคลื่นอิ้งเปียน สัมผัสความมหัศจรรย์ของหินทรายแดงแห่งส่านซี

หุบเขาแห่งคลื่นอิ้งเปียน สัมผัสความมหัศจรรย์ของหินทรายแดงแห่งส่านซี

17

แค่เห็นครั้งแรกก็รู้เลยว่า ที่นี่ไม่ธรรมดา          ถ้าพูดถึงสถานที่แปลกตาในมณฑลส่านซี หลายคนอาจนึกถึงภูเขา เมืองเก่า หรือกำแพงโบราณ แต่ที่จิ้งเปียนกลับมีสถานที่หนึ่งที่หน้าตาแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน นั่นคือ หุบเขาแห่งคลื่นอิ้งเปียน หรือ波浪谷 ที่นี่เต็มไปด้วยหินทรายสีแดงส้มที่เรียงตัวเป็นชั้น ๆ บางช่วงโค้งไปมา บางช่วงเป็นแนวคลื่นต่อเนื่องกันยาวเหมือนพื้นดินกำลังเคลื่อนไหว ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ก็ยิ่งเห็นรายละเอียดของชั้นหินชัดขึ้น ทั้งเส้นโค้ง ร่องลึก และลวดลายบนผิวหินที่ไม่ซ้ำกัน จุดเด่นของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่สีแดงของภูเขา แต่คือ ลวดลายที่เกิดขึ้นบนผืนดิน ยิ่งมีแสงแดดส่องลงมาตามมุมต่าง ๆ สีของหินก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่แดงเข้ม ส้ม น้ำตาล ไปจนถึงสีทอง ทำให้มุมเดิมที่มองเมื่อครู่ พอเดินไปอีกไม่กี่ก้าวกลับดูต่างออกไปอีกแบบ นี่คือเสน่ห์ของหุบเขาแห่งคลื่นอิ้งเปียน ที่ต้องมาเห็นด้วยตัวเองจริง ๆ

ตามรอยเหอมู่ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายกลางเทือกเขาอัลไต

ตามรอยเหอมู่ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายกลางเทือกเขาอัลไต

26

 ที่นี่ไม่ได้มีแค่ภูเขาสวย แต่มีเรื่องราวของผู้คน          ถ้าใครกำลังเที่ยวซินเจียง แล้วอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองใหญ่ มาเจอที่ที่ชีวิตดูช้าลงแบบจริง ๆ หมู่บ้านเหอมู่ หรือ Hemu Village (禾木村) เป็นอีกที่ที่น่าแวะมาก หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้อยู่ท่ามกลางเทือกเขาอัลไต ทางตอนเหนือของซินเจียง ใกล้กับเขตคานาสือ รอบ ๆ เป็นทั้งป่าเขา ทุ่งหญ้า และแม่น้ำเหอมู่ที่ไหลผ่านพื้นที่ ทำให้เวลาเดินอยู่ในหมู่บ้าน เราจะไม่ได้รู้สึกว่ากำลังมาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่รู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าไปในชุมชนที่ผู้คนยังใช้ชีวิตกันอยู่จริง ๆ เสน่ห์ของเหอมู่ อยู่ที่ความเรียบง่ายนี่แหละ บ้านไม้หลังเล็ก ๆ เรียงกระจายอยู่ตามแนวหุบเขา ควันบาง ๆ ลอยออกจากปล่องไฟในช่วงอากาศเย็น เสียงน้ำไหลผ่านหมู่บ้าน แล้วไกลออกไปก็เป็นแนวภูเขาที่ทอดยาวจนสุดสายตา บางครั้งแค่ยืนมองวิวเงียบ ๆ ก็รู้สึกว่าเดินทางมาไกลแล้วมันคุ้มจริง ๆ

สัมผัสวัฒนธรรมทิเบต ผ่านเรื่องราวในพิพิธภัณฑ์ชิงไห่

สัมผัสวัฒนธรรมทิเบต ผ่านเรื่องราวในพิพิธภัณฑ์ชิงไห่

35

เมื่อวัฒนธรรมเก่า ถูกเล่าด้วยวิธีคิดแบบใหม่          ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวซีหนิง แล้วอยากรู้จักวัฒนธรรมทิเบตให้มากกว่าการเดินชมวัดหรือสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป ลองแวะมาที่ พิพิธภัณฑ์นวัตกรรมทิเบตชิงหนิง กันสักครั้ง ที่นี่น่าสนใจตรงที่ไม่ได้เล่าเรื่องวัฒนธรรมแบบเดิม ๆ ที่เดินเข้าไปแล้วเจอตู้กระจกเรียงกันยาว ๆ แต่พยายามเอาเรื่องราวของผู้คน ความเชื่อ ศิลปะ ภูมิปัญญา และวิถีชีวิต มานำเสนอผ่านพื้นที่จัดแสดงที่ผสมทั้งของจริง เทคโนโลยี และสื่อมัลติมีเดีย เดินไปเรื่อย ๆ จะรู้สึกว่า เรื่องเก่าก็เล่าให้น่าสนใจได้เหมือนกัน และนี่แหละคือเสน่ห์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

เซียนหนี่ว์ซาน อุทยานภูเขานางฟ้า แห่งเมืองฉงชิ่ง

เซียนหนี่ว์ซาน อุทยานภูเขานางฟ้า แห่งเมืองฉงชิ่ง

51

ภูเขาสูง ทุ่งหญ้ากว้าง และป่าสนที่เปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาล          ถ้ามาเที่ยวฉงชิ่งแล้วอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองที่เต็มไปด้วยตึก ถนน และผู้คน ลองขึ้นมาทางเขตอู่หลง แล้วมาที่ อุทยานภูเขานางฟ้า หรือ เซียนหนี่ว์ซาน (仙女山) ดูสักครั้ง ที่นี่บรรยากาศต่างจากฉงชิ่งในเมืองอย่างชัดเจน จากถนนที่คึกคัก ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแนวภูเขา ป่าไม้ และพื้นที่สีเขียวกว้าง ๆ พอขึ้นมาถึงบริเวณอุทยาน อากาศเย็นลงอย่างรู้สึกได้ โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือช่วงที่มีหมอก บรรยากาศจะเงียบและสบายมากขึ้น เซียนหนี่ว์ซานตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำอูเจียง ในเขตอู่หลงของนครฉงชิ่ง อยู่ในแนวเทือกเขาอู่หลิง และพื้นที่ของอุทยานมีทั้งป่าไม้ ทุ่งหญ้าบนภูเขา และภูมิประเทศแบบคาสต์ที่เป็นลักษณะเด่นของอู่หลง ที่นี่ไม่ได้มีแค่ภูเขา แต่มีพื้นที่ให้เราเดินเล่นแบบไม่ต้องรีบด้วย

ฉาข่า ทะเลสาบเกลือที่ใครมาเที่ยวชิงไห่ก็อยากแวะ

ฉาข่า ทะเลสาบเกลือที่ใครมาเที่ยวชิงไห่ก็อยากแวะ

47

ที่นี่ไม่ได้มีแค่น้ำ แต่มีผืนเกลือที่กว้างจนต้องหยุดมอง          ถ้าเดินทางมาเที่ยวแถบซีหนิงในมณฑลชิงไห่ อีกหนึ่งสถานที่ที่หลายคนอยากแวะมาสัมผัสด้วยตัวเอง ก็คือ ทะเลสาบเกลือฉาข่า หรือ Chaka Salt Lake ทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่ท่ามกลางพื้นที่สูงของที่ราบสูงชิงไห่–ทิเบต จุดเด่นของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่คำว่า “ทะเลสาบ” แต่คือผืนเกลือสีขาวที่ทอดยาวออกไปไกลสุดสายตา พอมีน้ำบาง ๆ ปกคลุมอยู่บนพื้นเกลือ แสงแดดก็สะท้อนขึ้นมาเป็นประกาย ทำให้เวลายืนอยู่ตรงนั้นรู้สึกได้เลยว่า บรรยากาศมันต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไปจริง ๆ ช่วงที่อากาศดี ท้องฟ้าสะท้อนลงบนผิวน้ำ ส่วนพื้นด้านล่างก็เต็มไปด้วยผลึกเกลือ เดินไปเรื่อย ๆ แล้วจะเห็นว่ามุมของทะเลสาบเปลี่ยนตลอดเวลา ยิ่งช่วงเช้าหรือช่วงใกล้เย็น แสงจะช่วยให้บรรยากาศดูนุ่มและสวยขึ้นอีกแบบ ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่ต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง

เตาเผาโบราณแห่งจิงเต๋อเจิ้น จากดินและไฟ สู่ตำนานเครื่องลายครามจีน

เตาเผาโบราณแห่งจิงเต๋อเจิ้น จากดินและไฟ สู่ตำนานเครื่องลายครามจีน

47

เมืองนี้ไม่ได้มีดีแค่เครื่องลายคราม           ถ้าพูดถึงจิงเต๋อเจิ้น หลายคนคงนึกถึงเครื่องลายครามสีขาวสวย ๆ ลวดลายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์ของจีน แต่ถ้าได้ลองเดินเข้าไปดูพื้นที่เตาเผาเก่า จะรู้เลยว่าเบื้องหลังของของสวย ๆ เหล่านั้น มีเรื่องราวอีกเยอะมาก เตาเผาโบราณไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับเผาเครื่องปั้นดินเผา แต่เป็นหลักฐานที่บอกว่าคนในเมืองนี้ใช้ชีวิตอยู่กับดิน น้ำ ไฟ และงานฝีมือมานานแค่ไหน เดินไปตามพื้นที่เก่า ๆ บางจุดยังเห็นโครงสร้างของเตาและร่องรอยการทำงานของช่างในอดีต ยิ่งมองใกล้ ๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ ต้องอาศัยทั้งฝีมือ ประสบการณ์ และความอดทนอย่างมาก ที่นี่คือหนึ่งในหัวใจสำคัญของจิงเต๋อเจิ้น

คานาสือ สัมผัสความงามแห่งเทือกเขาอัลไต

คานาสือ สัมผัสความงามแห่งเทือกเขาอัลไต

52

คานาสือ แค่ชื่อก็รู้สึกว่าไกลแล้ว          ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจีน หลายคนอาจนึกถึงจางเจียเจี้ย หรือจิ่วจ้ายโกวกันก่อน แต่ทางตอนเหนือของเขตซินเจียง ยังมีสถานที่หนึ่งที่บรรยากาศต่างออกไปมาก นั่นคือ อุทยานแห่งชาติคานาสือ ที่นี่ไม่ได้มีแค่ภูเขากับทะเลสาบ แต่เป็นพื้นที่กว้างใหญ่ที่ธรรมชาติยังดูเต็ม ๆ ทั้งป่าสน ภูเขาสูง ทุ่งหญ้า และแม่น้ำที่ไหลผ่านหุบเขา ยิ่งถ้าไปในช่วงฤดูใบไม้ร่วง สีของต้นไม้จะเปลี่ยนไปทั่วทั้งหุบเขา มองไปทางไหนก็มีทั้งสีเขียว เหลือง ส้ม และแดงปะปนกัน คานาสืออยู่ไกลจากเมืองใหญ่พอสมควร การเดินทางอาจใช้เวลา แต่พอไปถึงแล้วจะเข้าใจเลยว่า ทำไมคนถึงยอมเดินทางมาไกลขนาดนี้

ตามรอยประวัติศาสตร์จีนที่บ้านโบราณประธานเหมา

ตามรอยประวัติศาสตร์จีนที่บ้านโบราณประธานเหมา

49

บ้านธรรมดาที่ไม่ได้ธรรมดา           ถ้าได้เดินทางมาเที่ยวเมืองเส้าซาน มณฑลหูหนาน สถานที่หนึ่งที่หลายคนตั้งใจแวะมาก็คือ บ้านเกิดของประธานเหมา เจ๋อตง บ้านโบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่ชนบทและภูเขาเขียว ๆ รอบด้าน มองครั้งแรก บ้านก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลย เป็นบ้านแบบชนบทจีนดั้งเดิม ตัวบ้านสร้างด้วยอิฐและไม้ หลังคามุงกระเบื้อง มีลานเล็ก ๆ อยู่ด้านหน้า รอบบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้และพื้นที่สีเขียว แต่สิ่งที่ทำให้บ้านหลังนี้มีความหมาย ไม่ใช่ความใหญ่หรือความสวยของตัวบ้านครับ มันคือเรื่องราวของคนคนหนึ่งที่เกิดและเติบโตอยู่ที่นี่ ก่อนจะกลายเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งของประวัติศาสตร์จีน พอได้ยืนอยู่ตรงบริเวณบ้าน แล้วลองนึกย้อนกลับไปว่าเมื่อกว่าร้อยปีก่อน ที่ตรงนี้ยังเป็นเพียงบ้านของครอบครัวชาวชนบทธรรมดา ความรู้สึกมันจะต่างออกไปทันที เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ได้เล่าเรื่องผ่านคำพูดอย่างเดียว แต่หลายอย่างยังถูกเก็บรักษาเอาไว้ให้เห็นด้วยตา

เทียนจื่อซาน เสาหินสูงตระหง่านแห่งหยวนเจียเจี้ย

เทียนจื่อซาน เสาหินสูงตระหง่านแห่งหยวนเจียเจี้ย

54

เทียนจื่อซาน จุดชมวิวชื่อดังของหยวนเจียเจี้ย         ถ้าพูดถึงการมาเที่ยว หยวนเจียเจี้ย หลายคนคงนึกถึงภูเขาหินทรายสูง ๆ ที่ตั้งเรียงกันเป็นแนวยาว แต่ถ้าได้ขึ้นมาถึง เทียนจื่อซาน จริง ๆ จะรู้เลยว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่ภาพสวย ๆ ให้ถ่ายรูป เพราะพอเดินไปตามจุดชมวิวแล้วมองออกไปด้านหน้า เสาหินแต่ละแท่งตั้งสูงขึ้นมาจากหุบเขา บางช่วงมีหมอกลอยผ่าน บางช่วงเห็นภูเขาซ้อนกันไกลสุดสายตา ยิ่งยืนดูนาน ๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่าธรรมชาติใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะสร้างพื้นที่แบบนี้ขึ้นมาได้ และที่น่าสนใจคือ เทียนจื่อซานไม่ได้เป็นภูเขาลูกเดียวโดด ๆ แต่เป็นพื้นที่ภูเขาและหน้าผาขนาดใหญ่ที่มีลักษณะภูมิประเทศโดดเด่นมาก จนกลายเป็นหนึ่งในจุดสำคัญของการเที่ยวอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย

แกรนด์แคนย่อนยูฉาโกว หุบเขาธรรมชาติสุดโดดเด่นแห่งมณฑลส่านซี

แกรนด์แคนย่อนยูฉาโกว หุบเขาธรรมชาติสุดโดดเด่นแห่งมณฑลส่านซี

59

แค่เห็นภาพก็อยากไปยืนอยู่ตรงนั้น          ถ้าพูดถึงสถานที่ธรรมชาติในจีน หลายคนอาจนึกถึงภูเขาสูง ทะเลสาบ หรือหน้าผาชื่อดัง แต่ที่ แกรนด์แคนย่อนยูฉาโกว กลับมีเสน่ห์อีกแบบ เป็นพื้นที่ที่โดดเด่นด้วยหน้าผาและร่องหุบเขาขนาดใหญ่ ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของธรรมชาติมาเป็นเวลานาน พอเดินเข้าไปตามเส้นทาง จะเห็นผนังหินทอดยาวอยู่สองข้าง สีของหินเปลี่ยนไปตามแสงและสภาพอากาศ บางช่วงออกแดงเข้ม บางช่วงเป็นน้ำตาลอมส้ม ยิ่งช่วงที่แสงตกกระทบหน้าผา รายละเอียดของชั้นหินจะยิ่งชัดขึ้นมาแบบที่ยืนดูได้นานโดยไม่รู้ตัว สถานที่แบบนี้ไม่ได้ต้องมีอะไรเยอะเลย แค่ภูเขา หิน ทางเดิน และเสียงลม ก็ทำให้รู้สึกได้ว่าธรรมชาติใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะสร้างพื้นที่หนึ่งขึ้นมา

วัดไคฟู ฉางซา จากวัดเก่าในอดีตสู่สถานที่สำคัญของเมือง

วัดไคฟู ฉางซา จากวัดเก่าในอดีตสู่สถานที่สำคัญของเมือง

63

แวะเข้าวัดสักครั้ง แล้วจะเข้าใจฉางซาอีกมุมหนึ่ง            ถ้ามาเที่ยวฉางซา แล้วอยากหาที่เดินช้า ๆ สักแห่ง วัดไคฟู หรือ วัดไคฝู (Kaifu Temple / 开福寺) เป็นอีกสถานที่ที่น่าแวะมากครับ ที่นี่ไม่ได้มีแค่เรื่องของความเก่าแก่ แต่พอเดินผ่านประตูเข้าไป บรรยากาศรอบตัวจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากความวุ่นวายของเมือง กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนเดินกันเงียบลง พูดคุยกันเบา ๆ บางคนมาสักการะพระ บางคนมาขอพร บางคนก็แค่อยากมานั่งพักใจ สิ่งที่น่าสนใจคือวัดแห่งนี้ยังมีผู้คนเข้ามาอยู่เรื่อย ๆ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เก็บเรื่องราวในอดีต แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนในฉางซาจนถึงทุกวันนี้

ฟูหรงเจิ้น เมืองโบราณที่มีน้ำตกไหลผ่านกลางเมือง

ฟูหรงเจิ้น เมืองโบราณที่มีน้ำตกไหลผ่านกลางเมือง

56

          ถ้าพูดถึงเมืองเก่าในมณฑลหูหนานที่มีบรรยากาศโดดเด่นมาก ๆ ชื่อของ ฟูหรงเจิ้น (芙蓉镇) ต้องติดอยู่ในลิสต์แน่นอน เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่บ้านไม้เก่า ถนนหิน หรือร้านค้าเรียงรายกันเท่านั้น แต่ยังมี น้ำตกฟูหรง ที่ไหลผ่านกลางเมืองลงสู่เบื้องล่าง จนกลายเป็นภาพที่ทำให้คนมาเยือนต้องหยุดมองอยู่พักหนึ่ง ช่วงกลางวันก็เดินเล่นได้เรื่อย ๆ เดินตามตรอกเล็ก ๆ ดูบ้านเรือนเก่า แวะซื้อของกิน แล้วค่อย ๆ เดินไปตามทางที่มองเห็นสายน้ำตกอยู่ไม่ไกล แต่พอตกเย็นบรรยากาศก็เปลี่ยนไปอีกแบบ แสงไฟตามบ้านและร้านค้าค่อย ๆ เปิดขึ้น สะท้อนกับสายน้ำ เสียงน้ำตกดังอยู่ตลอดเวลา เป็นความรู้สึกที่ไม่ได้หวือหวา แต่มีเสน่ห์แบบค่อย ๆ ซึมเข้าไป

ประตูสวรรค์เทียนเหมินซาน เสน่ห์ภูเขาสูงแห่งจางเจียเจี้ย

ประตูสวรรค์เทียนเหมินซาน เสน่ห์ภูเขาสูงแห่งจางเจียเจี้ย

59

จุดหมายที่แค่เห็นภาพก็อยากไป          ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นภาพจำของเมืองจางเจียเจี้ย หนึ่งในนั้นต้องมี ประตูสวรรค์เทียนเหมินซาน อยู่ด้วยแน่นอน เพราะนี่ไม่ใช่แค่ช่องเขาขนาดใหญ่ที่อยู่บนภูเขาสูง แต่เป็นจุดที่ทำให้คนเดินทางรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติแบบเต็มตา มองจากด้านล่างขึ้นไป จะเห็นช่องเขาขนาดมหึมาเปิดอยู่กลางหน้าผา ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงชันและแนวหินที่ถูกธรรมชาติสร้างขึ้นมานานนับพันปี ยิ่งถ้าวันไหนมีหมอกลอยผ่านช่องเขา ภาพตรงหน้าจะยิ่งดูแปลกตา จนหลายคนยืนมองอยู่นานโดยไม่รู้ตัว และที่สำคัญ การเดินทางมาถึงจุดนี้ไม่ได้มีแค่การถ่ายรูปแล้วกลับ เพราะระหว่างทางยังมีทั้งกระเช้าลอยฟ้า ถนนคดเคี้ยว 99 โค้ง และบันได 999 ขั้น ซึ่งแต่ละช่วงก็ให้อารมณ์ต่างกันไป

วั่งเซียนกู่ หมู่บ้านริมผา เสน่ห์แห่งหุบเขาเจียงซี

วั่งเซียนกู่ หมู่บ้านริมผา เสน่ห์แห่งหุบเขาเจียงซี

55

แค่เดินเข้าไป ก็รู้เลยว่าที่นี่ไม่ธรรมดา          มีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่แห่งหนึ่งในมณฑลเจียงซี ประเทศจีน ที่แค่เห็นภาพก็สะดุดตาแล้ว แต่พอได้มาเดินจริง ๆ กลับรู้สึกว่าภาพถ่ายเก็บรายละเอียดของที่นี่ได้ไม่หมดเลย นั่นคือ “วั่งเซียนกู่” (Wangxian Valley / 望仙谷) หรือที่หลายคนเรียกกันว่า “หุบเขาเทวดา” ที่นี่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและหน้าผาสูง บ้านเรือนถูกสร้างลดหลั่นไปตามแนวเขา มีทางเดินไม้ทอดผ่านหุบเขา สะพานแขวนพาดข้ามลำธาร และอาคารที่พักเกาะอยู่ตามหน้าผา มองไปทางไหนก็มีทั้งภูเขา หินผา น้ำตก และสายน้ำอยู่รวมกันในพื้นที่เดียว ที่น่าสนใจคือ วั่งเซียนกู่ไม่ได้มีแค่จุดถ่ายรูปสวย ๆ แต่เป็นสถานที่ที่ออกแบบพื้นที่ให้กลมกลืนไปกับภูมิประเทศ เดินไปเรื่อย ๆ จะเจอมุมใหม่ตลอด บางช่วงเป็นทางเดินเลียบหน้าผา บางช่วงต้องข้ามสะพาน บางช่วงก็ได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่ด้านล่าง ทำให้การเที่ยวที่นี่มีความรู้สึกเหมือนกำลังค่อย ๆ สำรวจหุบเขาไปทีละส่วน

ปี้เผิงโกว ดินแดนภูเขาหิมะกลางเสฉวน

ปี้เผิงโกว ดินแดนภูเขาหิมะกลางเสฉวน

66

เมื่อปี้เผิงโกวเข้าสู่ฤดูหนาว          ถ้าใครชอบภูเขา ชอบอากาศเย็น ๆ และอยากเห็นธรรมชาติในอีกมุมหนึ่งของจีน ต้องลองรู้จัก ปี้เผิงโกว (毕棚沟) ในฤดูหนาวกันสักครั้ง ช่วงหน้าหนาวที่นี่อุณหภูมิลดลงจนพื้นที่บนภูเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาว ต้นไม้บางส่วนมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามกิ่ง ทะเลสาบและลำธารบางจุดกลายเป็นน้ำแข็ง พอเดินทางเข้าไปลึกขึ้นเรื่อย ๆ ภาพรอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนจากภูเขาสีเขียวที่เราเห็นในฤดูอื่น กลายเป็นภูเขาสูงที่มีหิมะเกาะอยู่ตามสันเขา ดูนิ่งและสงบมาก บรรยากาศแบบนี้แหละที่ทำให้ปี้เผิงโกวหน้าหนาวมีเสน่ห์ คนที่มาไม่ได้รีบเดินเที่ยวกันเท่าไร หลายคนแค่ยืนมองภูเขา ถ่ายรูป แล้วก็ปล่อยตัวเองอยู่กับอากาศเย็น ๆ ตรงนั้นสักพัก