Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

โรงเบียร์ชิงเต่า โรงเบียร์เก่าในเมืองริมทะเล ที่ยังหายใจอยู่ในประวัติศาสตร์

โรงเบียร์ชิงเต่า โรงเบียร์เก่าในเมืองริมทะเล ที่ยังหายใจอยู่ในประวัติศาสตร์

7

ที่บางแห่งไม่ได้ให้เราแค่ “ดู” แต่ให้เรา “เข้าไปอยู่ในเรื่องราว”          เวลาพูดถึงการเที่ยวโรงเบียร์ หลายคนอาจนึกถึงแค่การชิม ดื่ม เดินถ่ายรูป แล้วก็จบไปแบบนั้น แต่โครงเบียร์ชิงเต่าไม่ใช่แบบนั้นเลย มันเป็นสถานที่ที่พอเดินเข้าไปแล้ว ความรู้สึกจะเปลี่ยนทันทีแบบไม่ต้องมีใครอธิบายเพิ่ม เหมือนเรากำลังเดินจากโลกปัจจุบัน เข้าไปในอีกช่วงเวลาหนึ่งที่ยังไม่ยอมเลือนหายไปไหน ตึกอิฐแดง เครื่องจักรเหล็กเก่า กลิ่นหมักเบา ๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ ทุกอย่างมันไม่ใช่การจัดฉาก แต่มันคือของจริงที่ยังถูกใช้งาน ถูกเก็บรักษา และยังคงเล่าเรื่องของตัวเองอยู่ทุกวัน ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงอยู่กับชื่อเดียวคือ Tsingtao Brewery โรงเบียร์ที่ไม่ได้เป็นแค่ผู้ผลิตเบียร์ แต่เป็นเหมือน “โครงกระดูกของเมือง” ที่พยุงประวัติศาสตร์ของชิงเต่าเอาไว้โดยที่คนอาจไม่ทันสังเกต

มองโกเลียน้อยฮุ่ยเจ๋อ ดินแดนทุ่งหญ้าสีเขียวกลางยูนนาน

มองโกเลียน้อยฮุ่ยเจ๋อ ดินแดนทุ่งหญ้าสีเขียวกลางยูนนาน

12

เมื่อยูนนานมีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ราวกับมองโกเลีย          หลายคนที่เดินทางไปมณฑลยูนนาน มักนึกถึงภูเขาหิมะ เมืองโบราณ หรือทะเลสาบสีฟ้าสวย แต่มีอีกหนึ่งสถานที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนต้องประหลาดใจ เพราะภาพตรงหน้าดูแตกต่างจากยูนนานที่คุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง นั่นก็คือ "ภูเขาทุ่งหญ้าแห่งมองโกเลียน้อย ฮุ่ยเจ๋อ" ดินแดนแห่งทุ่งหญ้าสีเขียวที่ทอดยาวสุดสายตา ราวกับหลุดเข้าไปอยู่บนที่ราบกว้างใหญ่ของมองโกเลีย ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่แห่งนี้ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความโล่งกว้างของธรรมชาติ ท้องฟ้าสีครามตัดกับแนวภูเขาสลับซับซ้อน และทุ่งหญ้าที่พลิ้วไหวตามแรงลม สร้างบรรยากาศที่สงบจนแทบลืมความวุ่นวายของชีวิตประจำวันไปเสียหมด บางช่วงของวัน แสงแดดอ่อนๆ สาดลงบนผืนหญ้าจนเกิดเฉดสีเขียวทองสวยงาม ขณะที่ฝูงม้าและวัวกำลังเล็มหญ้าอย่างอิสระ ภาพทั้งหมดรวมกันกลายเป็นทิวทัศน์ที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในสถานที่ธรรมชาติที่งดงามที่สุดของเมืองฮุ่ยเจ๋อ ที่นี่ไม่ได้มีเพียงความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน จึงทำให้ทุกมุมของภูเขาแห่งนี้มีเสน่ห์และเรื่องราวซ่อนอยู่เสมอ

เมื่อธรรมชาติแต่งแต้มผืนน้ำเป็นสีคราม ทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงิน

เมื่อธรรมชาติแต่งแต้มผืนน้ำเป็นสีคราม ทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงิน

18

          บางครั้งการเดินทางก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้เห็นสถานที่สักแห่งที่สวยจนทำให้เรานิ่งไปชั่วขณะ และทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงินก็เป็นหนึ่งในสถานที่แบบนั้น ทันทีที่ได้เห็นผืนน้ำสีฟ้าอมเขียวทอดยาวอยู่ท่ามกลางขุนเขา ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคือความสงสัยว่านี่คือภาพจริงหรือภาพวาดกันแน่ สีของน้ำดูสดใสจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ยิ่งเมื่อมีแสงแดดตกกระทบลงบนผิวน้ำ สีสันที่ปรากฏยิ่งดูเปล่งประกายราวกับอัญมณีเม็ดใหญ่ที่ถูกซ่อนเอาไว้กลางหุบเขา          ทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงิน หรือ Blue Moon Valley เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองลี่เจียง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน และเป็นจุดหมายที่นักเดินทางจำนวนมากปักหมุดเอาไว้ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง เพราะต่างอยากมาพิสูจน์ด้วยตาตัวเองว่าความงดงามที่เห็นในภาพถ่ายนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และเมื่อได้มายืนอยู่ตรงหน้า คำตอบที่ได้รับมักเหมือนกันเสมอ นั่นคือของจริงสวยกว่าภาพถ่ายหลายเท่า

ชิงเต่า เมืองชายทะเลฟีลยุโรปที่สวยเกินคาดในประเทศจีน

ชิงเต่า เมืองชายทะเลฟีลยุโรปที่สวยเกินคาดในประเทศจีน

28

เมืองที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น          เมื่อพูดถึงประเทศจีน ภาพที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นมหานครขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า ผู้คนจำนวนมาก และความทันสมัยที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่หากมีโอกาสได้เดินทางมาที่ "ชิงเต่า" เมืองชายฝั่งทะเลทางตะวันออกของจีน คุณอาจได้เห็นอีกมุมหนึ่งของประเทศที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ชิงเต่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง ไม่ว่าจะเป็นถนนที่ทอดยาวเลียบทะเล อาคารหลังคาสีแดงที่เรียงรายอยู่ตามเนินเขา ลมทะเลที่พัดผ่านตลอดวัน หรือบรรยากาศสบายๆ ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก          หลายคนถึงกับบอกว่า หากไม่ได้เห็นป้ายภาษาจีน หรือไม่ได้ยินผู้คนพูดภาษาจีนรอบตัว อาจเผลอคิดว่ากำลังเดินอยู่ในเมืองชายทะเลแห่งหนึ่งของยุโรป เพราะทุกอย่างรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมตะวันตกที่ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมจีนได้อย่างลงตัว นี่คือเมืองที่ไม่ได้โดดเด่นเพียงเพราะความสวยงามของทะเล แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเสน่ห์ที่ค่อยๆ ทำให้ผู้มาเยือนหลงรักโดยไม่รู้ตัว

จงซูเก๋อ ดินแดนมหัศจรรย์ของคนรักหนังสือที่ต้องไปสักครั้ง

จงซูเก๋อ ดินแดนมหัศจรรย์ของคนรักหนังสือที่ต้องไปสักครั้ง

34

เมื่อร้านหนังสือไม่ใช่แค่ร้านหนังสือ         ถ้าพูดถึงร้านหนังสือ หลายคนอาจนึกถึงชั้นวางหนังสือเรียงราย โต๊ะอ่านหนังสือเงียบๆ และบรรยากาศที่ชวนให้ใช้เวลาช้าๆ แต่เมื่อได้ก้าวเข้าไปใน "ร้านหนังสือจงซูเก๋อ" ความรู้สึกนั้นกลับเปลี่ยนไปทันที ที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่ขายหนังสือ แต่เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะ สถาปัตยกรรม และจินตนาการเข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าทึ่ง ทุกมุมถูกออกแบบให้เหมือนฉากในภาพยนตร์แฟนตาซี บางแห่งดูราวกับอุโมงค์แห่งกาลเวลา บางแห่งเหมือนห้องสมุดลอยอยู่ในโลกแห่งความฝัน จนทำให้หลายคนตั้งใจมาเยือนแม้ไม่ได้คิดจะซื้อหนังสือเลยก็ตาม

วิหารลอยฟ้าเสวี่ยนคงซื่อ มหัศจรรย์แห่งศรัทธาที่เกาะอยู่บนหน้าผามานานกว่าพันปี

วิหารลอยฟ้าเสวี่ยนคงซื่อ มหัศจรรย์แห่งศรัทธาที่เกาะอยู่บนหน้าผามานานกว่าพันปี

39

เมื่อมนุษย์สร้างวัดไว้ในที่ที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้          บนโลกใบนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่สวยงาม แต่มีเพียงไม่กี่แห่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกทั้งทึ่ง ตื่นเต้น และอดตั้งคำถามไม่ได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นภาพ วิหารลอยฟ้าเสวี่ยนคงซื่อ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ "วัดแขวน" คือหนึ่งในสถานที่เหล่านั้น ลองจินตนาการถึงอาคารไม้โบราณที่ถูกสร้างติดอยู่บนหน้าผาสูงชันหลายสิบเมตร เบื้องล่างคือหุบเขาลึก ส่วนเบื้องบนคือผาหินขนาดมหึมาที่โอบล้อมตัววิหารเอาไว้ ภาพที่เห็นราวกับว่าสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดกำลังลอยอยู่กลางอากาศอย่างไม่น่าเชื่อ ความรู้สึกแรกของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักไม่ต่างกันนัก หลายคนเงยหน้ามองแล้วเผลออุทานออกมาว่า "สร้างไปได้อย่างไร" ขณะที่บางคนยืนมองอยู่พักใหญ่เพื่อซึมซับความมหัศจรรย์ตรงหน้า เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหน วิหารแห่งนี้ก็ยังคงดูเหมือนท้าทายกฎของธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าความสวยงาม คือความจริงที่ว่าสถานที่แห่งนี้ยืนหยัดอยู่บนหน้าผามานานกว่าหนึ่งพันห้าร้อยปี ผ่านทั้งลม ฝน หิมะ สงคราม และกาลเวลา จนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีน

โรงละครหอคอยไข่มุก แลนด์มาร์กริมทะเลสุดสวยแห่งจูไห่

โรงละครหอคอยไข่มุก แลนด์มาร์กริมทะเลสุดสวยแห่งจูไห่

37

อาคารที่มองเพียงครั้งเดียวก็จดจำได้ไม่ลืม          หากมีโอกาสเดินทางมาถึงเมืองจูไห่ เมืองชายฝั่งที่ได้ชื่อว่าสวยงามและน่าอยู่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน เชื่อว่าหลายคนจะต้องสะดุดตากับอาคารขนาดใหญ่รูปทรงแปลกตาที่ตั้งโดดเด่นอยู่ริมทะเล ราวกับไข่มุกเม็ดมหึมาสองเม็ดกำลังเปล่งประกายอยู่ท่ามกลางผืนน้ำสีคราม อาคารแห่งนั้นก็คือ “โรงละครหอคอยไข่มุก” หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อโรงละครโอเปร่าจูไห่ หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่กลายเป็นภาพจำของเมืองไปแล้ว ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้ไม่ได้อยู่แค่ความสวยงามของตัวอาคารเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม ศิลปะ และการแสดงที่สำคัญของเมืองอีกด้วย จึงไม่แปลกเลยที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากจะเลือกปักหมุดที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องมาเยือนเมื่อเดินทางมาถึงจูไห่

อุทยานน้ำพุร้อนเถิงชง มหัศจรรย์แห่งไออุ่นจากใต้พิภพ ดินแดนที่ธรรมชาติยังมีลมหายใจ

อุทยานน้ำพุร้อนเถิงชง มหัศจรรย์แห่งไออุ่นจากใต้พิภพ ดินแดนที่ธรรมชาติยังมีลมหายใจ

33

เมื่อผืนดินเล่าเรื่องราวผ่านไอน้ำสีขาว          หากพูดถึงเมืองเถิงชง (Tengchong) ในมณฑลยูนนานของประเทศจีน หลายคนอาจนึกถึงเมืองเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยภูเขา ป่าไม้ และอากาศบริสุทธิ์ แต่สิ่งที่ทำให้เมืองแห่งนี้โดดเด่นจนได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองแห่งน้ำพุร้อนของจีน" คือแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพขนาดใหญ่ที่ยังคงทำงานอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ อุทยานน้ำพุร้อนเถิงชงเป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสพลังของธรรมชาติอย่างใกล้ชิดที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศจีน ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในอุทยาน นักท่องเที่ยวจะสังเกตเห็นไอน้ำสีขาวลอยขึ้นจากพื้นดินเป็นสายๆ ราวกับหมอกธรรมชาติที่ไม่มีวันจางหาย เสียงน้ำเดือดจากบ่อน้ำร้อนดังแว่วมาตามสายลม บางจุดสามารถมองเห็นฟองอากาศผุดขึ้นจากผิวน้ำอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าพลังงานใต้ผืนโลกยังคงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ความพิเศษของที่นี่ไม่ใช่เพียงความสวยงามทางธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างโลก ธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาที่เกิดขึ้นมายาวนานนับล้านปี ทุกก้าวที่เดินภายในอุทยานจึงเหมือนกำลังเดินอยู่บนหน้าประวัติศาสตร์ของโลกที่ยังมีชีวิต

ซากปรักหักพังของมหาวิหารเซนต์พอล โบสถ์พระแม่แห่งพระเจ้า สัญลักษณ์แห่งมาเก๊าที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือน

ซากปรักหักพังของมหาวิหารเซนต์พอล โบสถ์พระแม่แห่งพระเจ้า สัญลักษณ์แห่งมาเก๊าที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือน

50

กำแพงหินเพียงด้านเดียวที่คนทั้งโลกจดจำ          ท่ามกลางอาคารสมัยใหม่ คาสิโนขนาดใหญ่ และความคึกคักของเมืองมาเก๊า มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ยังคงยืนหยัดอยู่เหนือกาลเวลา ราวกับเป็นผู้เฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงของเมืองมานานหลายร้อยปี นั่นคือ "ซากปรักหักพังของมหาวิหารเซนต์พอล" หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ Ruins of St. Paul's หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของมาเก๊า สิ่งที่น่าสนใจคือ มหาวิหารแห่งนี้ไม่ได้หลงเหลืออยู่ในสภาพสมบูรณ์เหมือนโบสถ์ชื่อดังแห่งอื่นของโลก แต่กลับเหลือเพียงผนังด้านหน้าขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดบันไดหินเท่านั้น ทว่าซากอาคารเพียงส่วนเดียวนี้กลับกลายเป็นภาพจำของทั้งเมือง และเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนต้องแวะมาเยือนสักครั้ง เมื่อเดินขึ้นบันไดหินทีละขั้น พร้อมมองเห็นกำแพงหินแกะสลักอันงดงามอยู่เบื้องหน้า ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่ยุคที่มาเก๊าเป็นเมืองท่าการค้าสำคัญของโลก เป็นช่วงเวลาที่วัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกหลอมรวมกันจนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ใด สถานที่แห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงซากอาคารเก่าแก่ แต่เป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต และยังคงเล่าเรื่องราวให้ผู้คนรุ่นหลังได้รับรู้จนถึงทุกวันนี้

น้ำตกหูโข่ว มหัศจรรย์แห่งแม่น้ำเหลือง เสียงคำรามของสายน้ำที่สะท้อนพลังแห่งธรรมชาติ

น้ำตกหูโข่ว มหัศจรรย์แห่งแม่น้ำเหลือง เสียงคำรามของสายน้ำที่สะท้อนพลังแห่งธรรมชาติ

49

เมื่อแม่น้ำเหลืองเผยพลังที่แท้จริง          หากพูดถึงแม่น้ำที่มีความสำคัญต่อประเทศจีนมากที่สุด ชื่อของ "แม่น้ำเหลือง" หรือหวงเหอ คงเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะแม่น้ำสายนี้เปรียบเสมือนต้นกำเนิดอารยธรรมจีน เป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงผู้คนมาหลายพันปี และเป็นพยานของเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์นับไม่ถ้วน แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ก็คือ บนเส้นทางอันยาวไกลของแม่น้ำเหลืองนั้น มีสถานที่แห่งหนึ่งที่สามารถแสดงพลังของสายน้ำออกมาได้อย่างน่าตื่นตะลึงที่สุด สถานที่นั้นก็คือ "น้ำตกหูโข่ว" ที่นี่ไม่ใช่น้ำตกที่สูงเสียดฟ้าเหมือนน้ำตกชื่อดังในหลายประเทศ และไม่ได้ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าดิบเขียวชอุ่มเหมือนภาพจำของน้ำตกทั่วไป แต่กลับมีเสน่ห์ในแบบที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะสิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นคือมวลน้ำมหาศาลสีเหลืองทองของแม่น้ำหวงเหอ ที่ไหลพุ่งผ่านช่องเขาแคบ ๆ ก่อนจะตกลงสู่เบื้องล่างด้วยพลังอันรุนแรง เสียงน้ำกระทบโขดหินดังก้องไปทั่วหุบเขา ละอองน้ำลอยฟุ้งขึ้นสู่ท้องฟ้า และแรงสั่นสะเทือนจากกระแสน้ำทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่ต่อหน้าพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ นี่คือเหตุผลที่น้ำตกหูโข่วได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของจีน และเป็นจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางจำนวนมากใฝ่ฝันจะมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง

เกาะกู่หลางหยู มนต์เสน่ห์แห่งเกาะดนตรีและสถาปัตยกรรมกลางทะเลเซี่ยเหมิน

เกาะกู่หลางหยู มนต์เสน่ห์แห่งเกาะดนตรีและสถาปัตยกรรมกลางทะเลเซี่ยเหมิน

44

เกาะเล็กๆ ที่ทำให้ผู้คนหลงรักตั้งแต่ก้าวแรก          หากพูดถึงเมืองเซี่ยเหมิน หลายคนอาจนึกถึงเมืองชายทะเลที่สวยงามและทันสมัยทางตอนใต้ของจีน แต่ห่างจากชายฝั่งออกไปเพียงไม่กี่นาทีด้วยเรือเฟอร์รี่ ยังมีเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ซ่อนเสน่ห์เอาไว้อย่างน่าประทับใจ นั่นคือ “เกาะกู่หลางหยู” จุดหมายปลายทางที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีบรรยากาศโรแมนติกและมีเอกลักษณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน ทันทีที่เรือเทียบท่า ความรู้สึกแรกที่หลายคนสัมผัสได้คือความแตกต่างจากเมืองใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างชัดเจน บนเกาะแห่งนี้แทบไม่มีเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ ไม่มีความวุ่นวายของการจราจร มีเพียงเสียงคลื่นทะเล เสียงลมพัดผ่านต้นไม้ และเสียงดนตรีที่ลอยมาตามตรอกซอกซอยราวกับเป็นเพลงประกอบของเกาะทั้งเกาะ กู่หลางหยูไม่ได้โดดเด่นเพราะความยิ่งใหญ่ แต่โดดเด่นเพราะบรรยากาศที่หาได้ยากในโลกยุคปัจจุบัน เป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้คนอยากเก็บโทรศัพท์ลงสักพัก แล้วใช้เวลาค่อยๆ เดินสำรวจเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในทุกมุมถนน

สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ท่ามกลางป่าเขา น้ำตก และสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง

สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ท่ามกลางป่าเขา น้ำตก และสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง

62

เมื่อธรรมชาติเปิดประตูต้อนรับนักเดินทางบางครั้งการเดินทางที่น่าประทับใจที่สุด ไม่ได้เกิดจากเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงสีหรือสถาปัตยกรรมอันหรูหรา แต่เกิดจากสถานที่ที่ทำให้เราได้หยุดมอง หยุดฟัง และใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง "อุทยานกวนเหมินชาน" คือหนึ่งในสถานที่แบบนั้น ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่อุทยาน ความรู้สึกแรกที่หลายคนสัมผัสได้คือความกว้างใหญ่ของผืนป่าและแนวเทือกเขาที่ทอดยาวสุดสายตา ภูเขาสูงสลับซับซ้อนรายล้อมอยู่รอบตัว ลำธารใสไหลคดเคี้ยวผ่านหุบเขา เสียงน้ำตกดังแว่วมาจากระยะไกล ส่วนอากาศก็สดชื่นจนรู้สึกได้ตั้งแต่ลมหายใจแรก ที่นี่เปรียบเสมือนโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยความสงบ และเป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง อุทยานทั้งแห่งจะถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง สีส้ม และสีทองจากใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี กลายเป็นภาพที่สวยงามจนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้แดงที่ดีที่สุดของประเทศจีน หลายคนอาจเคยเห็นภาพของกวนเหมินชานผ่านหน้าจอโทรศัพท์หรือในโซเชียลมีเดีย แต่เมื่อได้มายืนอยู่ตรงหน้า ได้เห็นภูเขาสีแดงทองทอดยาวอยู่รอบตัวจริง ๆ จึงจะเข้าใจว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ทุกปี

ล่องเรือชมความงามหินงอกหินย้อยแห่งถ้ำน้ำเปิ่นซี มหัศจรรย์โลกใต้พิภพที่ธรรมชาติสร้างสรรค์นับล้านปี

ล่องเรือชมความงามหินงอกหินย้อยแห่งถ้ำน้ำเปิ่นซี มหัศจรรย์โลกใต้พิภพที่ธรรมชาติสร้างสรรค์นับล้านปี

64

เปิดประตูสู่โลกใต้ดินอันน่าอัศจรรย์           หากมีสถานที่สักแห่งที่สามารถทำให้เรารู้สึกราวกับกำลังเดินทางหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่งได้จริง ๆ ถ้ำน้ำเปิ่นซี คือหนึ่งในสถานที่นั้นอย่างไม่ต้องสงสัย หลายคนอาจเคยเห็นภาพภูเขาสูง ทะเลสาบกว้าง หรือทุ่งหญ้าสีทองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่เมื่อได้มีโอกาสล่องเรือเข้าไปภายในถ้ำน้ำเปิ่นซี ความรู้สึกที่ได้รับกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะนี่คือการเดินทางสู่โลกใต้พิภพที่ถูกซ่อนอยู่ภายในภูเขามาเป็นเวลาหลายล้านปี            ทันทีที่เรือค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่ปากถ้ำ แสงสว่างจากภายนอกเริ่มเลือนหายไปทีละน้อย ความเย็นสบายภายในถ้ำเข้ามาแทนที่อากาศด้านนอก เสียงน้ำกระทบตัวเรือเบา ๆ ดังสะท้อนไปทั่วโพรงถ้ำ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบจนสามารถได้ยินเสียงหยดน้ำที่ตกลงจากเพดานหินเป็นระยะ ๆ ความรู้สึกในตอนนั้นเหมือนกำลังออกสำรวจดินแดนลับที่ถูกซ่อนเอาไว้ใต้พื้นโลก และยิ่งเรือแล่นลึกเข้าไปมากเท่าไร ความตื่นตาตื่นใจก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น

ป่าแปะก๊วยเฉิงตู ดินแดนสีทองแห่งฤดูใบไม้ร่วง

ป่าแปะก๊วยเฉิงตู ดินแดนสีทองแห่งฤดูใบไม้ร่วง

50

           เมื่อฤดูใบไม้ร่วงเดินทางมาถึงเฉิงตู เมืองเอกของมณฑลเสฉวนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตอันเรียบง่าย ก็จะมีสถานที่แห่งหนึ่งที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นโลกสีทองอันงดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด นั่นคือ "ป่าแปะก๊วยเฉิงตู" จุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างเฝ้ารอคอยตลอดทั้งปี เพื่อมาสัมผัสช่วงเวลาที่ธรรมชาติกำลังเผยความงดงามออกมาอย่างเต็มที่            ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่แห่งนี้ ภาพของต้นแปะก๊วยนับพันต้นที่ยืนเรียงรายอยู่ท่ามกลางอากาศเย็นสบายของฤดูใบไม้ร่วง จะทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง โลกที่เต็มไปด้วยเฉดสีเหลืองทองอันอบอุ่น สวยงาม และเงียบสงบในแบบที่ภาพถ่ายไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกได้ทั้งหมด ยิ่งเมื่อสายลมพัดผ่าน ใบไม้สีทองค่อยๆ ปลิวร่วงลงจากกิ่งก้านอย่างช้าๆ ก็ยิ่งสร้างบรรยากาศโรแมนติกจนทำให้หลายคนต้องหยุดเดินและใช้เวลาชื่นชมความงดงามตรงหน้าให้นานที่สุด

วัดผู่ถัวซาน เซินเจิ้น ดินแดนแห่งพระโพธิสัตว์กวนอิมกลางเมืองทันสมัย

วัดผู่ถัวซาน เซินเจิ้น ดินแดนแห่งพระโพธิสัตว์กวนอิมกลางเมืองทันสมัย

48

เมื่อความวุ่นวายของเมืองใหญ่ หยุดลงที่เสียงระฆังแห่งศรัทธา          หากพูดถึงเมืองเซินเจิ้น หลายคนอาจนึกถึงตึกระฟ้า เทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือเมืองเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน แต่ท่ามกลางความทันสมัยเหล่านั้น ยังมีสถานที่แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยความสงบและแรงศรัทธา เป็นเหมือนพื้นที่ให้ผู้คนได้พักใจจากความเร่งรีบของชีวิต นั่นก็คือ “วัดผู่ถัวซาน เซินเจิ้น” ทันทีที่ก้าวเข้าสู่บริเวณวัด บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เสียงรถยนต์และความวุ่นวายจากภายนอกค่อย ๆ เลือนหาย เหลือเพียงกลิ่นธูปอ่อน ๆ เสียงลมพัดผ่านต้นไม้ และผู้คนที่เดินเข้ามาสักการะด้วยความเคารพ ความรู้สึกสงบที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เพียงเพราะสถาปัตยกรรมอันงดงามเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังแห่งศรัทธาที่สั่งสมอยู่ในสถานที่แห่งนี้มาอย่างยาวนาน

อุทยานปี้เผิงโกว มหัศจรรย์หุบเขาแห่งสีสัน สวรรค์ธรรมชาติกลางขุนเขาเสฉวน

อุทยานปี้เผิงโกว มหัศจรรย์หุบเขาแห่งสีสัน สวรรค์ธรรมชาติกลางขุนเขาเสฉวน

56

          หากมีใครสักคนถามว่า "ในประเทศจีนมีสถานที่ไหนที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในภาพวาด ชื่อของ "อุทยานปี้เผิงโกว" คงเป็นหนึ่งในคำตอบแรก ๆ ที่หลายคนอยากแนะนำ ที่นี่เป็นสถานที่ที่ธรรมชาติรังสรรค์ทุกอย่างไว้อย่างลงตัว ทั้งภูเขาหิมะสูงตระหง่าน ป่าสนเขียวขจี ทะเลสาบสีฟ้าใสราวคริสตัล และหุบเขาที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล จนได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งในอุทยานธรรมชาติที่สวยที่สุดของมณฑลเสฉวน ความพิเศษของปี้เผิงโกวไม่ได้อยู่ที่ความอลังการเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อได้ยืนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ มองยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวตัดกับท้องฟ้าสีคราม สูดอากาศเย็นบริสุทธิ์เข้าปอด แล้วปล่อยให้ความวุ่นวายทั้งหมดค่อย ๆ เลือนหายไป หลายคนเดินทางมาที่นี่เพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี บางคนมาเพื่อสัมผัสหิมะแรกของปี ขณะที่อีกหลายคนเลือกมาเพียงเพราะอยากเห็นด้วยตาตัวเอง จะสวยงามเพียงใด และแทบทุกคนต่างกลับออกไปพร้อมความประทับใจที่ยากจะลืม