Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

PARK 1903 จากสถาปัตยกรรมยุโรปสู่แลนด์มาร์กแห่งยูนนาน

PARK 1903 จากสถาปัตยกรรมยุโรปสู่แลนด์มาร์กแห่งยูนนาน

12

อีกหนึ่งมุมของเมืองที่เดินเล่นได้เพลินกว่าที่คิด           ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองคุนหมิง หลายคนอาจนึกถึงธรรมชาติ ภูเขา ทะเลสาบ หรือสถานที่เก่าแก่ที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ แต่จริง ๆ แล้วเมืองนี้ยังมีอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือ PARK 1903 แหล่งท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์ที่ออกแบบพื้นที่ได้อย่างมีเอกลักษณ์ มีทั้งสถาปัตยกรรมสวย ๆ ร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ และมุมพักผ่อนที่เดินได้แบบไม่รู้สึกเบื่อ สิ่งที่ทำให้ PARK 1903 แตกต่างจากศูนย์การค้าทั่วไป คือบรรยากาศของสถานที่ที่ให้ความรู้สึกคลาสสิก มีรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่ชวนให้หยุดมอง ตั้งแต่ตัวอาคาร ทางเดิน ไปจนถึงพื้นที่ส่วนกลาง ทุกมุมถูกจัดวางให้มีความน่าสนใจ ใครที่ชอบถ่ายรูปหรือชอบเดินเที่ยวแบบค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศ น่าจะถูกใจที่นี่ได้ไม่ยาก

เทียนเสี้ยตี้อี้เฉียว สะพานหินที่เชื่อมสองยอดเขาเหนือหุบเหวลึก

เทียนเสี้ยตี้อี้เฉียว สะพานหินที่เชื่อมสองยอดเขาเหนือหุบเหวลึก

16

สะพานหินที่ธรรมชาติสร้างขึ้นโดยไม่ต้องมีใครออกแบบ          ถ้าพูดถึงจางเจียเจี้ย หลายคนคงนึกถึงภาพภูเขาหินรูปร่างแปลกตาที่ตั้งเรียงรายอยู่ท่ามกลางหุบเขา แต่ภายในอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย ยังมีอีกหนึ่งจุดชมวิวที่โดดเด่นและไม่ควรพลาด นั่นก็คือ เทียนเสี้ยตี้อี้เฉียว (天下第一桥) หรือที่รู้จักกันในชื่อ สะพานหนึ่งในใต้หล้า สะพานหินธรรมชาติที่มีลักษณะพิเศษตรงที่มียอดเขาหินสองฝั่งเชื่อมต่อกันด้วยแผ่นหินขนาดใหญ่ กลายเป็นสะพานที่ทอดตัวอยู่เหนือหุบเหวลึกอย่างน่าทึ่ง สิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้น่าสนใจ ไม่ใช่แค่ความสูงหรือรูปร่างของสะพานเท่านั้น แต่เป็นการที่ทุกอย่างเกิดขึ้นจากกระบวนการทางธรรมชาติ ไม่มีการก่อสร้าง ไม่มีโครงสร้างเหล็กมารองรับ มีเพียงชั้นหินที่ผ่านการกัดเซาะและเปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลายาวนาน จนกลายเป็นสะพานที่ผู้คนเดินทางมาชมจากทั่วทุกมุมโลก

ทะเลสาบว่านเฟิงหลิง ผืนน้ำที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขานับพัน

ทะเลสาบว่านเฟิงหลิง ผืนน้ำที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขานับพัน

19

เมื่อภูเขาไม่ได้อยู่แค่บนพื้นดิน          ถ้าใครกำลังมองหาสถานที่เที่ยวในกุ้ยโจวที่ไม่ได้มีแค่ภูเขาสวย ๆ ให้ยืนถ่ายรูป แต่เป็นที่ที่เราได้นั่งเรือออกไปกลางน้ำแล้วค่อย ๆ มองภูเขาที่ทอดตัวเรียงกันอยู่รอบด้าน ทะเลสาบว่านเฟิง หรือ “ว่านเฟิงหู” ในเมืองซิงอี้ น่าจะเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่อยากให้ลองปักหมุดเอาไว้ เพราะบรรยากาศของที่นี่ต่างจากการเที่ยวภูเขาทั่วไปมาก โดยเฉพาะเวลาที่เรือค่อย ๆ เคลื่อนผ่านผืนน้ำแล้วเห็นยอดเขาหินปูนโผล่ขึ้นมาตามแนวทะเลสาบ มองไปทางไหนก็มีทั้งน้ำ ภูเขา และแนวป่าสีเขียวต่อเนื่องกันไปจนแทบไม่รู้ว่าปลายสายตาอยู่ตรงไหน          ที่สำคัญคือทะเลสาบแห่งนี้ไม่ได้เป็นทะเลสาบธรรมชาติธรรมดา แต่เกิดขึ้นจากการกักเก็บน้ำของโครงการเขื่อนเทียนเซิงเฉียวบนแม่น้ำหนานผาน ทำให้พื้นที่หุบเขาเดิมถูกน้ำท่วมและกลายเป็นผืนน้ำขนาดใหญ่ ส่วนยอดเขาหินปูนที่เคยตั้งอยู่บนผืนดินก็ยังคงโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ จนเกิดเป็นภาพภูเขาที่ดูเหมือนกำลังลอยอยู่กลางทะเลสาบ ซึ่งนี่แหละคือเสน่ห์ที่ทำให้ว่านเฟิงหลิงมีบรรยากาศแตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในกุ้ยโจวอย่างชัดเจน

โบสถ์เซนต์ไมเคิล จุดเช็กอินสุดคลาสสิกแห่งชิงเต่า

โบสถ์เซนต์ไมเคิล จุดเช็กอินสุดคลาสสิกแห่งชิงเต่า

32

แค่เดินมาเห็น ก็รู้เลยว่าอาคารนี้ไม่ธรรมดา          ถ้าเดินเที่ยวในย่านเมืองเก่าชิงเต่า แล้วเห็นอาคารหลังใหญ่ที่มีหอคอยคู่สูงเด่นขึ้นมาเหนือหลังคาบ้าน สิ่งแรกที่หลายคนน่าจะทำเหมือนกันก็คือหยุดมอง แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป เพราะ โบสถ์คริสต์เซนต์ไมเคิล (St. Michael’s Cathedral) เป็นอาคารที่มีรูปลักษณ์โดดเด่นมาก โดยเฉพาะหอคอยสองฝั่งที่สูงประมาณ 56 เมตร และไม้กางเขนขนาดใหญ่ที่อยู่บนยอด ทำให้มองเห็นได้จากหลายมุมของย่านเมืองเก่าชิงเต่า          แต่ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยของอาคาร เพราะพอรู้เรื่องราวเบื้องหลังแล้วจะยิ่งรู้สึกว่า โบสถ์แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองชิงเต่าที่ผ่านทั้งช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง การสงคราม และการฟื้นฟูมาไม่น้อยเลย

ภูเขาหมื่นยอด เสน่ห์ธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ในมณฑลกุ้ยโจว

ภูเขาหมื่นยอด เสน่ห์ธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ในมณฑลกุ้ยโจว

53

แค่เห็นครั้งแรกก็รู้ว่าที่นี่ไม่ธรรมดา           ถ้าพูดถึงภูเขา หลายคนอาจนึกถึงยอดเขาสูงใหญ่ลูกเดียว หรือแนวเทือกเขาที่ทอดยาวสุดสายตา แต่ที่ ภูเขาหมื่นยอด หรือว่านเฟิงหลิน (万峰林) ในเมืองซิงอี้ มณฑลกุ้ยโจว ภาพที่เห็นกลับต่างออกไป เพราะตรงหน้าคือยอดเขาหินปูนรูปทรงแหลมจำนวนมหาศาลที่เรียงชิดกันแน่นจนดูคล้ายผืนป่า ทั้งพื้นที่กว้างเต็มไปด้วยภูเขา ทุ่งนา แม่น้ำ และหมู่บ้านของชาวปู้ยีที่กระจายอยู่ตามหุบเขา          มองไกลๆ จะรู้สึกว่าภูเขาไม่ได้ตั้งอยู่โดดเดี่ยว แต่แต่ละลูกเหมือนกำลังต่อกันเป็นเรื่องราวเดียวกัน ยิ่งถ้ามองจากจุดสูง ภาพของยอดเขาที่เรียงตัวลงไปจนสุดสายตา แล้วมีทุ่งนาและสายน้ำคั่นอยู่ตรงกลาง มันเป็นวิวที่ทำให้เราเผลอหยุดดูอยู่นานๆ แบบไม่ต้องมีอะไรหวือหวาเลย

ซากุระนับแสนต้น เสน่ห์ที่ทำให้ผิงป้ากลายเป็นจุดหมายในฝัน

ซากุระนับแสนต้น เสน่ห์ที่ทำให้ผิงป้ากลายเป็นจุดหมายในฝัน

43

เมื่อฤดูใบไม้ผลิเปลี่ยนผืนดินทั้งผืนให้กลายเป็นสีขาวและชมพู          ถ้าพูดถึงสถานที่ชมซากุระในประเทศจีน หลายคนอาจนึกถึงเมืองดัง ๆ หรือสวนที่มีต้นซากุระเรียงรายอยู่ตามทางเดิน แต่สวนซากุระผิงป้าในมณฑลกุ้ยโจวให้ความรู้สึกต่างออกไป เพราะที่นี่ไม่ได้มีต้นซากุระอยู่แค่ไม่กี่ร้อยหรือไม่กี่พันต้น แต่เป็นพื้นที่กว้างใหญ่ที่มองไปทางไหนก็เจอแนวต้นไม้ต่อเนื่องกันไปไกลสุดสายตา พอถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิ สีเขียวของต้นไม้จะค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยสีขาวและสีชมพู บางช่วงมองเห็นดอกไม้เต็มสองข้างทาง บางจุดมีต้นซากุระอยู่ท่ามกลางภูเขาและผืนน้ำของทะเลสาบหงเฟิง ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่าที่นี่ไม่ได้มีดีแค่การมาถ่ายรูป แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้เราอยากเดินช้าลง แล้วใช้เวลามองสิ่งรอบตัวให้นานขึ้น

เมืองโบราณชิงเหยียน เมืองเก่ากว่า 600 ปีที่ซ่อนเรื่องราวไว้ทุกตรอก

เมืองโบราณชิงเหยียน เมืองเก่ากว่า 600 ปีที่ซ่อนเรื่องราวไว้ทุกตรอก

42

เมืองเก่าที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวย          ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวกุ้ยหยางในมณฑลกุ้ยโจว อีกสถานที่หนึ่งที่อยากให้ลองเผื่อเวลาไว้สักหน่อย คือ เมืองโบราณชิงเหยียน (Qingyan Ancient Town) เมืองเก่าที่มีประวัติยาวนานกว่า 600 ปี และตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองกุ้ยหยาง พอเดินผ่านประตูเมืองเข้ามา สิ่งแรกที่รู้สึกได้เลยคือถนนหินที่ทอดยาวไปตามตรอกเล็ก ๆ บ้านเรือนเก่า กำแพงหิน ประตูไม้ และหลังคากระเบื้องที่เรียงตัวกันแน่น บางช่วงก็มีร้านขายของพื้นเมือง บางช่วงเงียบลงจนได้ยินแค่เสียงคนเดินผ่านไปมา ที่นี่ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเรามาเดินดูอาคารเก่าอย่างเดียว แต่หลายมุมยังทำให้รู้สึกได้ว่า เมืองแห่งนี้เคยมีคนใช้ชีวิต ทำมาค้าขาย เดินทางผ่าน และมีเรื่องราวเกิดขึ้นจริงตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา

หยุนตี้อัน คาเฟ่วิวภูเขาหิมะมังกรหยก จุดเช็กอินสุดประทับใจแห่งลี่เจียง

หยุนตี้อัน คาเฟ่วิวภูเขาหิมะมังกรหยก จุดเช็กอินสุดประทับใจแห่งลี่เจียง

66

          ถ้าพูดถึงเมืองลี่เจียง หลายคนคงนึกถึงเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนแบบจีนดั้งเดิม ถนนหินที่เดินเล่นได้เพลิน ๆ และวิวภูเขาหิมะมังกรหยกที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกล ๆ แต่รู้ไหมว่านอกจากสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแล้ว ที่นี่ยังมีคาเฟ่บรรยากาศดีที่กลายเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอีกด้วย หนึ่งในนั้นก็คือ หยุนตี้อัน (Yun Ti Yang) คาเฟ่ที่ไม่ได้มีดีแค่เครื่องดื่ม แต่ยังมีมุมถ่ายรูปที่ทำให้เราได้เก็บภาพความทรงจำของลี่เจียงกลับไปอย่างเต็มอิ่ม          สิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้น่าสนใจ คือการนำบรรยากาศของอาคารสไตล์บ้านเก่ามาผสมผสานกับธรรมชาติรอบตัว เมื่อมองออกไปก็เห็นภูเขาหิมะมังกรหยกเป็นฉากหลัง ยิ่งในวันที่ท้องฟ้าเปิดและมองเห็นยอดเขาได้ชัด ภาพตรงหน้าก็ยิ่งน่าประทับใจ ใครที่ชอบเที่ยวแบบไม่ต้องเร่งรีบ อยากนั่งจิบกาแฟ พักขาจากการเดินเที่ยว และถ่ายรูปสวย ๆ ไปพร้อมกัน ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่น่าแวะมา

กว๋อจื่อโกว หุบเขาแห่งสายลมและเส้นทางโบราณ

กว๋อจื่อโกว หุบเขาแห่งสายลมและเส้นทางโบราณ

74

          ถ้าพูดถึงซินเจียง หลายคนอาจนึกถึงทะเลทราย ภูเขาสูง หรือทุ่งหญ้ากว้าง ๆ แต่ระหว่างเส้นทางที่มุ่งหน้าเข้าสู่เขตอีหลี่ ยังมีสถานที่หนึ่งที่อยากให้ลองชะลอความเร็วลงสักหน่อย นั่นคือ หุบเขากว๋อจื่อโกว (果子沟) หุบเขายาวประมาณ 28 กิโลเมตรที่ทอดตัวอยู่ท่ามกลางเทือกเขาเทียนซาน และเป็นเส้นทางสำคัญเชื่อมพื้นที่ทางตอนเหนือเข้ากับหุบเขาอีหลี่          ตอนขับรถเข้าไป สิ่งที่เห็นก่อนเลยคือภูเขาสูงสลับซับซ้อน ป่าสนเขียวแน่น ลำธารที่ไหลอยู่เบื้องล่าง และถนนที่ค่อย ๆ เลี้ยวไปตามแนวเขา บางช่วงมองออกไปแล้วรู้สึกว่าเส้นทางนี้ยาวไม่มีที่สิ้นสุด แต่จริง ๆ แล้วทุกโค้งของถนนกำลังพาเราเข้าไปสัมผัสพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าถนนสมัยใหม่ที่เห็นอยู่ตรงหน้า และนั่นแหละคือเสน่ห์ของกว๋อจื่อโกว เพราะที่นี่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องวิว แต่ยังเป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญของการเดินทางผ่านเทือกเขาเทียนซานมาตั้งแต่อดีต

เบียร์หุ้น ไอเดียสุดสนุกที่เปลี่ยนการดื่มเบียร์ให้เหมือนเล่นตลาดหุ้น

เบียร์หุ้น ไอเดียสุดสนุกที่เปลี่ยนการดื่มเบียร์ให้เหมือนเล่นตลาดหุ้น

89

          ถ้าไปเที่ยวจีนแล้วเดินเล่นอยู่ดี ๆ แล้วเจอจอขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยตัวเลข ราคาที่กำลังขยับขึ้นลง และมีเบียร์หลายชนิดเรียงกันอยู่ด้านล่าง อย่าเพิ่งคิดว่าเดินหลงเข้าตลาดหุ้นนะ เพราะนี่คือ “เบียร์หุ้น” ไอเดียการขายเบียร์ที่เอาความสนุกของตลาดหุ้นมารวมเข้ากับการดื่มแบบสด ๆ ได้อย่างลงตัว ความสนุกมันเริ่มตั้งแต่ยังไม่ได้ยกแก้วขึ้นดื่ม เพราะเราต้องยืนดูจอก่อนว่าเบียร์รสไหนกำลังราคาลง รสไหนกำลังเป็นที่นิยม แล้วบางครั้งตัวที่กำลังราคาดี ๆ อยู่ พอคนแห่กดกันเยอะ ราคาก็ขยับขึ้นตามความต้องการ ทำให้การเลือกเบียร์ธรรมดา ๆ กลายเป็นเรื่องที่ต้องลุ้นกันนิดหนึ่งว่า “เอาตัวไหนดีวะตอนนี้” นี่แหละที่ทำให้เบียร์หุ้นน่าสนใจ เพราะคนไม่ได้มาแค่ดื่ม แต่หลายคนมายืนดูจอ ถ่ายรูป ถ่ายคลิป แล้วคุยกันว่าเบียร์ตัวไหนกำลังขึ้น เบียร์ตัวไหนกำลังลง ก่อนจะตัดสินใจกดแก้วของตัวเอง

หมู่บ้านม้งซีเจียง บ้านไม้บนภูเขากับเสน่ห์ที่ต้องไปสัมผัส

หมู่บ้านม้งซีเจียง บ้านไม้บนภูเขากับเสน่ห์ที่ต้องไปสัมผัส

89

หมู่บ้านที่แค่เดินเข้าไปก็รู้สึกได้ถึงความต่าง          ถ้าพูดถึงหมู่บ้านชนเผ่าที่มีชื่อเสียงของมณฑลกุ้ยโจว หลายคนน่าจะเคยเห็นภาพบ้านไม้หลังเล็ก ๆ ที่เรียงตัวอยู่เต็มภูเขา และหนึ่งในสถานที่ที่โดดเด่นมากก็คือ หมู่บ้านม้งซีเจียง หรือซีเจียงเฉียนหูเหมียวจ้าย ที่ตั้งอยู่ในเขตเหลยซานของมณฑลกุ้ยโจว ท่ามกลางภูเขาและหุบเขาที่ทอดตัวต่อเนื่องกันไป โดยมีบ้านเรือนไม้ของชาวม้งหรือชาวเหมียวตั้งลดหลั่นขึ้นไปตามเนินเขาจำนวนมาก จนกลายเป็นภาพที่พอมองจากระยะไกลแล้วต้องหยุดดูอยู่พักหนึ่ง เพราะหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านไม่ได้อยู่แค่บนพื้นราบ แต่ค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปตามภูเขาอย่างเป็นธรรมชาติ พอได้เดินเข้าไปจริง ๆ ความน่าสนใจของที่นี่ไม่ได้มีแค่บ้านสวย ๆ ให้ถ่ายรูป แต่เป็นบรรยากาศของชุมชนที่ยังเห็นร่องรอยวิถีชีวิตของชาวม้งอยู่รอบตัว ทั้งบ้านไม้ ทางเดินเล็ก ๆ ร้านค้าท้องถิ่น เครื่องแต่งกาย งานฝีมือ เสียงพูดคุยของผู้คน และแม่น้ำไป๋สุ่ยที่ไหลผ่านกลางหมู่บ้าน ทำให้การเดินเที่ยวที่นี่มีความรู้สึกต่างจากการไปเที่ยวเมืองท่องเที่ยวทั่วไป เพราะระหว่างทางเราจะได้เห็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและชีวิตของผู้คนไปพร้อม ๆ กัน

หอคอยเจียซิ่ว แลนด์มาร์กเก่าแก่กว่า 400 ปีแห่งเมืองกุ้ยหยาง

หอคอยเจียซิ่ว แลนด์มาร์กเก่าแก่กว่า 400 ปีแห่งเมืองกุ้ยหยาง

90

          ถ้าใครเดินทางมาเที่ยวเมืองกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจว แล้วอยากเห็นสถานที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของเมืองนี้ได้ในมุมที่มากกว่าแค่ความสวยงาม บอกเลยว่า “หอคอยเจียซิ่ว” หรือ Jiaxiu Tower เป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาด เพราะตัวหอคอยตั้งอยู่กลางแม่น้ำหนานหมิง ท่ามกลางบรรยากาศของเมืองเก่าและเมืองสมัยใหม่ที่อยู่รอบ ๆ กันอย่างลงตัว ยิ่งเดินเข้าใกล้แล้วมองตัวอาคารที่ตั้งอยู่บนโขดหินกลางน้ำ ก็จะรู้สึกได้ทันทีว่าสถานที่แห่งนี้มีเรื่องราวอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ไม่ใช่แค่หอคอยสวย ๆ สำหรับถ่ายรูปเท่านั้น แต่เป็นสถานที่ที่อยู่กับเมืองกุ้ยหยางมายาวนานหลายร้อยปี และผ่านทั้งช่วงเวลาที่เมืองเปลี่ยนแปลงไปมากมายช่วงกลางวันบรรยากาศจะค่อนข้างสบาย ๆ สามารถเดินชมสะพาน ชมสายน้ำ และมองรายละเอียดของอาคารโบราณได้แบบใกล้ ๆ แต่ถ้ามาช่วงเย็นจนถึงค่ำ บรรยากาศจะเปลี่ยนไปอีกแบบ เพราะแสงไฟค่อย ๆ เปิดขึ้นตามตัวหอคอยและสะพานฟู่อวี้ ก่อนจะสะท้อนลงบนผิวน้ำของแม่น้ำหนานหมิง กลายเป็นอีกมุมหนึ่งของกุ้ยหยางที่ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยมาก โดยเฉพาะช่วงที่ท้องฟ้าเริ่มมืดแต่แสงเมืองยังไม่มืดสนิท เป็นช่วงที่เดินเล่นเพลิน ๆ ได้เลยค่ะ

โค้งแม่น้ำเหลือง ณ อ่าวเฉียนคุน

โค้งแม่น้ำเหลือง ณ อ่าวเฉียนคุน

104

          ถ้าพูดถึงแม่น้ำเหลือง หลายคนอาจนึกถึงสายน้ำกว้าง ๆ ที่ไหลผ่านแผ่นดินจีนอย่างยิ่งใหญ่ แต่พอได้มาเห็น “อ่าวเฉียนคุน” ด้วยตาตัวเอง ความรู้สึกมันต่างออกไป เพราะตรงนี้แม่น้ำไม่ได้ไหลเป็นเส้นตรง แต่ค่อย ๆ โค้งตัวเป็นวงกว้าง โอบภูเขาและหน้าผาเอาไว้จนเกิดเป็นภาพที่ดูแปลกตาและน่าจดจำมาก          แม่น้ำสีเหลืองที่ไหลผ่านหุบเขาแห่งนี้ ค่อย ๆ เปลี่ยนทิศทางจนเกิดเป็นโค้งขนาดใหญ่ ล้อมพื้นที่โดยรอบเอาไว้ และเมื่อมองจากจุดชมวิวด้านบน จะเห็นทั้งสายน้ำ ภูเขา และพื้นที่โดยรอบต่อเนื่องกันไปสุดสายตา เป็นภาพที่ทำให้รู้สึกว่าแม่น้ำสายนี้ไม่ได้เป็นแค่ทางน้ำที่ไหลผ่าน แต่กำลังเล่าเรื่องราวของผืนดินที่ผ่านเวลามานานมาก          ที่นี่เลยเป็นอีกหนึ่งมุมของแม่น้ำเหลืองที่น่าแวะมาเห็นสักครั้ง โดยเฉพาะคนที่ชอบวิวธรรมชาติแบบกว้าง ๆ ชอบภูเขา ชอบแม่น้ำ และชอบยืนดูอะไรเงียบ ๆ แล้วปล่อยให้ภาพตรงหน้าค่อย ๆ เล่าเรื่องของมันเอง

เฟิงหลินปู้อี้ เมืองวัฒนธรรมปู้ยี่ที่ยิ่งตกหลุมรักเมื่อไฟเริ่มส่องแสง

เฟิงหลินปู้อี้ เมืองวัฒนธรรมปู้ยี่ที่ยิ่งตกหลุมรักเมื่อไฟเริ่มส่องแสง

81

          ถ้ามาเที่ยวกุ้ยโจวแล้วกำลังมองหาสถานที่ที่ได้ทั้งวิวภูเขา บ้านไม้สวย ๆ วัฒนธรรมท้องถิ่น และบรรยากาศเดินเล่นแบบสบาย ๆ เมืองโบราณเฟิงหลินปู้อี้ หรือ Fenglin Buyi Scenic Area เป็นอีกที่ที่น่าสนใจมาก เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่บ้านโบราณเรียงกันให้ถ่ายรูป แต่จัดบรรยากาศให้เราได้ค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ ดู และค่อย ๆ ซึมซับเรื่องราวของชาวปู้ยี่ไปทีละนิด           ตัวเมืองตั้งอยู่บริเวณเมืองซิงอี้ มณฑลกุ้ยโจว รายล้อมด้วยภูเขาหินปูนและภูมิประเทศแบบคาสต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ ทำให้เวลาเดินอยู่ในเมืองจะเห็นทั้งบ้านไม้ หลังคากระเบื้อง สะพาน ทางเดินริมน้ำ และแนวภูเขาอยู่ในภาพเดียวกัน          ช่วงกลางวันก็เดินเที่ยวได้เรื่อย ๆ ถ่ายรูปได้หลายมุม แต่ถ้าอยากเห็นอีกบรรยากาศหนึ่งจริง ๆ ต้องลองอยู่จนถึงช่วงเย็น เพราะพอไฟเริ่มเปิด อาคารต่าง ๆ ริมน้ำจะค่อย ๆ สว่างขึ้น บรรยากาศจากเมืองที่ดูเรียบ ๆ ตอนกลางวันก็เปลี่ยนเป็นอีกแบบทันที

วัดตงเยว่ มรดกแห่งความเชื่อและศิลปะจีนดั้งเดิม

วัดตงเยว่ มรดกแห่งความเชื่อและศิลปะจีนดั้งเดิม

95

          ถ้าพูดถึงเมืองชิงเต่า หลายคนคงนึกถึงทะเลสีฟ้า อาคารสไตล์ยุโรป โรงเบียร์ชื่อดัง และถนนสายเก่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวันวาน แต่รู้ไหมว่าเมืองชายฝั่งแห่งนี้ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อและวัฒนธรรมจีนที่น่าสนใจซ่อนอยู่อีกมาก โดยเฉพาะสถานที่ทางศาสนาที่สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนในอดีตใช้ชีวิต ผูกพันกับความเชื่อ และส่งต่อประเพณีของตัวเองกันมาอย่างไร          วัดตงเยว่ หรือ Dongyue Temple เป็นชื่อที่เกี่ยวข้องกับวัดในลัทธิเต๋าของจีน ซึ่งมีอยู่หลายแห่งในประเทศ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับวัดตงเยว่ที่ตั้งอยู่ในเมืองชิงเต่าโดยเฉพาะยังมีไม่มากพอที่จะยืนยันประวัติและรายละเอียดของสถานที่ได้อย่างชัดเจน จึงควรตรวจสอบชื่อภาษาจีนหรือพิกัดของวัดให้ตรงกันก่อนเดินทาง เพื่อไม่ให้สับสนกับวัดชื่อเดียวกันในเมืองอื่น

กู่เป่ยสุ่ยเจิ้น เมืองสวยเชิงกำแพงเมืองจีน ที่เที่ยวปักกิ่งที่ไม่ควรพลาด

กู่เป่ยสุ่ยเจิ้น เมืองสวยเชิงกำแพงเมืองจีน ที่เที่ยวปักกิ่งที่ไม่ควรพลาด

127

          ถ้าใครกำลังวางแผนไปเที่ยวปักกิ่ง แล้วอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศจากพระราชวัง พิพิธภัณฑ์ และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ มาเดินเล่นในเมืองที่มีลำคลอง บ้านจีนโบราณ และสะพานหินทอดข้ามสายน้ำไปเรื่อย ๆ อยากให้ลองรู้จักกับ กู่เป่ยสุ่ยเจิ้น (Gubei Water Town) อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์มากของกรุงปักกิ่ง ที่นี่ตั้งอยู่บริเวณเชิงกำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถ ในเขตหมี่หยุน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงปักกิ่ง จุดที่น่าสนใจคือเราจะได้เห็นบรรยากาศเมืองริมน้ำที่มีสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมอยู่ท่ามกลางภูเขา และเมื่อมองขึ้นไปด้านหลัง ยังเห็นแนวกำแพงเมืองจีนทอดยาวไปตามสันเขาอีกด้วย          เสน่ห์ของกู่เป่ยสุ่ยเจิ้นไม่ได้อยู่แค่การเดินถ่ายรูปตามตรอกซอกซอยเท่านั้น แต่เป็นบรรยากาศที่ทำให้เราอยากค่อย ๆ เดิน ไม่ต้องรีบไปไหน แวะดูร้านค้าริมทาง นั่งพักข้างคลอง หรือหยุดมองบ้านหลังเก่าที่มีหลังคากระเบื้องสีเทาเรียงตัวอยู่ตลอดแนวถนน ยิ่งถ้ามาช่วงเย็นที่เริ่มเปิดโคมไฟทั่วเมือง บรรยากาศก็ยิ่งน่าเดินขึ้นไปอีก