Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

ภูเขาสี่ดรุณี แห่งเฉิงตู สัมผัสธรรมชาติสุดตระการตา

ภูเขาสี่ดรุณี แห่งเฉิงตู สัมผัสธรรมชาติสุดตระการตา

28

Sep

จีน

ภูเขาสี่ดรุณี แห่งเฉิงตู สัมผัสธรรมชาติสุดตระการตา


เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวภูเขาหิมะที่สี่ดรุณี

          ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ที่มีทั้งภูเขาหิมะสูงตระหง่าน ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ป่าสนเขียวขจี และทะเลสาบสีฟ้าใสที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา ชื่อของ “อุทยานภูเขาสี่ดรุณี” ต้องอยู่ในลิสต์ที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ ที่นี่ตั้งอยู่ในเขตเสี่ยวจิน มณฑลเสฉวน ห่างจากนครเฉิงตูประมาณ 175 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีภูมิประเทศหลากหลายและมีเอกลักษณ์มาก ยิ่งเดินทางเข้าไปลึกเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้เห็นความยิ่งใหญ่ของเทือกเขา ธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ และบรรยากาศที่แตกต่างจากเมืองใหญ่โดยสิ้นเชิง

          สิ่งที่ทำให้สี่ดรุณีโดดเด่น คือยอดเขาหิมะทั้งสี่ที่ตั้งเรียงรายกันอย่างสง่างาม บางวันมีเมฆบาง ๆ ลอยผ่านยอดเขา บางวันท้องฟ้าเปิดจนมองเห็นแนวสันเขาชัดเจน เป็นภาพที่ทำให้หลายคนยอมเดินทางไกลจากเฉิงตูเพื่อมาสัมผัสด้วยตัวเอง และที่สำคัญ ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ภูเขาหิมะ เพราะภายในอุทยานยังมีเส้นทางเที่ยวให้เลือกหลายแบบ ทั้งเดินเล่นชมวิว นั่งรถชมธรรมชาติ เดินป่า และเส้นทางสำหรับคนที่ชื่นชอบการปีนเขาโดยเฉพาะ

เรื่องราวของภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งเสฉวน

จากการเปลี่ยนแปลงของโลก สู่เทือกเขาหิมะอันยิ่งใหญ่

         ภูเขาสี่ดรุณีเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาฉยงไหล บริเวณขอบด้านตะวันออกของที่ราบสูงทิเบต-ชิงไห่ ภูมิประเทศที่เห็นในปัจจุบันเกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก การยกตัวของภูเขา รวมถึงการกัดเซาะของธารน้ำแข็งและสายน้ำที่ใช้เวลายาวนานนับล้านปี จนเกิดเป็นยอดเขาสูงชัน หุบเขาลึก และทะเลสาบบนภูเขาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
          ชื่อภูเขาสี่ดรุณี หรือซื่อกูเหนียงซาน (四姑娘山) มาจากยอดเขาหลักทั้งสี่ ได้แก่ ต้ากูเหนียงเฟิง เอ้อร์กูเหนียงเฟิง ซานกูเหนียงเฟิง และเย่าเหม่ยเฟิง โดยยอดเขาเย่าเหม่ยเฟิงมีความสูงถึง 6,250 เมตร ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาฉยงไหล ตำนานท้องถิ่นเล่าถึงหญิงสาวสี่พี่น้องผู้เสียสละเพื่อปกป้องผู้คนและผืนแผ่นดิน จนกลายเป็นภูเขาสูงที่คอยปกปักรักษาดินแดนแห่งนี้ เรื่องเล่าดังกล่าวสืบทอดกันมาในชุมชนทิเบตเจียหรง ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์สำคัญของพื้นที่ ทำให้ภูเขาแห่งนี้ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อและวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วย

จากพื้นที่ธรรมชาติ สู่แหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศ
          ภูเขาสี่ดรุณีได้รับการรับรองให้เป็นเขตท่องเที่ยวระดับชาติในปี ค.ศ. 1994 และเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติระดับชาติในปี ค.ศ. 1996 ต่อมาในปี ค.ศ. 2006 พื้นที่แห่งนี้ได้รับการรวมอยู่ในแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มเขตรักษาพันธุ์แพนด้าเสฉวน และในปี ค.ศ. 2024 ได้รับการยกระดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ของประเทศจีน ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า สี่ดรุณีเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทั้งด้านการท่องเที่ยว การอนุรักษ์ระบบนิเวศ และการศึกษาทางธรณีวิทยา ไม่ใช่แค่จุดหมายสำหรับถ่ายรูปสวย ๆ เท่านั้น

หุบเขา 4 ยอดเขา เสน่ห์ที่ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเอง

1. หุบเขาซวงเฉียวโกว – เส้นทางชมวิวที่สวยครบในที่เดียว

          ซวงเฉียวโกว (双桥沟) เป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของอุทยานภูเขาสี่ดรุณี เหมาะสำหรับคนที่อยากชมวิวภูเขาหิมะและธรรมชาติแบบสบาย ๆ เพราะมีรถบัสนำเที่ยวให้บริการเข้าไปตามเส้นทางภายในหุบเขา

ตลอดสองข้างทางจะได้พบกับภูเขาสูงที่มีหิมะปกคลุม ป่าสน ทุ่งหญ้า และทะเลสาบที่สะท้อนภาพของภูเขาได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณทะเลสาบหลงจู๋และจุดชมวิวภูเขาห้าสี ซึ่งเป็นมุมถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ

          บางช่วงของปี ทุ่งหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวสด มีดอกไม้ป่าขึ้นกระจายอยู่ตามพื้น ส่วนฤดูใบไม้ร่วงก็จะได้เห็นสีเหลืองและสีทองของต้นไม้ตัดกับภูเขาหิมะ เป็นอีกบรรยากาศหนึ่งที่น่าประทับใจมาก สำหรับคนที่มีเวลาเที่ยวไม่มาก ซวงเฉียวโกวถือเป็นเส้นทางที่ช่วยให้สัมผัสความงดงามของสี่ดรุณีได้อย่างเต็มอิ่ม โดยไม่จำเป็นต้องเดินป่าระยะไกล

2. หุบเขาฉางผิงโกว – เส้นทางเดินป่าท่ามกลางป่าสนและธรรมชาติ

          ถ้าชอบการเดินเที่ยวแบบใกล้ชิดธรรมชาติ ต้องลองมาที่ฉางผิงโกว (长坪沟) เพราะบรรยากาศของที่นี่ต่างจากซวงเฉียวโกวอย่างชัดเจน เส้นทางส่วนใหญ่รายล้อมไปด้วยป่าสนโบราณ ลำธาร และแนวภูเขาที่ทอดยาวเข้าไปในหุบเขา ระหว่างเดินจะได้ยินเสียงน้ำไหลและเสียงลมผ่านต้นไม้ บางช่วงมีทางเดินไม้ให้เดินชมธรรมชาติ และเมื่อมองออกไปตามช่องเปิดของป่า ก็จะเห็นยอดเขาหิมะตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

          จุดหมายที่นักเดินป่าหลายคนสนใจคือบริเวณมู่หลัวจื่อ ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งที่สามารถมองเห็นแนวภูเขาได้กว้างขึ้น รวมถึงเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกับเส้นทางเดินป่าไปยังปี้เผิงโกวสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์และเตรียมตัวมาพร้อม ที่นี่เหมาะกับคนที่อยากใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติจริง ๆ ไม่ต้องรีบเดินเที่ยวหลายจุด แต่ค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศของภูเขาและป่าไม้ไปตลอดเส้นทาง

3. หุบเขาไห่จื่อโกว – ดินแดนแห่งทะเลสาบบนภูเขาสูง

           ไห่จื่อโกว (海子沟) เป็นอีกหนึ่งหุบเขาที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนที่ไหน เพราะเต็มไปด้วยทะเลสาบบนภูเขาสูงและทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ จุดเด่นคือทะเลสาบที่เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาและธารน้ำแข็งในอดีต ทะเลสาบต้าห่ายจื่อเป็นหนึ่งในจุดที่น่าสนใจ มีทิวทัศน์ของผืนน้ำกว้างใหญ่โอบล้อมด้วยภูเขาและทุ่งหญ้า ในวันที่อากาศดี ภาพภูเขาที่สะท้อนลงบนผิวน้ำจะยิ่งทำให้บรรยากาศดูสงบและน่าจดจำ

          อย่างไรก็ตาม เส้นทางในไห่จื่อโกวมีลักษณะเป็นเส้นทางเดินป่าธรรมชาติและมีระดับความสูงมากกว่าบางเส้นทาง นักท่องเที่ยวจึงควรเตรียมร่างกายให้พร้อม โดยเฉพาะคนที่ต้องการเดินทางเข้าไปยังทะเลสาบที่อยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา สำหรับคนที่ชื่นชอบการผจญภัยและอยากเห็นธรรมชาติในมุมที่แตกต่าง ไห่จื่อโกวเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ไม่ควรพลาด

4. ยอดเขาเย่าเหม่ยเฟิง – ราชินีแห่งขุนเขาสี่ดรุณี

          ถ้าพูดถึงภาพจำของภูเขาสี่ดรุณี คงหนีไม่พ้นยอดเขาเย่าเหม่ยเฟิง (幺妹峰) ที่มีความสูง 6,250 เมตร ยอดเขาสูงตระหง่านที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี และมีรูปทรงโดดเด่นจนกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของภูเขาสี่ดรุณี ความงดงามของยอดเขาแห่งนี้มาพร้อมกับความท้าทาย เพราะเป็นภูเขาที่มีเส้นทางปีนเขาทางเทคนิคและต้องอาศัยประสบการณ์ระดับสูง จึงเหมาะสำหรับนักปีนเขาที่มีความพร้อมและได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ แต่ถึงแม้จะไม่ได้ขึ้นไปถึงยอดเขา นักท่องเที่ยวก็ยังสามารถชมความยิ่งใหญ่ของเย่าเหม่ยเฟิงจากจุดชมวิวหลายแห่งภายในอุทยานได้ โดยเฉพาะในวันที่ท้องฟ้าเปิด จะเห็นแนวสันเขาที่คมชัดตัดกับท้องฟ้า เป็นภาพที่ทำให้เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมภูเขาแห่งนี้จึงเป็นจุดหมายในฝันของนักเดินทางและช่างภาพจากทั่วโลก

ภูเขาสี่ดรุณี จุดหมายที่มีอะไรมากกว่าความสวยงาม

           อุทยานภูเขาสี่ดรุณีเป็นสถานที่ที่รวมความงดงามของธรรมชาติไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งยอดเขาหิมะที่สูงเสียดฟ้า ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ทุ่งหญ้าที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล และทะเลสาบบนภูเขาที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่มีคุณค่ามากกว่าการเป็นแหล่งท่องเที่ยว คือความสำคัญด้านระบบนิเวศและการอนุรักษ์สัตว์ป่าหายาก รวมถึงเรื่องราวทางธรณีวิทยาและวัฒนธรรมของชุมชนทิเบตเจียหรงที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางมาชมวิวภูเขาหิมะกับครอบครัว การเดินป่ากับเพื่อน หรือการออกเดินทางตามหาภาพถ่ายธรรมชาติสวย ๆ สี่ดรุณีก็มีเสน่ห์ที่ตอบโจทย์นักเดินทางได้หลายรูปแบบ และถ้ามีโอกาสมาเยือนเฉิงตู อย่าลืมเผื่อเวลาให้กับภูเขาสี่ดรุณีสักครั้ง เพราะบางสถานที่เราอาจเห็นความงามผ่านภาพถ่ายได้ แต่สำหรับขุนเขาแห่งนี้ การได้มายืนมองด้วยตาตัวเอง ได้สัมผัสอากาศเย็น และเห็นแนวภูเขาหิมะอยู่ตรงหน้า คือประสบการณ์ที่ภาพถ่ายให้ไม่ได้จริง ๆ

เกร็ดความรู้

ทำไมภูเขาสี่ดรุณีถึงมีชื่อว่า “สี่ดรุณี” ภูเขาสี่ดรุณี หรือซื่อกูเหนียงซาน (四姑娘山) มีชื่อมาจากตำนานหญิงสาวสี่พี่น้องที่เสียสละเพื่อปกป้องผู้คนและผืนแผ่นดิน จนกลายเป็นยอดเขาสูงทั้งสี่ ได้แก่ ต้ากูเหนียงเฟิง เอ้อร์กูเหนียงเฟิง ซานกูเหนียงเฟิง และเย่าเหม่ยเฟิง โดยยอดเย่าเหม่ยเฟิงมีความสูงถึง 6,250 เมตร และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในกลุ่มนี้ ปัจจุบันภูเขาสี่ดรุณีเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและพื้นที่อนุรักษ์สำคัญของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน

จำนวนผู้เข้าชม 15 ครั้ง