Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

พระราชวังต้องห้ามใต้หิมะ ความงามอีกมุมของกรุงปักกิ่ง

พระราชวังต้องห้ามใต้หิมะ ความงามอีกมุมของกรุงปักกิ่ง

06

Oct

จีน

พระราชวังต้องห้ามใต้หิมะ ความงามอีกมุมของกรุงปักกิ่ง

          ถ้าพูดถึงพระราชวังต้องห้าม หลายคนอาจนึกถึงกำแพงสีแดง ประตูขนาดใหญ่ และหลังคากระเบื้องสีเหลืองที่ทอดยาวอยู่กลางกรุงปักกิ่ง แต่ถ้าได้มาเห็นที่นี่ในช่วงฤดูหนาว ภาพที่เห็นจะเปลี่ยนไปอีกแบบเลย โดยเฉพาะวันที่หิมะตกลงมาปกคลุมลานกว้างและหลังคาของพระราชวัง สีแดงของกำแพงจะยิ่งเด่นขึ้นมา ส่วนหลังคาสีเหลืองก็มีหิมะสีขาวเกาะอยู่เป็นแนว ทำให้พระราชวังดูนิ่งและเงียบกว่าปกติ ราวกับสถานที่แห่งนี้กำลังหยุดพักจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ช่วงฤดูหนาวของปักกิ่งอากาศค่อนข้างหนาวและแห้ง โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ และถ้าวันไหนมีหิมะตกพอดี ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่หลายคนอยากมาเห็นพระราชวังต้องห้ามด้วยตาตัวเองสักครั้ง

พระราชวังที่ผ่านเรื่องราวมานานกว่าหกร้อยปี

          พระราชวังต้องห้าม หรือพระราชวังกู้กง ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปักกิ่ง เริ่มก่อสร้างในสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิงในปี ค.ศ. 1406 และใช้เวลาประมาณ 14 ปี ก่อนจะแล้วเสร็จและเริ่มใช้งานในปี ค.ศ. 1420 ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงพระราชวังสำหรับประทับของจักรพรรดิเท่านั้น แต่เป็นศูนย์กลางของการปกครอง ที่รวมทั้งพื้นที่ประกอบพระราชพิธี ที่ประทับของราชวงศ์ สถานที่ทำงาน และพื้นที่สำหรับกิจการต่าง ๆ ของราชสำนักเอาไว้ภายในกำแพงเดียวกัน ลองคิดดูว่ากว่าจะกลายมาเป็นพระราชวังขนาดใหญ่แบบที่เราเห็นในวันนี้ ต้องใช้ทั้งแรงงาน ช่างฝีมือ วัสดุก่อสร้าง และการขนส่งจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะหินก้อนใหญ่ที่ต้องนำเข้ามายังพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งในฤดูหนาวมีการใช้สภาพพื้นดินที่แข็งตัวเพื่อช่วยในการเคลื่อนย้ายวัสดุหนัก เป็นอีกเรื่องที่สะท้อนให้เห็นถึงความยากของการก่อสร้างพระราชวังแห่งนี้ในยุคนั้น และนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้พระราชวังต้องห้ามน่าสนใจ เพราะทุกกำแพง ทุกประตู และทุกลานกว้าง ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ล้วนเกี่ยวข้องกับระบบของราชสำนักที่เคยดำเนินชีวิตอยู่ภายในพื้นที่แห่งนี้

กำแพงสีแดงกับหิมะสีขาวที่ตัดกันอย่างชัดเจน

ไฮไลต์ที่หลายคนรอคอยก็คือวันที่หิมะตก

          พอหิมะเริ่มเกาะบนหลังคาสีเหลืองของพระราชวัง ภาพของอาคารทั้งหลังจะดูเปลี่ยนไปทันที จากพระราชวังที่เต็มไปด้วยสีสัน กลายเป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศนิ่ง สงบ และค่อนข้างขรึมขึ้นมา โดยเฉพาะบริเวณลานหน้าพระที่นั่งไท่เหอเตี้ยน หรือพระที่นั่งแห่งความสมานฉันท์สูงสุด ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารสำคัญที่สุดของพระราชวังต้องห้าม เมื่อหิมะปกคลุมพื้นที่กว้างด้านหน้า อาคารที่มีขนาดใหญ่อยู่แล้วจะยิ่งดูโดดเด่นขึ้นมาอีก อีกอย่างที่น่าสนใจคือ กำแพงสีแดงกับหิมะสีขาว สองสีนี้ตัดกันแรงมาก และเมื่อมีแสงแดดอ่อน ๆ ของฤดูหนาวส่องลงมา จะเห็นรายละเอียดของประตู หน้าต่าง ลวดลาย และขอบหลังคาชัดขึ้นกว่าที่คิด เดินไปเรื่อย ๆ บางช่วงแทบไม่มีเสียงอะไรเลย นอกจากเสียงรองเท้าเหยียบพื้นเย็น ๆ และเสียงลมผ่านลานกว้าง ความรู้สึกตรงนี้ต่างจากการมาเที่ยวในช่วงที่คนเยอะมากจริง ๆ

ไฮไลต์อีกด้าน พระราชวังต้องห้ามก็มีระบบทำความร้อน

           เรื่องนี้หลายคนอาจไม่รู้ว่า พระราชวังต้องห้ามมีระบบทำความร้อนมาตั้งแต่สมัยโบราณ ภายในอาคารบางส่วนมีระบบที่เรียกว่า “เตียงหรือพื้นอุ่น” โดยใช้ความร้อนจากการเผาเชื้อเพลิงแล้วส่งความร้อนผ่านช่องทางใต้พื้น ทำให้พื้นและพื้นที่ภายในห้องมีความอบอุ่นมากขึ้นในช่วงฤดูหนาว ฟังดูธรรมดาถ้าเป็นบ้านในปัจจุบัน แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน การออกแบบระบบให้ความร้อนแบบนี้ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะตัวอาคารจำนวนมากสร้างด้วยไม้ การควบคุมไฟและความร้อนจึงต้องทำอย่างระมัดระวังด้านนอกอาจหนาวจนลมพัดผ่านเสื้อผ้า แต่ภายในพื้นที่ที่ออกแบบระบบความร้อนไว้ก็ยังสามารถสร้างความอบอุ่นให้กับผู้คนในราชสำนักได้ นี่เป็นอีกมุมหนึ่งที่ทำให้เห็นว่า พระราชวังต้องห้ามไม่ได้มีแค่ความใหญ่โตหรือความสวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยภูมิปัญญาการใช้ชีวิตของคนในอดีตด้วย

ฤดูหนาวทำให้พระราชวังต้องห้ามเล่าเรื่องได้อีกแบบ

          พระราชวังต้องห้ามในฤดูหนาวไม่ได้มีเพียงเรื่องของหิมะหรือภาพถ่ายสวย ๆ แต่เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราเห็นรายละเอียดของสถานที่แห่งนี้ชัดขึ้น ทั้งกำแพงสีแดง หลังคาสีเหลือง ลานหินขนาดใหญ่ และอาคารเก่าแก่ที่ผ่านเวลามานานกว่าหกร้อยปี วันที่มีหิมะตก ภาพของพระราชวังอาจดูสวยเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือการได้เดินอยู่ในสถานที่ที่เคยเป็นศูนย์กลางของอำนาจจีนในอดีต และลองนึกว่าครั้งหนึ่งพื้นที่เดียวกันนี้เคยมีจักรพรรดิ ขุนนาง ขันที ทหาร และผู้คนในราชสำนักเดินผ่านไปมาในทุกวัน พระราชวังต้องห้ามจึงไม่ได้มีเสน่ห์เฉพาะในฤดูไหนฤดูหนึ่ง แต่ฤดูหนาว โดยเฉพาะวันที่หิมะโปรยลงมา กลับทำให้สถานที่แห่งนี้ดูนิ่งขึ้น เงียบขึ้น และเปิดโอกาสให้เราได้มองเห็นความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ รอบตัวมากขึ้น ถ้ามีโอกาสไปปักกิ่งในช่วงหน้าหนาว ลองเผื่อเวลาไว้สักวัน แล้วเดินเข้าไปในพระราชวังต้องห้ามแบบไม่ต้องรีบ เพราะบางครั้งสิ่งที่น่าจดจำที่สุด อาจไม่ใช่จุดถ่ายรูปที่สวยที่สุด แต่เป็นช่วงเวลาที่เราเดินอยู่ท่ามกลางกำแพงเก่า ๆ แล้วรู้สึกว่า ที่ตรงนี้ผ่านเรื่องราวมามากกว่าที่เราคิดจริง ๆ

เกร็ดความรู้

คุณรู้หรือไม่ว่าทำไมพระราชวังต้องห้ามถึงมีหลังคาสีเหลือง : สีเหลืองในพระราชวังต้องห้ามไม่ได้เลือกมาเพราะความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ในสมัยจักรวรรดิจีน สีเหลืองเป็นสีที่เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิและอำนาจของราชสำนัก จึงถูกนำมาใช้กับหลังคาของอาคารสำคัญภายในพระราชวังเป็นจำนวนมาก ส่วนสีแดงของผนังและประตู ก็เป็นสีที่มีความหมายมงคลและถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในสถาปัตยกรรมราชสำนักจีน

จำนวนผู้เข้าชม 13 ครั้ง