Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

โรงเบียร์ชิงเต่า จากโรงเบียร์เก่าแก่สู่แบรนด์ระดับโลก

โรงเบียร์ชิงเต่า จากโรงเบียร์เก่าแก่สู่แบรนด์ระดับโลก

07

Oct

จีน

โรงเบียร์ชิงเต่า จากโรงเบียร์เก่าแก่สู่แบรนด์ระดับโลก

          ถ้าพูดถึงเมืองชิงเต่า เมืองริมทะเลทางตะวันออกของจีน หลายคนอาจนึกถึงบรรยากาศริมทะเล อาคารเก่าแก่ ถนนที่เต็มไปด้วยเรื่องราว หรืออาหารทะเลสด ๆ ก่อนเป็นอันดับแรก แต่มีอีกหนึ่งสิ่งที่แทบจะแยกออกจากชื่อของเมืองนี้ไม่ได้เลย นั่นก็คือ “เบียร์ชิงเต่า” เพราะเบียร์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มที่ผลิตขึ้นในเมืองเท่านั้น แต่ค่อย ๆ กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของภาพจำและวัฒนธรรมของชิงเต่า จนเมื่อพูดถึงเมืองนี้ขึ้นมาเมื่อไร ชื่อของ Tsingtao Beer ก็มักจะตามมาด้วยเสมอ

           โรงเบียร์ชิงเต่ามีเรื่องราวที่ยาวนานกว่าร้อยปี จุดเริ่มต้นของโรงเบียร์แห่งนี้ย้อนกลับไปถึงปี ค.ศ. 1903 ในช่วงเวลาที่ชิงเต่ากำลังมีการพัฒนาเมืองและอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง จากโรงงานผลิตเบียร์ในยุคแรกที่ใช้เทคโนโลยีตามแบบยุโรป ค่อย ๆ พัฒนาผ่านยุคสมัยต่าง ๆ จนกลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ของจีน และชื่อของชิงเต่าก็ไม่ได้อยู่เพียงในประเทศอีกต่อไป แต่เดินทางออกไปสู่ตลาดต่างประเทศมากมาย จนกลายเป็นแบรนด์จีนที่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ

          เมื่อได้มาเยือนชิงเต่าแล้วจึงไม่แปลกเลยที่จะเห็นเรื่องราวของเบียร์อยู่ในหลายมุมของเมือง ตั้งแต่ร้านอาหารริมทาง ร้านอาหารทะเล ไปจนถึงเทศกาลเบียร์ขนาดใหญ่ เพราะสำหรับชาวชิงเต่าแล้ว เบียร์ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าชนิดหนึ่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและเป็นเรื่องราวที่เติบโตมาพร้อมกับเมืองแห่งนี้

จุดเริ่มต้นของโรงเบียร์เมื่อกว่าร้อยปีก่อน

          เรื่องราวของโรงเบียร์ชิงเต่าเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1903 เมื่อกลุ่มผู้ประกอบการชาวเยอรมันและอังกฤษร่วมกันก่อตั้งโรงเบียร์ขึ้นในเมืองชิงเต่า โดยในช่วงแรกใช้ชื่อว่า Germania-Brauerei Tsingtao Co. และตั้งอยู่บริเวณถนนเติงโจว ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ต่อมากลายเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของประวัติศาสตร์โรงเบียร์ชิงเต่า เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตเบียร์ที่ต่อมาได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

          ในยุคแรกโรงเบียร์แห่งนี้ถือว่ามีความทันสมัยมากสำหรับช่วงเวลานั้น โดยนำเทคโนโลยีและวิธีการผลิตเบียร์จากยุโรปเข้ามาใช้ร่วมกับวัตถุดิบและสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น ทำให้เบียร์ที่ผลิตออกมามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและค่อย ๆ ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ จากเดิมที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในพื้นที่ใกล้เคียง โรงเบียร์ก็เริ่มขยายตลาดและเพิ่มกำลังการผลิต จนในเวลาต่อมากลายเป็นหนึ่งในโรงเบียร์ที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมเบียร์ของจีน

          กว่าร้อยปีที่ผ่านมา โรงเบียร์แห่งนี้ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาหลายยุคหลายสมัย ทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านการเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้บริโภค แต่สิ่งที่น่าสนใจคือชื่อของชิงเต่ายังคงอยู่และค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นตามกาลเวลา จากโรงงานผลิตเบียร์แห่งหนึ่งในเมืองชายทะเล กลายมาเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีผลิตภัณฑ์จำหน่ายทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ

พิพิธภัณฑ์ที่ทำให้เรื่องราวของเบียร์จับต้องได้

          หนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวโรงเบียร์ชิงเต่าคือ “พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า” ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ดั้งเดิมของโรงเบียร์บริเวณถนนเติงโจว โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดขึ้นในปี ค.ศ. 2003 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 100 ปีของโรงเบียร์ และภายในได้รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของโรงเบียร์ กระบวนการผลิต เครื่องจักรในอดีต รวมถึงเรื่องราวของวัฒนธรรมเบียร์เอาไว้ในพื้นที่เดียวกัน

           สิ่งที่ทำให้การเดินชมที่นี่น่าสนใจก็คือ เราไม่ได้เพียงอ่านประวัติจากตัวหนังสือบนผนัง แต่ยังสามารถเห็นเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เคยถูกใช้จริงในกระบวนการผลิต รวมถึงได้เห็นพัฒนาการของเทคโนโลยีการผลิตเบียร์จากยุคแรกจนถึงระบบการผลิตสมัยใหม่ ทำให้เราเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่ากว่าจะได้เบียร์หนึ่งขวดหรือหนึ่งแก้วนั้น ต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มากมายแค่ไหน

          ตั้งแต่วัตถุดิบอย่างมอลต์และฮอปส์ การต้ม การหมัก การกรอง ไปจนถึงการบรรจุ ทุกขั้นตอนล้วนมีรายละเอียดของตัวเอง และเมื่อได้เห็นกระบวนการเหล่านี้อยู่ตรงหน้า เรื่องของเบียร์ที่เราเคยมองว่าเป็นเพียงเครื่องดื่มธรรมดา ๆ ก็กลายเป็นเรื่องราวของอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ที่สะสมกันมาเป็นเวลานาน

อาคารเก่ากับเรื่องราวที่ยังอยู่

          อีกหนึ่งเสน่ห์ของพื้นที่โรงเบียร์ชิงเต่าคืออาคารและสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่ยังคงได้รับการเก็บรักษาเอาไว้ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโรงงานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ชิงเต่ากำลังเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

          เมื่อเดินอยู่ภายในพื้นที่จึงรู้สึกได้ว่ามีทั้งอดีตและปัจจุบันอยู่ด้วยกัน อาคารเก่าและเครื่องจักรในอดีตถูกนำมาเล่าเรื่องควบคู่ไปกับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ ทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินดูโรงงานเก่าที่ถูกทิ้งไว้ตามกาลเวลา แต่เป็นพื้นที่ที่นำประวัติศาสตร์กลับมาเล่าให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าใจอีกครั้ง

มาถึงโรงเบียร์แล้ว ต้องลองชิม

          แน่นอนว่าถ้าเดินชมเรื่องราวมาถึงตรงนี้ สิ่งที่หลายคนรอคอยมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการได้ลองชิมเบียร์ เพราะการมาเยือนโรงเบียร์ชิงเต่าจะสมบูรณ์ขึ้นอีกนิดเมื่อได้สัมผัสรสชาติของผลิตภัณฑ์ที่มีประวัติยาวนานกว่าร้อยปีด้วยตัวเอง และภายในพื้นที่ก็มีประสบการณ์เกี่ยวกับการชิมเบียร์ รวมถึงผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทให้ได้ทำความรู้จัก

          การได้ยกแก้วเบียร์ขึ้นมาดื่มหลังจากเพิ่งเดินชมประวัติศาสตร์และกระบวนการผลิตมา ทำให้ความรู้สึกแตกต่างจากการดื่มเบียร์ทั่วไปอยู่พอสมควร เพราะคราวนี้เรารู้แล้วว่าเบียร์ในแก้วผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้าง ตั้งแต่โรงเบียร์เล็ก ๆ ในปี 1903 จนกลายเป็นแบรนด์ที่มีผู้คนรู้จักในหลายประเทศทั่วโลก

โรงเบียร์ที่เติบโตไปพร้อมกับเมืองชิงเต่า

          เมื่อมองย้อนกลับไป โรงเบียร์ชิงเต่าไม่ได้เติบโตขึ้นมาเพียงลำพัง แต่เติบโตไปพร้อมกับเมืองชิงเต่าและการเปลี่ยนแปลงของสังคมจีนตลอดระยะเวลากว่าร้อยปี โรงเบียร์แห่งนี้ผ่านทั้งช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ผ่านการเปลี่ยนแปลงของระบบการผลิต และค่อย ๆ ขยายตลาดจนกลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีโรงงานและเครือข่ายการผลิตในหลายพื้นที่ของจีน

          ปัจจุบันชื่อของ Tsingtao Beer จึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อของเบียร์ชนิดหนึ่ง แต่กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้คนจดจำเมืองชิงเต่าได้ และเมื่อเบียร์จากเมืองนี้เดินทางออกไปยังตลาดต่างประเทศ ชื่อของเมืองก็เดินทางไปพร้อมกันด้วย

เบียร์หนึ่งแก้วที่มีเรื่องราวมากกว่าร้อยปี

          โรงเบียร์ชิงเต่าอาจเริ่มต้นจากโรงงานผลิตเบียร์แห่งหนึ่งในเมืองชายทะเล แต่ตลอดเวลากว่าร้อยปีที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมและวัฒนธรรมของเมืองชิงเต่า จากโรงงานในปี ค.ศ. 1903 ค่อย ๆ พัฒนาและขยายตัวจนกลายเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในจีนและต่างประเทศ และเรื่องราวเหล่านี้ยังคงถูกเก็บเอาไว้ผ่านอาคารเก่า เครื่องจักร พิพิธภัณฑ์ และประสบการณ์ของผู้คนที่เดินทางมาเยี่ยมชม

          ดังนั้นถ้ามีโอกาสมาเที่ยวชิงเต่า อย่าเพิ่งคิดว่าโรงเบียร์เป็นเพียงสถานที่สำหรับคนที่ชอบดื่มเบียร์เท่านั้น เพราะที่นี่มีทั้งประวัติศาสตร์ของเมือง เรื่องราวของอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และวัฒนธรรมที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตลอดระยะเวลายาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษให้ได้ทำความรู้จัก

          สุดท้ายแล้ว สิ่งที่น่าจดจำอาจไม่ใช่แค่รสชาติของเบียร์ในแก้ว แต่คือเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังเบียร์แก้วนั้น เพราะกว่าชื่อ “ชิงเต่า” จะกลายเป็นชื่อที่ผู้คนรู้จักกันไปทั่วโลก ต้องผ่านทั้งเวลา ผู้คน และการเปลี่ยนแปลงมากมาย และนี่คือเหตุผลว่าทำไมโรงเบียร์แห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ช่วยให้เราเข้าใจเมืองชิงเต่าได้มากกว่าการมองจากสถานที่ท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว

เกร็ดความรู้

โรงเบียร์ชิงเต่าก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1903 จากความร่วมมือของชาวเยอรมันและอังกฤษ และถือเป็นหนึ่งในโรงเบียร์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของจีน โดยพื้นที่โรงเบียร์ดั้งเดิมบนถนนเติงโจวในปัจจุบันยังคงได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาเป็น พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า ให้คนรุ่นหลังได้เห็นทั้งเครื่องจักรเก่า กระบวนการผลิต และเรื่องราวของเบียร์ที่อยู่คู่กับเมืองชิงเต่ามานานกว่าศตวรรษ

จำนวนผู้เข้าชม 12 ครั้ง