Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

โบสถ์เซนต์ไมเคิล จุดเช็กอินสุดคลาสสิกแห่งชิงเต่า

โบสถ์เซนต์ไมเคิล จุดเช็กอินสุดคลาสสิกแห่งชิงเต่า

02

Nov

จีน

โบสถ์เซนต์ไมเคิล จุดเช็กอินสุดคลาสสิกแห่งชิงเต่า

แค่เดินมาเห็น ก็รู้เลยว่าอาคารนี้ไม่ธรรมดา

          ถ้าเดินเที่ยวในย่านเมืองเก่าชิงเต่า แล้วเห็นอาคารหลังใหญ่ที่มีหอคอยคู่สูงเด่นขึ้นมาเหนือหลังคาบ้าน สิ่งแรกที่หลายคนน่าจะทำเหมือนกันก็คือหยุดมอง แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป เพราะ โบสถ์คริสต์เซนต์ไมเคิล (St. Michael’s Cathedral) เป็นอาคารที่มีรูปลักษณ์โดดเด่นมาก โดยเฉพาะหอคอยสองฝั่งที่สูงประมาณ 56 เมตร และไม้กางเขนขนาดใหญ่ที่อยู่บนยอด ทำให้มองเห็นได้จากหลายมุมของย่านเมืองเก่าชิงเต่า
          แต่ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยของอาคาร เพราะพอรู้เรื่องราวเบื้องหลังแล้วจะยิ่งรู้สึกว่า โบสถ์แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองชิงเต่าที่ผ่านทั้งช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง การสงคราม และการฟื้นฟูมาไม่น้อยเลย

จากความตั้งใจเมื่อวันวาน สู่แลนด์มาร์กสำคัญของชิงเต่า

          โบสถ์เซนต์ไมเคิลตั้งอยู่บนถนนเจ้อเจียง เขตซื่อหนาน เมืองชิงเต่า โดยอาคารที่เห็นในปัจจุบันเริ่มก่อสร้างในช่วงปี ค.ศ. 1932 และสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1934 ซึ่งเป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากคณะมิชชันนารีพระวจนาตถ์ และได้รับการออกแบบในแนวทางสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากโรมันเนสก์และโกธิก

          เรื่องที่น่าสนใจก็คือ ถึงแม้ปัจจุบันหลายคนจะมองโบสถ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในภาพจำของชิงเต่าที่สะท้อนกลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบเยอรมัน แต่ตัวอาคารปัจจุบันไม่ได้สร้างขึ้นในช่วงที่เยอรมนีปกครองชิงเต่า เพราะการก่อสร้างเกิดขึ้นภายหลังจากช่วงเวลานั้นแล้ว เพียงแต่ยังคงสะท้อนมรดกทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ของชุมชนชาวยุโรปในเมืองได้อย่างชัดเจนและกว่าจะกลายมาเป็นอาคารที่เราเห็นในวันนี้ ที่นี่ก็ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาไม่น้อย ทั้งการถูกควบคุมในช่วงสงคราม การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รวมถึงช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรมที่อาคารได้รับความเสียหายและถูกปล่อยทิ้ง ก่อนจะได้รับการซ่อมแซมและกลับมาใช้งานอีกครั้งในช่วงต้นทศวรรษ 1980
          เรื่องราวตรงนี้เองที่ทำให้โบสถ์เซนต์ไมเคิลมีความหมายมากกว่าการเป็นสถานที่ถ่ายรูป เพราะตัวอาคารเหมือนเป็นหลักฐานที่ยังยืนอยู่ บอกให้คนรุ่นหลังได้เห็นว่าชิงเต่าเคยผ่านอะไรมา และเมืองนี้ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไรตลอดช่วงเวลาหลายสิบปี

หอคอยคู่ หน้าต่างกุหลาบ และรายละเอียดที่ต้องลองมองใกล้ ๆ

          จุดที่สะดุดตามากที่สุดคงหนีไม่พ้น หอคอยคู่ด้านหน้าโบสถ์ ที่ตั้งสูงขึ้นไปทั้งสองฝั่ง โดยแต่ละยอดมีไม้กางเขนขนาดประมาณ 4.5 เมตรประดับอยู่ด้านบน พอมองจากบริเวณด้านหน้าจะเห็นองค์ประกอบทั้งหมดวางสมดุลกันอย่างชัดเจน และนี่ก็เป็นมุมที่คนมาเยือนชิงเต่ามักหยุดถ่ายภาพกันอยู่เสมอ ตัวอาคารมีผังเป็นรูปกางเขน ใช้หินแกรนิตสีเหลืองร่วมกับคอนกรีตเสริมเหล็ก ผนังภายนอกไม่ได้ตกแต่งจนแน่นเกินไป แต่ใช้เส้นสายและรูปทรงของตัวอาคารสร้างความโดดเด่นขึ้นมาเอง ส่วนบริเวณด้านหน้าก็มีหน้าต่างกลมขนาดใหญ่ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า Rose Window ซึ่งช่วยเพิ่มรายละเอียดให้กับด้านหน้าอาคารได้อย่างน่าสนใจ พอเดินเข้าไปด้านใน ความรู้สึกก็จะเปลี่ยนไปอีกแบบ เพราะพื้นที่ภายในมีความสูงและกว้างมาก มีซุ้มโค้ง เสา และรายละเอียดการตกแต่งที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะยุคเรอเนซองส์ของอิตาลี รวมถึงภาพวาดทางศาสนาบริเวณเพดานและพื้นที่ภายในโบสถ์

          ดังนั้นถ้ามีโอกาสมาเยือนจริง ๆ อย่าเพิ่งรีบถ่ายรูปแล้วเดินผ่าน เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ ของประตู หน้าต่าง เสา ซุ้มโค้ง รวมถึงสัดส่วนของหอคอย ล้วนเป็นส่วนที่ทำให้อาคารหลังนี้มีเอกลักษณ์ และยิ่งมองนานก็ยิ่งเห็นว่าคนออกแบบใส่ใจเรื่ององค์ประกอบมากแค่ไหน

อาคารหนึ่งหลังที่ทำให้เราเข้าใจชิงเต่าได้มากขึ้น

          โบสถ์คริสต์เซนต์ไมเคิลไม่ได้เป็นเพียงโบสถ์เก่าแก่หรือจุดถ่ายรูปยอดนิยมของชิงเต่าเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองที่สะท้อนให้เห็นทั้งอิทธิพลทางสถาปัตยกรรม การเปลี่ยนแปลงของเมือง และช่วงเวลาต่าง ๆ ที่ชิงเต่าเคยผ่านมา ในปี ค.ศ. 1992 โบสถ์แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานที่ได้รับการคุ้มครองระดับมณฑล และในปี ค.ศ. 2006 ได้ถูกรวมอยู่ในกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมเยอรมันของชิงเต่าที่ได้รับการคุ้มครองในระดับชาติ

          เพราะฉะนั้นเวลามายืนอยู่ตรงหน้าโบสถ์แห่งนี้ ลองมองให้มากกว่าความสวยของตัวอาคาร ลองมองไปถึงเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลัง ตั้งแต่วันที่เริ่มก่อสร้างจนถึงวันที่กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมือง เพราะนี่คืออาคารเก่าอีกแห่งที่ทำให้เห็นว่า ประวัติศาสตร์ของเมืองไม่ได้อยู่แค่ในหนังสือ แต่อยู่ตรงหน้าเรา และยังคงยืนอยู่ท่ามกลางเมืองที่เปลี่ยนไปทุกวัน

เกร็ดความรู้

ทำไมโบสถ์เซนต์ไมเคิลถึงมีหอคอยคู่?  หอคอยคู่ของโบสถ์เซนต์ไมเคิลไม่ได้มีไว้แค่ให้ตัวอาคารดูโดดเด่นเท่านั้น แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของสถาปัตยกรรมโบสถ์ยุโรป โดยยอดหอคอยทั้งสองฝั่งประดับด้วยไม้กางเขนขนาดใหญ่ ทำให้เมื่อมองจากระยะไกลจะสามารถสังเกตเห็นโบสถ์ได้ชัดเจน และกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของย่านเมืองเก่าชิงเต่าจนถึงทุกวันนี้

จำนวนผู้เข้าชม 9 ครั้ง