Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

ทะเลสาบว่านเฟิงหลิง ผืนน้ำที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขานับพัน

ทะเลสาบว่านเฟิงหลิง ผืนน้ำที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขานับพัน

03

Nov

จีน

ทะเลสาบว่านเฟิงหลิง ผืนน้ำที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขานับพัน

เมื่อภูเขาไม่ได้อยู่แค่บนพื้นดิน

          ถ้าใครกำลังมองหาสถานที่เที่ยวในกุ้ยโจวที่ไม่ได้มีแค่ภูเขาสวย ๆ ให้ยืนถ่ายรูป แต่เป็นที่ที่เราได้นั่งเรือออกไปกลางน้ำแล้วค่อย ๆ มองภูเขาที่ทอดตัวเรียงกันอยู่รอบด้าน ทะเลสาบว่านเฟิง หรือ “ว่านเฟิงหู” ในเมืองซิงอี้ น่าจะเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่อยากให้ลองปักหมุดเอาไว้ เพราะบรรยากาศของที่นี่ต่างจากการเที่ยวภูเขาทั่วไปมาก โดยเฉพาะเวลาที่เรือค่อย ๆ เคลื่อนผ่านผืนน้ำแล้วเห็นยอดเขาหินปูนโผล่ขึ้นมาตามแนวทะเลสาบ มองไปทางไหนก็มีทั้งน้ำ ภูเขา และแนวป่าสีเขียวต่อเนื่องกันไปจนแทบไม่รู้ว่าปลายสายตาอยู่ตรงไหน
          ที่สำคัญคือทะเลสาบแห่งนี้ไม่ได้เป็นทะเลสาบธรรมชาติธรรมดา แต่เกิดขึ้นจากการกักเก็บน้ำของโครงการเขื่อนเทียนเซิงเฉียวบนแม่น้ำหนานผาน ทำให้พื้นที่หุบเขาเดิมถูกน้ำท่วมและกลายเป็นผืนน้ำขนาดใหญ่ ส่วนยอดเขาหินปูนที่เคยตั้งอยู่บนผืนดินก็ยังคงโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ จนเกิดเป็นภาพภูเขาที่ดูเหมือนกำลังลอยอยู่กลางทะเลสาบ ซึ่งนี่แหละคือเสน่ห์ที่ทำให้ว่านเฟิงหลิงมีบรรยากาศแตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในกุ้ยโจวอย่างชัดเจน

จากพื้นที่หุบเขา สู่ทะเลสาบขนาดใหญ่

          เรื่องราวของทะเลสาบว่านเฟิงต้องย้อนกลับไปในช่วงที่มีการก่อสร้างเขื่อนเทียนเซิงเฉียว ซึ่งเป็นโครงการสำคัญบนแม่น้ำหนานผานในช่วงทศวรรษ 1990 เมื่อเขื่อนเริ่มกักเก็บน้ำ พื้นที่หุบเขาและพื้นที่โดยรอบบางส่วนจึงค่อย ๆ ถูกน้ำท่วมจนกลายเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ และในปี 1998 หลังโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ ว่านเฟิงหูก็กลายเป็นส่วนสำคัญของระบบน้ำและพลังงานในบริเวณนี้  

           ปัจจุบันทะเลสาบแห่งนี้อยู่บริเวณรอยต่อของกุ้ยโจว ยูนนาน และกวางสี มีพื้นที่น้ำประมาณ 176 ตารางกิโลเมตร และเป็นส่วนหนึ่งของระบบแม่น้ำหนานผานซึ่งเชื่อมโยงกับลุ่มน้ำแม่น้ำจูเจียง เรื่องราวของที่นี่จึงไม่ได้มีแค่เรื่องการท่องเที่ยว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำ ระบบนิเวศ และการดำรงชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งด้วย
          เมื่อมองจากบนฝั่งอาจรู้สึกว่าเป็นเพียงทะเลสาบกว้าง ๆ แห่งหนึ่ง แต่ถ้าได้ลงเรือจริง ๆ จะเริ่มเห็นว่าภูมิประเทศของว่านเฟิงหูมีรายละเอียดมากกว่านั้น เพราะผืนน้ำค่อย ๆ แทรกตัวไปตามหุบเขา เกิดเป็นแขนของทะเลสาบและช่องทางน้ำหลายสาย ขณะที่ภูเขาหินปูนจำนวนมากยังคงตั้งอยู่ตามแนวเดิม ทำให้การล่องเรือแต่ละช่วงมีมุมมองที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา

ล่องเรือกลางน้ำ ชมภูเขาแบบที่หาไม่ได้จากบนฝั่ง

          ไฮไลต์ของว่านเฟิงหูจริง ๆ ก็คือการล่องเรือ เพราะถ้ายืนอยู่ริมฝั่ง เราอาจมองเห็นทะเลสาบเพียงด้านหนึ่ง แต่พอเรือค่อย ๆ แล่นออกไป ภาพตรงหน้าจะเปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ภูเขาหินปูนที่อยู่ไกลออกไปเริ่มเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ บางช่วงดูสูงชัน บางช่วงเป็นแนวเขาเตี้ย ๆ และบางมุมก็มีผืนน้ำทอดยาวเข้าไปตามช่องเขา ทำให้รู้สึกว่าทะเลสาบแห่งนี้มีมุมให้มองอยู่ตลอดทาง 

          ระหว่างทางยังสามารถมองเห็นหมู่บ้านริมทะเลสาบ เรือประมง และพื้นที่ที่ผู้คนยังใช้ประโยชน์จากผืนน้ำอยู่จริง ๆ ซึ่งเป็นอีกสิ่งที่ทำให้ว่านเฟิงหูมีชีวิตมากกว่าการเป็นแค่จุดชมวิว เพราะทะเลสาบแห่งนี้ยังเกี่ยวข้องกับอาชีพและวิถีชีวิตของชุมชนโดยรอบ ทั้งการประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการทำเกษตรกรรมตามพื้นที่ริมฝั่ง
          อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ไม่ควรมองข้ามคือเมื่อมองจากทะเลสาบ จะเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง “น้ำกับภูเขา” ได้ชัดมาก ยอดเขาหินปูนที่เคยอยู่บนพื้นดินกลับกลายเป็นภูเขาที่ตั้งอยู่ท่ามกลางผืนน้ำ ยิ่งในวันที่อากาศดี แสงแดดตกกระทบผิวน้ำเป็นระยะ ๆ แล้วมีภูเขาสีเขียวเข้มอยู่ด้านหลัง ภาพตรงหน้าจะให้ความรู้สึกสงบแบบที่ไม่ต้องมีอะไรเยอะ แค่นั่งเรือ มองวิว และปล่อยเวลาให้ผ่านไปช้า ๆ ก็เพียงพอแล้ว และถ้ามีโอกาสเที่ยวเชื่อมกับว่านเฟิงหลินหรือ “ป่าภูเขาหมื่นยอด” ก็ยิ่งน่าสนใจ เพราะทั้งสองพื้นที่อยู่ในบริเวณซิงอี้และมีภูมิประเทศแบบคาสต์เป็นจุดเด่นเหมือนกัน เพียงแต่จากมุมหนึ่งเราได้มองภูเขาเรียงรายบนผืนดิน ส่วนอีกมุมหนึ่งกลับได้เห็นภูเขาเหล่านั้นอยู่ท่ามกลางน้ำ จึงทำให้การเดินทางในเส้นทางนี้มีทั้งบรรยากาศของภูเขาและทะเลสาบอยู่ในทริปเดียวกัน
          

ว่านเฟิงหลิง ไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับถ่ายรูป

          สิ่งที่ทำให้ทะเลสาบว่านเฟิงน่าสนใจอาจไม่ใช่แค่ความกว้างของผืนน้ำ หรือจำนวนภูเขาที่รายล้อมอยู่รอบ ๆ แต่คือเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ตั้งแต่ภูมิประเทศหินปูนดั้งเดิม การสร้างเขื่อน การเกิดทะเลสาบขนาดใหญ่ ไปจนถึงชีวิตของผู้คนที่ปรับตัวและใช้ชีวิตอยู่กับผืนน้ำแห่งนี้มาหลายสิบปี ทุกอย่างกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพเดียวกัน และทำให้ว่านเฟิงหูมีความหมายมากกว่าคำว่า “จุดชมวิว”

          ถ้าได้มาเที่ยวซิงอี้แล้วมีเวลา อยากให้ลองเผื่อเวลาไว้สำหรับทะเลสาบแห่งนี้สักช่วงหนึ่ง ไม่ต้องรีบ ลองนั่งเรือออกไปกลางน้ำ ปล่อยให้วิวค่อย ๆ เปลี่ยนไปตรงหน้า แล้วจะเข้าใจว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของกุ้ยโจว เพราะบางครั้งเสน่ห์ของการเดินทางก็ไม่ได้อยู่ที่ว่าเราได้เห็นอะไรเยอะที่สุด แต่อยู่ที่ช่วงเวลาที่เราได้นั่งนิ่ง ๆ แล้วรู้สึกว่า “วิวตรงหน้านี้ คุ้มแล้วที่ได้เดินทางมา”

เกร็ดความรู้

ทะเลสาบว่านเฟิงเกิดขึ้นได้อย่างไร? ทะเลสาบว่านเฟิง หรือว่านเฟิงหู ไม่ได้เป็นทะเลสาบธรรมชาติที่มีมาตั้งแต่เดิม แต่เกิดขึ้นจากการกักเก็บน้ำของ เขื่อนเทียนเซิงเฉียว บนแม่น้ำหนานผานในช่วงทศวรรษ 1990 เมื่อน้ำเพิ่มระดับขึ้น พื้นที่หุบเขาเดิมจึงถูกน้ำท่วมและกลายเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ส่วนยอดเขาหินปูนจำนวนมากยังคงโผล่พ้นน้ำ ทำให้เกิดภูมิทัศน์ที่มีทั้งผืนน้ำและยอดเขากระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของทะเลสาบว่านเฟิงจนถึงทุกวันนี้

จำนวนผู้เข้าชม 10 ครั้ง