Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

เฟิงหลินปู้อี้ เมืองวัฒนธรรมปู้ยี่ที่ยิ่งตกหลุมรักเมื่อไฟเริ่มส่องแสง

เฟิงหลินปู้อี้ เมืองวัฒนธรรมปู้ยี่ที่ยิ่งตกหลุมรักเมื่อไฟเริ่มส่องแสง

18

Oct

จีน

เฟิงหลินปู้อี้ เมืองวัฒนธรรมปู้ยี่ที่ยิ่งตกหลุมรักเมื่อไฟเริ่มส่องแสง

          ถ้ามาเที่ยวกุ้ยโจวแล้วกำลังมองหาสถานที่ที่ได้ทั้งวิวภูเขา บ้านไม้สวย ๆ วัฒนธรรมท้องถิ่น และบรรยากาศเดินเล่นแบบสบาย ๆ เมืองโบราณเฟิงหลินปู้อี้ หรือ Fenglin Buyi Scenic Area เป็นอีกที่ที่น่าสนใจมาก เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่บ้านโบราณเรียงกันให้ถ่ายรูป แต่จัดบรรยากาศให้เราได้ค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ ดู และค่อย ๆ ซึมซับเรื่องราวของชาวปู้ยี่ไปทีละนิด

           ตัวเมืองตั้งอยู่บริเวณเมืองซิงอี้ มณฑลกุ้ยโจว รายล้อมด้วยภูเขาหินปูนและภูมิประเทศแบบคาสต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ ทำให้เวลาเดินอยู่ในเมืองจะเห็นทั้งบ้านไม้ หลังคากระเบื้อง สะพาน ทางเดินริมน้ำ และแนวภูเขาอยู่ในภาพเดียวกัน

          ช่วงกลางวันก็เดินเที่ยวได้เรื่อย ๆ ถ่ายรูปได้หลายมุม แต่ถ้าอยากเห็นอีกบรรยากาศหนึ่งจริง ๆ ต้องลองอยู่จนถึงช่วงเย็น เพราะพอไฟเริ่มเปิด อาคารต่าง ๆ ริมน้ำจะค่อย ๆ สว่างขึ้น บรรยากาศจากเมืองที่ดูเรียบ ๆ ตอนกลางวันก็เปลี่ยนเป็นอีกแบบทันที

จากวัฒนธรรมชาวปู้ยี่ สู่แหล่งท่องเที่ยวกลางภูเขา

           เฟิงหลินปู้อี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นโดยนำเอกลักษณ์ของชาวปู้ยี่มาผสมกับภูมิประเทศของกุ้ยโจว โดยวางผังพื้นที่ให้สอดคล้องกับแนวคิดการตั้งถิ่นฐานของชาวปู้ยี่ที่อาศัยอยู่ตามภูเขาและแหล่งน้ำ พร้อมสร้างอาคารหลากหลายรูปแบบขึ้นมากกว่า 600 หลัง ทั้งบ้านไม้ บ้านยกพื้น อาคารหลังคาซ้อน และสิ่งก่อสร้างที่ใช้เป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมทางวัฒนธรรม ตรงนี้เป็นสิ่งที่ทำให้การเดินเที่ยวมีอะไรให้ดูมากกว่าการเดินถ่ายรูป เพราะระหว่างทางจะมีทั้งร้านค้าสไตล์ท้องถิ่น งานหัตถกรรม ร้านอาหาร รวมถึงพื้นที่จัดแสดงวัฒนธรรมของชาวปู้ยี่ ซึ่งทำให้เราได้เห็นทั้งเรื่องการแต่งกาย งานฝีมือ ดนตรี และการแสดงพื้นบ้าน

         วัฒนธรรมของชาวปู้ยี่เองก็มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะเรื่องดนตรีและการร้องเพลงแบบดั้งเดิม รวมถึงงานฝีมืออย่างการย้อมผ้าบาติกและงานปักที่ยังถูกนำมาเล่าให้คนที่มาเที่ยวได้เห็นกันอยู่ เพราะฉะนั้นที่นี่จึงไม่ได้เน้นแค่ความสวยของสถานที่ แต่พยายามทำให้คนที่เข้ามาเที่ยวได้รู้จักวัฒนธรรมปู้ยี่ไปพร้อม ๆ กัน

บ้านไม้ สายน้ำ และบรรยากาศที่เปลี่ยนไปเมื่อพระอาทิตย์ตก

บ้านไม้สไตล์ปู้ยี่

          มุมแรกที่น่าจะสะดุดตาที่สุดก็คือกลุ่มอาคารไม้ที่สร้างเรียงตัวไปตามแนวภูเขาและริมน้ำ มีทั้งบ้านยกพื้น บ้านไม้หลังคากว้าง อาคารหลายชั้น และหอคอยที่ทำให้ภาพรวมของเมืองดูมีเอกลักษณ์มากขึ้น เดินไปตรงไหนก็มีมุมให้หยุดถ่ายรูป ยิ่งถ้าใส่ชุดจีนหรือชุดพื้นเมืองมาถ่ายด้วย บรรยากาศจะยิ่งเข้ากับสถานที่มากขึ้น เพราะฉากด้านหลังเต็มไปด้วยบ้านไม้ สะพาน และภูเขา

เดินเล่นริมสายน้ำแบบช้า ๆ
           อีกอย่างที่ชอบคือพื้นที่ของเฟิงหลินปู้อี้ไม่ได้ทำให้เราต้องรีบเที่ยว เดินไปเรื่อย ๆ ได้ มีทั้งทางเดิน สะพาน และพื้นที่ริมน้ำที่จัดไว้ให้เดินชมวิวหรือแวะพัก บางมุมเห็นอาคารสะท้อนลงบนผิวน้ำ บางมุมมองออกไปเห็นภูเขาหินปูนอยู่ด้านหลัง เป็นภาพที่ถ่ายออกมาแล้วได้อารมณ์กุ้ยโจวชัดมาก

วัฒนธรรมปู้ยี่ที่ไม่ได้มีแค่การมอง
          ที่นี่มีการนำวัฒนธรรมปู้ยี่มาเล่าผ่านการแสดงและกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งเพลงพื้นบ้าน การร้องเพลงแบบปู้ยี่ การเต้น การแสดงงานฝีมือ รวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น บางช่วงยังมีการแสดงดอกไม้ไฟเหล็ก หรือ Iron Flower ซึ่งเป็นการแสดงที่ใช้ประกายไฟจากโลหะร้อน ๆ สร้างเป็นแสงระยิบระยับในยามค่ำคืน ใครที่ชอบดูการแสดงพื้นบ้านน่าจะสนุกกับช่วงนี้เป็นพิเศษ

ช่วงค่ำคืออีกหนึ่งช่วงที่ไม่ควรรีบกลับ
          ถ้ามีเวลา สีมอยอยากแนะนำว่าอย่าเพิ่งกลับตอนฟ้ายังไม่มืด เพราะช่วงค่ำของเฟิงหลินปู้อี้เป็นช่วงที่บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด พอไฟตามอาคารและบริเวณริมน้ำเริ่มเปิด บ้านไม้แต่ละหลังจะมีแสงไฟช่วยขับรายละเอียดของตัวอาคารออกมา และเมื่อมองจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งจะเห็นเงาของอาคารสะท้อนอยู่บนผิวน้ำ ทำให้เดินถ่ายรูปเพลินมาก ใครที่ชอบถ่ายรูปช่วง Blue Hour หรือช่วงที่ท้องฟ้ายังมีแสงเหลืออยู่ แต่ไฟในเมืองเริ่มเปิด บอกเลยว่าช่วงนั้นน่าจะได้รูปสวยกลับไปหลายใบ

เฟิงหลินปู้อี้ไม่ได้มีดีแค่ความสวย แต่คือการได้รู้จักวัฒนธรรมอีกแบบหนึ่ง

           เมืองโบราณเฟิงหลินปู้อี้อาจไม่ได้เป็นเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์ต่อเนื่องมายาวนานแบบเมืองโบราณดั้งเดิมหลายแห่งในจีน เพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อรวบรวมและนำเสนอวิถีของชาวปู้ยี่ แต่จุดเด่นของที่นี่ก็คือการเอาสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม การแสดง อาหาร งานฝีมือ และบรรยากาศของภูเขากับสายน้ำมารวมไว้ในพื้นที่เดียวกัน

           สำหรับคนที่มาเที่ยวซิงอี้แล้วอยากหาสถานที่เดินเล่นแบบไม่ต้องรีบ เฟิงหลินปู้อี้ถือเป็นอีกจุดที่น่าแวะ เพราะกลางวันก็มีมุมให้เดินชมและถ่ายรูป ส่วนช่วงค่ำก็ได้เห็นแสงไฟและการแสดงวัฒนธรรมที่ทำให้บรรยากาศคึกคักขึ้นมาอีกแบบ และสิ่งสำคัญที่สุดของที่นี่อาจไม่ใช่แค่ภาพสวย ๆ ที่ถ่ายกลับบ้าน แต่คือการได้เห็นว่ากุ้ยโจวยังมีเรื่องราวของชนกลุ่มน้อย วัฒนธรรม เพลง งานฝีมือ และวิถีชีวิตที่ถูกนำมาเล่าผ่านสถานที่ท่องเที่ยวให้คนจากต่างถิ่นได้รู้จักมากขึ้น

          ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวกุ้ยโจว ลองเผื่อเวลาไว้สักครึ่งวัน แล้วเดินเข้ามาดูด้วยตัวเองสักครั้ง เดินช้า ๆ แวะกินอะไรอร่อย ๆ ถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ แล้วอยู่ต่อจนไฟเปิด รับรองว่าจะได้เห็นเฟิงหลินปู้อี้ในอีกมุมที่ต่างจากตอนกลางวันอย่างชัดเจน

เกร็ดความรู้

มารู้จัก “ชาวปู้ยี่” ก่อนเที่ยวเฟิงหลินปู้อี้ ชาวปู้ยี่ หรือ Buyi (布依族) เป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ของจีน โดยอาศัยอยู่มากในมณฑลกุ้ยโจว โดยเฉพาะพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑล จุดเด่นของวัฒนธรรมปู้ยี่คือการใช้ชีวิตที่ผูกพันกับภูเขาและสายน้ำ รวมถึงงานทอผ้า งานย้อมผ้า และผ้าบาติกที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ เพราะฉะนั้นเวลาเดินเที่ยวเฟิงหลินปู้อี้ เราจึงไม่ได้เห็นแค่บ้านไม้และวิวภูเขาเท่านั้น แต่ยังได้เห็นการนำวัฒนธรรมของชาวปู้ยี่มาเล่าผ่านสถาปัตยกรรม การแสดง อาหาร และงานหัตถกรรมต่าง ๆ ด้วย ถือเป็นอีกมุมหนึ่งที่ทำให้การเที่ยวกุ้ยโจวน่าสนใจขึ้นมาก เพราะแต่ละพื้นที่ไม่ได้มีแค่ธรรมชาติสวย ๆ แต่ยังมีเรื่องราวของผู้คนท้องถิ่นซ่อนอยู่ด้วยค่ะ

จำนวนผู้เข้าชม 5 ครั้ง