Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

หอคอยเจียซิ่ว แลนด์มาร์กเก่าแก่กว่า 400 ปีแห่งเมืองกุ้ยหยาง

หอคอยเจียซิ่ว แลนด์มาร์กเก่าแก่กว่า 400 ปีแห่งเมืองกุ้ยหยาง

20

Oct

จีน

หอคอยเจียซิ่ว แลนด์มาร์กเก่าแก่กว่า 400 ปีแห่งเมืองกุ้ยหยาง

          ถ้าใครเดินทางมาเที่ยวเมืองกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจว แล้วอยากเห็นสถานที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของเมืองนี้ได้ในมุมที่มากกว่าแค่ความสวยงาม บอกเลยว่า “หอคอยเจียซิ่ว” หรือ Jiaxiu Tower เป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาด เพราะตัวหอคอยตั้งอยู่กลางแม่น้ำหนานหมิง ท่ามกลางบรรยากาศของเมืองเก่าและเมืองสมัยใหม่ที่อยู่รอบ ๆ กันอย่างลงตัว ยิ่งเดินเข้าใกล้แล้วมองตัวอาคารที่ตั้งอยู่บนโขดหินกลางน้ำ ก็จะรู้สึกได้ทันทีว่าสถานที่แห่งนี้มีเรื่องราวอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ไม่ใช่แค่หอคอยสวย ๆ สำหรับถ่ายรูปเท่านั้น แต่เป็นสถานที่ที่อยู่กับเมืองกุ้ยหยางมายาวนานหลายร้อยปี และผ่านทั้งช่วงเวลาที่เมืองเปลี่ยนแปลงไปมากมาย

ช่วงกลางวันบรรยากาศจะค่อนข้างสบาย ๆ สามารถเดินชมสะพาน ชมสายน้ำ และมองรายละเอียดของอาคารโบราณได้แบบใกล้ ๆ แต่ถ้ามาช่วงเย็นจนถึงค่ำ บรรยากาศจะเปลี่ยนไปอีกแบบ เพราะแสงไฟค่อย ๆ เปิดขึ้นตามตัวหอคอยและสะพานฟู่อวี้ ก่อนจะสะท้อนลงบนผิวน้ำของแม่น้ำหนานหมิง กลายเป็นอีกมุมหนึ่งของกุ้ยหยางที่ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยมาก โดยเฉพาะช่วงที่ท้องฟ้าเริ่มมืดแต่แสงเมืองยังไม่มืดสนิท เป็นช่วงที่เดินเล่นเพลิน ๆ ได้เลยค่ะ

หอคอยที่สร้างขึ้นจากความหวังเรื่องการศึกษา

         หอคอยเจียซิ่วสร้างขึ้นในช่วงราชวงศ์หมิง ราวปี ค.ศ. 1598 หรือเมื่อกว่า 400 ปีก่อน โดยแนวคิดในการสร้างนั้นเกี่ยวข้องกับความปรารถนาที่อยากส่งเสริมการศึกษาและสนับสนุนเหล่าบัณฑิตในกุ้ยหยาง ชื่อ “เจียซิ่ว” เองก็มีความหมายในเชิงความโดดเด่นและความเป็นเลิศของผู้มีความสามารถ ทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีความสำคัญแค่ด้านสถาปัตยกรรม แต่ยังเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมการศึกษาและเหล่าปราชญ์นักปราชญ์ของเมืองมาตั้งแต่อดีต แน่นอนว่าการอยู่มานานกว่า 400 ปีไม่ได้หมายความว่าหอคอยแห่งนี้จะผ่านช่วงเวลาต่าง ๆ มาแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะตลอดหลายร้อยปี หอคอยเจียซิ่วเคยได้รับความเสียหายและมีการบูรณะครั้งใหญ่หลายครั้ง จนมีการบูรณะรวมแล้วถึง 6 ครั้ง และรูปแบบที่เราเห็นในปัจจุบันก็เป็นผลจากการดูแลรักษาและซ่อมแซมให้ยังคงลักษณะดั้งเดิมเอาไว้

          เพราะฉะนั้นเวลามองหอคอยแห่งนี้ อยากให้ลองมองให้ไกลกว่าความสวยของตัวอาคาร เพราะทุกส่วนที่เห็นอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นหลังคาที่เชิดขึ้น เสาหิน ตัวอาคารไม้ หรือสะพานที่ทอดผ่านสายน้ำ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่เดินทางข้ามเวลามาจนถึงปัจจุบัน และนั่นคือเหตุผลที่หอคอยเจียซิ่วยังคงเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองกุ้ยหยางมาจนถึงทุกวันนี้

หอคอยสามชั้นที่ตั้งอยู่กลางแม่น้ำ

         จุดที่สะดุดตาที่สุดก็คงหนีไม่พ้นตัวหอคอยเจียซิ่วที่ตั้งอยู่บนโขดหินกลางแม่น้ำหนานหมิง เป็นอาคารโบราณสามชั้น มีชายคาซ้อนกันสามระดับ และมีรายละเอียดของหลังคาแบบจีนโบราณที่ปลายชายคายกเชิดขึ้น ตัวอาคารสูงประมาณ 20 เมตร และมีเสาหินรองรับส่วนชายคา พร้อมราวหินแกะสลักสีขาวที่ช่วยเพิ่มรายละเอียดให้ตัวอาคารดูโดดเด่นขึ้นไปอีก อีกจุดที่ต้องเดินไปชมก็คือ “สะพานฟู่อวี้” ซึ่งทอดยาวผ่านบริเวณหอคอยและเชื่อมพื้นที่สองฝั่งของแม่น้ำเข้าด้วยกัน สะพานมีความยาวประมาณ 90 เมตร และเมื่อมองจากมุมหนึ่งจะเห็นทั้งสะพาน ตัวหอคอย และสายน้ำอยู่ในภาพเดียวกัน เป็นมุมที่ทำให้เข้าใจเลยว่าทำไมพื้นที่ตรงนี้ถึงกลายเป็นจุดสำคัญของกุ้ยหยางมานานขนาดนี้

          บริเวณใกล้ ๆ กันยังมี “สวนชุ่ยเวย” ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารเก่าแก่ที่ช่วยเติมเรื่องราวให้พื้นที่รอบหอคอยมีอะไรให้เดินชมมากขึ้น ไม่ใช่แค่เดินมาถ่ายรูปหอคอยแล้วกลับ แต่สามารถค่อย ๆ เดินดูอาคารเก่า สถาปัตยกรรม และบรรยากาศโดยรอบได้อีกหลายมุม ทำให้การมาเที่ยวที่นี่มีความรู้สึกเหมือนได้เดินเข้าไปอยู่ในย่านประวัติศาสตร์ของกุ้ยหยางจริง ๆ และถ้ามีเวลา แนะนำให้ลองมาในช่วงเย็น เพราะแสงไฟที่เปิดขึ้นบริเวณหอคอยและสะพานจะทำให้บรรยากาศเปลี่ยนจากสถานที่เก่าแก่ในตอนกลางวัน กลายเป็นแลนด์มาร์กกลางเมืองที่มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกแบบ ตัวอาคารโบราณกับแสงไฟของเมืองยุคใหม่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเป็นภาพที่สะท้อนกุ้ยหยางในวันนี้ได้ดีมาก เมืองที่ยังเก็บเรื่องราวจากอดีตเอาไว้ แต่ขณะเดียวกันก็เดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ

สถานที่ที่ทำให้เราเห็นเรื่องราวของกุ้ยหยางชัดขึ้น

         หอคอยเจียซิ่วอาจไม่ได้เป็นอาคารที่ใหญ่โตที่สุดในประเทศจีน แต่ความสำคัญของที่นี่อยู่ตรงเรื่องราวที่สะสมมานานกว่า 400 ปี ตั้งแต่วันที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมการศึกษา ผ่านช่วงเวลาที่เกิดความเปลี่ยนแปลงและการบูรณะหลายครั้ง จนกลายมาเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของกุ้ยหยางในปัจจุบัน สำหรับคนที่ชอบเที่ยวเมืองเก่า ชอบดูสถาปัตยกรรม หรืออยากหาสถานที่ที่มีทั้งเรื่องราวและบรรยากาศให้เดินเล่น หอคอยเจียซิ่วถือว่าเป็นอีกจุดที่น่าแวะมาก เพราะแค่ได้มายืนริมแม่น้ำ มองหอคอยเก่าแก่ที่ตั้งอยู่กลางน้ำ แล้วเห็นเมืองกุ้ยหยางอยู่ด้านหลัง ก็จะเข้าใจได้เลยว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงยังคงเป็นภาพจำสำคัญของเมืองมาจนถึงทุกวันนี้  บางสถานที่เราไปเที่ยวเพราะอยากได้รูปสวย ๆ แต่บางสถานที่พอได้รู้เรื่องราวของมันแล้ว ความรู้สึกตอนมองกลับไปจะเปลี่ยนไปเลย และหอคอยเจียซิ่วก็เป็นหนึ่งในสถานที่แบบนั้น เพราะสิ่งที่เห็นตรงหน้าไม่ใช่เพียงอาคารเก่า แต่คือร่องรอยของเมืองกุ้ยหยางที่ยังยืนอยู่ท่ามกลางสายน้ำ และยังคงเล่าเรื่องของเมืองผ่านกาลเวลามาจนถึงวันนี้

เกร็ดความรู้

รู้หรือไม่ว่าทำไมถึงชื่อ “เจียซิ่ว”

ชื่อ “เจียซิ่ว” (甲秀) มีความหมายในภาษาจีนประมาณว่า โดดเด่นและเป็นเลิศ ชื่อนี้จึงมีความเกี่ยวข้องกับแนวคิดเรื่องการศึกษาและความสามารถของเหล่าบัณฑิตในสมัยก่อน เพราะหอคอยแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง โดยมีความตั้งใจให้เป็นสถานที่ส่งเสริมการศึกษาและเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จทางวิชาการของเมืองกุ้ยหยาง นั่นทำให้หอคอยเจียซิ่วไม่ได้มีความสำคัญเพียงในเรื่องสถาปัตยกรรม แต่ยังสะท้อนค่านิยมของสังคมจีนในอดีตที่ให้ความสำคัญกับการเรียนและการสอบรับราชการอีกด้วย

จำนวนผู้เข้าชม 17 ครั้ง