Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

พาเปิดตำนานใจกลางกรุงปักกิ่ง “พระราชวังต้องห้าม”

พาเปิดตำนานใจกลางกรุงปักกิ่ง “พระราชวังต้องห้าม”

04

May

จีน

พาเปิดตำนานใจกลางกรุงปักกิ่ง “พระราชวังต้องห้าม”

          กลางมหานคร ปักกิ่ง ยังมีสถานที่หนึ่งที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ และความยิ่งใหญ่เหนือกาลเวลา “พระราชวังต้องห้าม” หรือที่รู้จักในชื่อ พระราชวังกู้กง คืออดีตราชสำนักของจักรพรรดิราชวงศ์หมิงและชิงนานกว่า 500 ปีสถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนหัวใจของอำนาจจักรวรรดิจีนในอดีต ที่เต็มไปด้วยพิธีการและกฎระเบียบอันเคร่งครัด กำแพงสูงและคูเมืองรอบด้าน สะท้อนถึงการปกป้องและความศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจเข้าถึงได้โดยคนทั่วไป ทุกย่างก้าวภายในวัง เหมือนได้ย้อนกลับไปสู่ยุคที่จักรพรรดิทรงเป็นศูนย์กลางของแผ่นดิน สถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ถูกออกแบบอย่างสมดุล ตามหลักฮวงจุ้ยและความเชื่อโบราณของจีน สีแดงและสีทองที่โดดเด่น เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ความมั่งคั่ง และความเป็นสิริมงคล ภายในยังแบ่งออกเป็นเขตชั้นนอกสำหรับงานราชพิธี และเขตชั้นในสำหรับที่ประทับของจักรพรรดิและพระสนม เรื่องราวชีวิตในวังเต็มไปด้วยทั้งความรุ่งเรือง การเมือง และความลับที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงสูง ปัจจุบันที่นี่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ให้ผู้คนทั่วโลกได้เข้ามาสัมผัสประวัติศาสตร์อย่างใกล้ชิด และยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่และทรงคุณค่ามากที่สุดของประเทศจีน

“พระราชวังต้องห้าม”

          ที่นี่ถูกสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ หย่งเล่อ แห่ง ราชวงศ์หมิง โดยใช้เวลาสร้างกว่า 14 ปี ภายในประกอบด้วยอาคารกว่า 900 หลัง และห้องมากกว่า 8,000 ห้อง ถูกออกแบบตามหลักฮวงจุ้ยอย่างพิถีพิถัน สื่อถึงอำนาจและความเป็นศูนย์กลางของจักรวาลตามความเชื่อจีนโบราณ การวางผังทั้งหมดเน้นแนวแกนกลางเหนือ–ใต้ ซึ่งถือเป็นเส้นสำคัญตามคติจักรวาลของจีน อาคารหลักถูกจัดเรียงอย่างสมมาตร แสดงถึงความสมดุลและระเบียบแห่งอำนาจ หลังคากระเบื้องสีเหลืองทองเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิ ซึ่งเป็นผู้สูงสุดเพียงผู้เดียวที่ใช้สีนี้ได้ เสาไม้ขนาดใหญ่ที่ใช้ในการก่อสร้าง ล้วนคัดสรรจากไม้คุณภาพสูงจากทั่วประเทศ พื้นลานหินอ่อนขนาดกว้างใหญ่ ถูกออกแบบให้รองรับพิธีการสำคัญของราชสำนัก รายละเอียดการแกะสลักมังกรและลวดลายมงคล สะท้อนความเชื่อเรื่องพลังอำนาจและโชคลาภ ระบบการก่อสร้างยังคำนึงถึงความแข็งแรง สามารถรองรับแผ่นดินไหวได้ในระดับหนึ่ง ทุกองค์ประกอบไม่ใช่แค่ความงดงาม แต่ยังแฝงด้วยความหมายทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง จึงทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่เพียงยิ่งใหญ่ทางสถาปัตยกรรม แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของจักรวรรดิจีนอย่างแท้จริง

          เมื่อก้าวผ่านประตูสีแดงขนาดใหญ่ คุณจะสัมผัสได้ถึงความขลังของอดีต ทั้งลานกว้าง เสาหินอ่อนแกะสลัก และหลังคากระเบื้องสีทองที่สะท้อนแสงแดดอย่างงดงาม ทุกมุมล้วนเต็มไปด้วยรายละเอียดทางศิลปะที่บอกเล่าเรื่องราวของจักรพรรดิ ขุนนาง และชีวิตในวังหลวง บรรยากาศเงียบสงบแต่ทรงพลัง ราวกับเวลาหยุดนิ่งอยู่ภายในกำแพงแห่งนี้ เสียงฝีเท้าบนพื้นหินยิ่งขับเน้นความยิ่งใหญ่ของสถานที่ในทุกย่างก้าว ประตูแต่ละชั้นที่เรียงต่อกัน เปรียบเหมือนการค่อย ๆ เปิดเผยความลับของราชสำนัก ลวดลายมังกรและสิงโตหินที่ประดับอยู่ สื่อถึงการปกป้องและอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ แสงแดดที่สาดส่องกระทบหลังคาทองคำ ยิ่งเพิ่มความอลังการให้กับสถาปัตยกรรม ในบางมุม คุณอาจรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในฉากภาพยนตร์ประวัติศาสตร์จีน ความยิ่งใหญ่ไม่ได้มีแค่ขนาด แต่คือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ถูกรังสรรค์อย่างประณีต ทุกพื้นที่ล้วนมีเรื่องราว ทั้งความรุ่งเรืองและความเงียบงันของชีวิตในวัง และยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไร ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ที่ยากจะอธิบายของสถานที่แห่งนี้

"ไฮไลต์ที่ห้ามพลาด"

          ได้แก่ “ตำหนักไท่เหอ” (Hall of Supreme Harmony) ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญของราชสำนัก และ “สวนอวี้ฮวา” (Imperial Garden) สวนสวยที่เป็นพื้นที่พักผ่อนของจักรพรรดิ ตำหนักไท่เหอถือเป็นอาคารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดภายใน พระราชวังต้องห้าม และใช้จัดพิธีสำคัญ เช่น พิธีราชาภิเษก บัลลังก์มังกรภายในตำหนัก สื่อถึงอำนาจสูงสุดของจักรพรรดิที่ไม่มีผู้ใดเทียบเท่า ลานกว้างด้านหน้าถูกออกแบบเพื่อรองรับขุนนางจำนวนมากในพิธีการใหญ่ ส่วน “สวนอวี้ฮวา” เต็มไปด้วยต้นไม้โบราณ หินประดับ และศาลาพักผ่อนที่ร่มรื่น  ที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับจักรพรรดิและพระสนม ใช้พักผ่อนและหลีกหนีความวุ่นวายจากราชการ การจัดสวนสะท้อนความงามตามธรรมชาติ ผสมผสานกับศิลปะจีนอย่างลงตัว หินรูปร่างแปลกตาที่ตั้งอยู่ในสวน มีความหมายตามความเชื่อเรื่องพลังธรรมชาติ บรรยากาศภายในสวนเงียบสงบ ต่างจากความยิ่งใหญ่ของโซนพิธีการด้านหน้าอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมและซึมซับความงดงามได้ในทุกฤดูกาล จึงทำให้ทั้งสองจุดนี้เป็นเสน่ห์สำคัญที่สะท้อนทั้งอำนาจและความอ่อนโยนของราชสำนักจีน

          นอกจากนี้ ภายใน พระราชวังต้องห้าม ยังมีโซนจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องลายคราม เครื่องหยก เครื่องแต่งกายจักรพรรดิ และงานศิลปะจีนโบราณที่หาชมได้ยาก ซึ่งช่วยให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของราชสำนักจีนอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น โบราณวัตถุแต่ละชิ้นล้วนมีเรื่องราวและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สืบทอดมายาวนาน เครื่องลายครามที่จัดแสดง แสดงถึงความประณีตและฝีมือช่างระดับสูงของจีนโบราณ เครื่องหยกถูกยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์และอำนาจ ชุดเครื่องแต่งกายจักรพรรดิเต็มไปด้วยลวดลายมังกรและสีสันที่สื่อถึงฐานันดรศักดิ์ ภาพเขียนและงานศิลป์โบราณ สะท้อนทั้งความเชื่อ ศาสนา และวิถีชีวิตของผู้คนในยุคนั้น บางโซนยังมีการจัดแสดงของใช้ส่วนพระองค์ ที่เผยให้เห็นชีวิตประจำวันในวังหลวง การเดินชมพิพิธภัณฑ์เปรียบเสมือนการเปิดหน้าประวัติศาสตร์ทีละบทอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ผู้เข้าชมสามารถใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อดื่มด่ำกับรายละเอียดอันล้ำค่าเหล่านี้ ทุกมุมของพิพิธภัณฑ์ช่วยเติมเต็มภาพของจักรวรรดิจีนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

          อีกหนึ่งเสน่ห์ที่หลายคนอาจไม่รู้ คือมุมมองจาก สวนจิ่งซาน ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังพระราชวัง สวนแห่งนี้เคยเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ราชสำนักในอดีต เมื่อขึ้นไปบนเนินเขาสูง จะสามารถมองเห็นแนวแกนกลางของพระราชวังได้อย่างชัดเจน ภาพมุมสูงเผยให้เห็นความยิ่งใหญ่และการวางผังอย่างสมมาตรของพระราชวังต้องห้าม โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตก แสงสีทองจะสาดส่องทั่วหลังคาวังอย่างงดงาม บรรยากาศยามเย็นให้ความรู้สึกสงบและโรแมนติกในแบบที่แตกต่างจากตอนกลางวัน จุดชมวิวนี้ยังเป็นหนึ่งในมุมถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก คุณจะได้เห็นทั้งอดีตและปัจจุบันของ ปักกิ่ง อยู่ในภาพเดียวกัน ความงดงามของพระราชวังจากมุมสูง ทำให้ยิ่งเข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิในอดีต และเป็นภาพความทรงจำที่ยากจะลืมเลือนสำหรับผู้ที่ได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้

เกร็ดความรู้

เลข 9 ถือเป็นเลขมงคลของจักรพรรดิ จึงมักถูกใช้ในสถาปัตยกรรมของวังใน พระราชวังต้องห้าม จะเห็นการใช้เลข 9 ซ้ำ ๆ เช่น จำนวนหมุดบนประตูที่เรียงเป็น 9 แถวรวมถึงลวดลายตกแต่งและองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มักยึดเลขนี้เป็นหลักเนื่องจากเลข 9 ออกเสียงคล้ายคำว่า “ยืนยาว” ในภาษาจีน จึงสื่อถึงอำนาจที่ยั่งยืนยังสะท้อนถึงความเชื่อเรื่องความสมบูรณ์สูงสุดและความยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิจึงทำให้เลข 9 กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่พบได้ทั่วทั้งพระราชวัง

จำนวนผู้เข้าชม 18 ครั้ง