เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

ชมความงดงาม 3 ทะเลสาบดัง บนเส้นทางหลวงคาราโครัม

ชมความงดงาม 3 ทะเลสาบดัง บนเส้นทางหลวงคาราโครัม

17

May

จีน

ชมความงดงาม 3 ทะเลสาบดัง บนเส้นทางหลวงคาราโครัม

ถ้ามีถนนสักสายที่ทำให้คนรักธรรมชาติยอมขับรถเป็นสิบชั่วโมงแบบไม่บ่นเลยสักคำ ก็คงต้องยกให้ Karakoram Highway เพราะนี่ไม่ใช่แค่ถนนธรรมดา แต่มันคือเส้นทางที่พาเราผ่านภูเขาหิมะสูงเสียดฟ้า ทะเลทรายเย็น ลมแรงๆ และวิวที่สวยเหมือนโลกอีกใบ ยิ่งพอรถเริ่มวิ่งลึกเข้าไปในเขตซินเจียงใต้ สิ่งที่ทำให้หลายคนเงียบไปทั้งคันรถก็คือ “ทะเลสาบ” สีสวยมหัศจรรย์ทั้ง 3 แห่ง ที่เหมือนธรรมชาติแอบซ่อนอัญมณีเอาไว้กลางหุบเขาค่ะ และแต่ละแห่งก็มีเสน่ห์ไม่เหมือนกันเลย บางที่สีฟ้าจนเหมือนใส่ฟิลเตอร์ บางที่เปลี่ยนสีได้จริงๆ แบบไม่น่าเชื่อ และบางแห่งก็สงบจนเหมือนเวลาเดินช้าลง

“ทะเลสาบไป้ชา”

          เริ่มกันที่ Baisha Lake หรือ “ทะเลสาบไป้ชา” ที่หลายคนเรียกว่า อัญมณีแห่งซินเจียงใต้ แค่ชื่อก็ดูโรแมนติกแล้ว แต่ของจริงคือสวยแบบตะโกนมากค่ะ จุดเด่นของที่นี่คือทะเลสาบสีฟ้าอมเขียวที่อยู่คู่กับภูเขาทรายสีขาวขนาดใหญ่ มองไกลๆ เหมือนภาพวาดที่มีคนเอาสีพาสเทลมาละเลงไว้กลางธรรมชาติ ประวัติของพื้นที่นี้เกิดจากการทับถมของแร่ธาตุและลมหนาวบนที่ราบสูงปามีร์ จนกลายเป็นภูมิประเทศแปลกตาที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในจีน สิ่งสำคัญคือที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยนะคะ แต่มันเป็นเหมือนประตูต้อนรับนักเดินทางทุกคนก่อนเข้าสู่เส้นทางคาราโครัมจริงๆ หลายคนพอมาถึงตรงนี้จะเริ่มรู้ทันทีว่า “การเดินทางครั้งนี้ไม่ธรรมดาแน่” เพราะวิวมันอลังการตั้งแต่นาทีแรกเลย

“ทะเลสาบคาลาคู่เล่อ”

          ต่อมาคือ Karakul Lake หรือ “ทะเลสาบคาลาคู่เล่อ” ทะเลสาบที่ขึ้นชื่อเรื่องการเปลี่ยนสีของน้ำ ฟังดูเหมือนเรื่องเล่าเกินจริง แต่พอเห็นกับตาจะเข้าใจเลยค่ะว่าทำไมคนถึงพูดกันแบบนั้น บางช่วงน้ำเป็นสีฟ้าเข้มเหมือนหมึก บางเวลาเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต หรือในวันที่เมฆลงจัดๆ น้ำจะกลายเป็นสีเทาเงินดูขลังมาก ความพิเศษอีกอย่างคือทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขายักษ์ โดยเฉพาะยอดเขามุซทากาทาที่มีหิมะปกคลุมตลอดปี และเวลาผิวน้ำนิ่ง ภาพสะท้อนของภูเขาบนทะเลสาบคือสวยจนเหมือนโลกหยุดหมุนค่ะ จริงๆ แล้วชื่อ “คาลาคู่เล่อ” มีความหมายว่า “ทะเลสาบสีดำ” ตามภาษาคีร์กีซ เพราะเวลาพายุมา น้ำจะดูมืดจนเกือบดำเลยทีเดียว และนี่แหละคือเสน่ห์ที่ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สำคัญที่สุดบนเส้นทางสายนี้

“ทะเลสาบสีน้ำเงิน ปานตี๋เอ่อร์”

          ส่วนที่สุดท้ายคือ Band-e-Amir Blue Lake หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ทะเลสาบสีน้ำเงิน ปานตี๋เอ่อร์” ที่นี่ให้อารมณ์ต่างจากสองแห่งแรกแบบชัดเจน เพราะมันเงียบ สงบ แล้วก็สวยใสมาก น้ำของทะเลสาบเป็นสีฟ้าเข้มแบบธรรมชาติแท้ๆ จนบางมุมเหมือนกระจกสะท้อนท้องฟ้าเลยค่ะ เรื่องราวของทะเลสาบแห่งนี้ผูกพันกับชุมชนท้องถิ่นและเส้นทางการค้าสมัยโบราณ เพราะบริเวณนี้เคยเป็นจุดพักของผู้คนที่เดินทางผ่านเส้นทางสายไหมมาก่อน สำคัญมากนะคะ เพราะมันไม่ใช่แค่จุดถ่ายรูปสวย แต่เป็นพื้นที่ที่มีทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติรวมอยู่ด้วยกัน ยิ่งถ้าไปช่วงแดดออก ฟ้าสีสดๆ ตัดกับน้ำสีฟ้าและแนวภูเขาด้านหลัง คือภาพที่หลายคนจำไปอีกนานแบบไม่ต้องพยายามเลย 

          บางทีเสน่ห์ของเส้นทางคาราโครัมอาจไม่ได้อยู่ที่ปลายทางอย่างเดียว แต่อยู่ตรงระหว่างทางนี่แหละค่ะ เพราะทุกกิโลเมตรที่ผ่าน เราจะได้เห็นธรรมชาติที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ และทะเลสาบทั้ง 3 แห่งนี้ก็เหมือนเป็นหัวใจสำคัญของการเดินทางสายนี้ เป็นวิวที่ทำให้คนเหนื่อยจากการนั่งรถยาวๆ กลับยิ้มออก เป็นความสวยที่ต่อให้ดูรูปมาร้อยครั้ง พอเห็นของจริงก็ยังต้องอุทานเบาๆ ว่า “โห…มันสวยขนาดนี้เลยเหรอ”

เกร็ดความรู้

ช่วงที่ดีที่สุดในการเที่ยวทะเลสาบทั้ง 3 แห่งบนเส้นทาง Karakoram Highway คือประมาณ “ปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง” หรือช่วงเดือน พฤษภาคม – ตุลาคม ค่ะ เพราะเป็นช่วงที่ถนนเปิด เดินทางสะดวก อากาศไม่หนาวจัดเกินไป และวิวของทะเลสาบจะสวยที่สุด

จำนวนผู้เข้าชม 9 ครั้ง