เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

กำแพงเมืองจีน ด่านมู่เถียนยวี่ เส้นทางประวัติศาสตร์บนสันเขาที่สวยจนเหมือนโลกอีกใบ

กำแพงเมืองจีน ด่านมู่เถียนยวี่ เส้นทางประวัติศาสตร์บนสันเขาที่สวยจนเหมือนโลกอีกใบ

26

May

จีน

กำแพงเมืองจีน ด่านมู่เถียนยวี่ เส้นทางประวัติศาสตร์บนสันเขาที่สวยจนเหมือนโลกอีกใบ

          ถ้ามีสถานที่สักแห่งที่ทำให้คำว่า “ยิ่งใหญ่” กลายเป็นภาพที่มองเห็นได้จริง กำแพงเมืองจีนคงเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน และในบรรดาด่านต่างๆ ที่ทอดตัวอยู่บนแนวภูเขายาวหลายพันกิโลเมตร “ด่านมู่เถียนยวี่” คือจุดที่หลายคนตกหลุมรักมากที่สุดแบบไม่รู้ตัว เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่กำแพงหินโบราณ หรือวิวภูเขาสวยๆ เท่านั้น แต่มันมีบรรยากาศบางอย่างที่ทำให้คนที่มาเยือนรู้สึกเหมือนได้เดินย้อนเข้าไปในอดีตจริงๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่มองเห็นแนวกำแพงทอดยาวไปตามสันเขา ความรู้สึกมันเหมือนกำลังยืนอยู่ต่อหน้าสิ่งก่อสร้างที่ทั้งโลกเคยเรียนรู้ผ่านหนังสือ แต่วันนี้กลับมาอยู่ตรงหน้าแบบจับต้องได้

          ด่านมู่เถียนยวี่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงปักกิ่ง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 70 กิโลเมตร และถือว่าเป็นหนึ่งในช่วงกำแพงเมืองจีนที่ได้รับการอนุรักษ์ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน ความพิเศษของที่นี่คือการผสมกันระหว่างธรรมชาติและสถาปัตยกรรมโบราณได้อย่างลงตัว กำแพงหินสีเทาเข้มตัดผ่านแนวภูเขาสีเขียวเข้มเหมือนเส้นสายที่ถูกวาดขึ้นบนผืนป่า ยิ่งในวันที่มีหมอกบางๆ ลอยผ่านยอดเขา ภาพของกำแพงที่ค่อยๆ โผล่พ้นสายหมอกออกมาจะสวยจนเหมือนฉากในภาพยนตร์จีนย้อนยุคที่เราเคยเห็นกันในทีวี

แนวป้องกันโบราณกลางขุนเขาทางเหนือของปักกิ่ง

          ด่านมู่เถียนยวี่เองก็เก่าแก่ไม่แพ้ชื่อเสียงของมัน จุดเริ่มต้นของบริเวณนี้สามารถย้อนกลับไปได้ถึงสมัยราชวงศ์เป่ยฉี ก่อนจะถูกสร้างและเสริมกำลังครั้งใหญ่ในยุคราชวงศ์หมิง ซึ่งเป็นช่วงที่กำแพงเมืองจีนถูกพัฒนาให้แข็งแรงมากที่สุด เพื่อใช้ป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าทางเหนือ หอคอยสังเกตการณ์จำนวนมากถูกสร้างเรียงรายไปตามแนวกำแพง แต่ละจุดมีหน้าที่ต่างกัน ทั้งส่งสัญญาณ เตรียมอาวุธ และเฝ้าระวังศัตรูจากระยะไกล เวลายืนอยู่บนหอคอยหินเก่าๆ เหล่านั้น แล้วมองออกไปยังภูเขาที่ทอดยาวไม่มีที่สิ้นสุด มันอดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงทหารในอดีตที่เคยยืนอยู่ตรงจุดเดียวกันนี้ ท่ามกลางลมหนาว หิมะ และความเงียบของภูเขา

          สิ่งที่ทำให้มู่เถียนยวี่แตกต่างจากด่านอื่น คือบรรยากาศที่ค่อนข้างสงบ แม้จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก แต่กลับไม่แออัดจนเกินไป นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมกำแพงได้แบบไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเบียดเสียด และมีเวลาหยุดมองวิวรอบตัวจริงๆ ซึ่งนั่นแหละคือเสน่ห์ของที่นี่ เพราะบางครั้งความสวยของกำแพงเมืองจีนไม่ได้อยู่ที่ตัวกำแพงเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ความรู้สึก” ตอนที่เราเดินอยู่บนนั้น ได้ยินเสียงลมพัดผ่านกำแพงหิน ได้เห็นภูเขาสลับซับซ้อนเรียงตัวอยู่ไกลสุดสายตา และได้รู้ว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ

กำแพงหินคดเคี้ยว วิวภูเขาสุดอลังการ และความเงียบที่น่าหลงใหล

          ด่านมู่เถียนยวี่คือแนวกำแพงที่มีลักษณะคดเคี้ยวขึ้นลงไปตามสันเขา บางช่วงเป็นบันไดชันจนเดินแล้วแทบหอบ แต่พอขึ้นไปถึงด้านบน ทุกคนมักหยุดเงียบไปชั่วขณะ เพราะวิวตรงหน้ามันอลังการเกินจะอธิบายได้ง่ายๆ กำแพงทอดตัวต่อเนื่องเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด เลี้ยวไปตามภูเขาทีละลูกจนหายไปกับขอบฟ้า ยิ่งถ้าเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ภูเขาทั้งลูกจะถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง ส้ม เหลือง และเขียวเข้ม สลับกันเหมือนภาพวาดขนาดยักษ์ ส่วนในฤดูหนาว กำแพงเมืองจีนที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาว ก็ให้บรรยากาศเงียบสงบและงดงามไปอีกแบบ เหมือนโลกทั้งใบหยุดนิ่งอยู่ชั่วขณะ

          อีกอย่างที่หลายคนชอบมากคือ ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบ ทั้งกระเช้าลอยฟ้าสำหรับขึ้นไปยังตัวกำแพง และรางเลื่อนสำหรับขาลงที่เพิ่มความสนุกให้กับการเที่ยวได้แบบคาดไม่ถึง จากสถานที่ประวัติศาสตร์ที่ดูจริงจัง กลับกลายเป็นทริปที่ทั้งตื่นเต้นและผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน นักท่องเที่ยวบางคนเลือกเดินขึ้นกำแพงแบบเต็มเส้นทางเพื่อสัมผัสบรรยากาศทุกช่วงด้วยตัวเอง ขณะที่บางคนเลือกนั่งกระเช้าแล้วค่อยเดินเล่นบนกำแพงช้าๆ ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สุดท้ายทุกคนก็มักได้ภาพจำกลับไปเหมือนกัน คือภาพของกำแพงหินโบราณที่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางภูเขามาหลายร้อยปี

เดินบนกำแพงเมืองจีน นั่งกระเช้า และสัมผัสบรรยากาศประวัติศาสตร์ด้วยตัวเอง

          มีหลายคนบอกว่า ถ้าจะไปกำแพงเมืองจีนสักครั้งในชีวิต ให้เลือกมู่เถียนยวี่ เพราะที่นี่ให้ทั้งความยิ่งใหญ่ ความสวยงาม และความรู้สึกใกล้ชิดกับประวัติศาสตร์มากกว่าที่คิด มันไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับถ่ายรูปเช็กอิน แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้เราเข้าใจว่า มนุษย์ในอดีตมีความพยายามมากแค่ไหนในการสร้างกำแพงขนาดมหึมาบนภูเขาสูงชันแบบนี้ขึ้นมาได้ ทุกก้อนหิน ทุกขั้นบันได และทุกหอคอย ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ผ่านกาลเวลามานับศตวรรษ และบางที สิ่งที่ทำให้กำแพงเมืองจีนยังคงน่าประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้ อาจไม่ใช่เพราะมันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นเพราะสถานที่แห่งนี้ทำให้เรารู้สึกถึงความเล็กของตัวเอง เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางภูเขาและกำแพงที่ทอดยาวไม่มีที่สิ้นสุด มันเป็นความรู้สึกเงียบๆ ที่อธิบายยาก แต่ถ้าได้ไปยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ สักครั้ง จะเข้าใจทันทีว่าทำไมผู้คนจากทั่วโลกถึงยังอยากเดินทางมาที่นี่ไม่รู้จบ

จำนวนผู้เข้าชม 5 ครั้ง