เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

หาดหญ้าสีแดงผานจิ่น มหัศจรรย์สีแดงแห่งฤดูใบไม้ร่วง

หาดหญ้าสีแดงผานจิ่น มหัศจรรย์สีแดงแห่งฤดูใบไม้ร่วง

29

May

จีน

หาดหญ้าสีแดงผานจิ่น มหัศจรรย์สีแดงแห่งฤดูใบไม้ร่วง

          ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในจีนที่เห็นครั้งแรกแล้วต้องหยุดมอง หลายคนอาจนึกถึงภูเขาหิมะ ทะเลสาบสีฟ้า หรือกำแพงเมืองจีน เพราะสถานที่เหล่านั้นเต็มไปด้วยภาพจำที่คุ้นตาและยิ่งใหญ่ระดับโลก แต่ในความกว้างใหญ่ของประเทศจีน ยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่แตกต่างออกไปแบบสิ้นเชิง เป็นความสวยที่ไม่ได้เกิดจากภูเขาสูง ไม่ได้เกิดจากสถาปัตยกรรมโบราณ หรือธรรมชาติอลังการแบบที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย แต่กลับดึงดูดผู้คนได้ด้วย “สีแดง” เพียงสีเดียว และที่แห่งนั้นก็คือ “หาดหญ้าสีแดงผานจิ่น” ดินแดนสีแดงกว้างสุดลูกหูลูกตาในมณฑลเหลียวหนิง ที่ทุกปีเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดมหาศาลแห่งนี้จะค่อยๆ เปลี่ยนสีจากเขียวธรรมดา กลายเป็นแดงสดทั้งผืน ราวกับมีใครเอาสีพู่กันขนาดยักษ์มาปาดลงบนแผ่นดินอย่างตั้งใจ

ดินแดนสีแดงที่เห็นครั้งแรกก็ต้องหยุดมอง

          ครั้งแรกที่หลายคนเห็นภาพของที่นี่ มักจะคิดว่าเป็นภาพแต่งสี หรือไม่ก็ภาพจากเกมแฟนตาซี เพราะมันดูเหนือจริงมากจนยากจะเชื่อว่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ พื้นที่สีแดงเข้มทอดยาวสุดสายตา ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าและแนวสะพานไม้ที่พาดผ่านกลางพื้นที่ชุ่มน้ำ ทุกอย่างดูเงียบ สงบ และลึกลับในเวลาเดียวกัน บางมุมเหมือนโลกหลังความฝัน บางมุมกลับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนดาวอีกดวงที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อน

          ความรู้สึกตอนเดินอยู่ที่นี่มันแปลกมากนะ เพราะรอบตัวเต็มไปด้วยสีแดงเข้มที่เปลี่ยนเฉดไปตามแสงแดด ลมพัดเบาๆ ผ่านทุ่งหญ้าจนเกิดคลื่นเล็กๆ เหมือนผิวน้ำทะเล เสียงธรรมชาติรอบตัวชัดจนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่นเลย มันไม่ใช่ทะเล ไม่ใช่ทุ่งดอกไม้ และไม่ใช่ป่าไม้แบบที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย แต่มันกลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้คนหยุดมองได้นานกว่าที่คิด หลายคนยอมบินข้ามประเทศมาเพียงเพื่อจะได้เห็นภาพสีแดงนี้ด้วยตาตัวเองสักครั้ง เพราะต่อให้ดูผ่านรูปหรือวิดีโอมากแค่ไหน ก็ยังไม่สามารถแทนความรู้สึกตอนยืนอยู่ตรงหน้าได้จริงๆ

จุดกำเนิดของทะเลสีแดงแห่งผานจิ่น

          หาดหญ้าสีแดงผานจิ่น หรือ Panjin Red Beach เกิดขึ้นจากพืชชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “ซัวเอด้า” ซึ่งเป็นพืชทนดินเค็มที่สามารถเติบโตได้ดีในพื้นที่ชุ่มน้ำริมทะเล ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน พืชชนิดนี้จะมีสีเขียวธรรมดา ดูคล้ายพืชชายเลนทั่วไป แต่พออากาศเริ่มเย็นลงในช่วงประมาณเดือนกันยายนถึงตุลาคม สีของมันจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแดงเข้มทั่วทั้งพื้นที่ และยิ่งเข้าใกล้ช่วงปลายฤดู สีแดงจะยิ่งชัดจนเหมือนพื้นดินทั้งผืนถูกย้อมด้วยสีแดงกำมะหยี่ สิ่งที่ทำให้ที่นี่น่าทึ่งยิ่งกว่าเดิม คือความกว้างของพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ที่มีขนาดมหาศาล จนเมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นเป็นทะเลสีแดงทอดยาวสุดสายตาเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุด ภาพของสะพานไม้ที่ตัดผ่านกลางทะเลสีแดง กลายเป็นหนึ่งในภาพจำที่โด่งดังที่สุดของการท่องเที่ยวจีนในฤดูใบไม้ร่วง และยังเป็นจุดถ่ายรูปในฝันของช่างภาพจากทั่วโลก เพราะไม่ว่าจะถ่ายมุมไหน ภาพที่ได้ก็แทบเหมือนงานศิลปะทุกมุมจริงๆ

          ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องสีสันนะ แต่ยังเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญระดับโลก เพราะเป็นแหล่งอาศัยของนกอพยพจำนวนมาก โดยเฉพาะ “นกกระเรียนมงกุฎแดง” สัตว์หายากที่ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและอายุยืนในวัฒนธรรมจีน นอกจากนี้ยังมีสัตว์น้ำและระบบนิเวศอีกจำนวนมหาศาลที่อาศัยอยู่ร่วมกันในพื้นที่แห่งนี้ ทำให้รัฐบาลจีนค่อนข้างดูแลและอนุรักษ์อย่างจริงจัง นักท่องเที่ยวจึงไม่สามารถเดินลงไปบนหญ้าได้โดยตรง แต่จะมีสะพานไม้ยาวตัดผ่านพื้นที่สีแดง ให้ผู้คนได้เดินชมวิว สูดอากาศ ถ่ายรูป และสัมผัสธรรมชาติได้โดยไม่ทำลายระบบนิเวศที่เปราะบาง ซึ่งยิ่งทำให้บรรยากาศของที่นี่ดูสงบและบริสุทธิ์กว่าสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป

ช่วงเวลาที่สวยที่สุดของหาดหญ้าสีแดง

         ช่วงเวลาที่หลายคนพูดถึงมากที่สุดก็คือช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เพราะแสงสีทองจะสะท้อนลงบนหญ้าสีแดงจนทั้งพื้นที่ดูมีมิติขึ้นแบบบอกไม่ถูก บางมุมดูเหมือนทะเลเพลิง บางมุมกลับนุ่มนวลเหมือนภาพวาดจีนโบราณ และถ้าวันไหนมีหมอกบางๆ ลอยเหนือพื้นที่ชุ่มน้ำ บรรยากาศจะยิ่งเหมือนโลกในเทพนิยายเข้าไปอีกหลายคนบอกว่าช่วงเวลาที่สวยที่สุดของหาดหญ้าสีแดง ไม่ใช่ตอนที่คนเยอะที่สุด แต่เป็นช่วงเช้าที่ทุกอย่างเงียบสงบ มีเพียงเสียงลม เสียงนก และภาพสีแดงที่ค่อยๆ ถูกแสงแดดปลุกให้ตื่นขึ้นทีละนิด เป็นความสวยที่ไม่ได้หวือหวา แต่กลับทำให้คนจดจำได้ไปอีกนาน

          อีกอย่างที่ทำให้ที่นี่น่าสนใจ คือมันเป็นความสวยที่เกิดจากธรรมชาติแทบทั้งหมด ไม่มีเครื่องเล่น ไม่มีแสงสีอลังการ ไม่มีสิ่งก่อสร้างใหญ่โตมาดึงความสนใจ ไม่มีแม้แต่ความวุ่นวายแบบเมืองท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่ง แต่กลับดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกได้ด้วยธรรมชาติที่เรียบง่ายและซื่อสัตย์มากๆ แค่สีแดงของพืชชนิดหนึ่ง กลับสามารถสร้างความรู้สึกตื่นตาให้กับผู้คนได้อย่างเหลือเชื่อ หลายคนอาจคิดว่าหาดหญ้าสีแดงจะดูเหมือนกันทุกช่วงเวลา แต่จริงๆ แล้วสีของมันเปลี่ยนไปตลอดทั้งวัน ยิ่งแสงต่าง อารมณ์ของสถานที่ก็ยิ่งต่าง บางช่วงแดงสดจัดจ้านเหมือนเปลวไฟ บางช่วงกลับดูเข้มนุ่มลึกคล้ายกำมะหยี่สีเลือดหมู และในวันที่ฟ้าเปิด ภาพของสะพานไม้ที่ทอดยาวตัดผ่านทะเลสีแดง จะสวยจนเหมือนฉากในภาพยนตร์แฟนตาซีที่สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ ทั้งที่จริงแล้ว ทุกอย่างตรงหน้าเกิดขึ้นจากธรรมชาติล้วนๆ

จำนวนผู้เข้าชม 13 ครั้ง