เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

เกาะกู่หลางหยู มนต์เสน่ห์แห่งเกาะดนตรีและสถาปัตยกรรมกลางทะเลเซี่ยเหมิน

เกาะกู่หลางหยู มนต์เสน่ห์แห่งเกาะดนตรีและสถาปัตยกรรมกลางทะเลเซี่ยเหมิน

10

Jun

จีน

เกาะกู่หลางหยู มนต์เสน่ห์แห่งเกาะดนตรีและสถาปัตยกรรมกลางทะเลเซี่ยเหมิน

เกาะเล็กๆ ที่ทำให้ผู้คนหลงรักตั้งแต่ก้าวแรก

          หากพูดถึงเมืองเซี่ยเหมิน หลายคนอาจนึกถึงเมืองชายทะเลที่สวยงามและทันสมัยทางตอนใต้ของจีน แต่ห่างจากชายฝั่งออกไปเพียงไม่กี่นาทีด้วยเรือเฟอร์รี่ ยังมีเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ซ่อนเสน่ห์เอาไว้อย่างน่าประทับใจ นั่นคือ “เกาะกู่หลางหยู” จุดหมายปลายทางที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีบรรยากาศโรแมนติกและมีเอกลักษณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน ทันทีที่เรือเทียบท่า ความรู้สึกแรกที่หลายคนสัมผัสได้คือความแตกต่างจากเมืองใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างชัดเจน บนเกาะแห่งนี้แทบไม่มีเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ ไม่มีความวุ่นวายของการจราจร มีเพียงเสียงคลื่นทะเล เสียงลมพัดผ่านต้นไม้ และเสียงดนตรีที่ลอยมาตามตรอกซอกซอยราวกับเป็นเพลงประกอบของเกาะทั้งเกาะ กู่หลางหยูไม่ได้โดดเด่นเพราะความยิ่งใหญ่ แต่โดดเด่นเพราะบรรยากาศที่หาได้ยากในโลกยุคปัจจุบัน เป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้คนอยากเก็บโทรศัพท์ลงสักพัก แล้วใช้เวลาค่อยๆ เดินสำรวจเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในทุกมุมถนน

จากเกาะชาวประมงสู่มรดกโลกทางวัฒนธรรม

          ชื่อ “กู่หลางหยู” มีความหมายว่า “เกาะคลื่นกลอง” โดยมีที่มาจากโขดหินขนาดใหญ่ริมชายฝั่งซึ่งเมื่อคลื่นทะเลซัดกระทบ จะเกิดเสียงคล้ายเสียงกลองดังก้องไปทั่วบริเวณ ชาวบ้านในอดีตจึงตั้งชื่อเกาะตามปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์นี้ เดิมทีเกาะกู่หลางหยูเป็นเพียงชุมชนประมงเล็กๆ ที่ผู้คนอาศัยอยู่แบบเรียบง่าย แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 หลังสงครามฝิ่น เมื่อจีนเริ่มเปิดประเทศให้ชาติตะวันตกเข้ามาทำการค้าและติดต่อกับโลกภายนอกมากขึ้น ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับท่าเรือสำคัญของเมืองเซี่ยเหมิน กู่หลางหยูจึงกลายเป็นพื้นที่ที่ชาวต่างชาติจากหลายประเทศเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน ญี่ปุ่น เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา แต่ละชาตินำวัฒนธรรม ภาษา ศิลปะ และรูปแบบสถาปัตยกรรมของตนเข้ามาด้วย ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือเกาะเล็กๆ แห่งนี้กลายเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างน่าทึ่ง บ้านพัก อาคารราชการ โบสถ์ โรงเรียน และสถานกงสุลต่างๆ ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันออกไป จนเกิดเป็นภาพเมืองที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ใดในจีน นอกจากอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมแล้ว ชาวต่างชาติยังนำวัฒนธรรมดนตรีตะวันตกเข้ามาด้วย โดยเฉพาะดนตรีคลาสสิกและเปียโน จนในเวลาต่อมากู่หลางหยูกลายเป็นแหล่งผลิตนักดนตรีที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก และได้รับฉายาว่า “เกาะแห่งเสียงเปียโน” หรือ “Piano Island” ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอันโดดเด่น ยูเนสโกจึงประกาศขึ้นทะเบียนเกาะกู่หลางหยูเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2017 ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวจีนและชาวเซี่ยเหมิน

ความงดงามที่ซ่อนอยู่ในทุกมุมของเกาะ

1. ซันไลท์ร็อก จุดชมวิวที่สูงที่สุดของเกาะ

          หากมีสถานที่ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของกู่หลางหยู ซันไลท์ร็อก หรือหินพระอาทิตย์ คือสถานที่นั้น แม้จะต้องเดินขึ้นบันไดผ่านทางลาดชันอยู่บ้าง แต่เมื่อขึ้นไปถึงยอดแล้ว ทุกความเหนื่อยจะหายไปทันที เพราะเบื้องหน้าคือวิวแบบพาโนรามาของเกาะทั้งเกาะ รวมถึงเมืองเซี่ยเหมินที่ทอดตัวอยู่ฝั่งตรงข้าม หลังคาสีแดงของอาคารเก่าแก่ ต้นไม้สีเขียวที่ปกคลุมทั่วเกาะ และผืนน้ำทะเลสีฟ้าที่ล้อมรอบ กลายเป็นภาพที่สวยงามจนหลายคนบอกว่านี่คือมุมที่ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด

2. ถนนสายเล็กที่เต็มไปด้วยเรื่องราว

          เสน่ห์ของกู่หลางหยูไม่ได้อยู่ที่สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง แต่อยู่ที่การเดิน บนเกาะมีถนนหินสายเล็กๆ จำนวนมากที่คดเคี้ยวผ่านบ้านโบราณ สวนดอกไม้ และกำแพงเก่าแก่ ทุกมุมล้วนมีเรื่องราวซ่อนอยู่ บางครั้งเดินไปเรื่อยๆ ก็อาจพบร้านกาแฟเล็กๆ ที่ตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ หรือบ้านโบราณที่มีอายุเกินร้อยปีตั้งอยู่เงียบๆ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ สิ่งเหล่านี้ทำให้การเดินเล่นบนกู่หลางหยูกลายเป็นประสบการณ์ที่พิเศษ เพราะไม่มีใครรู้ว่ามุมถัดไปจะเจออะไร

3. พิพิธภัณฑ์เปียโน แหล่งรวมเปียโนหายากจากทั่วโลก

          เนื่องจากกู่หลางหยูมีความผูกพันกับดนตรีมายาวนาน พิพิธภัณฑ์เปียโนจึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญของเกาะ ภายในจัดแสดงเปียโนโบราณจากหลากหลายประเทศ บางหลังผลิตขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 บางตัวมีการออกแบบที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน การได้เดินชมเปียโนเหล่านี้ไม่ใช่แค่การชมเครื่องดนตรี แต่เหมือนได้ย้อนเวลาไปสัมผัสประวัติศาสตร์ของดนตรีโลกผ่านวัตถุจริงที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์อย่างดี

4. อาคารสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป

         หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้กู่หลางหยูมีชื่อเสียงระดับโลก คือการผสมผสานทางสถาปัตยกรรมที่หาได้ยาก บนพื้นที่ไม่ใหญ่นักของเกาะแห่งนี้ กลับมีอาคารรูปแบบยุโรปจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นคฤหาสน์สไตล์วิกตอเรียน อาคารสไตล์นีโอคลาสสิก หรือโบสถ์เก่าแก่ที่สะท้อนอิทธิพลจากตะวันตก ความน่าสนใจคืออาคารเหล่านี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีผู้คนใช้งานจริงในอดีต จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต

5. ชายทะเลและบรรยากาศแห่งการพักผ่อน

          แม้กู่หลางหยูจะไม่ได้เป็นเกาะที่มีชายหาดขนาดใหญ่เหมือนเมืองตากอากาศชื่อดังอื่นๆ แต่บรรยากาศริมทะเลของที่นี่กลับมีเสน่ห์เฉพาะตัว การได้นั่งมองเรือแล่นผ่านไปมา ฟังเสียงคลื่นเบาๆ และมองพระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้าเหนือทะเล เป็นช่วงเวลาที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความสุข บางครั้งความสวยงามของการเดินทางก็ไม่ได้เกิดจากกิจกรรมที่หวือหวา แต่อยู่ที่ช่วงเวลาสงบๆ ที่ทำให้เราได้พักจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน เสน่ห์ที่ทำให้กู่หลางหยูแตกต่างจากเกาะอื่น สิ่งที่ทำให้กู่หลางหยูได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงามของสถานที่ แต่เป็นการผสมผสานระหว่างธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ที่นี่ไม่มีสวนสนุกขนาดใหญ่ ไม่มีห้างสรรพสินค้าหรูหรา ไม่มีแสงสีเสียงที่ดึงดูดผู้คนตลอดทั้งคืน แต่กลับมีเสน่ห์ที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลายและอยากใช้เวลาอยู่ให้นานขึ้น เกาะแห่งนี้เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่เล่าเรื่องราวของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างจีนกับโลกตะวันตก ผ่านอาคาร ถนน ดนตรี และวิถีชีวิตของผู้คน

มรดกโลกที่สะท้อนการพบกันของวัฒนธรรมและกาลเวลา

          กู่หลางหยูไม่ใช่เพียงเกาะท่องเที่ยวธรรมดา แต่เป็นสถานที่ที่สะท้อนประวัติศาสตร์หลายยุคหลายสมัยเอาไว้ในพื้นที่เล็กๆ แห่งหนึ่งได้อย่างน่าทึ่ง จากชุมชนชาวประมงเล็กๆ สู่ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระดับนานาชาติ จากเกาะเงียบสงบริมทะเลสู่มรดกโลกที่ได้รับการยอมรับจากผู้คนทั่วโลก ความสำคัญของกู่หลางหยูจึงไม่ได้อยู่แค่ความสวยงามของอาคารหรือวิวทะเลเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การเป็นหลักฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันระหว่างวัฒนธรรมที่แตกต่าง เป็นตัวอย่างของการผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตกที่ยังคงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนมาจนถึงทุกวันนี้ และบางที สิ่งที่ทำให้ผู้คนจดจำเกาะแห่งนี้ได้ดีที่สุด อาจไม่ใช่ภาพถ่ายที่นำกลับบ้าน แต่เป็นความรู้สึกสงบ อบอุ่น และเรียบง่ายที่ยังคงติดอยู่ในความทรงจำ แม้การเดินทางจะสิ้นสุดลงไปนานแล้วก็ตาม

เกร็ดความรู้

ทำไมกู่หลางหยูจึงถูกเรียกว่า "เกาะแห่งเสียงเปียโน"   เนื่องจากในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชาวยุโรปและชาวต่างชาติที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานบนเกาะได้นำวัฒนธรรมดนตรีตะวันตก โดยเฉพาะเปียโน เข้ามาเผยแพร่ ทำให้ชาวเกาะจำนวนมากเริ่มเรียนดนตรีคลาสสิก จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น ปัจจุบันกู่หลางหยูเป็นแหล่งกำเนิดนักเปียโนและนักดนตรีชื่อดังของจีนหลายคน อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์เปียโนที่รวบรวมเปียโนโบราณหายากจากทั่วโลก จนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางดนตรีคลาสสิกที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน


จำนวนผู้เข้าชม 15 ครั้ง