Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

ซากปรักหักพังของมหาวิหารเซนต์พอล โบสถ์พระแม่แห่งพระเจ้า สัญลักษณ์แห่งมาเก๊าที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือน

ซากปรักหักพังของมหาวิหารเซนต์พอล โบสถ์พระแม่แห่งพระเจ้า สัญลักษณ์แห่งมาเก๊าที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือน

12

Jun

จีน

ซากปรักหักพังของมหาวิหารเซนต์พอล โบสถ์พระแม่แห่งพระเจ้า สัญลักษณ์แห่งมาเก๊าที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือน

กำแพงหินเพียงด้านเดียวที่คนทั้งโลกจดจำ


          ท่ามกลางอาคารสมัยใหม่ คาสิโนขนาดใหญ่ และความคึกคักของเมืองมาเก๊า มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ยังคงยืนหยัดอยู่เหนือกาลเวลา ราวกับเป็นผู้เฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงของเมืองมานานหลายร้อยปี นั่นคือ "ซากปรักหักพังของมหาวิหารเซนต์พอล" หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ Ruins of St. Paul's หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของมาเก๊า สิ่งที่น่าสนใจคือ มหาวิหารแห่งนี้ไม่ได้หลงเหลืออยู่ในสภาพสมบูรณ์เหมือนโบสถ์ชื่อดังแห่งอื่นของโลก แต่กลับเหลือเพียงผนังด้านหน้าขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดบันไดหินเท่านั้น ทว่าซากอาคารเพียงส่วนเดียวนี้กลับกลายเป็นภาพจำของทั้งเมือง และเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนต้องแวะมาเยือนสักครั้ง เมื่อเดินขึ้นบันไดหินทีละขั้น พร้อมมองเห็นกำแพงหินแกะสลักอันงดงามอยู่เบื้องหน้า ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่ยุคที่มาเก๊าเป็นเมืองท่าการค้าสำคัญของโลก เป็นช่วงเวลาที่วัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกหลอมรวมกันจนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ใด สถานที่แห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงซากอาคารเก่าแก่ แต่เป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต และยังคงเล่าเรื่องราวให้ผู้คนรุ่นหลังได้รับรู้จนถึงทุกวันนี้

จากมหาวิหารที่ยิ่งใหญ่สู่ซากปรักหักพังอันทรงคุณค่า

          ย้อนกลับไปในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 และต้นศตวรรษที่ 17 มาเก๊าอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกส และกำลังกลายเป็นศูนย์กลางการค้าและการเผยแผ่ศาสนาคริสต์ที่สำคัญในเอเชีย ในเวลานั้น คณะเยสุอิตได้ก่อตั้งวิทยาลัยเซนต์พอลขึ้น ซึ่งถือเป็นมหาวิทยาลัยแบบตะวันตกแห่งแรกในภูมิภาคตะวันออกไกล และเพื่อรองรับกิจกรรมทางศาสนา จึงมีการสร้างมหาวิหารเซนต์พอลขึ้นเคียงข้างวิทยาลัย การก่อสร้างเริ่มขึ้นราวปี ค.ศ.1602 และใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะแล้วเสร็จ ความพิเศษของมหาวิหารแห่งนี้อยู่ตรงที่เป็นผลงานความร่วมมือของช่างฝีมือจากหลายเชื้อชาติ ทั้งชาวโปรตุเกส ชาวจีน และชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์ซึ่งลี้ภัยมายังมาเก๊า ด้วยเหตุนี้ รูปแบบสถาปัตยกรรมของมหาวิหารจึงมีความโดดเด่นอย่างมาก เพราะเป็นการผสมผสานศิลปะแบบเรอเนสซองส์และบาโรกจากยุโรป เข้ากับลวดลายและสัญลักษณ์แบบเอเชียได้อย่างลงตัว ในยุครุ่งเรือง มหาวิหารเซนต์พอลถือเป็นหนึ่งในโบสถ์คาทอลิกที่ใหญ่และงดงามที่สุดในเอเชียตะวันออก ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาศึกษาศาสนา เรียนภาษา และแลกเปลี่ยนความรู้จากที่นี่ แต่แล้วโชคชะตาก็เปลี่ยนไป ในปี ค.ศ.1835 เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ซึ่งเชื่อกันว่าเริ่มจากห้องครัวของวิทยาลัยก่อนลุกลามอย่างรวดเร็ว อาคารส่วนใหญ่ถูกทำลายจนหมดสิ้น เหลือเพียงด้านหน้าของมหาวิหาร บันไดหิน และฐานรากบางส่วนที่สามารถรอดพ้นจากเปลวเพลิงมาได้ แม้จะเหลือเพียงซาก แต่สิ่งที่หลงเหลืออยู่กลับมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างมหาศาล จนได้รับการอนุรักษ์และกลายเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของมาเก๊าในเวลาต่อมา

มหาวิหารที่เหลือเพียงด้านหน้า แต่ยังคงความยิ่งใหญ่

          จุดเด่นที่สุดของสถานที่แห่งนี้คือผนังด้านหน้าของมหาวิหารสูงหลายชั้นที่ยังคงตั้งอยู่ได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไป จะเห็นรายละเอียดของงานแกะสลักหินที่ประณีตอย่างเหลือเชื่อ แม้จะผ่านร้อนผ่านหนาวมานานเกือบสองศตวรรษหลังเหตุเพลิงไหม้ ลวดลายต่าง ๆ บนอาคารไม่ได้เป็นเพียงของตกแต่งเท่านั้น แต่ยังแฝงความหมายทางศาสนาและวัฒนธรรมเอาไว้มากมาย ทั้งภาพพระแม่มารี นักบุญ นางฟ้า สัญลักษณ์ของคริสต์ศาสนา รวมถึงองค์ประกอบแบบจีน เช่น มังกร ดอกเบญจมาศ และตัวอักษรจีนที่สะท้อนการผสมผสานทางวัฒนธรรมได้อย่างน่าทึ่ง

บันไดหิน 68 ขั้น สู่สัญลักษณ์ของเมือง

         ก่อนจะถึงตัวซากมหาวิหาร นักท่องเที่ยวจะต้องเดินขึ้นบันไดหินขนาดใหญ่จำนวน 68 ขั้น แม้จะไม่ได้สูงมาก แต่ทุกก้าวที่เดินขึ้นไปกลับให้ความรู้สึกพิเศษ เพราะภาพของกำแพงหินขนาดมหึมาจะค่อย ๆ ปรากฏเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ บริเวณบันไดแห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่สุดของมาเก๊า ไม่ว่าจะถ่ายจากด้านล่างเพื่อเก็บภาพความยิ่งใหญ่ของมหาวิหาร หรือถ่ายจากด้านบนเพื่อเก็บภาพเมืองเก่าโดยรอบ ก็ล้วนสวยงามไม่แพ้กัน

ห้องจัดแสดงโบราณวัตถุและพิพิธภัณฑ์

          หลายคนอาจไม่ทราบว่าด้านหลังซากมหาวิหารมีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ ภายในมีทั้งภาพถ่ายเก่า เอกสารทางประวัติศาสตร์ สิ่งของทางศาสนา รวมถึงพระธาตุและโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องกับการเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในเอเชีย การได้เดินชมภายในพิพิธภัณฑ์ช่วยให้เข้าใจว่ามหาวิหารแห่งนี้เคยมีความสำคัญต่อผู้คนมากเพียงใด และทำไมจึงได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า

จุดชมวิวเมืองเก่ามาเก๊า

          เมื่อหันกลับมามองจากบริเวณมหาวิหารลงไป จะเห็นภาพของย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยอาคารสไตล์โปรตุเกส ถนนหิน และตรอกซอกซอยที่ยังคงเสน่ห์แบบดั้งเดิมเอาไว้ภาพตรงหน้าสะท้อนตัวตนของมาเก๊าได้อย่างชัดเจน เพราะเป็นเมืองที่ผสมผสานความเป็นจีนและยุโรปเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยากในโลกปัจจุบัน

มรดกโลกที่สะท้อนการพบกันของสองอารยธรรม

          หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ซากปรักหักพังของมหาวิหารเซนต์ปอลได้รับการยกย่องในระดับโลก คือบทบาทของสถานที่แห่งนี้ในฐานะสัญลักษณ์ของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในอดีต มาเก๊าเปรียบเสมือนประตูที่เชื่อมยุโรปเข้ากับจีน ผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติเดินทางผ่านเมืองแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า นักบวช นักเดินเรือ หรือผู้แสวงหาความรู้
         มหาวิหารเซนต์ปอลจึงเป็นมากกว่าโบสถ์ แต่เป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ ศาสนา ภาษา ศิลปะ และวัฒนธรรม ในปี ค.ศ.2005 พื้นที่ประวัติศาสตร์ของมาเก๊าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก โดยซากมหาวิหารเซนต์ปอลถือเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของกลุ่มมรดกโลกแห่งนี้

เหตุผลที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเยือน

          หลายคนอาจสงสัยว่าเหตุใดซากอาคารเพียงแห่งเดียวจึงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ปีละหลายล้านคนคำตอบอาจอยู่ที่ความรู้สึกเมื่อได้มายืนอยู่ตรงหน้า แม้จะเป็นเพียงซากที่หลงเหลือจากอดีต แต่กลับเต็มไปด้วยเรื่องราวและพลังบางอย่างที่สัมผัสได้จริง ความงดงามของสถาปัตยกรรม ความลึกซึ้งของประวัติศาสตร์ และความเงียบสงบที่แฝงอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ทำให้สถานที่แห่งนี้แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป บางคนมาที่นี่เพื่อถ่ายรูป บางคนมาศึกษาประวัติศาสตร์ ขณะที่อีกหลายคนเพียงอยากมาสัมผัสสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของมาเก๊าด้วยตาตัวเองสักครั้ง

ซากแห่งอดีตที่ยังคงมีคุณค่าต่ออนาคต

          ซากปรักหักพังของมหาวิหารเซนต์ปอลอาจเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ที่หลงเหลือจากอาคารอันยิ่งใหญ่ในอดีต แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ไม่ได้มีแค่กำแพงหินหรือบันไดเก่าแก่เท่านั้น หากยังรวมถึงเรื่องราว ความทรงจำ และบทเรียนทางประวัติศาสตร์ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ที่นี่เป็นเครื่องเตือนใจว่าความรุ่งเรืองอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา แต่คุณค่าทางวัฒนธรรมและความสำคัญทางประวัติศาสตร์สามารถคงอยู่ได้นานกว่าที่เราคิด และนั่นคือเหตุผลที่ซากปรักหักพังของมหาวิหารเซนต์ปอลยังคงเป็นหัวใจของมาเก๊า เป็นสัญลักษณ์ที่ผู้คนทั่วโลกจดจำ และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของอารยธรรมมนุษย์ได้อย่างงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย.

จำนวนผู้เข้าชม 11 ครั้ง