Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

อุทยานน้ำพุร้อนเถิงชง มหัศจรรย์แห่งไออุ่นจากใต้พิภพ ดินแดนที่ธรรมชาติยังมีลมหายใจ

อุทยานน้ำพุร้อนเถิงชง มหัศจรรย์แห่งไออุ่นจากใต้พิภพ ดินแดนที่ธรรมชาติยังมีลมหายใจ

15

Jun

จีน

อุทยานน้ำพุร้อนเถิงชง มหัศจรรย์แห่งไออุ่นจากใต้พิภพ ดินแดนที่ธรรมชาติยังมีลมหายใจ

เมื่อผืนดินเล่าเรื่องราวผ่านไอน้ำสีขาว

          หากพูดถึงเมืองเถิงชง (Tengchong) ในมณฑลยูนนานของประเทศจีน หลายคนอาจนึกถึงเมืองเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยภูเขา ป่าไม้ และอากาศบริสุทธิ์ แต่สิ่งที่ทำให้เมืองแห่งนี้โดดเด่นจนได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองแห่งน้ำพุร้อนของจีน" คือแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพขนาดใหญ่ที่ยังคงทำงานอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ อุทยานน้ำพุร้อนเถิงชงเป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสพลังของธรรมชาติอย่างใกล้ชิดที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศจีน ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในอุทยาน นักท่องเที่ยวจะสังเกตเห็นไอน้ำสีขาวลอยขึ้นจากพื้นดินเป็นสายๆ ราวกับหมอกธรรมชาติที่ไม่มีวันจางหาย เสียงน้ำเดือดจากบ่อน้ำร้อนดังแว่วมาตามสายลม บางจุดสามารถมองเห็นฟองอากาศผุดขึ้นจากผิวน้ำอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าพลังงานใต้ผืนโลกยังคงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ความพิเศษของที่นี่ไม่ใช่เพียงความสวยงามทางธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างโลก ธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาที่เกิดขึ้นมายาวนานนับล้านปี ทุกก้าวที่เดินภายในอุทยานจึงเหมือนกำลังเดินอยู่บนหน้าประวัติศาสตร์ของโลกที่ยังมีชีวิต

มรดกจากภูเขาไฟโบราณแห่งยูนนาน

          เถิงชงตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลยูนนาน ใกล้กับพรมแดนประเทศเมียนมา พื้นที่แห่งนี้มีชื่อเสียงด้านภูเขาไฟและแหล่งความร้อนใต้พิภพมานานหลายแสนปี นักธรณีวิทยาพบว่าในอดีตพื้นที่เถิงชงเคยเกิดกิจกรรมภูเขาไฟอย่างรุนแรง การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกทำให้เกิดรอยแตกจำนวนมากใต้พื้นดิน น้ำฝนและน้ำใต้ดินจึงสามารถไหลซึมลงไปยังชั้นหินลึกที่มีอุณหภูมิสูง ก่อนจะถูกแรงดันผลักดันกลับขึ้นมาสู่พื้นผิวโลกในรูปแบบของน้ำพุร้อน ไอน้ำ และปล่องระบายความร้อนตามธรรมชาติ

          จากปรากฏการณ์ดังกล่าว ทำให้เถิงชงมีบ่อน้ำพุร้อนมากกว่า 80 แห่ง กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ และมีแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน ชาวบ้านในพื้นที่รู้จักใช้ประโยชน์จากน้ำพุร้อนมาตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำเพื่อผ่อนคลาย การรักษาอาการปวดเมื่อย หรือแม้แต่การประกอบอาหาร หลายชุมชนใช้บ่อน้ำร้อนธรรมชาติในการต้มไข่ ต้มผัก และปรุงอาหารพื้นบ้านจนกลายเป็นวิถีชีวิตที่สืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ต่อมาเมื่อรัฐบาลจีนเล็งเห็นคุณค่าทางธรรมชาติและการท่องเที่ยว จึงมีการพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนสำคัญให้กลายเป็นอุทยานท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ โดยยังคงรักษาสภาพแวดล้อมเดิมเอาไว้ให้มากที่สุด ทำให้ผู้มาเยือนในปัจจุบันยังสามารถสัมผัสความงดงามของธรรมชาติได้ใกล้เคียงกับสภาพดั้งเดิม

ต้ากุ่นกัว หม้อเดือดขนาดยักษ์แห่งธรรมชาติ

          หากมีสถานที่หนึ่งที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของอุทยานน้ำพุร้อนเถิงชง ก็คงหนีไม่พ้น "ต้ากุ่นกัว" หรือ "หม้อเดือดใหญ่" นี่คือบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติขนาดมหึมาที่มีอุณหภูมิสูงเกือบ 100 องศาเซลเซียส น้ำภายในบ่อเดือดอยู่ตลอดเวลา ฟองอากาศผุดขึ้นจากใต้พื้นดินอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับไอน้ำจำนวนมหาศาลที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เมื่อยืนอยู่ใกล้ๆ จะสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาอย่างชัดเจน ภาพของน้ำที่เดือดพล่านไม่หยุดนิ่งทำให้หลายคนรู้สึกราวกับกำลังมองเห็นหัวใจของโลกที่กำลังเต้นอยู่ใต้พื้นดิน

ทางเดินชมธรรมชาติท่ามกลางไอน้ำ

          ภายในอุทยานมีทางเดินไม้ทอดยาวผ่านจุดสำคัญต่างๆ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบ่อน้ำพุร้อน ปล่องไอน้ำ และแหล่งความร้อนใต้พิภพได้อย่างปลอดภัย ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี ลำธารธรรมชาติ และกลุ่มไอน้ำที่ลอยขึ้นเป็นระยะ บางช่วงไอน้ำหนาจนมองเห็นเพียงเงาของต้นไม้และภูเขาไกลๆ สร้างบรรยากาศลึกลับราวกับกำลังเดินอยู่ในดินแดนแห่งเทพนิยาย ช่วงเช้าถือเป็นเวลาที่สวยที่สุด เพราะอากาศเย็นจะทำให้ไอน้ำลอยตัวได้ชัดเจน เกิดเป็นภาพที่งดงามจนได้รับความนิยมจากช่างภาพทั่วประเทศ

บ่อโคลนเดือดและปล่องไอน้ำธรรมชาติ

          นอกจากบ่อน้ำร้อนแล้ว ภายในอุทยานยังมีบ่อโคลนเดือดและปล่องไอน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โคลนภายในบ่อจะเดือดปุดๆ ตลอดเวลา เนื่องจากได้รับความร้อนจากชั้นใต้ดินโดยตรง ส่วนปล่องไอน้ำบางแห่งสามารถพ่นไอน้ำออกมาได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ปรากฏการณ์เหล่านี้ช่วยให้นักท่องเที่ยวได้เห็นการทำงานของพลังงานใต้พิภพอย่างชัดเจน และถือเป็นห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่สำหรับผู้ที่สนใจด้านธรณีวิทยา

กิจกรรมต้มไข่ในน้ำพุร้อน

          หนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมที่แทบทุกคนต้องลองเมื่อมาเยือนเถิงชง คือการต้มไข่ในน้ำพุร้อนธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อไข่จากร้านค้าภายในอุทยานแล้วนำไปหย่อนลงในบ่อน้ำร้อนที่จัดไว้สำหรับการต้มอาหาร ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ไข่ก็จะสุกพร้อมรับประทาน แม้จะเป็นกิจกรรมง่ายๆ แต่กลับสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพราะไม่ใช่ทุกวันที่เราจะได้ใช้พลังงานจากธรรมชาติในการปรุงอาหารด้วยตัวเอง

แช่น้ำพุร้อนท่ามกลางธรรมชาติ

          บริเวณรอบอุทยานมีรีสอร์ตและบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติหลายแห่งที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าพักและแช่น้ำแร่ การได้นั่งแช่น้ำอุ่นท่ามกลางอากาศเย็นของยูนนาน พร้อมชมวิวภูเขาที่รายล้อมอยู่รอบด้าน ถือเป็นประสบการณ์ที่ช่วยผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจได้อย่างยอดเยี่ยม หลายคนเลือกใช้เวลาอยู่ที่นี่ทั้งวัน เพื่อสัมผัสความเงียบสงบและความงดงามของธรรมชาติอย่างเต็มที่

ความสำคัญของอุทยานน้ำพุร้อนเถิงชง

แหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่มีชีวิต

          อุทยานน้ำพุร้อนเถิงชงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นแหล่งศึกษาด้านธรณีวิทยาที่สำคัญของจีน พื้นที่แห่งนี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษากระบวนการทำงานของพลังงานความร้อนใต้พิภพ การเกิดน้ำพุร้อน และความสัมพันธ์ระหว่างภูเขาไฟกับระบบนิเวศโดยรอบ ในขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวทั่วไปก็สามารถเรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้ได้ผ่านการเดินชมพื้นที่จริง ซึ่งให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากการอ่านหนังสือหรือดูสารคดีอย่างสิ้นเชิง

แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของยูนนาน

          อุทยานน้ำพุร้อนเถิงชงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเมืองเถิงชงและมณฑลยูนนาน ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวหลายล้านคนเดินทางมาเยี่ยมชม สร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการต่างๆ พร้อมทั้งช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมการใช้น้ำพุร้อนที่มีมาอย่างยาวนาน

เกร็ดความรู้

ทำไมไข่ที่ต้มในน้ำพุร้อนเถิงชงถึงไม่เหมือนไข่ต้มทั่วไป น้ำพุร้อนบางแห่งในอุทยานน้ำพุร้อนเถิงชงมีอุณหภูมิสูงเกือบ 100 องศาเซลเซียส จึงสามารถนำไข่ลงไปต้มได้โดยตรง ไข่ที่ได้มักมีเนื้อสัมผัสนุ่มกว่าการต้มในหม้อน้ำเดือดทั่วไป โดยเฉพาะไข่ออนเซ็นที่ไข่ขาวจะนิ่มและไข่แดงมีความครีมมี่เป็นพิเศษ จนกลายเป็นเมนูขึ้นชื่อที่นักท่องเที่ยวต้องลองเมื่อมาเยือนเถิงชง และถือเป็นหนึ่งในไม่กี่สถานที่ในจีนที่ยังคงมีวัฒนธรรมการใช้พลังงานความร้อนจากธรรมชาติในการปรุงอาหารสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

จำนวนผู้เข้าชม 9 ครั้ง