Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

เมื่อธรรมชาติแต่งแต้มผืนน้ำเป็นสีคราม ทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงิน

เมื่อธรรมชาติแต่งแต้มผืนน้ำเป็นสีคราม ทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงิน

21

Jun

จีน

เมื่อธรรมชาติแต่งแต้มผืนน้ำเป็นสีคราม ทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงิน

          บางครั้งการเดินทางก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้เห็นสถานที่สักแห่งที่สวยจนทำให้เรานิ่งไปชั่วขณะ และทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงินก็เป็นหนึ่งในสถานที่แบบนั้น ทันทีที่ได้เห็นผืนน้ำสีฟ้าอมเขียวทอดยาวอยู่ท่ามกลางขุนเขา ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคือความสงสัยว่านี่คือภาพจริงหรือภาพวาดกันแน่ สีของน้ำดูสดใสจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ยิ่งเมื่อมีแสงแดดตกกระทบลงบนผิวน้ำ สีสันที่ปรากฏยิ่งดูเปล่งประกายราวกับอัญมณีเม็ดใหญ่ที่ถูกซ่อนเอาไว้กลางหุบเขา

          ทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงิน หรือ Blue Moon Valley เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองลี่เจียง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน และเป็นจุดหมายที่นักเดินทางจำนวนมากปักหมุดเอาไว้ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง เพราะต่างอยากมาพิสูจน์ด้วยตาตัวเองว่าความงดงามที่เห็นในภาพถ่ายนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และเมื่อได้มายืนอยู่ตรงหน้า คำตอบที่ได้รับมักเหมือนกันเสมอ นั่นคือของจริงสวยกว่าภาพถ่ายหลายเท่า

จากสายน้ำบนภูเขาหิมะ สู่ทะเลสาบที่มีชื่อเสียงระดับโลก

          ทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงินตั้งอยู่บริเวณเชิงภูเขาหิมะมังกรหยก หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองลี่เจียง ภูเขาแห่งนี้มีความสูงกว่า 5,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล และปกคลุมด้วยหิมะเกือบตลอดทั้งปี น้ำที่ไหลลงสู่ทะเลสาบเกิดจากการละลายของหิมะและธารน้ำแข็งบนยอดเขา ก่อนจะไหลผ่านชั้นหินปูนและแร่ธาตุต่างๆ จนเกิดเป็นสายน้ำที่มีความใสสะอาดอย่างน่าทึ่ง สีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของทะเลสาบไม่ได้เกิดจากการแต่งเติมใดๆ แต่เป็นผลมาจากแร่ธาตุธรรมชาติที่สะท้อนกับแสงแดด จนเกิดเป็นเฉดสีฟ้าครามที่โดดเด่นไม่เหมือนที่อื่น เดิมทีพื้นที่แห่งนี้เป็นเพียงแหล่งธรรมชาติที่ชาวบ้านในท้องถิ่นรู้จักกันดี แต่เมื่อการท่องเที่ยวของลี่เจียงเติบโตขึ้น ความงดงามของทะเลสาบก็เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างเดินทางมาชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติแห่งนี้ จนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของยูนนานในปัจจุบัน ชื่อ "ทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงิน" มีที่มาจากรูปร่างของแอ่งน้ำที่เมื่อมองจากมุมสูงจะคล้ายพระจันทร์เสี้ยว และสีของน้ำที่เปล่งประกายเป็นสีฟ้าเข้มในบางช่วงเวลา ทำให้เกิดภาพที่ดูราวกับพระจันทร์สีน้ำเงินลอยอยู่บนพื้นโลก

เสน่ห์ที่ทำให้ทุกมุมกลายเป็นภาพโปสการ์ด

ผืนน้ำสีฟ้าครามที่เปลี่ยนเฉดสีได้ตลอดวัน

          สิ่งแรกที่ทุกคนพูดถึงเมื่อมาถึงคือสีของน้ำ ในช่วงเช้า น้ำจะมีสีฟ้าอ่อนใสราวกระจกสะท้อนท้องฟ้า เมื่อแสงแดดเริ่มแรงขึ้น สีของน้ำจะเข้มขึ้นกลายเป็นสีเทอร์ควอยซ์หรือสีเขียวมรกต และในบางช่วงของวันก็อาจเห็นเฉดสีฟ้าครามเข้มจนดูคล้ายอัญมณีล้ำค่า ความพิเศษอยู่ตรงที่ไม่มีใครได้เห็นภาพเดียวกันเสียทีเดียว เพราะสีของทะเลสาบเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศ มุมแสง และฤดูกาล ทำให้ทุกการมาเยือนมีความแตกต่างกันออกไป

ฉากหลังของภูเขาหิมะมังกรหยก

          นอกจากผืนน้ำที่สวยงามแล้ว ฉากหลังของทะเลสาบยังเป็นภูเขาหิมะมังกรหยกอันยิ่งใหญ่ ยอดเขาสีขาวที่ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าและผืนน้ำสีคราม กลายเป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนตั้งแต่แรกเห็น หลายคนใช้เวลาเพียงแค่นั่งมองวิวตรงหน้าอย่างเงียบๆ เพราะความงดงามที่อยู่ตรงหน้านั้นไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติมเลย

ทางเดินไม้ท่ามกลางธรรมชาติ

           รอบทะเลสาบมีทางเดินไม้ที่ถูกออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิวได้อย่างสะดวกตลอดเส้นทาง ระหว่างทางจะพบมุมถ่ายภาพสวยๆ อยู่แทบทุกจุด บางมุมสามารถมองเห็นเงาสะท้อนของภูเขาบนผิวน้ำได้อย่างชัดเจน บางมุมเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจีที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับบรรยากาศโดยรอบ ยิ่งเดินก็ยิ่งรู้สึกว่าแต่ละจุดมีเสน่ห์แตกต่างกันออกไป ไม่มีมุมไหนที่ดูธรรมดาเลย

ความสงบที่หาได้ยาก

          แม้ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนจดจำได้เสมอคือความสงบ เมื่อสายลมพัดผ่านผิวน้ำเบาๆ เสียงธรรมชาติรอบตัวจะค่อยๆ เข้ามาแทนที่ความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน ความรู้สึกเร่งรีบที่เคยมีเหมือนถูกปล่อยทิ้งไว้ข้างหลัง เหลือเพียงช่วงเวลาที่ได้อยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริงอนี่อาจเป็นเหตุผลที่นักเดินทางจำนวนมากไม่ได้มาที่นี่เพียงเพื่อถ่ายรูป แต่เพื่อมาสัมผัสความรู้สึกบางอย่างที่หาไม่ได้จากเมืองใหญ่

ความงดงามในแต่ละฤดูกาล

ทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงินมีเสน่ห์แตกต่างกันในแต่ละช่วงของปี
          - ฤดูใบไม้ผลิเต็มไปด้วยความสดชื่นของต้นไม้และดอกไม้ที่เริ่มผลิบาน
          - ฤดูร้อนเป็นช่วงที่ท้องฟ้าสดใส สีของน้ำโดดเด่นที่สุด เหมาะกับการถ่ายภาพเป็นอย่างมาก
          - ฤดูใบไม้ร่วงเพิ่มสีสันด้วยใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองและสีทอง สร้างบรรยากาศโรแมนติกไปทั่วบริเวณ
          - ส่วนฤดูหนาว แม้อากาศจะหนาวเย็น แต่ภาพของภูเขาหิมะและทะเลสาบสีฟ้าสดกลับยิ่งดูสวยงามราวกับฉากในภาพยนตร์แฟนตาซี

ไม่ว่าจะเดินทางมาในฤดูใด สถานที่แห่งนี้ก็มีความงดงามในแบบของตัวเองเสมอ

ความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นด้วยตัวเอง

          ทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงินไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของลี่เจียง แต่เป็นตัวแทนของความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่แสดงให้เห็นว่าความสวยงามที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ ผืนน้ำสีครามที่ใสราวกระจก ภูเขาหิมะที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง อากาศบริสุทธิ์ และความเงียบสงบที่รายล้อมอยู่ทุกทิศทาง ล้วนรวมกันเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน

          สำหรับหลายคน การมาเยือนที่นี่อาจเป็นเพียงหนึ่งวันของการเดินทาง แต่ความทรงจำที่ได้รับกลับอยู่ได้นานกว่านั้นมาก เพราะเมื่อได้เห็นทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงินด้วยตาตัวเองแล้ว จะเข้าใจทันทีว่าทำไมสถานที่แห่งนี้จึงถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นบนโลกใบนี้ และบางที ความงดงามที่แท้จริงของทะเลสาบแห่งนี้ อาจไม่ใช่เพียงสีฟ้าของผืนน้ำ แต่คือความรู้สึกสงบ อบอุ่น และประทับใจที่ยังคงอยู่ในหัวใจของผู้มาเยือน แม้วันที่การเดินทางจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม

เกร็ดความรู้

หลายคนเข้าใจว่าสีฟ้าสวยงามของทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงินเกิดจากการสะท้อนของท้องฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้ว สีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์นี้เกิดจากน้ำที่ไหลมาจากการละลายของหิมะและธารน้ำแข็งบนภูเขาหิมะมังกรหยก ซึ่งมีความใสบริสุทธิ์สูงมาก เมื่อรวมกับแร่ธาตุในชั้นหินและการหักเหของแสงแดด จึงทำให้ผืนน้ำปรากฏเป็นสีฟ้าอมเขียวหรือสีเทอร์ควอยซ์ที่สวยงามราวกับอัญมณีธรรมชาติ และสีของน้ำยังเปลี่ยนเฉดไปตามช่วงเวลาของวันและสภาพอากาศอีกด้วย จนกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจไม่รู้ลืม

จำนวนผู้เข้าชม 9 ครั้ง