Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

ภูเขาหิมะมังกรหยก ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งลี่เจียง

ภูเขาหิมะมังกรหยก ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งลี่เจียง

26

Jun

จีน

ภูเขาหิมะมังกรหยก ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งลี่เจียง

          หากมีสถานที่สักแห่งที่สามารถเป็นตัวแทนของเมืองลี่เจียงได้อย่างสมบูรณ์ ชื่อของ “ภูหิมะมังกรหยก” คงเป็นคำตอบที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรก เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ขุนเขาแห่งนี้ก็โดดเด่นราวกับกำลังเฝ้ามองเมืองลี่เจียงอยู่ตลอดเวลา หลายคนอาจเคยเห็นภาพยอดเขาหิมะสีขาวสะอาดบนโปสเตอร์ท่องเที่ยวหรือในสื่อออนไลน์ แต่เมื่อได้มายืนอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกที่ได้รับกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ความสูงใหญ่ของเทือกเขา ความเย็นของอากาศ และภาพของยอดเขาที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสได้ถึงพลังของธรรมชาติอย่างแท้จริง ภูหิมะมังกรหยกไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวธรรมดา แต่เป็นทั้งสัญลักษณ์ของลี่เจียง เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของชาวน่าซี และเป็นหนึ่งในภูมิประเทศที่สวยงามที่สุดของมณฑลยูนนาน จนได้รับการยกย่องให้เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางจากทั่วโลก

ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่ชาวน่าซีมานับพันปี

           ภูเขาหิมะมังกรหยก หรือ Yulong Snow Mountain ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองลี่เจียง ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน เป็นเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยยอดเขาสูงเรียงต่อกันถึง 13 ยอด โดยยอดสูงที่สุดมีความสูงกว่า 5,596 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ชื่อ “มังกรหยก” มีที่มาจากลักษณะของแนวภูเขาที่ทอดยาวคล้ายมังกรกำลังเลื้อยไปบนผืนแผ่นดิน ขณะที่หิมะสีขาวซึ่งปกคลุมยอดเขาอยู่ตลอดทั้งปีดูคล้ายเกล็ดสีขาวบริสุทธิ์ของมังกร จึงเกิดเป็นชื่อที่งดงามและมีเอกลักษณ์จนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก สำหรับชาวน่าซี ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลี่เจียงมาหลายชั่วอายุคน ภูเขาหิมะมังกรหยกไม่ได้เป็นเพียงภูเขา แต่เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและตำนานมากมาย พวกเขาเชื่อว่าภูเขาแห่งนี้เป็นที่สถิตของเทพผู้คุ้มครองเมืองและประชาชน เป็นสถานที่ที่ควรได้รับความเคารพและดูแลรักษา แม้เวลาจะผ่านไปหลายร้อยปี แต่ความเชื่อดังกล่าวก็ยังคงอยู่ในวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของผู้คนในลี่เจียงจนถึงปัจจุบัน

ความงดงามที่ทำให้ภูหิมะมังกรหยกกลายเป็นแลนด์มาร์กระดับโลก

ยอดเขาหิมะขาวที่โดดเด่นเหนือท้องฟ้ายูนนาน

          สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวคือยอดเขาสีขาวบริสุทธิ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือเมืองลี่เจียง ในวันที่อากาศเปิด ท้องฟ้าสีฟ้าสดจะช่วยขับให้แนวหิมะบนยอดเขาดูโดดเด่นมากขึ้นจนเกิดเป็นภาพที่สวยงามราวกับภาพวาด หลายคนบอกว่าต่อให้ถ่ายรูปออกมาสวยแค่ไหน ก็ยังไม่สามารถถ่ายทอดความอลังการที่เห็นด้วยตาตัวเองได้ทั้งหมด ช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะแสงอาทิตย์แรกของวันจะค่อย ๆ สาดกระทบยอดหิมะจนเกิดเป็นสีทองอ่อน ๆ สร้างบรรยากาศที่ทั้งสงบและน่าประทับใจ

นั่งกระเช้าทะยานสู่ดินแดนเหนือเมฆ

          อีกหนึ่งกิจกรรมที่ถือเป็นไฮไลต์สำคัญคือการนั่งกระเช้าขึ้นสู่จุดชมวิวบนภูเขา กระเช้าจะค่อย ๆ ไต่ระดับจากพื้นที่สีเขียวด้านล่างขึ้นสู่เขตภูเขาสูง ระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิวป่าสน หุบเขา และเทือกเขาที่ทอดยาวสุดสายตา ยิ่งระดับความสูงเพิ่มขึ้น ภาพเบื้องหน้าก็ยิ่งเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนในบางวันสามารถมองเห็นทะเลหมอกและก้อนเมฆลอยอยู่ต่ำกว่าจุดที่ยืนอยู่ ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินทางขึ้นไปบนสวรรค์จึงไม่ใช่คำเปรียบเทียบที่เกินจริงเลย เมื่อมาถึงจุดชมวิวด้านบน หลายคนมักหยุดยืนเงียบ ๆ อยู่พักใหญ่ เพราะวิวตรงหน้ากว้างใหญ่เกินกว่าจะบรรยายเป็นคำพูดได้ง่าย ๆ

ธารน้ำแข็งที่อยู่ท่ามกลางจีนตอนใต้

          สิ่งที่ทำให้ภูเขาหิมะมังกรหยกมีความพิเศษมากกว่าภูเขาทั่วไป คือการมีธารน้ำแข็งขนาดใหญ่หลงเหลืออยู่ ธารน้ำแข็งเหล่านี้ก่อตัวขึ้นจากการสะสมของหิมะและน้ำแข็งเป็นเวลาหลายล้านปี กลายเป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่สำคัญของภูมิภาคเอเชีย สำหรับนักท่องเที่ยว การได้เห็นผืนน้ำแข็งขนาดมหึมาที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติถือเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อมองเห็นแสงอาทิตย์สะท้อนกับผิวน้ำแข็งจนเกิดประกายระยิบระยับไปทั่วทั้งพื้นที่

หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน ความงามของน้ำสีฟ้าราวอัญมณี

         บริเวณเชิงภูเขายังมีสถานที่ชื่อดังอีกแห่งหนึ่งคือ “หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน” ซึ่งได้รับความนิยมไม่แพ้กัน น้ำในทะเลสาบและลำธารมีสีฟ้าอมเขียวใสราวกับมรกต เกิดจากแร่ธาตุธรรมชาติที่สะสมอยู่ในน้ำ เมื่อรวมกับฉากหลังของภูหิมะมังกรหยกที่ปกคลุมด้วยหิมะ จึงกลายเป็นภาพที่สวยงามจนได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่งดงามที่สุดของยูนนาน นักท่องเที่ยวจำนวนมากใช้เวลาเดินเล่น ถ่ายภาพ และนั่งชมธรรมชาติบริเวณนี้เป็นเวลานาน เพราะบรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบและสดชื่น

การแสดง Impression Lijiang ที่ยิ่งใหญ่ท่ามกลางขุนเขา

          นอกจากธรรมชาติอันงดงามแล้ว บริเวณเชิงเขายังเป็นสถานที่จัดการแสดงกลางแจ้งชื่อดังระดับโลกอย่าง Impression Lijiang จุดเด่นของการแสดงนี้คือการใช้ภูหิมะมังกรหยกเป็นฉากหลังตามธรรมชาติ ไม่มีเวทีใดในโลกที่สามารถสร้างฉากได้ยิ่งใหญ่เท่ากับขุนเขาจริงที่ตั้งอยู่เบื้องหลัง นักแสดงส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่นำเรื่องราวชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีของผู้คนในยูนนานมาถ่ายทอดผ่านเสียงเพลง การเต้นรำ และการแสดงที่เต็มไปด้วยพลัง แม้จะฟังภาษาจีนไม่ออก แต่หลายคนก็ยังรู้สึกประทับใจ เพราะสามารถสัมผัสถึงอารมณ์และความงดงามของวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน

ธรรมชาติที่เปลี่ยนความงามไปตามฤดูกาล

          เสน่ห์อีกอย่างของภูเขาหิมะมังกรหยกคือความงดงามที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงของปี ฤดูใบไม้ผลิเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้ที่เริ่มผลิบาน ขณะที่ฤดูร้อนมีอากาศเย็นสบายและท้องฟ้าเปิดกว้างเหมาะกับการชมวิว เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ป่าไม้รอบภูเขาจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีส้ม และสีแดง สร้างทัศนียภาพที่งดงามแตกต่างจากช่วงอื่น ส่วนฤดูหนาวคือช่วงเวลาที่หิมะปกคลุมภูเขาอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นภาพดินแดนสีขาวที่สวยราวกับโลกในนิทาน

ขุนเขาที่เป็นหัวใจของลี่เจียง

          ภูเขาหิมะมังกรหยกไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของยูนนาน แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งธรรมชาติ วัฒนธรรม และความศรัทธาที่อยู่คู่เมืองลี่เจียงมาอย่างยาวนาน ยอดเขาหิมะที่สูงตระหง่าน ธารน้ำแข็งอายุนับล้านปี หุบเขาสีฟ้าใสดุจอัญมณี และเรื่องราวทางวัฒนธรรมของชาวน่าซี ล้วนรวมกันจนกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนจากทั่วโลกอยากเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง และเมื่อได้ยืนอยู่ต่อหน้าภูเขาแห่งนี้จริง ๆ หลายคนจึงเข้าใจว่าทำไมภูหิมะมังกรหยกถึงไม่ได้เป็นเพียงแลนด์มาร์กของลี่เจียงเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน และเป็นสถานที่ที่ยังคงสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนได้เสมอ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม

เกร็ดความรู้

ชื่อ “ภูหิมะมังกรหยก” หรือ Yulong Snow Mountain มีที่มาจากรูปร่างของแนวเทือกเขาที่ทอดยาวคล้ายมังกรกำลังนอนพาดอยู่บนผืนดิน เมื่อมองจากระยะไกล ยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวตลอดทั้งปีจะดูเหมือนเกล็ดสีขาวของมังกร ส่วนสันเขาที่ต่อเนื่องกันหลายยอดก็เปรียบเสมือนลำตัวของมังกรขนาดใหญ่ ชาวน่าซีซึ่งเป็นชนพื้นเมืองในพื้นที่จึงตั้งชื่อให้ภูเขาแห่งนี้ว่า “มังกรหยก” และยกย่องให้เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาเมืองลี่เจียงมาจนถึงปัจจุบัน.

จำนวนผู้เข้าชม 12 ครั้ง