Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ มหาสมุทรแห่งขุนเขา ความงดงามที่โอบกอดเมืองต้าหลี่

ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ มหาสมุทรแห่งขุนเขา ความงดงามที่โอบกอดเมืองต้าหลี่

03

Jul

จีน

ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ มหาสมุทรแห่งขุนเขา ความงดงามที่โอบกอดเมืองต้าหลี่

เมื่อผืนน้ำกว้างใหญ่ กลายเป็นหัวใจของเมืองต้าหลี่

          ถ้ามีใครถามว่า สถานที่ไหนคือภาพจำของเมืองต้าหลี่ คำตอบของหลายคนคงหนีไม่พ้น "ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่" เพราะทันทีที่ได้เห็นภาพผืนน้ำสีฟ้ากว้างสุดสายตา
มีเทือกเขาชางซานทอดตัวยิ่งใหญ่เป็นฉากหลัง ก็แทบไม่ต้องใช้คำอธิบายอะไรเพิ่มเติมเลย ความสวยตรงหน้ามันบอกทุกอย่างได้เอง แม้ชื่อจะมีคำว่า "ทะเล" แต่จริง ๆ แล้วที่นี่คือทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่งดงามที่สุดของมณฑลยูนนาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบ ลมเย็นพัดผ่านผิวน้ำตลอดทั้งวัน บ้านเรือนของชาวไป๋เรียงรายอยู่ริมฝั่ง ถนนเลียบทะเลสาบทอดยาวหลายสิบกิโลเมตร จนทำให้หลายคนเลือกใช้เวลาทั้งวันอยู่ที่นี่แบบไม่รีบร้อน เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีวิวสวย ๆ ให้หยุดถ่ายรูปอยู่ตลอดทาง



ทะเลสาบที่เติบโตมาพร้อมอาณาจักรโบราณ

          ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองต้าหลี่ มีความยาวประมาณ 40 กิโลเมตร และเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของประเทศจีน ชื่อ "เอ๋อร์ไห่" แปลตรงตัวได้ประมาณว่า "ทะเลรูปใบหู" เพราะเมื่อมองจากมุมสูง รูปร่างของทะเลสาบมีลักษณะคล้ายใบหูของมนุษย์ จึงกลายเป็นที่มาของชื่อที่ใช้มาจนถึงทุกวันนี้ พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญมาตั้งแต่ยุคอาณาจักรหนานเจ้าและอาณาจักรต้าหลี่ในอดีต เพราะทะเลสาบแห่งนี้เป็นทั้งแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงผู้คน เป็นเส้นทางคมนาคม และเป็นศูนย์กลางของการเกษตรและการค้า ผู้คนหลายชนเผ่า โดยเฉพาะชาวไป๋ ได้ตั้งถิ่นฐานอยู่รอบทะเลสาบมาหลายร้อยปี จนเกิดเป็นวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ ทั้งสถาปัตยกรรม อาหาร วิถีชีวิต และประเพณีที่ยังคงสืบทอดมาถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้ แม้เมืองต้าหลี่จะเติบโตขึ้นอย่างมาก แต่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ก็ยังคงเป็นเหมือนหัวใจของเมือง เป็นสถานที่ที่ทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นต่างกลับมาใช้เวลาพักผ่อน สูดอากาศบริสุทธิ์ และซึมซับความเงียบสงบที่หาได้ยากจากเมืองใหญ่

ความสวยที่ไม่ได้อยู่แค่ในภาพ แต่ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง

          สิ่งแรกที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ คือสีของน้ำที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน ตอนเช้าจะเป็นสีฟ้าอ่อนใสราวกับกระจก พอสายแดดเริ่มแรง น้ำจะกลายเป็นสีฟ้าเข้มสะท้อนท้องฟ้า ส่วนช่วงเย็น แสงอาทิตย์สีทองจะค่อย ๆ แต่งแต้มผืนน้ำให้กลายเป็นภาพพระอาทิตย์ตกที่สวยจนแทบไม่อยากละสายตา อีกหนึ่งกิจกรรมยอดนิยมคือการปั่นจักรยานหรือขับรถเลียบทะเลสาบ เส้นทางริมเอ๋อร์ไห่ได้รับการพัฒนาเป็นอย่างดี ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยคาเฟ่เล็ก ๆ ร้านอาหารท้องถิ่น จุดชมวิว สวนดอกไม้ และหมู่บ้านชาวไป๋ที่ยังคงรักษาเสน่ห์แบบดั้งเดิมเอาไว้ นักท่องเที่ยวสามารถแวะได้เรื่อย ๆ ไม่มีความจำเป็นต้องรีบ เพราะทุกจุดมีมุมสวยแตกต่างกันออกไป หลายคนยังเลือกล่องเรือชมวิวกลางทะเลสาบ เพื่อสัมผัสความกว้างใหญ่ของผืนน้ำจากอีกมุมหนึ่ง เมื่อเรือค่อย ๆ แล่นออกจากฝั่ง เสียงเครื่องยนต์เบาลง เหลือเพียงเสียงลมและคลื่นกระทบตัวเรือ ความรู้สึกเหมือนเวลาเดินช้าลงอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นช่วงเวลาที่หลายคนบอกว่าทำให้ลืมความวุ่นวายทั้งหมดไว้บนฝั่ง

          นอกจากวิวธรรมชาติแล้ว วิถีชีวิตของชาวบ้านรอบทะเลสาบก็เป็นอีกเสน่ห์ที่ทำให้การมาเยือนที่นี่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป ช่วงเช้าจะเห็นชาวประมงออกเรือจับปลา เกษตรกรทำงานในแปลงผัก เด็ก ๆ ปั่นจักรยานกลับจากโรงเรียน และผู้สูงอายุออกมาเดินเล่นริมทะเลสาบ ภาพธรรมดาเหล่านี้กลับทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นอีกด้านหนึ่งของต้าหลี่ที่เรียบง่ายและอบอุ่น เมื่อฤดูกาลเปลี่ยน ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ก็เปลี่ยนบรรยากาศตามไปด้วย ฤดูใบไม้ผลิเต็มไปด้วยดอกไม้ริมฝั่ง ฤดูร้อนเขียวชอุ่ม ฤดูใบไม้ร่วงอากาศสดชื่น ส่วนฤดูหนาวจะมีฝูงนกอพยพบินมาพักอาศัย ทำให้ธรรมชาติของที่นี่มีชีวิตชีวาตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะมาในช่วงไหนก็มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง

จุดหมายที่ทำให้เข้าใจคำว่า "เที่ยวช้า ๆ แล้วมีความสุข

         ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่อาจไม่มีเครื่องเล่นหวือหวา ไม่มีแสงสีเสียงอลังการ หรือกิจกรรมที่ต้องแข่งขันกับเวลา แต่กลับมีบางอย่างที่ทำให้ผู้คนอยากกลับมาอีกครั้ง นั่นคือความเรียบง่ายที่งดงาม ความเงียบที่ไม่ทำให้รู้สึกเหงา และธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์จนสามารถเยียวยาความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวันได้อย่างน่าอัศจรรย์

          เมื่อได้ยืนมองผืนน้ำกว้างสุดสายตา มีภูเขาสูงอยู่เบื้องหลัง และสายลมเย็นพัดผ่านใบหน้า ก็จะเข้าใจว่าทำไมทะเลสาบเอ๋อร์ไห่จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองต้าหลี่เท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจของผู้คน เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ และเป็นความทรงจำที่นักเดินทางจำนวนมากเก็บกลับบ้านไปพร้อมกับภาพวิวสวย ๆ เพราะบางครั้ง ความสุขของการเดินทาง ก็ไม่ได้เกิดจากการไปให้ไกลที่สุด แต่อยู่ที่การได้หยุดมองธรรมชาติอย่างเต็มหัวใจ และปล่อยให้ช่วงเวลาตรงหน้าค่อย ๆ กลายเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันเลือนหาย

จำนวนผู้เข้าชม 16 ครั้ง