
24
Jul
จีน
อุทยานภูเขาไท่ซาน เส้นทางศักดิ์สิทธิ์ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปสัมผัส
เมื่อการเดินขึ้นภูเขา ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่คือการเดินตามรอยประวัติศาสตร์กว่า 3,000 ปี
หากพูดถึงภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศจีน หลายคนคงนึกถึง "ภูเขาไท่ซาน" เป็นชื่อแรกๆ เพราะที่นี่ไม่ได้โด่งดังแค่เรื่องความสูงหรือวิวสวยเท่านั้น แต่ยังเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจีนให้ความเคารพมายาวนานนับพันปี จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "ราชาแห่งขุนเขาทั้งห้า" หรือ Five Great Mountains ของจีน อุทยานภูเขาไท่ซาน ตั้งอยู่ในมณฑลซานตง เป็นสถานที่ที่ธรรมชาติ วัฒนธรรม ศาสนา และประวัติศาสตร์ หลอมรวมกันอย่างกลมกลืนจนแทบแยกไม่ออก ระหว่างทางเดินขึ้นเขา เราจะได้เห็นทั้งต้นสนอายุนับร้อยปี ศาลาโบราณ วัดเก่าแก่ ศิลาจารึกจากราชวงศ์ต่างๆ รวมถึงบันไดหินที่ทอดยาวขึ้นสู่ยอดเขาเหมือนกำลังพาผู้คนเดินย้อนเวลากลับไปสู่อดีต ที่นี่จึงไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับคนรักธรรมชาติ แต่ยังเป็นจุดหมายของผู้ที่อยากสัมผัสจิตวิญญาณของจีนอย่างแท้จริง เพราะทุกย่างก้าวบนภูเขาแห่งนี้ ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวที่สืบทอดต่อกันมาหลายพันปี
ประวัติภูเขาไท่ซาน
ภูเขาไท่ซาน หรือ "ไท่ซาน" (泰山) มีความสูงประมาณ 1,545 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล แม้จะไม่ได้สูงที่สุดในจีน แต่กลับได้รับการยกย่องว่าสำคัญที่สุดในด้านวัฒนธรรมและความเชื่อ ชาวจีนโบราณเชื่อว่าภูเขาแห่งนี้เป็นสถานที่เชื่อมระหว่างสวรรค์กับโลกมนุษย์ เป็นภูเขาที่เทพเจ้าสถิตอยู่ และเป็นศูนย์กลางของพลังแห่งธรรมชาติ จักรพรรดิหลายพระองค์ตั้งแต่ราชวงศ์ฉิน ฮั่น ถัง ซ่ง จนถึงราชวงศ์ชิง ต่างเคยเสด็จขึ้นมาประกอบพิธี "เฟิงซาน" ซึ่งเป็นพิธีบวงสรวงฟ้าดิน เพื่อแสดงถึงการได้รับการยอมรับจากสวรรค์ในการปกครองแผ่นดิน หนึ่งในจักรพรรดิที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ผู้รวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่งเดียว พระองค์ก็เคยเสด็จมายังภูเขาไท่ซานเพื่อประกอบพิธีสำคัญเช่นกัน ทำให้ชื่อของภูเขาแห่งนี้ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์จีนอย่างต่อเนื่อง นอกจากเรื่องการเมืองแล้ว ภูเขาไท่ซานยังเป็นศูนย์กลางของลัทธิเต๋า ศาสนาพุทธ และลัทธิขงจื๊อ ทำให้บริเวณอุทยานเต็มไปด้วยวัด ศาลเจ้า ซุ้มประตู และจารึกโบราณจำนวนมาก จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1987 ทั้งในฐานะมรดกทางธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรม




ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
บันไดหินกว่า 7,000 ขั้น สู่ยอดเขาแห่งศรัทธา
สิ่งที่หลายคนพูดถึงมากที่สุดคือเส้นทางเดินขึ้นยอดเขา ซึ่งมีบันไดหินมากกว่า 7,000 ขั้น บางช่วงลาดชันจนแทบต้องใช้มือช่วยพยุงตัว แต่เมื่อค่อยๆ เดินขึ้นไปเรื่อยๆ จะรู้สึกเหมือนกำลังเดินผ่านหน้าประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต เพราะตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยศาลา วัด และจารึกหินที่มีอายุหลายร้อยป สำหรับคนที่ไม่สะดวกเดิน ก็สามารถใช้กระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปยังบริเวณใกล้ยอดเขา แล้วเดินต่ออีกเพียงเล็กน้อยก็จะถึงจุดชมวิวหลัก
ประตูสวรรค์หนานเทียนเหมิน
หนึ่งในแลนด์มาร์กที่ทุกคนต้องแวะถ่ายรูปคือ "ประตูสวรรค์" หรือ หนานเทียนเหมิน ซึ่งตั้งอยู่เกือบถึงยอดเขา เมื่อเดินผ่านซุ้มประตูหินขนาดใหญ่แห่งนี้ ความรู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้าสู่โลกอีกใบก็เกิดขึ้นทันที เบื้องหน้าคือทะเลเมฆที่ลอยต่ำอยู่เบื้องล่าง ส่วนด้านหลังคือบันไดหินทอดยาวสุดสายตา เป็นภาพที่ทั้งสง่างามและเต็มไปด้วยพลังอย่างบอกไม่ถูก หลายคนบอกว่า แค่ได้มายืนตรงจุดนี้ ความเหนื่อยจากการเดินขึ้นเขาหลายชั่วโมงก็หายไปแทบหมด
พระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลเมฆ
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกพักค้างคืนบนยอดเขา ก็คือการรอชมพระอาทิตย์ขึ้น เมื่อแสงแรกของวันค่อยๆ สาดผ่านทะเลเมฆที่ปกคลุมภูเขา แสงสีทองจะค่อยๆ แต้มยอดเขาและวัดโบราณให้เปล่งประกาย เป็นภาพที่ทั้งสงบ ยิ่งใหญ่ และทำให้หลายคนยืนมองโดยไม่รู้ตัวว่าผ่านไปนานแค่ไหน ในบางฤดูกาล หากโชคดี ยังสามารถเห็นทะเลเมฆหนาทึบไหลผ่านยอดเขา ราวกับกำลังยืนอยู่เหนือก้อนเมฆจริงๆ
วัด ศาลเจ้า และศิลาจารึกโบราณ
ตลอดเส้นทางจะพบโบราณสถานมากมาย ทั้งวัดไต้เมี่ยว ศาลเจ้าต่างๆ ซุ้มประตูหิน และแผ่นศิลาที่สลักอักษรจีนโบราณจากหลายราชวงศ์ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงงานศิลปะ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาของผู้คนที่เดินทางขึ้นมาสักการะภูเขาแห่งนี้มาตลอดหลายพันปี บางจารึกเป็นลายพระหัตถ์ของจักรพรรดิ บางชิ้นเป็นบทกวีจากกวีชื่อดังที่เคยมาชื่นชมความงดงามของภูเขาไท่ซาน ยิ่งเดิน ยิ่งรู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ภูเขา แต่เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดมหึมาที่ธรรมชาติและประวัติศาสตร์อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว
ธรรมชาติที่เปลี่ยนความงามไปทุกฤดูกาล
เสน่ห์ของภูเขาไท่ซานคือการเปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาล ฤดูใบไม้ผลิเต็มไปด้วยสีเขียวสดของต้นไม้และดอกไม้ที่เริ่มผลิบาน ฤดูร้อนอากาศเย็นสบายกว่าพื้นราบ เหมาะกับการเดินป่า ส่วนฤดูใบไม้ร่วงคือช่วงที่ภูเขาถูกแต่งแต้มด้วยสีเหลือง ส้ม และแดงของใบไม้ ทำให้วิวดูอบอุ่นและโรแมนติกอย่างมาก แต่ถ้าเป็นฤดูหนาว ยอดเขาจะถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาว บันไดหิน วัดโบราณ และต้นสนจะกลายเป็นภาพที่ดูราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดจีนโบราณ สวยจนหลายคนบอกว่าคุ้มค่ากับการเดินทางแม้อากาศจะหนาวจัดก็ตาม




อุทยานภูเขาไท่ซาน ไม่ใช่สถานที่ที่โดดเด่นเพราะความสูงที่สุด หรือความอลังการที่สุด แต่เป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทางจิตใจและประวัติศาสตร์อย่างมหาศาล ทุกก้าวที่เดินขึ้นบันไดหินเหมือนกำลังเดินผ่านเรื่องราวของจักรพรรดิ นักปราชญ์ พระสงฆ์ และผู้แสวงบุญที่เคยผ่านเส้นทางเดียวกันนี้มาตลอดหลายพันปี เมื่อมองจากยอดเขาลงไปเบื้องล่าง จะเข้าใจทันทีว่าทำไมภูเขาแห่งนี้จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของจีน เพราะความงดงามไม่ได้อยู่แค่ในวิวที่เห็นด้วยตา แต่อยู่ในความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างการเดินทาง ความสงบ ความศรัทธา และความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติผสมผสานกับประวัติศาสตร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ หากสักครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสมายืนอยู่บนยอดภูเขาไท่ซาน ได้มองทะเลเมฆที่ทอดยาวสุดสายตา ได้สัมผัสสายลมเย็นที่พัดผ่านวัดโบราณและบันไดหินนับพันขั้น คุณอาจค้นพบว่า จุดหมายปลายทางที่แท้จริงของการเดินทางครั้งนี้ ไม่ได้อยู่แค่บนยอดเขา แต่อยู่ในความประทับใจที่ยังคงติดตัวกลับไปอีกนานแสนนาน.
เกร็ดความรู้
ในอดีต จักรพรรดิจีนกว่า 10 พระองค์ เคยเสด็จขึ้นภูเขาไท่ซานเพื่อประกอบพิธี "เฟิงซาน" (封禅) ซึ่งเป็นพิธีบวงสรวงฟ้าดินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิจีน เชื่อกันว่าเป็นการประกาศว่าจักรพรรดิได้รับ "อาณัติแห่งสวรรค์" ให้ปกครองแผ่นดินอย่างชอบธรรม จึงทำให้ภูเขาไท่ซานได้รับการยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ความศรัทธา และความเป็นสิริมงคลของชาวจีนมาจนถึงปัจจุบัน





