Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

หมู่บ้านแปะก๊วยเถิงชง เมื่อฤดูใบไม้ร่วงเปลี่ยนทั้งหมู่บ้านให้กลายเป็นสีทอง

หมู่บ้านแปะก๊วยเถิงชง เมื่อฤดูใบไม้ร่วงเปลี่ยนทั้งหมู่บ้านให้กลายเป็นสีทอง

02

Aug

จีน

หมู่บ้านแปะก๊วยเถิงชง เมื่อฤดูใบไม้ร่วงเปลี่ยนทั้งหมู่บ้านให้กลายเป็นสีทอง

หมู่บ้านที่ไม่ได้มีดีแค่ “ต้นไม้สีเหลือง”


          ถ้าพูดถึงเมืองเถิงชง หรือเถิงชง (Tengchong) ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน หลายคนอาจนึกถึงน้ำพุร้อน ภูเขาไฟ หรือเมืองเก่า แต่ถ้าเดินทางมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง มีอีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลย นั่นก็คือ หมู่บ้านแปะก๊วย หรือพื้นที่เจียงตง (Jiangdong) ในตำบลกู่ตง เมืองเถิงชง แล้วมันสวยแค่ไหน เอาง่าย ๆ คือ เดินเข้าไปแล้วอาจเผลอคิดว่า “นี่เราอยู่ในฉากหนังหรือเปล่า” เพราะพอถึงช่วงที่ใบแปะก๊วยเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองทอง ต้นไม้ทั้งหมู่บ้านก็เหมือนพร้อมใจกันเปลี่ยนเสื้อผ้า จากหมู่บ้านชนบทธรรมดา ๆ กลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยสีทองทั้งบนต้นไม้ ตามพื้น ทางเดิน หลังคาบ้าน และซอกเล็ก ๆ ระหว่างบ้านเรือน บรรยากาศมันไม่ได้มีแค่ความสวย แต่มีความอบอุ่นและความสงบแบบชนบทจีนที่หาได้ยากในเมืองใหญ่ พื้นที่เจียงตงมีต้นแปะก๊วยมากกว่า 30,000 ต้น และผืนป่าแปะก๊วยครอบคลุมพื้นที่ราว 667 เฮกตาร์ จึงไม่แปลกที่ที่นี่จะได้รับการขนานนามว่าเป็น “หมู่บ้านแปะก๊วย” ของเถิงชง

ต้นไม้ที่อยู่มาก่อนนักท่องเที่ยวจะรู้จักหมู่บ้านนี้

เรื่องของหมู่บ้านแปะก๊วยไม่ได้เริ่มต้นจากการท่องเที่ยวเลยค่ะ 

           ย้อนกลับไปในอดีต เจียงตงเคยเป็นหมู่บ้านชนบทที่ค่อนข้างห่างไกล การเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานยังไม่สะดวกนัก ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยต้องออกไปทำงานในเมือง เพราะรายได้ในพื้นที่มีไม่มาก และหมู่บ้านแห่งนี้เคยเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความยากจนของท้องถิ่น แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่กับผู้คนที่นี่มานานมากแล้วก็คือ ต้นแปะก๊วย มีข้อมูลว่าพื้นที่นี้มีประวัติการทำเกษตรกรรมยาวนานกว่าพันปี และมีต้นแปะก๊วยเก่าแก่อยู่จำนวนมาก โดยหนึ่งในต้นไม้ที่โดดเด่นที่สุดคือ “ราชาแปะก๊วย” ซึ่งมีอายุมากกว่า 1,300 ปี ลำต้นมีขนาดใหญ่จนต้องใช้คนหลายคนจึงจะโอบรอบได้ มีเรื่องเล่าท้องถิ่นว่า บรรพบุรุษของชาวบ้านบางส่วนเป็นทหารที่ถูกส่งมายังเถิงชงในช่วงราชวงศ์หมิง และมีการตั้งถิ่นฐานใกล้ต้นแปะก๊วยขนาดใหญ่ ก่อนที่จะมีการปลูกต้นแปะก๊วยเพิ่มเติมในพื้นที่ เรื่องราวเหล่านี้จึงค่อย ๆ ผูกต้นไม้เข้ากับชีวิตของคนในหมู่บ้านจากรุ่นสู่รุ่น น่าสนใจตรงที่ชาวบ้านไม่ได้มองแปะก๊วยเป็นเพียงต้นไม้สวย ๆ แต่มองว่าเป็นทั้งธรรมชาติ เป็นมรดกของหมู่บ้าน และเป็นสิ่งที่ต้องช่วยกันรักษา ถึงขั้นมีข้อตกลงร่วมกันว่าไม่ควรตัดต้นแปะก๊วยเพื่อสร้างบ้าน และในบางธรรมเนียมของชุมชน คู่แต่งงานใหม่ยังมีการปลูกต้นแปะก๊วยต้นใหม่ เพื่อเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวและการส่งต่อสิ่งดี ๆ ไปยังคนรุ่นต่อไป

ฤดูใบไม้ร่วงที่ทั้งหมู่บ้านกลายเป็นสีทอง

          ถ้ามาถึงหมู่บ้านแปะก๊วยในช่วงที่เหมาะสม สิ่งแรกที่เห็นอาจไม่ใช่สถานที่สำคัญ ไม่ใช่อาคารใหญ่ และไม่ใช่อนุสาวรีย์อะไรเลย แต่เป็น “สีเหลือง” เหลืองเต็มไปหมด ใบแปะก๊วยที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นเหลืองทอง เมื่อแสงแดดส่องผ่านใบไม้แต่ละชั้น จะเกิดเป็นแสงเงาที่ดูนุ่มมาก และเมื่อใบไม้ร่วงลงพื้น ถนนเล็ก ๆ ในหมู่บ้านก็เหมือนถูกปูด้วยพรมสีทอง บางจุดใบไม้ตกอยู่หน้าบ้าน บางจุดอยู่ตามกำแพง ตามลานบ้าน หรือใต้ต้นไม้ใหญ่ จนรู้สึกเหมือนทั้งหมู่บ้านถูกห่อไว้ด้วยสีเดียวกัน โดยทั่วไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะอยู่ประมาณ เดือนกันยายนถึงธันวาคม แต่ช่วงที่บรรยากาศสีทองโดดเด่นมักอยู่ในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะประมาณเดือนพฤศจิกายน และแน่นอนค่ะ จุดที่หลายคนอยากไปเห็นด้วยตาตัวเองก็คือ ต้นแปะก๊วยโบราณขนาดใหญ่ หรือ “ราชาแปะก๊วย” ลองยืนอยู่ใต้ต้นไม้ที่มีอายุมากกว่าพันปี แล้วมองขึ้นไปบนกิ่งก้านที่แผ่กว้างเหนือศีรษะ ความรู้สึกมันจะต่างจากการเห็นต้นไม้ในสวนทั่วไปมาก เพราะต้นไม้ต้นเดียวเหมือนเป็นพยานของเวลา ผ่านผู้คน ผ่านฤดูกาล และผ่านการเปลี่ยนแปลงของหมู่บ้านมานับร้อยนับพันปี อีกอย่างที่น่าสนใจคือ บรรยากาศของที่นี่ไม่ได้มีแค่ป่าแปะก๊วย แต่ยังผสมกับบ้านเรือนชนบท พื้นที่เกษตร และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ทำให้การเดินเที่ยวรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในหมู่บ้านที่ “ยังมีคนใช้ชีวิตอยู่จริง ๆ” ไม่ใช่แค่สถานที่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อการท่องเที่ยว เดินไปเรื่อย ๆ ก็อาจเห็นชาวบ้านนั่งพูดคุยกันใต้ร่มไม้ บางบ้านเปิดเป็นโฮมสเตย์ บางพื้นที่มีอาหารท้องถิ่นให้ลอง บรรยากาศเลยออกมาเป็นธรรมชาติ ไม่ได้เร่งรีบ และมีความเป็นกันเองแบบชนบท

จากหมู่บ้านยากจน สู่ชุมชนท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้น

          เรื่องที่น่าประทับใจที่สุดของหมู่บ้านแปะก๊วย อาจไม่ใช่แค่ความสวยของใบไม้ด้วยซ้ำ แต่คือเรื่องของ “คน” เมื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเริ่มเข้ามามีบทบาท ชาวบ้านจึงค่อย ๆ เปลี่ยนพื้นที่บ้านของตัวเองให้กลายเป็นที่พัก ร้านอาหาร และธุรกิจเล็ก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแปะก๊วย มีตัวอย่างของชาวบ้านที่เริ่มต้นทำธุรกิจต้อนรับนักท่องเที่ยวในปี 2008 โดยเปลี่ยนพื้นที่หน้าบ้านเป็นที่จอดรถ และปรับพื้นที่ว่างให้เป็นห้องพัก จากนั้นจำนวนนักท่องเที่ยวก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อมาโฮมสเตย์ในชุมชนก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากเดิมที่มีเพียงไม่กี่แห่ง กลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในหมู่บ้าน และทำให้ต้นแปะก๊วยที่เคยเป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติ กลายมาเป็นทรัพยากรที่ช่วยยกระดับชีวิตของชุมชน นี่จึงเป็นภาพที่น่าสนใจมาก ต้นไม้ไม่ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นแค่ “ของสวย ๆ สำหรับถ่ายรูป” แต่กลายเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร การท่องเที่ยว และรายได้ของคนในพื้นที่เข้าด้วยกัน

บางครั้งความงามก็ไม่ได้อยู่ที่สถานที่ แต่อยู่ที่เรื่องราวของผู้คน

          หมู่บ้านแปะก๊วยแห่งเถิงชงอาจดูเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่โดดเด่นเพราะสีเหลืองทองของใบไม้ แต่ถ้ามองให้ลึกลงไป ที่นี่มีเรื่องราวมากกว่านั้น มันคือหมู่บ้านที่มีต้นไม้โบราณเป็นเหมือนความทรงจำของคนหลายรุ่น เป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติไม่ได้ถูกแยกออกจากวิถีชีวิต แต่เติบโตไปพร้อมกับผู้คน และเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าการท่องเที่ยวสามารถเข้ามาช่วยสร้างโอกาสให้ชุมชนได้ เมื่อคนในพื้นที่รู้จักนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้โดยไม่ทิ้งคุณค่าดั้งเดิมของมัน เพราะฉะนั้น ถ้ามีโอกาสมาเถิงชงในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ลองอย่ารีบเดินผ่านหมู่บ้านนี้นะคะ ลองเดินช้า ๆ มองใบไม้ที่กำลังร่วงลงพื้น มองบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ต้นแปะก๊วย ฟังเสียงผู้คนในหมู่บ้าน แล้วปล่อยให้บรรยากาศรอบตัวค่อย ๆ เล่าเรื่องของมันเอง บางทีสิ่งที่เราจำได้หลังจากเดินทางกลับบ้าน อาจไม่ใช่แค่ภาพของต้นแปะก๊วยสีทอง แต่อาจเป็นความรู้สึกว่า ครั้งหนึ่งเราเคยเดินอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ที่ต้นไม้กับผู้คนเติบโตมาด้วยกันนานนับพันปี และนี่คือเหตุผลที่หมู่บ้านแปะก๊วยเถิงชงมีความสำคัญมากกว่าการเป็นเพียงจุดถ่ายรูปสวย ๆ ในฤดูใบไม้ร่วง

เกร็ดความรู้

ใบแปะก๊วยจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็น สีเหลืองทองในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพราะเมื่ออากาศเริ่มเย็นลง ต้นไม้จะลดการสร้างคลอโรฟิลล์ ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ใบมีสีเขียว เมื่อสีเขียวค่อย ๆ จางลง สีเหลืองของรงควัตถุที่มีอยู่ในใบจึงปรากฏเด่นชัดขึ้น  สำหรับหมู่บ้านแปะก๊วยในเมืองเถิงชง ช่วงฤดูใบไม้ร่วงจึงเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาชมความงามของต้นแปะก๊วยจำนวนมาก เพราะเมื่อใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมกัน พื้นที่ทั้งหมู่บ้านจะเต็มไปด้วยเฉดสีเหลืองทอง ตั้งแต่บนยอดไม้ไปจนถึงใบไม้ที่ร่วงปกคลุมพื้นดิน

จำนวนผู้เข้าชม 9 ครั้ง