Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

จู่ไห่ฟิชเชอร์เกิร์ล หญิงสาวกลางทะเล สัญลักษณ์แห่งเมืองจูไห่

จู่ไห่ฟิชเชอร์เกิร์ล หญิงสาวกลางทะเล สัญลักษณ์แห่งเมืองจูไห่

06

Aug

จีน

จู่ไห่ฟิชเชอร์เกิร์ล หญิงสาวกลางทะเล สัญลักษณ์แห่งเมืองจูไห่

ถ้ามาจูไห่ แล้วไม่เห็นฟิชเชอร์เกิร์ล ก็เหมือนยังมาไม่ถึง

          ถ้าพูดถึงเมืองจูไห่ ประเทศจีน หลายคนอาจนึกถึงเมืองชายทะเล บรรยากาศสบาย ๆ ลมทะเลเย็น ๆ และวิวฝั่งทะเลที่มองออกไปได้ไกลสุดสายตา แต่ถ้ามีสถานที่หนึ่งที่คนมักจะนึกถึงเป็นภาพแรก ๆ เมื่อพูดถึงจูไห่ ก็คงหนีไม่พ้น “จู่ไห่ฟิชเชอร์เกิร์ล” หรือ Zhuhai Fisher Girl รูปปั้นหญิงสาวที่ยืนอยู่กลางทะเลบริเวณริมอ่าวจูไห่ มองครั้งแรกอาจรู้สึกว่า ก็เป็นรูปปั้นกลางทะเลธรรมดา ๆ นี่นา แต่พอรู้เรื่องราวของเธอแล้วจะรู้สึกต่างออกไป เพราะฟิชเชอร์เกิร์ลไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความสวยงามอย่างเดียว เธอกลายเป็นเหมือนตัวแทนของเมือง เป็นภาพจำที่เชื่อมโยงระหว่างจูไห่กับทะเล และเป็นจุดที่คนมาเยือนต้องแวะมาถ่ายรูปกันแทบทุกคน ยิ่งช่วงเย็น ๆ นะ บรรยากาศจะเปลี่ยนไปอีกแบบ แสงแดดเริ่มอ่อน ลมจากทะเลพัดมาเรื่อย ๆ ผู้คนเดินเล่นริมชายฝั่ง บางคนยืนมองรูปปั้น บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ แล้วถ้าเป็นช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตก ก็ยิ่งได้ภาพที่สวยแบบไม่ต้องพยายามมากเลย เพราะฉะนั้น ฟิชเชอร์เกิร์ลจึงไม่ใช่แค่ “รูปปั้นหนึ่งตัว” แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้เราได้เห็นบุคลิกของเมืองจูไห่ผ่านทะเล ผู้คน และบรรยากาศรอบ ๆ ได้อย่างชัดเจน

เรื่องราวของหญิงสาวชาวประมง สู่สัญลักษณ์ของจูไห่

          ฟิชเชอร์เกิร์ลสร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 โดยมีแนวคิดที่ต้องการนำเรื่องราวของหญิงสาวชาวประมงในท้องถิ่นมาถ่ายทอดเป็นงานประติมากรรมขนาดใหญ่ริมทะเล รูปปั้นถูกออกแบบโดยศิลปิน Pan He (พานเฮ่อ) และกลายเป็นผลงานที่มีความสำคัญต่อภาพลักษณ์ของเมืองจูไห่มาจนถึงปัจจุบัน ตัวรูปปั้นเป็นหญิงสาวชาวประมงยืนอยู่บนโขดหินกลางทะเล มือทั้งสองยกไข่มุกขึ้นเหนือศีรษะ ท่าทางดูสง่างามแต่ก็ไม่ได้รู้สึกแข็งกระด้างเหมือนอนุสาวรีย์ทั่วไป กลับมีความรู้สึกเหมือนกำลังยืนต้อนรับผู้คนที่เดินทางเข้ามายังเมืองชายทะเลแห่งนี้ และตรงนี้แหละที่ทำให้ฟิชเชอร์เกิร์ลมีความหมายมากกว่าเรื่องความสวยงาม ไข่มุกที่เธอยกขึ้นเหนือศีรษะ มักถูกตีความว่าเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ความหวัง และอนาคตที่ดี ขณะที่หญิงสาวชาวประมงก็สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับทะเล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ของพื้นที่จูไห่ เมื่อเมืองเติบโตขึ้นจากเมืองชายทะเลไปสู่เมืองสมัยใหม่ ฟิชเชอร์เกิร์ลก็ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนเดิม เป็นภาพที่ทำให้เห็นว่า ต่อให้เมืองเปลี่ยนไปแค่ไหน เรื่องราวและรากของเมืองก็ยังมีความสำคัญ

รูปปั้นไม่ใหญ่ที่สุด แต่เป็นภาพที่จำได้ง่ายที่สุด

          สิ่งที่โดดเด่นที่สุดแน่นอนว่าคือ ตัวรูปปั้นฟิชเชอร์เกิร์ล ที่ตั้งอยู่กลางทะเล รูปหญิงสาวสวมเครื่องแต่งกายแบบชาวประมง ถือไข่มุกไว้เหนือศีรษะ และหันหน้าออกสู่ทะเลอย่างสง่างาม จุดนี้ถ่ายรูปได้หลายมุมมาก จะถ่ายให้เห็นตัวรูปปั้นเต็ม ๆ พร้อมทะเลด้านหลังก็ได้ หรือจะเดินเลียบชายฝั่งแล้วค่อยหามุมที่มีเมืองจูไห่อยู่ด้านหลัง ก็ได้บรรยากาศอีกแบบ แต่สิ่งที่ผมว่าดีที่สุดคือ การมาเดินเล่นบริเวณริมทะเลโดยไม่ต้องรีบ เพราะเสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่การเดินทางมาถ่ายรูปกับรูปปั้นแล้วกลับ แต่เป็นบรรยากาศโดยรอบที่ทำให้รู้สึกว่าเมืองนี้มีชีวิตแบบช้า ๆ อยู่เหมือนกัน ถึงจูไห่จะเป็นเมืองที่มีความทันสมัย มีอาคารและถนนขนาดใหญ่ แต่เมื่อเดินอยู่ริมทะเล ความรู้สึกกลับผ่อนคลายมาก อีกอย่างที่ไม่ควรพลาดคือช่วงเย็น ลองนึกภาพว่าเดินอยู่ริมทะเล ลมเย็น ๆ พัดเข้ามา แสงแดดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม แล้วด้านหน้าคือเงาของฟิชเชอร์เกิร์ลที่ยืนอยู่เหนือผืนน้ำ มันเป็นภาพที่เรียบง่ายมาก แต่กลับจำได้ง่าย และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมฟิชเชอร์เกิร์ลถึงกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่คนจดจำมากที่สุดของจูไห่ นอกจากนั้น บริเวณริมชายฝั่งยังเหมาะกับการเดินเล่น พักผ่อน และชมวิวทะเล โดยเฉพาะคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศของจูไห่แบบไม่ต้องเข้าไปอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวที่วุ่นวายเกินไป

ฟิชเชอร์เกิร์ลกับตัวตนของเมืองจูไห่

          ถ้ามองให้ลึกกว่ารูปปั้น ฟิชเชอร์เกิร์ลเป็นเหมือน “ตัวแทนของจูไห่” มากกว่าจะเป็นเพียงแลนด์มาร์กสำหรับนักท่องเที่ยว จูไห่เป็นเมืองที่มีความผูกพันกับทะเลอย่างมาก และการนำหญิงสาวชาวประมงมาเป็นสัญลักษณ์ก็เหมือนการบอกว่า เมืองนี้เติบโตมาจากผู้คนและวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับทะเล ก่อนที่จะพัฒนากลายเป็นเมืองสมัยใหม่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ส่วนไข่มุกที่ถูกชูขึ้นเหนือศีรษะ ก็ทำให้ภาพของรูปปั้นมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์มากขึ้น ไม่ใช่แค่หญิงสาวที่ยืนอยู่ริมทะเล แต่เป็นภาพของการนำสิ่งดี ๆ จากทะเลขึ้นมา และส่งต่อความหวังให้กับเมือง เพราะแบบนี้เอง เวลาเห็นภาพฟิชเชอร์เกิร์ลในโปสการ์ด ภาพประชาสัมพันธ์ หรือสื่อเกี่ยวกับจูไห่ หลายคนจึงสามารถรู้ได้ทันทีว่า “นี่คือจูไห่”

หญิงสาวที่ยืนอยู่กลางทะเล แต่กลับเป็นตัวแทนของทั้งเมือง

          จู่ไห่ฟิชเชอร์เกิร์ลอาจไม่ได้เป็นสถานที่ที่ต้องใช้เวลาทั้งวันในการเที่ยว และไม่ได้มีเครื่องเล่นหรือกิจกรรมจำนวนมากเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้เธอยังคงมีความสำคัญก็คือ ความหมายที่อยู่เบื้องหลังรูปปั้น หญิงสาวที่ถือไข่มุกอยู่เหนือศีรษะไม่ได้เป็นเพียงงานศิลปะริมทะเล แต่เป็นสัญลักษณ์ของจูไห่ที่สะท้อนทั้งทะเล วิถีชีวิต ความหวัง และการเติบโตของเมืองเอาไว้ด้วยกัน ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวจูไห่ ลองอย่ารีบมองฟิชเชอร์เกิร์ลแค่ในมุมว่า “มาถ่ายรูปแล้วก็จบ” ลองเดินเล่นริมทะเลสักพัก นั่งมองคลื่น ฟังเสียงลม แล้วมองรูปปั้นจากระยะไกล บางทีเราจะเข้าใจมากขึ้นว่า ทำไมรูปปั้นหญิงสาวคนนี้ถึงกลายเป็นภาพจำของเมืองมานานหลายสิบปี เพราะบางครั้งแลนด์มาร์กที่สำคัญที่สุดของเมือง ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตหรือหวือหวา แค่ยืนอยู่ตรงนั้น และเล่าเรื่องราวของเมืองได้ ก็เพียงพอแล้ว และสำหรับจูไห่ หญิงสาวผู้ถือไข่มุกกลางทะเลคนนี้ ก็คือหนึ่งในภาพที่เล่าเรื่องของเมืองได้ชัดที่สุด

เกร็ดความรู้

รู้ไหมว่า ไข่มุกที่ฟิชเชอร์เกิร์ลยกขึ้นเหนือศีรษะ ไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบที่ทำให้รูปปั้นดูโดดเด่นเท่านั้น แต่ยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับ ความหวัง ความเจริญรุ่งเรือง และอนาคตที่สดใสของเมืองจูไห่ การนำหญิงสาวชาวประมงมาถือไข่มุกยังสื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับทะเล เพราะจูไห่เป็นเมืองชายฝั่งที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับทะเลมายาวนาน ดังนั้นเมื่อมองรูปปั้นนี้ จึงเหมือนกำลังมองภาพแทนของเมืองที่นำเอาทรัพยากรและเรื่องราวจากท้องทะเลมาสื่อถึงความเจริญของบ้านเมือง พูดง่าย ๆ คือ ฟิชเชอร์เกิร์ลไม่ได้แค่ถือไข่มุก แต่กำลังถือ “ความหวังของเมืองจูไห่” เอาไว้ด้วย

จำนวนผู้เข้าชม 15 ครั้ง