Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

กำแพงเมืองจีน มหัศจรรย์แห่งอารยธรรมที่ทอดยาวเหนือขุนเขา

กำแพงเมืองจีน มหัศจรรย์แห่งอารยธรรมที่ทอดยาวเหนือขุนเขา

14

Aug

จีน

กำแพงเมืองจีน มหัศจรรย์แห่งอารยธรรมที่ทอดยาวเหนือขุนเขา

จากกำแพงโบราณบนยอดเขา สู่หนึ่งในสัญลักษณ์ของประเทศจีน

          ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นภาพจำของประเทศจีน เชื่อว่าชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงก็คงหนีไม่พ้น กำแพงเมืองจีน กำแพงขนาดมหึมาที่ทอดตัวไปตามภูเขา ผ่านหุบเขา และภูมิประเทศที่แตกต่างกันออกไปอย่างน่าเหลือเชื่อ บางคนอาจคิดว่ากำแพงเมืองจีนก็คือกำแพงเดียวกันทั้งหมด แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย เพราะกำแพงเมืองจีนประกอบด้วยแนวกำแพง ป้อมปราการ และสิ่งก่อสร้างทางทหารจากหลายยุคหลายสมัยที่เชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ และวันนี้ลองพาไปดู 6 จุดยอดนิยมของกำแพงเมืองจีน ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ แต่ละแห่งมีบรรยากาศและเสน่ห์ต่างกัน บางแห่งเดินทางง่าย บางแห่งเหมาะกับการเดินเขา และบางแห่งมีวิวที่สวยจนต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายแทบทุกก้าว

ประวัติศาสตร์กำแพงเมืองจีน เรื่องราวที่ยาวไกลกว่าที่คิด

          กำแพงเมืองจีนไม่ได้เกิดขึ้นจากการก่อสร้างเพียงครั้งเดียว แต่เป็นผลจากการสร้างและต่อเติมแนวกำแพงในช่วงเวลาหลายร้อยปี โดยรัฐและราชวงศ์ต่าง ๆ ใช้กำแพงเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันชายแดน ควบคู่กับป้อม หอคอย และเส้นทางลาดตระเวน ต่อมาในสมัย ราชวงศ์หมิง มีการสร้างและเสริมแนวกำแพงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณทางตอนเหนือของจีน ซึ่งเป็นส่วนที่ได้รับการอนุรักษ์และกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน สิ่งที่น่าสนใจคือ กำแพงไม่ได้มีหน้าที่แค่เป็น “กำแพง” เท่านั้น แต่ยังเป็นระบบป้องกันที่มีทั้งหอสังเกตการณ์ ป้อมทหาร และจุดส่งสัญญาณ เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ทหารสามารถส่งต่อสัญญาณไปยังจุดต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น เวลาเราเดินอยู่บนกำแพงเมืองจีน สิ่งที่เห็นตรงหน้าไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ แต่คือร่องรอยของระบบป้องกันประเทศที่เคยมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์จีน

ไฮไลต์ที่ทำให้กำแพงเมืองจีนยังน่าหลงใหล

          สิ่งที่ทำให้กำแพงเมืองจีนแตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป คือเราไม่ได้มาแค่ “ดูของเก่า” แต่กำลังเดินอยู่บนพื้นที่ที่มีเรื่องราวของผู้คนซ่อนอยู่ในทุกก้อนอิฐ ทุกแนวหิน และทุกหอสังเกตการณ์ บางจุดมองเห็นภูเขาสลับซับซ้อน บางจุดมองเห็นทะเล บางจุดอยู่ท่ามกลางพื้นที่แห้งแล้งของจีนตะวันตก และบางจุดได้รับการบูรณะจนเดินเที่ยวได้สะดวก แต่ไม่ว่าจะเลือกไปที่ไหน ความรู้สึกหนึ่งที่คล้ายกันคือ ความยิ่งใหญ่ กำแพงที่ทอดตัวไปตามภูเขา ทำให้เราเห็นถึงความพยายามของผู้คนในอดีตที่ต้องสร้างระบบป้องกันขนาดใหญ่ท่ามกลางภูมิประเทศที่ไม่ง่ายเลย และเมื่อคิดว่าการก่อสร้างเหล่านี้เกิดขึ้นในยุคที่ยังไม่มีเครื่องจักรและเทคโนโลยีแบบปัจจุบัน ความน่าทึ่งก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า

6 กำแพงเมืองจีนยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวนิยมไป

1. ปาต้าหลิ่ง (Badaling) จุดยอดนิยม เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับการเที่ยวครั้งแรก

          ถ้าเป็นครั้งแรกที่มาเที่ยวกำแพงเมืองจีน ปาต้าหลิ่ง มักเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงก่อนเสมอ เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงปักกิ่ง และเป็นหนึ่งในช่วงกำแพงที่ได้รับการบูรณะและพัฒนาให้รองรับนักท่องเที่ยวได้ดี เส้นทางเดินมีทั้งช่วงที่ค่อนข้างสบายและช่วงที่ต้องออกแรงพอสมควร โดยเฉพาะบริเวณที่กำแพงไต่ขึ้นตามแนวภูเขา แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือวิวแบบกว้างสุดสายตา มองเห็นแนวกำแพงคดเคี้ยวไปตามสันเขา ยิ่งวันที่อากาศดีจะยิ่งรู้สึกว่าคุ้มกับการเดินทางมา ปาต้าหลิ่งจึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากสัมผัสกำแพงเมืองจีนแบบคลาสสิก และอยากเก็บภาพสถานที่สำคัญระดับโลกกลับไปเป็นความทรงจำ


2. มู่เถียนยวี่ (Mutianyu) กำแพงกลางขุนเขา บรรยากาศสวยและเขียวมาก

          ถ้าชอบวิวธรรมชาติและอยากได้บรรยากาศที่ผ่อนคลายขึ้นมาอีกหน่อย ลองมาที่ มู่เถียนยวี่ บริเวณนี้ขึ้นชื่อเรื่องภูมิประเทศที่สวย เพราะแนวกำแพงทอดผ่านภูเขาและพื้นที่ป่า ทำให้แต่ละฤดูกาลมีเสน่ห์ไม่เหมือนกัน ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนจะเห็นสีเขียวของธรรมชาติ ส่วนช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็ได้บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง อีกอย่างที่หลายคนชอบคือบริเวณนี้มีหอสังเกตการณ์ที่ตั้งอยู่เป็นระยะ ๆ ทำให้เดินไปเรื่อย ๆ แล้วรู้สึกเหมือนกำลังตามรอยเส้นทางโบราณทีละช่วง และถ้าไม่อยากเดินลงเขาทั้งหมด ก็ยังมีทางเลือกสำหรับการลงจากกำแพงที่ช่วยให้การเที่ยวสนุกขึ้นอีกด้วย

3. จินซานหลิ่ง (Jinshanling) จุดหมายของคนรักวิว คนชอบถ่ายรูป และสายเดินเขา

          สำหรับคนที่อยากเห็นกำแพงเมืองจีนในมุมที่ดูเป็นธรรมชาติและมีความขลังมากขึ้น จินซานหลิ่ง เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจมาก ที่นี่มีทั้งส่วนที่ได้รับการบูรณะและส่วนที่ยังคงสภาพดั้งเดิมเอาไว้ ทำให้เวลาเดินไปตามแนวกำแพงจะเห็นรายละเอียดของโครงสร้างที่แตกต่างกันไป และที่สำคัญคือภูเขารอบ ๆ ช่วยสร้างมิติให้ภาพสวยมาก เดินไปเรื่อย ๆ จะเห็นกำแพงทอดยาวผ่านสันเขาเหมือนเส้นที่ไม่มีวันจบ ยิ่งช่วงเช้าหรือใกล้พระอาทิตย์ตก แสงจะตกกระทบกำแพงและภูเขา ทำให้บรรยากาศเงียบสงบและมีเสน่ห์มาก ถ้าใครชอบถ่ายภาพ ที่นี่ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดที่ไม่ควรพลาด

4. ซือหม่าไถ (Simatai) กำแพงเมืองจีนในบรรยากาศดั้งเดิมและท้าทายกว่าเดิม

          ซือหม่าไถ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ เพราะหลายช่วงยังคงรักษาลักษณะของกำแพงและหอสังเกตการณ์แบบดั้งเดิมไว้ได้ดี ภูมิประเทศของที่นี่ค่อนข้างสูงชัน ทำให้บางช่วงของเส้นทางดูท้าทายกว่าจุดยอดนิยมอื่น ๆ แต่ก็แลกมาด้วยวิวที่สวยและความรู้สึกเหมือนได้เดินอยู่บนแนวป้อมปราการโบราณจริง ๆ สิ่งที่ทำให้ซือหม่าไถน่าสนใจคือความรู้สึก “ดิบ” และ “เก่า” ที่ยังคงอยู่ เมื่อเดินผ่านหอคอยและแนวกำแพงที่ตั้งอยู่บนภูเขา บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อน บริเวณนี้คงมีทหารเดินลาดตระเวนอยู่จริง ๆ

5. ซานไห่กวน – หัวมังกรเฒ่า (Shanhaiguan) จุดที่กำแพงเมืองจีนทอดตัวลงสู่ทะเล

          ถ้ากำแพงเมืองจีนบนภูเขาว่าสวยแล้ว ที่ ซานไห่กวน ก็มีภาพที่แตกต่างออกไป เพราะบริเวณ หัวมังกรเฒ่า หรือเหล่าหลงโถว (Laolongtou) เป็นจุดที่แนวกำแพงยื่นออกไปสู่ทะเล ลองจินตนาการดูนะครับ จากกำแพงที่เราคุ้นตาว่าต้องอยู่บนภูเขาหรือผ่านหุบเขา อยู่ดี ๆ แนวกำแพงกลับทอดยาวไปจรดทะเลตรงหน้า มองออกไปเห็นผืนน้ำกว้างสุดสายตา เป็นภาพที่มีเอกลักษณ์มาก พื้นที่ซานไห่กวนเองก็มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็นหนึ่งในด่านสำคัญของระบบป้องกันทางตอนเหนือของจีน สำหรับคนที่อยากได้ภาพกำแพงเมืองจีนที่ไม่เหมือนใคร ที่นี่ถือว่าน่าสนใจมาก

6. เจียยวี่กวน (Jiayuguan) กำแพงเมืองจีนกลางภูมิประเทศทะเลทราย ตามรอยเส้นทางสายไหม

          ปิดท้ายกันที่ เจียยวี่กวน ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของจีน และมีบรรยากาศแตกต่างจากกำแพงเมืองจีนใกล้ปักกิ่งอย่างชัดเจน ที่นี่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิประเทศแห้งแล้งและพื้นที่กึ่งทะเลทราย ทำให้ภาพของกำแพงเมืองจีนดูยิ่งใหญ่และแปลกตาไปอีกแบบ เจียยวี่กวนไม่ได้เป็นเพียงแนวกำแพง แต่เป็นทั้งด่าน ป้อมปราการ และจุด ยุทธศาสตร์สำคัญในอดีต อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเดินทางและการค้าทางตะวันตกของจีนในยุคโบราณ เมื่อมองออกไปจากป้อมแล้วเห็นภูเขาและพื้นที่กว้างใหญ่สุดสายตา จะเข้าใจเลยว่าทำไมบริเวณนี้จึงมีความสำคัญต่อการควบคุมเส้นทางผ่านในอดีต

กำแพงเมืองจีน ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว

          สุดท้ายแล้ว กำแพงเมืองจีนอาจเริ่มต้นจากการเป็นแนวป้องกันทางทหาร แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันได้กลายเป็นสิ่งที่สะท้อนทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และความพยายามของผู้คนในหลายยุคหลายสมัย ไม่ว่าจะเป็น ปาต้าหลิ่ง มู่เถียนยวี่ จินซานหลิ่ง ซือหม่าไถ ซานไห่กวน หรือเจียยวี่กวน แต่ละแห่งมีเรื่องราวของตัวเอง และแต่ละแห่งก็ทำให้เราเห็นกำแพงเมืองจีนในมุมที่แตกต่างกัน บางคนมาเพื่อถ่ายรูป บางคนมาเพื่อสัมผัสประวัติศาสตร์ บางคนมาเพราะอยากพิชิตเส้นทางบนภูเขา แต่เมื่อได้ยืนอยู่บนกำแพงจริง ๆ แล้วมองแนวกำแพงที่ทอดยาวออกไปไกลสุดสายตา เราอาจเข้าใจได้ทันทีว่าเหตุใดสถานที่แห่งนี้จึงยังคงเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของจีน และเป็นสถานที่ที่นักเดินทางจากทั่วโลกอยากมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง กำแพงเมืองจีนจึงไม่ใช่เพียงกำแพงที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันแผ่นดิน แต่เป็น “เส้นทางแห่งความทรงจำ” ที่ยังคงพาเราย้อนกลับไปสัมผัสเรื่องราวของจีนในอดีตได้จนถึงทุกวันนี้

เกร็ดความรู้

กำแพงเมืองจีนไม่ได้สร้างขึ้นในยุคเดียว  หลายคนอาจเข้าใจว่ากำแพงเมืองจีนเป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นครั้งเดียว แต่จริง ๆ แล้ว กำแพงเมืองจีนเกิดจากการก่อสร้าง ต่อเติม และเชื่อมแนวกำแพงของหลายรัฐและหลายราชวงศ์ตลอดช่วงเวลายาวนาน โดยเฉพาะในสมัยราชวงศ์หมิงที่มีการสร้างและเสริมกำแพงครั้งใหญ่ จนเกิดเป็นแนวกำแพงและป้อมปราการที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ดังนั้นเวลาเดินบนกำแพงเมืองจีน จึงเหมือนกับกำลังเดินผ่าน ประวัติศาสตร์หลายยุคหลายสมัยที่ถูกทิ้งร่องรอยเอาไว้บนแนวภูเขา นั่นเอง

จำนวนผู้เข้าชม 12 ครั้ง