Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

แกรนด์แคนย่อนยูฉาโกว หุบเขาธรรมชาติสุดโดดเด่นแห่งมณฑลส่านซี

แกรนด์แคนย่อนยูฉาโกว หุบเขาธรรมชาติสุดโดดเด่นแห่งมณฑลส่านซี

08

Sep

จีน

แกรนด์แคนย่อนยูฉาโกว หุบเขาธรรมชาติสุดโดดเด่นแห่งมณฑลส่านซี

แค่เห็นภาพก็อยากไปยืนอยู่ตรงนั้น

          ถ้าพูดถึงสถานที่ธรรมชาติในจีน หลายคนอาจนึกถึงภูเขาสูง ทะเลสาบ หรือหน้าผาชื่อดัง แต่ที่ แกรนด์แคนย่อนยูฉาโกว กลับมีเสน่ห์อีกแบบ เป็นพื้นที่ที่โดดเด่นด้วยหน้าผาและร่องหุบเขาขนาดใหญ่ ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของธรรมชาติมาเป็นเวลานาน พอเดินเข้าไปตามเส้นทาง จะเห็นผนังหินทอดยาวอยู่สองข้าง สีของหินเปลี่ยนไปตามแสงและสภาพอากาศ บางช่วงออกแดงเข้ม บางช่วงเป็นน้ำตาลอมส้ม ยิ่งช่วงที่แสงตกกระทบหน้าผา รายละเอียดของชั้นหินจะยิ่งชัดขึ้นมาแบบที่ยืนดูได้นานโดยไม่รู้ตัว สถานที่แบบนี้ไม่ได้ต้องมีอะไรเยอะเลย แค่ภูเขา หิน ทางเดิน และเสียงลม ก็ทำให้รู้สึกได้ว่าธรรมชาติใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะสร้างพื้นที่หนึ่งขึ้นมา

เรื่องราวที่ถูกเขียนไว้บนชั้นหิน

          ยูฉาโกวเป็นพื้นที่หุบเขาที่มีลักษณะทางธรณีวิทยาโดดเด่น เกิดจากกระบวนการกัดเซาะของน้ำ ลม และการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศที่ดำเนินต่อเนื่องกันมาเป็นเวลายาวนาน จนเกิดเป็นหน้าผา ร่องเขา และชั้นหินที่มีรูปร่างแตกต่างกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ เวลาเราเดินผ่านหน้าผาแต่ละจุด จะเห็นชั้นของหินไม่เหมือนกัน บางบริเวณเป็นแนวชั้นชัดเจน บางช่วงถูกกัดเซาะจนเกิดเป็นร่องลึก ทำให้ภูมิประเทศดูมีมิติและมีรายละเอียดเยอะมาก สำหรับคนที่ชอบธรรมชาติ ที่นี่จึงไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เราเห็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงของพื้นโลกได้ด้วยตาเปล่า

หน้าผาสีแดง เส้นทางกลางหุบเขา และมุมที่เดินไปเจอเรื่อย ๆ

เริ่มกันที่หน้าผาหินสีแดง

          สิ่งแรกที่สะดุดตาเมื่อเข้ามาถึงยูฉาโกว ก็คือกำแพงหินขนาดใหญ่ที่ทอดตัวอยู่สองข้างของพื้นที่ สีของหน้าผามีตั้งแต่แดงเข้ม น้ำตาลแดง ไปจนถึงส้มอมทอง แต่ละช่วงจะมีโทนสีและลวดลายต่างกันไป ยิ่งในวันที่แสงแดดส่องลงมาเต็มที่ สีของหินจะยิ่งชัดขึ้น ทำให้เห็นทั้งรอยแตก ร่องลึก และชั้นหินที่เรียงตัวกันอย่างละเอียด เดินเข้าไปใกล้ ๆ จะยิ่งรู้สึกถึงขนาดของหน้าผา เพราะจากตอนที่มองอยู่ไกล ๆ เราอาจคิดว่าเป็นภูเขาสวย ๆ ลูกหนึ่ง แต่พอมาอยู่ด้านล่างแล้วเงยหน้าขึ้นมอง จะเห็นว่าผนังหินสูงขึ้นไปอีกมาก และตัวเราดูเล็กลงทันที ความรู้สึกตรงนี้แหละที่ทำให้การมาเที่ยวแคนย่อนต่างจากการยืนดูภูเขาจากจุดชมวิวทั่วไป

เส้นทางเดินคืออีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่
          ยูฉาโกวไม่ได้มีแค่จุดหนึ่งให้ยืนถ่ายรูปแล้วกลับ แต่ความสนุกอยู่ระหว่างทาง เพราะเมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ ลักษณะของหุบเขาจะค่อย ๆ เปลี่ยน บางช่วงเป็นทางที่มีหน้าผาขนาบอยู่สองด้าน บางช่วงพื้นที่เปิดกว้างขึ้น ทำให้มองเห็นแนวเขาและชั้นหินต่อเนื่องออกไปไกล บางจุดเดินผ่านแล้วอาจไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอเดินเลยไปอีกนิดแล้วหันกลับมามอง จะได้มุมที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน เพราะแสง เงา และตำแหน่งของหน้าผาเปลี่ยนไปตามจุดที่เราอยู่ ทำให้ระหว่างทางมีอะไรให้หยุดดูอยู่ตลอด

สายถ่ายรูปมีมุมให้เล่นเยอะมาก
          ที่นี่เหมาะกับการถ่ายภาพหลายแบบ จะถ่ายวิวกว้างให้เห็นขนาดของหุบเขา หรือถ่ายคนยืนอยู่ด้านหน้าหน้าผาเพื่อให้เห็นสเกลก็ได้ ยิ่งถ้าเป็นช่วงที่แสงกำลังตกกระทบหน้าผา จะเห็นความแตกต่างระหว่างส่วนที่โดนแดดกับส่วนที่อยู่ในเงา ทำให้ชั้นหินดูมีมิติขึ้นมา และไม่จำเป็นต้องหามุมที่อลังการตลอดเวลา บางครั้งภาพที่มีคนกำลังเดินอยู่บนเส้นทางเล็ก ๆ ท่ามกลางกำแพงหินสูง ๆ กลับเล่าเรื่องของสถานที่ได้ดีมาก เพราะมันทำให้เห็นทั้งความกว้าง ความสูง และบรรยากาศของยูฉาโกวในภาพเดียว

ช่วงเวลาที่แสงเปลี่ยน ภูเขาก็เปลี่ยนอารมณ์ตามไปด้วย
          อีกอย่างที่น่าสนใจคือสีของหน้าผาไม่ได้ดูเหมือนเดิมตลอดทั้งวัน ช่วงที่แดดแรง สีแดงของหินจะค่อนข้างชัดและดูโดดเด่น แต่เมื่อแสงเริ่มอ่อนลง เงาจะค่อย ๆ เข้ามาตามผนังหิน ทำให้รายละเอียดบางส่วนเด่นขึ้นมาแทน ถ้าใครชอบถ่ายรูปจริง ๆ อาจต้องเผื่อเวลาไว้สักหน่อย เพราะที่นี่เป็นสถานที่ที่ยิ่งเดิน ยิ่งมีมุมใหม่ให้ถ่าย และบางครั้งรูปที่ดีที่สุดอาจไม่ได้อยู่ตรงจุดที่คนส่วนใหญ่หยุดถ่าย แต่อยู่ระหว่างทางในจังหวะที่แสงกำลังพอดี และเสน่ห์ที่สำคัญที่สุดคือความรู้สึกเมื่อได้เข้าไปอยู่กลางหุบเขา 
          เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางหน้าผาขนาดใหญ่ จะได้สัมผัสความเงียบและความกว้างของพื้นที่อย่างชัดเจน เสียงรอบตัวลดลง เหลือเพียงบรรยากาศของภูเขาและเสียงฝีเท้าของคนที่เดินผ่านไปมา ยิ่งเดินไปตามเส้นทางเรื่อย ๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่าที่นี่ไม่ได้มีไว้แค่ให้มาถ่ายรูป แต่เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเดินดูธรรมชาติแบบไม่ต้องรีบ เพราะฉะนั้น ถ้ามาถึงยูฉาโกวแล้ว อย่าเพิ่งรีบถ่ายรูปแล้วกลับ ลองเดินให้ลึกขึ้นอีกหน่อย ลองหยุดมองหน้าผาในมุมที่คนอื่นอาจไม่ได้สังเกต และปล่อยเวลาให้ผ่านไปช้า ๆ สักพัก แล้วจะเข้าใจว่าทำไมพื้นที่หุบเขาแห่งนี้ถึงมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง


ยูฉาโกวคืออีกมุมของจีนที่ควรได้เห็น

          แกรนด์แคนย่อนยูฉาโกวอาจไม่ได้เป็นชื่อที่ทุกคนคุ้นหู แต่ความน่าสนใจของที่นี่อยู่ตรงภูมิประเทศที่มีเอกลักษณ์ หน้าผาสีแดง ร่องหุบเขาขนาดใหญ่ และร่องรอยการกัดเซาะที่บอกเล่าเรื่องราวของธรรมชาติผ่านชั้นหิน ถ้าอยากเที่ยวจีนในมุมที่ต่างออกไป อยากเห็นภูเขาที่ไม่ได้มีแค่ยอดสูง ๆ แต่มีทั้งร่องลึก หน้าผา และเส้นทางที่พาเราเข้าไปอยู่ท่ามกลางภูมิประเทศจริง ๆ ยูฉาโกวก็เป็นอีกสถานที่ที่น่าจดจำ เพราะบางครั้งเสน่ห์ของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่ว่าเราไปถึงสถานที่ดังแค่ไหน แต่อยู่ที่ตอนเดินกลับมาแล้ว เรายังจำภาพของสถานที่นั้นได้ชัดแค่ไหน และยูฉาโกวก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรายละเอียดให้จำอยู่ไม่น้อยเลย 

เกร็ดความรู้

ยูฉาโกวเกิดจากการกัดเซาะของธรรมชาติหน้าผาและร่องหุบเขาของ แกรนด์แคนย่อนยูฉาโกว ไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น แต่ค่อย ๆ ก่อตัวจากกระบวนการทางธรรมชาติ ทั้งน้ำ ลม และการเปลี่ยนแปลงของชั้นหินที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน จนกลายเป็นหน้าผาสูงและร่องเขาที่มีลวดลายแตกต่างกันในแต่ละจุด สีแดงอมส้มของชั้นหินจึงเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ที่ทำให้ยูฉาโกวมีภาพจำที่ชัดเจนมากขึ้น

จำนวนผู้เข้าชม 6 ครั้ง