Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

หุบเขาแห่งคลื่นอิ้งเปียน สัมผัสความมหัศจรรย์ของหินทรายแดงแห่งส่านซี

หุบเขาแห่งคลื่นอิ้งเปียน สัมผัสความมหัศจรรย์ของหินทรายแดงแห่งส่านซี

20

Sep

จีน

หุบเขาแห่งคลื่นอิ้งเปียน สัมผัสความมหัศจรรย์ของหินทรายแดงแห่งส่านซี

แค่เห็นครั้งแรกก็รู้เลยว่า ที่นี่ไม่ธรรมดา

          ถ้าพูดถึงสถานที่แปลกตาในมณฑลส่านซี หลายคนอาจนึกถึงภูเขา เมืองเก่า หรือกำแพงโบราณ แต่ที่จิ้งเปียนกลับมีสถานที่หนึ่งที่หน้าตาแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน นั่นคือ หุบเขาแห่งคลื่นอิ้งเปียน หรือ波浪谷 ที่นี่เต็มไปด้วยหินทรายสีแดงส้มที่เรียงตัวเป็นชั้น ๆ บางช่วงโค้งไปมา บางช่วงเป็นแนวคลื่นต่อเนื่องกันยาวเหมือนพื้นดินกำลังเคลื่อนไหว ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ก็ยิ่งเห็นรายละเอียดของชั้นหินชัดขึ้น ทั้งเส้นโค้ง ร่องลึก และลวดลายบนผิวหินที่ไม่ซ้ำกัน จุดเด่นของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่สีแดงของภูเขา แต่คือ ลวดลายที่เกิดขึ้นบนผืนดิน ยิ่งมีแสงแดดส่องลงมาตามมุมต่าง ๆ สีของหินก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่แดงเข้ม ส้ม น้ำตาล ไปจนถึงสีทอง ทำให้มุมเดิมที่มองเมื่อครู่ พอเดินไปอีกไม่กี่ก้าวกลับดูต่างออกไปอีกแบบ นี่คือเสน่ห์ของหุบเขาแห่งคลื่นอิ้งเปียน ที่ต้องมาเห็นด้วยตัวเองจริง ๆ

กว่าจะกลายเป็นหุบเขาแห่งคลื่น ต้องผ่านเวลายาวนานมาก

          หุบเขาแห่งคลื่นอิ้งเปียนอยู่ในเขตเมืองจิ้งเปียน เมืองอวี๋หลิน มณฑลส่านซี ทางภาคเหนือของจีน โดยพื้นที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศตันเสียที่เกิดจากชั้นหินทรายแดง ซึ่งถูกลม น้ำ และการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติค่อย ๆ กัดเซาะจนเกิดเป็นรูปร่างที่เห็นในปัจจุบัน ลองคิดดูง่าย ๆ ว่า สิ่งที่เราเห็นตรงหน้าไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่ปี แต่เป็นผลจากกระบวนการทางธรรมชาติที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายสิบล้านปี ชั้นทรายถูกสะสมและกลายเป็นหิน ก่อนที่จะถูกลมและน้ำค่อย ๆ กัดเซาะจนเกิดเป็นแนวโค้งและริ้วคลื่นบนผิวหิน เพราะแบบนี้ เวลามองหินแต่ละชั้นจึงไม่ได้เห็นแค่ความสวยงาม แต่กำลังมองเห็น ร่องรอยของเวลา พื้นที่หุบเขาแห่งนี้มีภูมิประเทศหลากหลาย ทั้งหน้าผาหิน ช่องเขา เสาหิน และร่องหินที่เกิดจากการกัดเซาะของธรรมชาติ จนได้รับความสนใจทั้งในด้านการท่องเที่ยว การถ่ายภาพ และการศึกษาด้านธรณีวิทยา

ลวดลายคลื่นบนหินแดงที่เป็นเอกลักษณ์

1. คลื่นหินสีแดง จุดเด่นที่ต้องเห็นด้วยตา

         แน่นอนว่าไฮไลต์หลักของที่นี่ก็คือ ลวดลายคลื่นบนหินทรายแดง บางพื้นที่เป็นเส้นเล็ก ๆ เรียงต่อกันหลายชั้น บางจุดเป็นคลื่นขนาดใหญ่ที่โค้งขึ้นลงไปตามแนวภูเขา พอเดินเข้าไปใกล้จะเห็นว่าผิวหินมีรายละเอียดเยอะมาก ไม่ได้เรียบเป็นผืนเดียว แต่เต็มไปด้วยริ้วรอยที่ธรรมชาติค่อย ๆ สร้างเอาไว้ นี่แหละคือภาพที่ทำให้คนจำหุบเขาแห่งคลื่นอิ้งเปียนได้ง่าย สีแดงของหิน กับเส้นคลื่นที่ต่อกันไปทั่วทั้งพื้นที่ สองอย่างนี้รวมกันแล้วเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้อย่างชัดเจน

2. ผาหินสีแดงที่เปลี่ยนไปตามแสง

          ช่วงที่แดดส่องลงบนหน้าผา สีของหินจะดูเข้มและโดดเด่นมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือช่วงใกล้เย็นที่แสงทำมุมกับพื้นผิวของหิน ทำให้เส้นริ้วต่าง ๆ มีมิติขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด บางมุมมองเห็นเป็นสีแดงเข้ม บางมุมกลับออกส้มทอง และถ้าเป็นช่วงที่มีเงาพาดผ่าน ก็จะเห็นรายละเอียดของชั้นหินชัดขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นที่นี่จึงเป็นอีกสถานที่ที่เหมาะกับคนชอบถ่ายภาพมาก เพราะแค่เปลี่ยนเวลา แสง และมุมยืน ภาพที่ได้ก็เปลี่ยนไปแล้ว

3. หน้าผา ช่องเขา และเส้นทางที่พาเข้าไปเห็นภูมิประเทศใกล้ ๆ

           หุบเขาไม่ได้มีแค่พื้นที่คลื่นหิน แต่ยังมีทั้งกำแพงหิน หน้าผา ช่องแคบ และพื้นที่ที่ถูกน้ำกัดเซาะจนเกิดเป็นรูปทรงแปลก ๆ โดยพื้นที่ท่องเที่ยวของ 波浪谷 ยังแบ่งลักษณะภูมิประเทศออกเป็นโซนต่าง ๆ เช่น ตันเสียเปลวเพลิง ตันเสียหน้าผา และตันเสียใต้ดิน ตามลักษณะของพื้นที่ บางช่วงเดินอยู่บนทางเดินชมวิว มองลงไปด้านล่างจะเห็นแนวหินแดงทอดยาวเป็นชั้น ๆ บางช่วงทางเดินเข้าไปใกล้กำแพงหินมากขึ้น จนสามารถมองเห็นริ้วลายบนผิวหินได้ชัดเจน เดินไปเรื่อย ๆ จะรู้สึกว่าแต่ละมุมไม่เหมือนกันเลย

4. จุดที่คนชอบถ่ายรูปต้องหยุดดูนาน ๆ

          ด้วยลวดลายของหินที่เป็นเส้นโค้งต่อเนื่องกัน ที่นี่จึงกลายเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการถ่ายภาพมาก โดยเฉพาะวันที่ท้องฟ้าเปิด แสงตกกระทบกับหินแดงเป็นจังหวะ จะช่วยให้เห็นมิติของภูมิประเทศชัดขึ้น ไม่ต้องแต่งภาพเยอะก็ได้ เพราะตัวสถานที่มีทั้งสี รูปทรง และพื้นผิวที่น่าสนใจอยู่แล้ว ถ้าใครชอบภาพแนวธรรมชาติ ชอบถ่ายภูเขา หรือชอบภาพที่มีเส้นนำสายตา ที่นี่น่าจะมีมุมให้เดินหาได้เรื่อย ๆ


ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความแปลก แต่มีเรื่องราวของเวลาอยู่ในทุกชั้นหิน

          หุบเขาแห่งคลื่นอิ้งเปียนในส่านซี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ทำให้เราเห็นว่าธรรมชาติสามารถสร้างภูมิประเทศที่มีรายละเอียดได้มากแค่ไหน จากชั้นหินทรายแดงที่ค่อย ๆ ถูกลมและน้ำกัดเซาะ ผ่านเวลายาวนานจนกลายเป็นแนวคลื่น หน้าผา ช่องเขา และรูปทรงต่าง ๆ ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ความสำคัญของที่นี่จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องการท่องเที่ยว แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงของพื้นโลกที่เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ และต่อเนื่อง เดินผ่านหินแต่ละก้อน เราอาจไม่ได้รู้ว่ามันเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อไหร่ แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ ร่องรอยบนหินทุกเส้นกำลังบอกว่าเวลานั้นผ่านมานานแค่ไหน หุบเขาแห่งคลื่นอิ้งเปียน จึงไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับไปถ่ายรูป แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้เราได้หยุดมองผืนดิน แล้วลองคิดดูว่า กว่าธรรมชาติจะสร้างภาพแบบนี้ขึ้นมา ต้องใช้เวลายาวนานเพียงใด

เกร็ดความรู้

หินรูปคลื่นเกิดขึ้นได้อย่างไร หุบเขาแห่งคลื่นอิ้งเปียนมีชื่อเสียงจาก หินทรายสีแดงที่ถูกลมและน้ำกัดเซาะเป็นเวลายาวนาน จนเกิดเป็นริ้วโค้งและลวดลายคล้ายคลื่นบนผิวหิน กระบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติเป็นเวลานาน ทำให้แต่ละชั้นหินมีลวดลายและรูปทรงแตกต่างกัน ถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของภูมิประเทศแบบ ตันเสีย (Danxia Landform) ในประเทศจีน

จำนวนผู้เข้าชม 5 ครั้ง