Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

หมิงสุ่ยกู่เฉิงในฤดูหนาว เมืองเก่าริมสายน้ำที่ยิ่งหนาวยิ่งน่าเดิน

หมิงสุ่ยกู่เฉิงในฤดูหนาว เมืองเก่าริมสายน้ำที่ยิ่งหนาวยิ่งน่าเดิน

11

Oct

จีน

หมิงสุ่ยกู่เฉิงในฤดูหนาว เมืองเก่าริมสายน้ำที่ยิ่งหนาวยิ่งน่าเดิน

เมื่อหน้าหนาวมาเยือน เมืองเก่าก็เปลี่ยนอารมณ์ไปอีกแบบ

           ถ้าพูดถึงการเที่ยวจีนในช่วงหน้าหนาว หลายคนอาจนึกถึงภูเขาที่มีหิมะ ทุ่งหญ้าสีขาว หรือเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยไฟประดับ แต่จริง ๆ แล้วหน้าหนาวของจีนยังมีอีกหลายมุมที่น่าเที่ยวมาก และหนึ่งในนั้นคือการเดินเล่นในเมืองโบราณที่มีสายน้ำไหลผ่านอยู่ตลอดทาง หมิงสุ่ยกู่เฉิง หรือเมืองโบราณหมิงสุ่ย เป็นอีกสถานที่ที่เหมาะกับการมาเที่ยวในช่วงอากาศเย็น เพราะบรรยากาศของเมืองเก่าเมื่อเจอกับอุณหภูมิต่ำ ๆ จะให้ความรู้สึกต่างจากช่วงฤดูอื่นอย่างเห็นได้ชัด

          ที่นี่ไม่ได้เป็นเมืองที่ต้องเดินแบบรีบ ๆ เพื่อเก็บจุดถ่ายรูปให้ครบ แต่เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเดินเรื่อย ๆ มากกว่า เดินผ่านอาคารเก่า แวะมองสายน้ำ หยุดถ่ายรูปตรงสะพาน แล้วค่อยเดินต่อไปอีกหน่อย บางครั้งเดินไปโดยไม่ได้ตั้งใจว่าจะเจออะไร แต่กลับได้เจอมุมเล็ก ๆ ที่สวยกว่าจุดที่ตั้งใจจะไปเสียอีก ยิ่งในช่วงหน้าหนาว บรรยากาศจะค่อนข้างสงบ อากาศเย็นกำลังดี แสงแดดไม่แรงจนเกินไป และถ้าเป็นวันที่มีหิมะตกลงมา เมืองทั้งเมืองก็จะเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ หลังคากระเบื้องสีเข้มถูกแต้มด้วยหิมะสีขาว กิ่งไม้ที่แทบไม่มีใบตัดกับท้องฟ้าสีเทา สายน้ำยังคงไหลไปเรื่อย ๆ แม้อากาศจะหนาว ส่วนคนที่เดินอยู่ตามถนนก็พากันใส่เสื้อโค้ตหนา ๆ ถือเครื่องดื่มร้อน ๆ แล้วค่อย ๆ เดินเที่ยวกันไป แค่ภาพแบบนี้ก็ทำให้รู้สึกได้เลยว่า หน้าหนาวของหมิงสุ่ยมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง

เมืองเก่าที่เติบโตขึ้นมาพร้อมสายน้ำ

           หมิงสุ่ยกู่เฉิงตั้งอยู่ในพื้นที่จางชิว นครจี่หนาน มณฑลซานตง พื้นที่แห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีความสัมพันธ์กับแหล่งน้ำพุในท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง ชื่อของหมิงสุ่ยมีความเกี่ยวข้องกับลักษณะของพื้นที่และสายน้ำ โดยบริเวณจางชิวมีน้ำพุธรรมชาติอยู่จำนวนมาก ทำให้น้ำกลายเป็นส่วนสำคัญของภูมิทัศน์และการดำรงชีวิตของผู้คนในพื้นที่มาตั้งแต่อดีต ประวัติของพื้นที่หมิงสุ่ยย้อนกลับไปได้หลายร้อยหลายพันปี มีการตั้งถิ่นฐานและพัฒนาชุมชนขึ้นตามเส้นทางน้ำ จนในเวลาต่อมากลายเป็นพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจและการเดินทางของจางชิว

           สิ่งที่น่าสนใจคือ เมืองเก่าแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาแบบแยกขาดจากธรรมชาติ แต่มีการใช้สายน้ำเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเมือง ทั้งคลอง สะพาน อาคาร บ้านเรือน และพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ จึงทำให้เวลาเดินอยู่ในเมืองจะรู้สึกว่าน้ำอยู่ใกล้ตัวตลอดเวลา บางช่วงเดินอยู่บนถนนก็เห็นคลองอยู่ด้านข้าง บางช่วงเดินข้ามสะพานแล้วเจออาคารเก่าเรียงอยู่สองฝั่งบางมุมมองลงไปเห็นน้ำใส ๆ ไหลอยู่ใต้สะพาน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหมิงสุ่ยจึงมีบรรยากาศแตกต่างจากเมืองโบราณบางแห่งที่เน้นเพียงอาคารเก่าและถนนคนเดิน ที่นี่มีทั้งเรื่องของเมืองและเรื่องของน้ำเดินไปพร้อมกัน

ไฮไลต์หมิงสุ่ยหน้าหนาว

1. เมืองเก่าริมน้ำที่เดินได้เพลินมาก

          จุดที่ชอบที่สุดอย่างหนึ่งคือการเดินไปตามถนนในเมืองเก่า เพราะไม่ต้องรีบเลย เดินดูบ้านเรือนเก่า ๆ ดูประตูไม้ ดูป้ายร้านค้า แล้วค่อย ๆ เดินเลียบสายน้ำไปเรื่อย ๆ อาคารสไตล์จีนโบราณที่เรียงต่อกันเป็นแนวยาว พอเจอกับอากาศเย็นของหน้าหนาวแล้วบรรยากาศจะออกแนวสงบ ๆ เงียบ ๆ โดยเฉพาะช่วงเช้า บางจุดแทบได้ยินเสียงน้ำชัดกว่าเสียงคนด้วยซ้ำ

2. น้ำพุคือหัวใจของเมือง
          ใครมาหมิงสุ่ยแล้วอย่ามัวแต่ถ่ายรูปอาคาร เพราะอีกหนึ่งสิ่งที่ควรใช้เวลาเดินดูจริง ๆ คือน้ำพุในพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณกลุ่มน้ำพุไป๋ม่ายเฉวียน ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำพุสำคัญของจางชิว หน้าหนาวยิ่งน่าสนใจ เพราะสายน้ำที่ยังคงไหลท่ามกลางอากาศเย็นทำให้เกิดบรรยากาศเฉพาะตัว บางช่วงมีไอน้ำบาง ๆ ลอยเหนือผิวน้ำ เมื่ออยู่ท่ามกลางอาคารเก่า สะพาน และต้นไม้ที่เริ่มทิ้งใบ ภาพตรงหน้าดูนิ่งและมีเสน่ห์มาก

3. ถ้าวันไหนหิมะตก เมืองเก่าจะเปลี่ยนไปเลย
         อันนี้ต้องยกให้เป็นช่วงเวลาพิเศษของหมิงสุ่ย เมื่อหิมะเริ่มตกลงบนหลังคากระเบื้องสีเข้ม บนสะพานหิน และตามทางเดินในเมืองเก่า สีของเมืองจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากโทนอุ่น ๆ กลายเป็นขาวเทา ดูนิ่งขึ้น และถ้ามีไอน้ำจากบริเวณน้ำพุลอยขึ้นมาในอากาศเย็น ๆ ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้บรรยากาศหน้าหนาวชัดเจนมากขึ้น ใครชอบถ่ายรูปแนวเมืองเก่า บอกเลยว่าช่วงนี้น่าเดินมาก เพราะไม่จำเป็นต้องจัดฉากอะไรเลย แค่รอจังหวะแสงดี ๆ แล้วกดถ่าย ภาพก็ได้อารมณ์แล้ว

4. เดินดูงานฝีมือและเรื่องราวของเมือง
          ในพื้นที่เมืองเก่ามีการนำกิจกรรมและงานฝีมือท้องถิ่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่งานทอผ้า งานช่าง และโรงงานจำลองต่าง ๆ ทำให้การเดินเที่ยวไม่ได้มีแค่การดูอาคาร แต่ยังได้เห็นว่าคนในพื้นที่พยายามเล่าเรื่องของจางชิวผ่านกิจกรรมและสถานที่ต่าง ๆ อย่างไร

5. ตอนกลางคืนก็มีเสน่ห์อีกแบบ
          พอพระอาทิตย์ตก เมืองเก่าจะเปลี่ยนอารมณ์จากความเงียบของช่วงกลางวันไปเป็นบรรยากาศที่มีแสงไฟตามอาคารและริมทางเดิน ช่วงหน้าหนาวอากาศเย็น ๆ เดินผ่านร้านอาหาร เห็นควันลอยจากของร้อน ๆ ได้ยินเสียงคนคุยกันจากร้านริมทาง แล้วมีแสงไฟสะท้อนกับน้ำในคลอง บางทีแค่เดินช้า ๆ ไม่ต้องมีโปรแกรมเยอะก็รู้สึกว่าเที่ยวคุ้มแล้ว ช่วงฤดูหนาวของหมิงสุ่ยยังมีการจัดกิจกรรมและบรรยากาศแนวตลาดเช้า อาหารพื้นเมือง การแสดงพื้นบ้าน และกิจกรรมวัฒนธรรมต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้เมืองเก่าไม่ได้มีแค่ความสวย แต่ยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ

หมิงสุ่ยในหน้าหนาว เมืองเก่าที่ควรลองเดินให้ช้าลง

          หมิงสุ่ยกู่เฉิงอาจไม่ได้เป็นสถานที่ที่ต้องรีบมาแล้วรีบเช็กอินให้ครบหลายสิบจุด เพราะเสน่ห์ของที่นี่กลับอยู่ตรงการค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ มอง และปล่อยให้บรรยากาศรอบตัวทำหน้าที่ของมันเอง เดินตามถนนหิน ผ่านบ้านเรือนเก่า แวะดูน้ำพุ นั่งกินของร้อน ๆ สักมื้อ แล้วรอจนถึงช่วงเย็นเพื่อดูเมืองเปิดไฟ ถ้าวันไหนโชคดีมีหิมะตกลงมาด้วย ก็ยิ่งได้เห็นอีกด้านหนึ่งของเมืองเก่าที่ต่างจากฤดูกาลอื่นอย่างชัดเจน เพราะหมิงสุ่ยไม่ได้มีดีแค่ความเก่า แต่ความสำคัญจริง ๆ อยู่ที่การเอา “เมืองเก่า + น้ำพุ + วัฒนธรรม + วิถีชีวิต” มารวมกันจนกลายเป็นสถานที่ที่มีเรื่องให้เดินดูได้ตลอดทั้งวัน และถ้ากำลังมองหาที่เที่ยวจีนหน้าหนาวที่ไม่อยากได้แค่แลนด์มาร์กใหญ่ ๆ แต่ต้องการเมืองที่มีบรรยากาศ มีเรื่องราว และมีมุมให้หยุดมองอยู่เรื่อย ๆ หมิงสุ่ยกู่เฉิงในวันที่อากาศหนาว ๆ นี่แหละ เป็นอีกสถานที่ที่ควรลองไปสัมผัสสักครั้ง

เกร็ดความรู้

หมิงสุ่ย เมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องน้ำพุ หมิงสุ่ยกู่เฉิงตั้งอยู่ในเขตจางชิว นครจี่หนาน มณฑลซานตง ซึ่งจี่หนานได้รับฉายาว่า “นครแห่งน้ำพุ” เพราะมีน้ำพุธรรมชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มน้ำพุไป๋ม่ายเฉวียน (Baimai Springs) ในเขตจางชิว ที่มีน้ำผุดขึ้นจากใต้ดินและเป็นแหล่งน้ำสำคัญของท้องถิ่น ทำให้สายน้ำกลายเป็นเอกลักษณ์ที่เชื่อมโยงทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่มาจนถึงปัจจุบัน

จำนวนผู้เข้าชม 7 ครั้ง