Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

คุ๋ยซิงโหลว จุดชมเมืองสุดว้าวของฉงชิ่ง

คุ๋ยซิงโหลว จุดชมเมืองสุดว้าวของฉงชิ่ง

13

Oct

จีน

คุ๋ยซิงโหลว จุดชมเมืองสุดว้าวของฉงชิ่ง

เมื่อชั้น 1 ของฉงชิ่ง ไม่ได้อยู่ติดพื้น

         ถ้าพูดถึงฉงชิ่ง หลายคนคงนึกถึงเมืองที่มีตึกสูง รถไฟวิ่งทะลุอาคาร ถนนที่ซ้อนกันหลายระดับ และมุมเมืองที่มองไปทางไหนก็รู้สึกว่า “เอ๊ะ...เราอยู่ชั้นไหนกันแน่?” ซึ่งหนึ่งในสถานที่ที่ทำให้เข้าใจความเป็นเมือง 3 มิติของฉงชิ่งได้ชัดมาก ก็คือ คุ๋ยซิงโหลว หรือ Kuixinglou (魁星楼) ที่นี่มีจุดที่ทำให้คนมาเที่ยวต้องหยุดมองกันจริงๆ เพราะฝั่งหนึ่งเราสามารถเดินเข้าไปในระดับที่ดูเหมือนเป็นชั้น 1 แต่พอเดินข้ามทางเชื่อมไปอีกฝั่ง กลับกลายเป็นว่าระดับเดียวกันนั้นเชื่อมไปถึงบริเวณชั้น 22 ของอาคารอีกด้านได้แบบหน้าตาเฉย ฟังครั้งแรกอาจคิดว่า “มันจะเป็นไปได้ยังไง?” แต่พอมาเห็นสถานที่จริงแล้วจะเข้าใจเลยว่า นี่แหละคือความสนุกของฉงชิ่ง เมืองที่ภูเขา ถนน อาคาร และทางเดินถูกสร้างขึ้นหลายระดับจนบางครั้งเราแทบแยกไม่ออกว่าตรงไหนคือพื้น ตรงไหนคือชั้นบน

เรื่องราวของคุ๋ยซิงโหลวที่อยู่คู่กับเมือง

          คุ๋ยซิงโหลว หรือ 魁星楼 ตั้งอยู่บริเวณหลินเจียงเหมิน ในเขตอวี๋จง ใจกลางเมืองฉงชิ่ง และชื่อ “ขุยซิง” เองก็มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมจีน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา การสอบ และความสำเร็จทางวิชาการ ทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่ความแปลกของโครงสร้างเมืองเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องราวทางวัฒนธรรมอยู่เบื้องหลังด้วย

        ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของอาคารระบุว่า คุ๋ยซิงโหลวเดิมมีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง ก่อนถูกรื้อออกในช่วงปี ค.ศ. 1953 และมีการสร้างขึ้นใหม่ในบริเวณปัจจุบันในช่วงทศวรรษ 1990 ทำให้สถานที่แห่งนี้มีทั้งเรื่องราวจากอดีตและภาพของเมืองฉงชิ่งยุคใหม่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน
         แต่สิ่งที่ทำให้คนยุคนี้รู้จักคุ๋ยซิงโหลวมากขึ้น กลับไม่ใช่แค่ประวัติความเป็นมา แต่คือ “ระดับของเมือง” ที่อยู่รอบตัวนี่แหละ เพราะฉงชิ่งเป็นเมืองที่สร้างอยู่บนพื้นที่ภูเขา ถนนและอาคารจึงไม่ได้เรียงกันเป็นเส้นตรงเหมือนเมืองทั่วไป และนั่นทำให้เกิดภาพสุดแปลกตาอย่างการที่ทางเดินจากระดับหนึ่งสามารถเชื่อมไปสู่อาคารในระดับที่สูงกว่ามากได้

เดินจากชั้น 1 แล้วไปโผล่ชั้น 22

         ไฮไลต์ที่คนมาแล้วต้องลองก็คือการเดินไปตามทางเชื่อมของคุ๋ยซิงโหลว เพราะตรงนี้เองที่เราจะได้สัมผัสความ “งง” ของฉงชิ่งแบบเต็มๆ ลองคิดภาพว่าเราเดินเข้ามาจากอีกฝั่งหนึ่ง เห็นทางเดินกว้างๆ อาคาร ร้านค้า และถนนอยู่รอบตัว ทุกอย่างดูปกติมาก เหมือนกำลังเดินอยู่บนชั้นพื้นดิน แต่พอหันไปมองด้านข้างหรือมองลงไปด้านล่างเท่านั้นแหละ จะเริ่มรู้สึกว่าเดี๋ยวนะ...ทำไมมันสูงขนาดนี้? บางจุดของคุ๋ยซิงโหลวมีทางเชื่อมที่ทำให้ระดับชั้น 1 ของฝั่งหนึ่งเชื่อมกับบริเวณชั้น 22 ของอีกฝั่ง ซึ่งเป็นภาพที่สะท้อนลักษณะ “เมืองสามมิติ” ของฉงชิ่งได้ชัดมาก  และนี่แหละที่ทำให้มุมถ่ายรูปของที่นี่สนุกมาก เพราะแค่ยืนผิดมุม ภาพที่ได้ก็เปลี่ยนไปเลย จะถ่ายให้เห็นทางเดินกับตึกสูงด้านหลัง หรือถ่ายมุมมองลงไปยังถนนด้านล่าง ก็สามารถทำให้คนดูรูปต้องถามว่า “นี่อยู่ชั้นไหนกันแน่?” ถ้าใครไม่ชอบความสูงอาจมีแอบเสียวอยู่บ้าง โดยเฉพาะตอนเดินออกไปบริเวณทางเชื่อมแล้วมองลงไปด้านล่าง แต่ถ้าชอบถ่ายรูปเมือง ชอบดูสถาปัตยกรรม หรืออยากสัมผัสความแปลกของฉงชิ่งด้วยตัวเอง ที่นี่ถือว่าเป็นจุดที่ไม่ควรรีบเดินผ่านเลย

คุ๋ยซิงโหลวไม่ได้แค่แปลก แต่คือภาพของฉงชิ่งที่ต้องไปเห็นเอง

          คุ๋ยซิงโหลวอาจไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความยิ่งใหญ่แบบพระราชวังหรือภูเขาชื่อดัง แต่ความน่าสนใจของที่นี่อยู่ตรงที่มันทำให้เราเห็น “ตัวตนของฉงชิ่ง” ได้ง่ายมาก เมืองที่ถนนไม่ได้มีแค่ระดับเดียว อาคารไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นราบธรรมดา และคำว่าชั้น 1 หรือชั้น 22 ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ห่างกันอย่างที่เราคิดสิ่งที่ดูเหมือนเรื่องแปลกในตอนแรก พอมาเห็นกับตาจริงๆ กลับกลายเป็นความสนุกที่จำได้ไปอีกนาน เพราะแค่เดินจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่ง เราก็ได้เห็นทั้งโครงสร้างเมือง วิวตึกสูง ถนนด้านล่าง และวิถีชีวิตของคนฉงชิ่งอยู่ในมุมเดียวกัน ถ้ามาฉงชิ่งแล้วอยากรู้ว่าเมือง 3 มิติเป็นยังไง คุ๋ยซิงโหลวคือหนึ่งในสถานที่ที่ควรลองมาเดินด้วยตัวเองสักครั้ง เพราะบางเรื่องดูรูปอย่างเดียวไม่พอ ต้องมายืนอยู่ตรงนั้นแล้วถามตัวเองว่า “นี่เราอยู่ชั้น 1 จริงๆ เหรอ?”

เกร็ดความรู้

ทำไมฉงชิ่งถึงมี “ชั้น 1” อยู่บนชั้น 22 ได้?  คุ๋ยซิงโหลวเป็นตัวอย่างที่เห็นภาพชัดมากของภูมิประเทศฉงชิ่ง เพราะตัวเมืองตั้งอยู่บนพื้นที่ภูเขาและมีความสูงต่ำของพื้นที่แตกต่างกันมาก การก่อสร้างอาคารและถนนจึงต้องปรับไปตามระดับภูมิประเทศ ทำให้ทางเข้าจากคนละด้านของอาคารอาจอยู่คนละระดับกันมาก จนเกิดภาพที่ ชั้น 1 ของฝั่งหนึ่ง สามารถเชื่อมกับชั้น 22 ของอีกฝั่งได้ นั่นเองค่ะ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเสน่ห์ของฉงชิ่งที่ทำให้เวลาเดินเที่ยวต้องคอยเช็กกันตลอดว่า… “ตอนนี้เราอยู่ชั้นไหนกันแน่?”

จำนวนผู้เข้าชม 9 ครั้ง