
14
Oct
จีน
กู่เป่ยสุ่ยเจิ้น เมืองสวยเชิงกำแพงเมืองจีน ที่เที่ยวปักกิ่งที่ไม่ควรพลาด
ถ้าใครกำลังวางแผนไปเที่ยวปักกิ่ง แล้วอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศจากพระราชวัง พิพิธภัณฑ์ และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ มาเดินเล่นในเมืองที่มีลำคลอง บ้านจีนโบราณ และสะพานหินทอดข้ามสายน้ำไปเรื่อย ๆ อยากให้ลองรู้จักกับ กู่เป่ยสุ่ยเจิ้น (Gubei Water Town) อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์มากของกรุงปักกิ่ง ที่นี่ตั้งอยู่บริเวณเชิงกำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถ ในเขตหมี่หยุน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงปักกิ่ง จุดที่น่าสนใจคือเราจะได้เห็นบรรยากาศเมืองริมน้ำที่มีสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมอยู่ท่ามกลางภูเขา และเมื่อมองขึ้นไปด้านหลัง ยังเห็นแนวกำแพงเมืองจีนทอดยาวไปตามสันเขาอีกด้วย
เสน่ห์ของกู่เป่ยสุ่ยเจิ้นไม่ได้อยู่แค่การเดินถ่ายรูปตามตรอกซอกซอยเท่านั้น แต่เป็นบรรยากาศที่ทำให้เราอยากค่อย ๆ เดิน ไม่ต้องรีบไปไหน แวะดูร้านค้าริมทาง นั่งพักข้างคลอง หรือหยุดมองบ้านหลังเก่าที่มีหลังคากระเบื้องสีเทาเรียงตัวอยู่ตลอดแนวถนน ยิ่งถ้ามาช่วงเย็นที่เริ่มเปิดโคมไฟทั่วเมือง บรรยากาศก็ยิ่งน่าเดินขึ้นไปอีก
จากพื้นที่หมู่บ้านเชิงกำแพงเมืองจีน สู่เมืองท่องเที่ยวริมน้ำ
ก่อนจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างในปัจจุบัน บริเวณกู่เป่ยและซือหม่าไถมีความสำคัญในด้านภูมิศาสตร์และการทหารมาเป็นเวลานาน เพราะตั้งอยู่ในพื้นที่ทางผ่านสำคัญทางตอนเหนือของกรุงปักกิ่ง โดยเฉพาะกำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวกำแพงเมืองจีนที่ได้รับการบูรณะและยังคงรักษาลักษณะทางสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์หมิงไว้ได้อย่างโดดเด่น





เดินชมเมืองเก่า ล่องเรือ และรอชมแสงไฟยามค่ำคืน
1. เดินเล่นตามคลองและสะพานหิน
ถ้าไม่อยากเดินตลอดเส้นทาง ยังสามารถเลือกนั่งเรือชมคลองได้ด้วย การมองเมืองจากบนผืนน้ำจะทำให้เห็นแนวบ้านเรือนและสะพานในมุมที่แตกต่างออกไป ใครชอบถ่ายภาพแนวสถาปัตยกรรมหรือภาพท่องเที่ยวที่มีรายละเอียดเยอะ ๆ น่าจะเพลินกับการเดินเล่นที่นี่ได้เป็นชั่วโมงเลย
2. แวะชมร้านงานฝีมือและวิถีวัฒนธรรมจีน
อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้การเที่ยวเมืองนี้ไม่น่าเบื่อ คือภายในย่านต่าง ๆ มีร้านงานฝีมือและกิจกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรมจีนให้แวะชม ไม่ว่าจะเป็นงานย้อมผ้า การทำโคมไฟ ว่าวจีน งานตัดกระดาษ และของที่ระลึกแบบพื้นเมือง ซึ่งบางแห่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ลองทำกิจกรรมด้วยตัวเอง ระหว่างเดินชมร้านค้า เราจะได้เห็นว่ากู่เป่ยสุ่ยเจิ้นไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเพียงเมืองสำหรับถ่ายรูป แต่ยังพยายามนำงานหัตถกรรมและเรื่องราวของวัฒนธรรมจีนมาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ท่องเที่ยวด้วย ใครที่ชอบเดินดูของทำมือหรืออยากซื้อของฝากที่มีเรื่องราวมากกว่าของที่ระลึกทั่วไป ก็สามารถใช้เวลาอยู่ในย่านนี้ได้ไม่น้อยเลย
3. กำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถ จุดเด่นที่อยู่เหนือเมือง
ถ้าพูดถึงกู่เป่ยสุ่ยเจิ้นแล้วไม่พูดถึงกำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถ ก็คงเหมือนเล่าเรื่องยังไม่ครบ เพราะนี่คือจุดเด่นสำคัญที่ทำให้เมืองแห่งนี้มีบรรยากาศไม่เหมือนเมืองริมน้ำทั่วไป กำแพงเมืองจีนส่วนนี้ตั้งอยู่บนแนวภูเขาที่มีระดับสูงต่ำและเส้นทางค่อนข้างชัน เมื่อมองจากด้านล่างจะเห็นกำแพงทอดยาวไปตามสันเขา ส่วนใครที่ขึ้นไปชมด้านบนก็จะได้มองเห็นภูมิประเทศโดยรอบและหลังคาบ้านเรือนของกู่เป่ยสุ่ยเจิ้นจากมุมสูง นอกจากนี้ยังมีการจัดประสบการณ์เข้าชมกำแพงเมืองจีนในช่วงกลางคืนตามรอบและเงื่อนไขที่กำหนด ทำให้สามารถวางแผนเที่ยวเมืองริมน้ำในช่วงกลางวัน แล้วต่อด้วยการชมกำแพงเมืองจีนยามค่ำคืนได้ด้วย
4. ช่วงค่ำคือเวลาที่เมืองเปลี่ยนบรรยากาศ
ถ้าเลือกเวลาเที่ยวได้ อยากแนะนำให้เผื่อเวลาอยู่จนถึงช่วงเย็น เพราะเมื่อแสงอาทิตย์เริ่มลดลง โคมไฟตามถนนและอาคารต่าง ๆ จะค่อย ๆ ส่องสว่างขึ้น แสงสีอบอุ่นสะท้อนลงบนผิวน้ำ ขณะที่บ้านเรือนและสะพานหินดูโดดเด่นขึ้นมาอีกแบบหนึ่ง ยิ่งมีแนวกำแพงเมืองจีนอยู่บนภูเขาด้านหลัง ภาพที่เห็นก็ยิ่งมีมิติและน่าจดจำ ช่วงนี้เหมาะกับการเดินเล่นช้า ๆ แวะหาร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม นั่งพักหลังจากเดินเที่ยวมาทั้งวัน หรือเลือกหามุมถ่ายภาพเมืองในช่วงที่แสงไฟเริ่มสวย สำหรับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศให้เต็มที่ การพักค้างคืนในบริเวณเมืองก็เป็นอีกทางเลือก เพราะไม่ต้องรีบเดินทางกลับเข้าใจกลางปักกิ่งทันทีหลังพระอาทิตย์ตก






เมืองริมน้ำที่ทำให้การเที่ยวปักกิ่งมีอีกมุมหนึ่ง
กู่เป่ยสุ่ยเจิ้นเป็นสถานที่ที่เหมาะกับคนอยากเห็นปักกิ่งในบรรยากาศที่ต่างออกไป จากเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยถนนและอาคารสมัยใหม่ เราจะได้มาเดินตามตรอกเก่า ชมสะพานหิน ล่องเรือผ่านบ้านเรือนริมน้ำ และใช้เวลาค่อย ๆ สำรวจรายละเอียดเล็ก ๆ ของเมือง ก่อนจะปิดท้ายวันด้วยภาพกำแพงเมืองจีนที่ทอดยาวอยู่บนภูเขา ความสำคัญของที่นี่ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ยังอยู่ที่การนำบรรยากาศสถาปัตยกรรมเมืองริมน้ำมาผสมผสานกับประวัติศาสตร์ของพื้นที่กู่เป่ยและกำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถ จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รวมทั้งวัฒนธรรม งานฝีมือ ธรรมชาติ และประสบการณ์เที่ยวกลางคืนไว้ในจุดหมายเดียวกัน
หากมีโอกาสไปเที่ยวปักกิ่ง ลองจัดเวลากับกู่เป่ยสุ่ยเจิ้นสักหนึ่งวัน หรือถ้าอยากเดินแบบไม่ต้องรีบร้อนก็พักค้างคืนไปเลย เพราะบางครั้งความประทับใจของการเดินทางไม่ได้เกิดจากการไปให้ครบทุกจุด แต่อยู่ที่การได้หยุดมองสถานที่หนึ่งให้นานพอ จนเราเริ่มรู้สึกผูกพันกับบรรยากาศของที่นั่น
เกร็ดความรู้
กู่เป่ยสุ่ยเจิ้นไม่ได้เป็นเมืองโบราณดั้งเดิมทั้งหมด กู่เป่ยสุ่ยเจิ้น (Gubei Water Town) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่พัฒนาขึ้นจากพื้นที่หมู่บ้านเดิม โดยนำสถาปัตยกรรมเมืองริมน้ำทางตอนใต้ของจีนมาผสมผสานกับเอกลักษณ์ของบ้านเรือนทางตอนเหนือ จุดเด่นคือทำเลที่ตั้งใกล้กับ กำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถ ซึ่งมีชื่อเสียงด้านแนวกำแพงที่ทอดตัวไปตามสันเขาอย่างโดดเด่น นักท่องเที่ยวจึงสามารถเที่ยวชมเมืองริมน้ำและสัมผัสประวัติศาสตร์กำแพงเมืองจีนได้ในทริปเดียวกัน โดยเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตหมี่หยุน กรุงปักกิ่ง ไม่ใช่เขตต้าซิงนะคะ






