Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

/

เที่ยวบทความท่องเที่ยว

วัดผู่ถัวซาน เซินเจิ้น ดินแดนแห่งพระโพธิสัตว์กวนอิมกลางเมืองทันสมัย

วัดผู่ถัวซาน เซินเจิ้น ดินแดนแห่งพระโพธิสัตว์กวนอิมกลางเมืองทันสมัย

54

เมื่อความวุ่นวายของเมืองใหญ่ หยุดลงที่เสียงระฆังแห่งศรัทธา          หากพูดถึงเมืองเซินเจิ้น หลายคนอาจนึกถึงตึกระฟ้า เทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือเมืองเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน แต่ท่ามกลางความทันสมัยเหล่านั้น ยังมีสถานที่แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยความสงบและแรงศรัทธา เป็นเหมือนพื้นที่ให้ผู้คนได้พักใจจากความเร่งรีบของชีวิต นั่นก็คือ “วัดผู่ถัวซาน เซินเจิ้น” ทันทีที่ก้าวเข้าสู่บริเวณวัด บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เสียงรถยนต์และความวุ่นวายจากภายนอกค่อย ๆ เลือนหาย เหลือเพียงกลิ่นธูปอ่อน ๆ เสียงลมพัดผ่านต้นไม้ และผู้คนที่เดินเข้ามาสักการะด้วยความเคารพ ความรู้สึกสงบที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เพียงเพราะสถาปัตยกรรมอันงดงามเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังแห่งศรัทธาที่สั่งสมอยู่ในสถานที่แห่งนี้มาอย่างยาวนาน

อุทยานปี้เผิงโกว มหัศจรรย์หุบเขาแห่งสีสัน สวรรค์ธรรมชาติกลางขุนเขาเสฉวน

อุทยานปี้เผิงโกว มหัศจรรย์หุบเขาแห่งสีสัน สวรรค์ธรรมชาติกลางขุนเขาเสฉวน

58

          หากมีใครสักคนถามว่า "ในประเทศจีนมีสถานที่ไหนที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในภาพวาด ชื่อของ "อุทยานปี้เผิงโกว" คงเป็นหนึ่งในคำตอบแรก ๆ ที่หลายคนอยากแนะนำ ที่นี่เป็นสถานที่ที่ธรรมชาติรังสรรค์ทุกอย่างไว้อย่างลงตัว ทั้งภูเขาหิมะสูงตระหง่าน ป่าสนเขียวขจี ทะเลสาบสีฟ้าใสราวคริสตัล และหุบเขาที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล จนได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งในอุทยานธรรมชาติที่สวยที่สุดของมณฑลเสฉวน ความพิเศษของปี้เผิงโกวไม่ได้อยู่ที่ความอลังการเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อได้ยืนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ มองยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวตัดกับท้องฟ้าสีคราม สูดอากาศเย็นบริสุทธิ์เข้าปอด แล้วปล่อยให้ความวุ่นวายทั้งหมดค่อย ๆ เลือนหายไป หลายคนเดินทางมาที่นี่เพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี บางคนมาเพื่อสัมผัสหิมะแรกของปี ขณะที่อีกหลายคนเลือกมาเพียงเพราะอยากเห็นด้วยตาตัวเอง จะสวยงามเพียงใด และแทบทุกคนต่างกลับออกไปพร้อมความประทับใจที่ยากจะลืม

รวม 5 ข้อดีของการเที่ยวกับทัวร์ ทางเลือกที่ช่วยให้การเดินทางง่ายและคุ้มค่ากว่าที่คิด

รวม 5 ข้อดีของการเที่ยวกับทัวร์ ทางเลือกที่ช่วยให้การเดินทางง่ายและคุ้มค่ากว่าที่คิด

70

          ในยุคที่การท่องเที่ยวต่างประเทศกลายเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น หลายคนเริ่มมองหาวิธีการเดินทางที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก ความปลอดภัย และความคุ้มค่า แม้ว่าการเที่ยวด้วยตัวเองจะให้อิสระในการวางแผน แต่ก็ต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูล จองตั๋ว จองที่พัก วางเส้นทาง และเตรียมรายละเอียดต่าง ๆ อีกมากมาย          ด้วยเหตุนี้ การเดินทางกับบริษัททัวร์จึงยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เดินทางครั้งแรก ผู้สูงอายุ ครอบครัว หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัด เพราะสามารถช่วยลดความยุ่งยากและเพิ่มความสะดวกสบายได้อย่างมาก มาดูกันว่า 5 ข้อดีของการเที่ยวกับทัวร์มีอะไรบ้าง และเหตุใดการเดินทางรูปแบบนี้จึงยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

หาดหญ้าสีแดงผานจิ่น มหัศจรรย์สีแดงแห่งฤดูใบไม้ร่วง

หาดหญ้าสีแดงผานจิ่น มหัศจรรย์สีแดงแห่งฤดูใบไม้ร่วง

76

          ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในจีนที่เห็นครั้งแรกแล้วต้องหยุดมอง หลายคนอาจนึกถึงภูเขาหิมะ ทะเลสาบสีฟ้า หรือกำแพงเมืองจีน เพราะสถานที่เหล่านั้นเต็มไปด้วยภาพจำที่คุ้นตาและยิ่งใหญ่ระดับโลก แต่ในความกว้างใหญ่ของประเทศจีน ยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่แตกต่างออกไปแบบสิ้นเชิง เป็นความสวยที่ไม่ได้เกิดจากภูเขาสูง ไม่ได้เกิดจากสถาปัตยกรรมโบราณ หรือธรรมชาติอลังการแบบที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย แต่กลับดึงดูดผู้คนได้ด้วย “สีแดง” เพียงสีเดียว และที่แห่งนั้นก็คือ “หาดหญ้าสีแดงผานจิ่น” ดินแดนสีแดงกว้างสุดลูกหูลูกตาในมณฑลเหลียวหนิง ที่ทุกปีเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดมหาศาลแห่งนี้จะค่อยๆ เปลี่ยนสีจากเขียวธรรมดา กลายเป็นแดงสดทั้งผืน ราวกับมีใครเอาสีพู่กันขนาดยักษ์มาปาดลงบนแผ่นดินอย่างตั้งใจ

เที่ยวจีนเส้นทางสายไหม ดื่มด่ำธรรมชาติ วัฒนธรรม และอารยธรรมโบราณ

เที่ยวจีนเส้นทางสายไหม ดื่มด่ำธรรมชาติ วัฒนธรรม และอารยธรรมโบราณ

84

         ถ้าพูดถึง “เส้นทางสายไหม” หลายคนอาจนึกถึงเพียงเส้นทางการค้าระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตก แต่จริงๆแล้ว ที่นี่คือเส้นทางแห่งอารยธรรมที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คน ศิลปะ วัฒนธรรม และธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่เกินจะอธิบายได้หมดในคำไม่กี่คำค่ะ และวันนี้แอดมินจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับอีกหนึ่งโปรแกรมท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมมากๆ ทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเที่ยวธรรมดา แต่มันคือการเดินทางผ่านประวัติศาสตร์หลายพันปี ที่ระหว่างทางเต็มไปด้วยวิวอลังการ เมืองโบราณ ทะเลทรายกว้างสุดสายตา และศิลปะพุทธศาสนาที่ยังคงถูกส่งต่อมาจนถึงทุกวันนี้          เส้นทางสายไหมของจีน เป็นเส้นทางที่มีความสำคัญมาตั้งแต่ยุคโบราณ เชื่อมโยงการค้าระหว่างจีน เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง ไปจนถึงยุโรป สินค้าสำคัญอย่างผ้าไหม ชา เครื่องเทศ และศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ถูกส่งผ่านเส้นทางนี้ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทั้งเศรษฐกิจ ความเชื่อ และวิถีชีวิตของผู้คนจากหลากหลายชนชาติ และสิ่งที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้น่าสนใจมากขึ้น ก็คือเราจะได้เห็นร่องรอยของอดีตเหล่านั้นอยู่จริงตามเมืองต่างๆ ตลอดเส้นทาง เหมือนได้ย้อนเวลาเข้าไปอยู่ในยุคของกองคาราวานพ่อค้าเลยค่ะ

กำแพงเมืองจีน ด่านมู่เถียนยวี่ เส้นทางประวัติศาสตร์บนสันเขาที่สวยจนเหมือนโลกอีกใบ

กำแพงเมืองจีน ด่านมู่เถียนยวี่ เส้นทางประวัติศาสตร์บนสันเขาที่สวยจนเหมือนโลกอีกใบ

86

          ถ้ามีสถานที่สักแห่งที่ทำให้คำว่า “ยิ่งใหญ่” กลายเป็นภาพที่มองเห็นได้จริง กำแพงเมืองจีนคงเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน และในบรรดาด่านต่างๆ ที่ทอดตัวอยู่บนแนวภูเขายาวหลายพันกิโลเมตร “ด่านมู่เถียนยวี่” คือจุดที่หลายคนตกหลุมรักมากที่สุดแบบไม่รู้ตัว เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่กำแพงหินโบราณ หรือวิวภูเขาสวยๆ เท่านั้น แต่มันมีบรรยากาศบางอย่างที่ทำให้คนที่มาเยือนรู้สึกเหมือนได้เดินย้อนเข้าไปในอดีตจริงๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่มองเห็นแนวกำแพงทอดยาวไปตามสันเขา ความรู้สึกมันเหมือนกำลังยืนอยู่ต่อหน้าสิ่งก่อสร้างที่ทั้งโลกเคยเรียนรู้ผ่านหนังสือ แต่วันนี้กลับมาอยู่ตรงหน้าแบบจับต้องได้          ด่านมู่เถียนยวี่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงปักกิ่ง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 70 กิโลเมตร และถือว่าเป็นหนึ่งในช่วงกำแพงเมืองจีนที่ได้รับการอนุรักษ์ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน ความพิเศษของที่นี่คือการผสมกันระหว่างธรรมชาติและสถาปัตยกรรมโบราณได้อย่างลงตัว กำแพงหินสีเทาเข้มตัดผ่านแนวภูเขาสีเขียวเข้มเหมือนเส้นสายที่ถูกวาดขึ้นบนผืนป่า ยิ่งในวันที่มีหมอกบางๆ ลอยผ่านยอดเขา ภาพของกำแพงที่ค่อยๆ โผล่พ้นสายหมอกออกมาจะสวยจนเหมือนฉากในภาพยนตร์จีนย้อนยุคที่เราเคยเห็นกันในทีวี

ต้นแปะก๊วยพันปีแห่งเส้าหลิน สีทองของกาลเวลาที่ยังมีชีวิต

ต้นแปะก๊วยพันปีแห่งเส้าหลิน สีทองของกาลเวลาที่ยังมีชีวิต

81

          กลางบรรยากาศเงียบสงบของ วัดเส้าหลิน มีต้นแปะก๊วยโบราณต้นหนึ่งยืนเด่นอยู่ท่ามกลางสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของวัด ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนี้มาตั้งแต่แรก มันไม่ใช่ต้นไม้ที่ดูอลังการจนเกินจริง แต่กลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้คนต้องหยุดมอง โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้ทั้งต้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม แสงแดดยามเช้าส่องกระทบผ่านใบไม้บางๆ จนทั้งบริเวณดูอบอุ่นเหมือนภาพในหนังจีนย้อนยุค ทุกอย่างรอบตัวดูช้าลง เสียงลมพัดเบาๆ เสียงระฆังจากวัด และใบไม้ที่ร่วงลงพื้นทีละใบ กลายเป็นบรรยากาศที่ทั้งสงบและมีพลังในเวลาเดียวกัน แบบที่ต่อให้ไม่ใช่สายเที่ยววัด ก็ยังรู้สึกได้ถึงเสน่ห์ของสถานที่แห่งนี้

รวม 10 จุดเช็คอินปักกิ่ง ที่ต้องไม่พลาด ปี 2026

รวม 10 จุดเช็คอินปักกิ่ง ที่ต้องไม่พลาด ปี 2026

72

          ท่ามกลางมหานครอันยิ่งใหญ่ของกรุงปักกิ่ง มีสถานที่แห่งหนึ่งที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของฤดูใบไม้ร่วง และความศรัทธาของชาวพุธทิเบต กลิ่นธูป เสียงสวดมนต์ และสถาปัตยกรรมของจีนโบราณ ดึงดูดผู้คนจากทั่วมุมโลกมารวมตัวกันที่ “วัดยงเหอกง” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วัดลามะ” หนึ่งในวัดพุทธทิเบตที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศจีน ณ กรุงปักกิ่งรวม 10 จุดเช็คอินปักกิ่ง ที่ต้องไม่พลาด ปี 2026         กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน เป็นมหานครที่ผสมผสานเสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 3,000 ปี เข้ากับความทันสมัยระดับโลกได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสทั้งพระราชวังโบราณ วัดสำคัญ สวนหลวงอันงดงาม รวมถึงย่านช้อปปิ้งและแลนด์มาร์กสมัยใหม่ที่สะท้อนความเจริญของจีนยุคใหม่ได้ในเมืองเดียว

มุมสงบกลางเมืองเก่าแห่งซีอาน

มุมสงบกลางเมืองเก่าแห่งซีอาน

72

          ท่ามกลางนครซีอาน เมืองประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยกำแพงเมืองโบราณ นักรบดินเผา และผู้คนมากมาย ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างออกไปทันทีตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป นั่นคือ “วัดลามะกว่างเหริน” วัดพุทธทิเบตนิกายเกอลุกเพียงแห่งเดียวของเมืองซีอาน สถานที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งศรัทธา ความสงบ และวัฒนธรรมทิเบตที่ยังคงมีชีวิตอยู่จริงๆ ใจกลางเมืองใหญ่ วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิคังซีแห่งราชวงศ์ชิง ราวปี ค.ศ.1705 เพื่อใช้เป็นสถานที่ต้อนรับพระลามะและคณะทูตจากทิเบตที่เดินทางผ่านซีอานเข้าสู่เมืองหลวงของจีนในยุคนั้น จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ระหว่างราชสำนักจีนกับชาวทิเบตที่ดำรงอยู่มายาวนานหลายร้อยปีอีกด้วย

สัมผัสโลกแห่งหิมะที่สวยเกินจริง

สัมผัสโลกแห่งหิมะที่สวยเกินจริง

74

          ถ้ามีใครสักคนถามว่า “ภูเขาหิมะที่สวยอีกแห่งหนึ่งในจีนบ้าง” ชื่อของ “กลาเซียร์ต๋ากู่” ต้องติดอยู่ในลิสต์แน่นอนค่ะ เพราะทันทีที่ได้เห็นภาพภูเขาหิมะสีขาวโพลนตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม ความรู้สึกแรกคือเหมือนโลกทั้งใบถูกปกคลุมด้วยความเงียบและความสวยงามแบบบริสุทธิ์จริงๆ ที่นี่ไม่ใช่แค่จุดชมวิวธรรมดา แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้หลายคนอยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้นนานๆ ระหว่างทางขึ้นสู่กลาเซียร์ บรรยากาศจะค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละนิด จากเมือง จากถนน จากชีวิตวุ่นวาย กลายเป็นป่าสนสีเข้มที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสูงใหญ่ อากาศเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของฤดูหนาว ยิ่งมองออกไปนอกหน้าต่างก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังเดินทางเข้าไปสู่โลกอีกใบ โลกที่เต็มไปด้วยหิมะ ธารน้ำแข็ง และธรรมชาติที่ยังคงความยิ่งใหญ่เอาไว้แบบเต็มร้อยค่ะ

เปิดตำนานถ้ำหินแกะสลักหนานคาน ศิลปะพันปีกลางผาหิน

เปิดตำนานถ้ำหินแกะสลักหนานคาน ศิลปะพันปีกลางผาหิน

93

ถ้ำหินแกะสลักหนานคาน คืออีกหนึ่งสถานที่ที่พอได้เห็นครั้งแรกแล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมคนจีนถึงยกให้ที่นี่เป็นสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะไม่ใช่แค่ “ถ้ำ” ธรรมดานะคะ แต่มันคือร่องรอยของศรัทธา ศิลปะ และกาลเวลาที่ถูกสลักลงบนหน้าผาหินแบบเงียบๆ มานานกว่าพันปี บรรยากาศรอบๆ ให้ความรู้สึกขลังมาก เดินเข้าไปแล้วเหมือนโลกภายนอกค่อยๆ เงียบลง เหลือแค่ลมเย็น เสียงฝีเท้าเบาๆ กับสายตาที่จ้องมองพระพุทธรูปแกะสลักขนาดใหญ่ตรงหน้า ที่บางองค์แม้จะผ่านแดดฝนมาหลายยุค แต่รายละเอียดของใบหน้าและลวดลายยังสวยจนอดหยุดมองไม่ได้เลยค่ะ แล้วสิ่งที่ทำให้หลายคนตกใจคือ งานแกะสลักทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากฝีมือคนสมัยโบราณ ไม่มีเครื่องจักร ไม่มีเทคโนโลยีล้ำๆ แบบทุกวันนี้ แต่กลับสร้างผลงานที่ละเอียดและยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ มันเลยไม่ใช่แค่ที่เที่ยวถ่ายรูปสวย แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้เรารู้สึกถึง “พลังของความศรัทธา” แบบชัดมากจริงๆ

สามราชาแห่งขุนเขา ใบไม้เปลี่ยนสุดอลังการแห่งเฉฉวน

สามราชาแห่งขุนเขา ใบไม้เปลี่ยนสุดอลังการแห่งเฉฉวน

73

          ดินแดนแห่งภูเขาสูง ป่าสนสีทอง และทะเลสาบสีฟ้าราวกับไม่ใช่โลกจริง… ถ้าพูดถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของจีน ชื่อของ “เสฉวน” ต้องติดอันดับต้นๆ แบบแทบไม่ต้องคิดเลยค่ะ เพราะที่นี่มีอุทยานระดับตำนานซ่อนตัวอยู่หลายแห่ง แต่ถ้าจะให้เลือกที่สุดของที่สุด นักเดินทางหลายคนยกให้ 3 ที่นี้คือ “สามราชาแห่งขุนเขา” ได้แก่ Jiuzhaigou Valley จิ่วจ้ายโกว ดินแดนแห่งทะเลสาบสีมรกต, Bipenggou Scenic Area ปี้เผิงโกว หุบเขาใบไม้แดงสุดเงียบสงบ และ Huanglong Scenic and Historic Interest Area หวงหลง มังกรสีทองแห่งเทือกเขาหิมะ ทั้งสามแห่งเหมือนเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ร่วงที่สวยจนเกินคำว่า “ธรรมชาติ” ไปแล้วค่ะ เพราะมันเหมือนภาพวาดที่มีชีวิตจริงๆ         พอเข้าสู่ช่วงปลายเดือนกันยายนไปจนถึงต้นพฤศจิกายน เสฉวนทั้งมณฑลจะค่อยๆ เปลี่ยนสีเหมือนมีใครเอาพู่กันยักษ์มาระบายภูเขาทั้งลูก จากสีเขียวเข้มของป่าสน กลายเป็นสีเหลืองทอง สีส้มไหม้ และสีแดงสดที่ไล่เฉดกันเต็มหุบเขา ยิ่งเวลาแดดเช้าส่องลงมากระทบยอดไม้ บรรยากาศมันเหมือนโลกทั้งใบกำลังเรืองแสงเบาๆ ค่ะ แล้วสิ่งที่ทำให้คนหลงรักที่นี่ไม่ใช่แค่ “วิวสวย” แต่มันคือความรู้สึกระหว่างทาง ทั้งอากาศเย็นๆ กลิ่นป่าสน เสียงลมพัดผ่านใบไม้ และภาพภูเขาหิมะที่โผล่พ้นเมฆอยู่ไกลๆ ทุกอย่างมันรวมกันจนกลายเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมจริงๆ

ชมความงดงาม 3 ทะเลสาบดัง บนเส้นทางหลวงคาราโครัม

ชมความงดงาม 3 ทะเลสาบดัง บนเส้นทางหลวงคาราโครัม

73

ถ้ามีถนนสักสายที่ทำให้คนรักธรรมชาติยอมขับรถเป็นสิบชั่วโมงแบบไม่บ่นเลยสักคำ ก็คงต้องยกให้ Karakoram Highway เพราะนี่ไม่ใช่แค่ถนนธรรมดา แต่มันคือเส้นทางที่พาเราผ่านภูเขาหิมะสูงเสียดฟ้า ทะเลทรายเย็น ลมแรงๆ และวิวที่สวยเหมือนโลกอีกใบ ยิ่งพอรถเริ่มวิ่งลึกเข้าไปในเขตซินเจียงใต้ สิ่งที่ทำให้หลายคนเงียบไปทั้งคันรถก็คือ “ทะเลสาบ” สีสวยมหัศจรรย์ทั้ง 3 แห่ง ที่เหมือนธรรมชาติแอบซ่อนอัญมณีเอาไว้กลางหุบเขาค่ะ และแต่ละแห่งก็มีเสน่ห์ไม่เหมือนกันเลย บางที่สีฟ้าจนเหมือนใส่ฟิลเตอร์ บางที่เปลี่ยนสีได้จริงๆ แบบไม่น่าเชื่อ และบางแห่งก็สงบจนเหมือนเวลาเดินช้าลง

เปิดพิกัดแกรนด์แคนย่อนอาถูซือ วิวอลังการราวดาวอังคาร แห่งซินเจียงใต้

เปิดพิกัดแกรนด์แคนย่อนอาถูซือ วิวอลังการราวดาวอังคาร แห่งซินเจียงใต้

78

          หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวสุดอลังการของจีนที่กำลังมาแรงในหมู่นักเดินทางสายธรรมชาติ หนึ่งในสถานที่ที่ต้องมีชื่ออยู่ในลิสต์ก็คือ “แกรนด์แคนย่อนอาถูซือ” แห่งซินเจียงใต้เลยค่ะ ที่นี่เป็นหุบเขาหินขนาดใหญ่ที่เกิดจากการกัดเซาะของธรรมชาตินับล้านปี จนกลายเป็นภูมิประเทศสุดมหัศจรรย์ที่สวยเหมือนภาพวาดเลยนะคะ เมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นแนวผาสลับซับซ้อนทอดยาวสุดลูกหูลูกตา แถมสีของชั้นหินยังเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของแสงแดดอีกด้วยค่ะ ช่วงเช้าและช่วงเย็นคือบรรยากาศดีมากกก ถ่ายรูปออกมาคือปังทุกมุม หลายคนถึงกับเรียกที่นี่ว่า “ดินแดนแห่งดาวอังคารบนโลก” เลยนะคะ เพราะวิวมีความแปลกตาและให้ฟีลเหมือนอยู่ต่างดาวสุดๆ นอกจากความสวยของหุบเขาแล้ว รอบๆ ยังเต็มไปด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ ใครเป็นสายเที่ยวธรรมชาติ บอกเลยว่าต้องหลงรักที่นี่แน่นอน  ยิ่งถ้าได้มายืนมองวิวตรงหน้าด้วยตาตัวเอง จะรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติแบบเต็มๆ ลมเย็นๆ กับวิวภูเขาสุดอลังการ คือฮีลใจได้ดีมากเลยค่ะ อีกหนึ่งเสน่ห์ของแกรนด์แคนย่อนอาถูซือ คือความสวยที่ยังไม่ค่อยแมส ทำให้บรรยากาศยังคงความเป็นธรรมชาติและเงียบสงบแบบสุดๆ เหมาะทั้งสายถ่ายภาพ สายคอนเทนต์ และสายผจญภัยเลยนะคะ ไม่ว่าจะหันกล้องไปทางไหนก็ได้ภาพสวยเหมือนโปสเตอร์ทุกมุม เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง "อัญมณีที่ซ่อนอยู่" ของซินเจียงใต้ที่ควรไปสักครั้งในชีวิตค่ะ ถ้าใครอยากสัมผัสธรรมชาติสุดยิ่งใหญ่แบบตะลึงตา 

เช็กอินหมิงซาซาน ขี่อูฐชมเนินทราย

เช็กอินหมิงซาซาน ขี่อูฐชมเนินทราย

90

          บางครั้งการเที่ยวที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การไปอยู่ในเมืองใหญ่หรือสถานที่หรูหราเสมอไปค่ะ แต่เป็นการได้ออกไปเจอวิวใหม่ๆ ที่เราไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเองมาก่อน และ “หมิงซาซาน” ก็เป็นหนึ่งในสถานที่แบบนั้นเลยค่ะ แค่ได้เห็นทะเลทรายกว้างสุดสายตาครั้งแรก ก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเงียบลงทันที บรรยากาศรอบๆ มีแค่ลมเย็น เสียงทราย และท้องฟ้ากว้างๆ ที่มองแล้วสบายใจแบบแปลกๆ มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายยากมาก เหมือนได้หลุดออกจากความวุ่นวายในชีวิตไปชั่วคราวเลยค่ะ ยิ่งตอนเดินอยู่กลางเนินทราย มองไปทางไหนก็มีแต่สีทองของทะเลทรายตัดกับท้องฟ้าสวยๆ ถ่ายรูปมุมไหนก็ได้ภาพแบบอลังการโดยแทบไม่ต้องแต่งเพิ่ม  ที่นี่เป็นสถานที่ที่ทำให้รู้ว่า “ธรรมชาติเรียบง่าย” ก็สร้างความประทับใจได้มากเหมือนกัน ไม่มีแสงสีจากเมืองใหญ่ ไม่มีเสียงรถวุ่นวาย มีแค่ลมทะเลทรายที่พัดเบาๆ กับวิวตรงหน้าที่สวยจนต้องหยุดมอง ระหว่างอยู่ที่หมิงซาซาน หลายคนอาจเผลอใช้เวลากับวิวตรงหน้านานกว่าที่คิด เพราะทุกอย่างดูช้าลง สงบขึ้น และฮีลใจแบบไม่รู้ตัว บางจังหวะก็รู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลังให้ตัวเองไปพร้อมกับการเดินทาง สำหรับใครที่อยากลองเปิดประสบการณ์เที่ยวจีนในอีกมุมหนึ่ง หมิงซาซานคือสถานที่ที่ทั้งสวย แปลกตา และเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้ตกหลุมรักได้ง่ายมากค่ะ