Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

กู่เป่ยสุ่ยเจิ้น เมืองสวยเชิงกำแพงเมืองจีน ที่เที่ยวปักกิ่งที่ไม่ควรพลาด

กู่เป่ยสุ่ยเจิ้น เมืองสวยเชิงกำแพงเมืองจีน ที่เที่ยวปักกิ่งที่ไม่ควรพลาด

134

          ถ้าใครกำลังวางแผนไปเที่ยวปักกิ่ง แล้วอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศจากพระราชวัง พิพิธภัณฑ์ และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ มาเดินเล่นในเมืองที่มีลำคลอง บ้านจีนโบราณ และสะพานหินทอดข้ามสายน้ำไปเรื่อย ๆ อยากให้ลองรู้จักกับ กู่เป่ยสุ่ยเจิ้น (Gubei Water Town) อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์มากของกรุงปักกิ่ง ที่นี่ตั้งอยู่บริเวณเชิงกำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถ ในเขตหมี่หยุน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงปักกิ่ง จุดที่น่าสนใจคือเราจะได้เห็นบรรยากาศเมืองริมน้ำที่มีสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมอยู่ท่ามกลางภูเขา และเมื่อมองขึ้นไปด้านหลัง ยังเห็นแนวกำแพงเมืองจีนทอดยาวไปตามสันเขาอีกด้วย          เสน่ห์ของกู่เป่ยสุ่ยเจิ้นไม่ได้อยู่แค่การเดินถ่ายรูปตามตรอกซอกซอยเท่านั้น แต่เป็นบรรยากาศที่ทำให้เราอยากค่อย ๆ เดิน ไม่ต้องรีบไปไหน แวะดูร้านค้าริมทาง นั่งพักข้างคลอง หรือหยุดมองบ้านหลังเก่าที่มีหลังคากระเบื้องสีเทาเรียงตัวอยู่ตลอดแนวถนน ยิ่งถ้ามาช่วงเย็นที่เริ่มเปิดโคมไฟทั่วเมือง บรรยากาศก็ยิ่งน่าเดินขึ้นไปอีก

คุ๋ยซิงโหลว จุดชมเมืองสุดว้าวของฉงชิ่ง

คุ๋ยซิงโหลว จุดชมเมืองสุดว้าวของฉงชิ่ง

113

เมื่อชั้น 1 ของฉงชิ่ง ไม่ได้อยู่ติดพื้น         ถ้าพูดถึงฉงชิ่ง หลายคนคงนึกถึงเมืองที่มีตึกสูง รถไฟวิ่งทะลุอาคาร ถนนที่ซ้อนกันหลายระดับ และมุมเมืองที่มองไปทางไหนก็รู้สึกว่า “เอ๊ะ...เราอยู่ชั้นไหนกันแน่?” ซึ่งหนึ่งในสถานที่ที่ทำให้เข้าใจความเป็นเมือง 3 มิติของฉงชิ่งได้ชัดมาก ก็คือ คุ๋ยซิงโหลว หรือ Kuixinglou (魁星楼) ที่นี่มีจุดที่ทำให้คนมาเที่ยวต้องหยุดมองกันจริงๆ เพราะฝั่งหนึ่งเราสามารถเดินเข้าไปในระดับที่ดูเหมือนเป็นชั้น 1 แต่พอเดินข้ามทางเชื่อมไปอีกฝั่ง กลับกลายเป็นว่าระดับเดียวกันนั้นเชื่อมไปถึงบริเวณชั้น 22 ของอาคารอีกด้านได้แบบหน้าตาเฉย ฟังครั้งแรกอาจคิดว่า “มันจะเป็นไปได้ยังไง?” แต่พอมาเห็นสถานที่จริงแล้วจะเข้าใจเลยว่า นี่แหละคือความสนุกของฉงชิ่ง เมืองที่ภูเขา ถนน อาคาร และทางเดินถูกสร้างขึ้นหลายระดับจนบางครั้งเราแทบแยกไม่ออกว่าตรงไหนคือพื้น ตรงไหนคือชั้นบน

ปี้เผิงโกวหน้าหนาว เสน่ห์ธรรมชาติจีนที่สายถ่ายรูปห้ามพลาด

ปี้เผิงโกวหน้าหนาว เสน่ห์ธรรมชาติจีนที่สายถ่ายรูปห้ามพลาด

97

เมื่อฤดูหนาวมาถึง ปี้เผิงโกวก็เปลี่ยนไปอีกแบบ          ถ้าพูดถึงที่เที่ยวจีนในช่วงฤดูหนาว หลายคนอาจนึกถึงฮาร์บินหรือกำแพงเมืองจีนที่มีหิมะปกคลุม แต่รู้ไหมว่ายังมีอีกสถานที่หนึ่งที่น่าไปมาก ๆ โดยเฉพาะคนที่ชอบภูเขา ป่าสน และบรรยากาศเย็น ๆ ของธรรมชาติ นั่นก็คือ ปี้เผิงโกว (Bipenggou) ในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน พอเข้าสู่ฤดูหนาว ภูเขาที่เคยมีสีเขียวจะค่อย ๆ ถูกหิมะปกคลุม ยอดเขาสูงกลายเป็นสีขาว ป่าสนมีหิมะเกาะตามกิ่งไม้ ส่วนทะเลสาบบางแห่งก็ให้บรรยากาศนิ่งสงบจนอยากหยุดเวลาเอาไว้ตรงนั้นสักพัก ยิ่งวันที่ท้องฟ้าเปิดแล้วแสงแดดตกกระทบผืนหิมะ ภาพที่เห็นก็ยิ่งสวยจนกล้องถ่ายรูปแทบเก็บรายละเอียดได้ไม่หมด ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่หิมะนะ แต่ยังมีทั้งภูเขาสูง ป่าไม้ ทะเลสาบ และเส้นทางชมธรรมชาติที่ทำให้การเดินทางแต่ละครั้งมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่ตลอด ใครกำลังมองหาที่เที่ยวจีนหน้าหนาวที่ได้สัมผัสบรรยากาศภูเขาแบบเต็ม ๆ ปี้เผิงโกวเป็นอีกแห่งที่ควรลองปักหมุดเอาไว้เลย

หมิงสุ่ยกู่เฉิงในฤดูหนาว เมืองเก่าริมสายน้ำที่ยิ่งหนาวยิ่งน่าเดิน

หมิงสุ่ยกู่เฉิงในฤดูหนาว เมืองเก่าริมสายน้ำที่ยิ่งหนาวยิ่งน่าเดิน

109

เมื่อหน้าหนาวมาเยือน เมืองเก่าก็เปลี่ยนอารมณ์ไปอีกแบบ           ถ้าพูดถึงการเที่ยวจีนในช่วงหน้าหนาว หลายคนอาจนึกถึงภูเขาที่มีหิมะ ทุ่งหญ้าสีขาว หรือเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยไฟประดับ แต่จริง ๆ แล้วหน้าหนาวของจีนยังมีอีกหลายมุมที่น่าเที่ยวมาก และหนึ่งในนั้นคือการเดินเล่นในเมืองโบราณที่มีสายน้ำไหลผ่านอยู่ตลอดทาง หมิงสุ่ยกู่เฉิง หรือเมืองโบราณหมิงสุ่ย เป็นอีกสถานที่ที่เหมาะกับการมาเที่ยวในช่วงอากาศเย็น เพราะบรรยากาศของเมืองเก่าเมื่อเจอกับอุณหภูมิต่ำ ๆ จะให้ความรู้สึกต่างจากช่วงฤดูอื่นอย่างเห็นได้ชัด          ที่นี่ไม่ได้เป็นเมืองที่ต้องเดินแบบรีบ ๆ เพื่อเก็บจุดถ่ายรูปให้ครบ แต่เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเดินเรื่อย ๆ มากกว่า เดินผ่านอาคารเก่า แวะมองสายน้ำ หยุดถ่ายรูปตรงสะพาน แล้วค่อยเดินต่อไปอีกหน่อย บางครั้งเดินไปโดยไม่ได้ตั้งใจว่าจะเจออะไร แต่กลับได้เจอมุมเล็ก ๆ ที่สวยกว่าจุดที่ตั้งใจจะไปเสียอีก ยิ่งในช่วงหน้าหนาว บรรยากาศจะค่อนข้างสงบ อากาศเย็นกำลังดี แสงแดดไม่แรงจนเกินไป และถ้าเป็นวันที่มีหิมะตกลงมา เมืองทั้งเมืองก็จะเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ หลังคากระเบื้องสีเข้มถูกแต้มด้วยหิมะสีขาว กิ่งไม้ที่แทบไม่มีใบตัดกับท้องฟ้าสีเทา สายน้ำยังคงไหลไปเรื่อย ๆ แม้อากาศจะหนาว ส่วนคนที่เดินอยู่ตามถนนก็พากันใส่เสื้อโค้ตหนา ๆ ถือเครื่องดื่มร้อน ๆ แล้วค่อย ๆ เดินเที่ยวกันไป แค่ภาพแบบนี้ก็ทำให้รู้สึกได้เลยว่า หน้าหนาวของหมิงสุ่ยมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง

ถ้ำเทียนฉวน ถ้ำหินปูนสุดอลังการแห่งเสฉวน

ถ้ำเทียนฉวน ถ้ำหินปูนสุดอลังการแห่งเสฉวน

182

ลงไปใต้พื้นดิน แล้วจะเจออีกโลกหนึ่ง          ถ้าใครคิดว่าการเที่ยวเสฉวนมีแค่ภูเขา เมืองเก่า และธรรมชาติบนพื้นดิน บอกเลยว่ายังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน นั่นก็คือ “ถ้ำเทียนฉวน” ในเมืองซิงเหวิน มณฑลเสฉวน ถ้ำขนาดใหญ่ที่พอเดินเข้าไปแล้วบรรยากาศรอบตัวค่อย ๆ เปลี่ยนจากโลกด้านนอกที่มีแสงแดดและเสียงผู้คน กลายเป็นความเงียบเย็นของโถงหินขนาดมหึมาที่นี่ไม่ได้มีแค่หินงอกหินย้อยให้เดินดูไปเรื่อย ๆ แต่ภายในยังมีโถงถ้ำหลายส่วน รวมถึงเส้นทางที่พาเข้าไปสัมผัสแม่น้ำใต้ดิน ทำให้การเที่ยวถ้ำเทียนฉวนมีทั้งการเดินชมและการล่องเรืออยู่ในทริปเดียวกัน และจุดที่น่าสนใจมากคือ ถ้ำแห่งนี้มีความยาวของระบบถ้ำรวมประมาณ 10.5 กิโลเมตร แต่เส้นทางที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าเราเห็นเพียงส่วนหนึ่งของโลกใต้ดินที่ยังซ่อนอะไรไว้อีกมากมาย

หุบเขาซากุระอู๋เหลียงซาน ซากุระสีชมพูที่ผลิบานท่ามกลางไร่ชาบนภูเขายูนนาน

หุบเขาซากุระอู๋เหลียงซาน ซากุระสีชมพูที่ผลิบานท่ามกลางไร่ชาบนภูเขายูนนาน

136

          ถ้าพูดถึงดอกซากุระ หลายคนคงนึกถึงภาพของฤดูใบไม้ผลิ อากาศเย็น ๆ และต้นซากุระที่ออกดอกเต็มต้น แต่ที่หุบเขาซากุระอู๋เหลียงซานในมณฑลยูนนาน กลับมีภาพที่แตกต่างออกไป เพราะที่นี่เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่สามารถชมซากุระได้ในช่วงปลายปี โดยดอกซากุระจะเริ่มทยอยผลิบานตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนและสวยเด่นขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม ท่ามกลางภูเขาสูงและไร่ชาสีเขียวที่ทอดตัวไปตามแนวเนินเขา ทำให้เมื่อเดินทางมาถึงแล้วจะได้เห็นทั้งดอกไม้ ภูเขา ไร่ชา และอากาศเย็น ๆ อยู่ในพื้นที่เดียวกัน           ภาพของดอกซากุระสีชมพูที่กระจายอยู่ตามไร่ชาเป็นสิ่งที่ทำให้คนจดจำอู๋เหลียงซานได้ง่ายขึ้น เพราะที่นี่ไม่ได้มีเพียงแถวต้นซากุระที่ปลูกเรียงกันเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินชม แต่ต้นซากุระเติบโตอยู่ร่วมกับพื้นที่ปลูกชา จึงเกิดเป็นทิวทัศน์ที่มีสีชมพูสลับกับสีเขียวของต้นชา และเมื่อมองออกไปไกล ๆ ก็จะเห็นแนวภูเขาของยูนนานเป็นฉากหลัง ยิ่งในช่วงเช้าที่มีหมอกบาง ๆ ลอยผ่านยอดเขา บรรยากาศก็จะเปลี่ยนไปอีกแบบและทำให้การเดินชมพื้นที่แห่งนี้มีเสน่ห์มากขึ้น

โรงเบียร์ชิงเต่า จากโรงเบียร์เก่าแก่สู่แบรนด์ระดับโลก

โรงเบียร์ชิงเต่า จากโรงเบียร์เก่าแก่สู่แบรนด์ระดับโลก

122

          ถ้าพูดถึงเมืองชิงเต่า เมืองริมทะเลทางตะวันออกของจีน หลายคนอาจนึกถึงบรรยากาศริมทะเล อาคารเก่าแก่ ถนนที่เต็มไปด้วยเรื่องราว หรืออาหารทะเลสด ๆ ก่อนเป็นอันดับแรก แต่มีอีกหนึ่งสิ่งที่แทบจะแยกออกจากชื่อของเมืองนี้ไม่ได้เลย นั่นก็คือ “เบียร์ชิงเต่า” เพราะเบียร์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มที่ผลิตขึ้นในเมืองเท่านั้น แต่ค่อย ๆ กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของภาพจำและวัฒนธรรมของชิงเต่า จนเมื่อพูดถึงเมืองนี้ขึ้นมาเมื่อไร ชื่อของ Tsingtao Beer ก็มักจะตามมาด้วยเสมอ           โรงเบียร์ชิงเต่ามีเรื่องราวที่ยาวนานกว่าร้อยปี จุดเริ่มต้นของโรงเบียร์แห่งนี้ย้อนกลับไปถึงปี ค.ศ. 1903 ในช่วงเวลาที่ชิงเต่ากำลังมีการพัฒนาเมืองและอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง จากโรงงานผลิตเบียร์ในยุคแรกที่ใช้เทคโนโลยีตามแบบยุโรป ค่อย ๆ พัฒนาผ่านยุคสมัยต่าง ๆ จนกลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ของจีน และชื่อของชิงเต่าก็ไม่ได้อยู่เพียงในประเทศอีกต่อไป แต่เดินทางออกไปสู่ตลาดต่างประเทศมากมาย จนกลายเป็นแบรนด์จีนที่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ          เมื่อได้มาเยือนชิงเต่าแล้วจึงไม่แปลกเลยที่จะเห็นเรื่องราวของเบียร์อยู่ในหลายมุมของเมือง ตั้งแต่ร้านอาหารริมทาง ร้านอาหารทะเล ไปจนถึงเทศกาลเบียร์ขนาดใหญ่ เพราะสำหรับชาวชิงเต่าแล้ว เบียร์ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าชนิดหนึ่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและเป็นเรื่องราวที่เติบโตมาพร้อมกับเมืองแห่งนี้

พระราชวังต้องห้ามใต้หิมะ ความงามอีกมุมของกรุงปักกิ่ง

พระราชวังต้องห้ามใต้หิมะ ความงามอีกมุมของกรุงปักกิ่ง

111

          ถ้าพูดถึงพระราชวังต้องห้าม หลายคนอาจนึกถึงกำแพงสีแดง ประตูขนาดใหญ่ และหลังคากระเบื้องสีเหลืองที่ทอดยาวอยู่กลางกรุงปักกิ่ง แต่ถ้าได้มาเห็นที่นี่ในช่วงฤดูหนาว ภาพที่เห็นจะเปลี่ยนไปอีกแบบเลย โดยเฉพาะวันที่หิมะตกลงมาปกคลุมลานกว้างและหลังคาของพระราชวัง สีแดงของกำแพงจะยิ่งเด่นขึ้นมา ส่วนหลังคาสีเหลืองก็มีหิมะสีขาวเกาะอยู่เป็นแนว ทำให้พระราชวังดูนิ่งและเงียบกว่าปกติ ราวกับสถานที่แห่งนี้กำลังหยุดพักจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ช่วงฤดูหนาวของปักกิ่งอากาศค่อนข้างหนาวและแห้ง โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ และถ้าวันไหนมีหิมะตกพอดี ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่หลายคนอยากมาเห็นพระราชวังต้องห้ามด้วยตาตัวเองสักครั้ง

วาฬผู้โดดเดี่ยวแห่งเยียนไถ ประติมากรรมริมทะเลที่ทำให้เราอยากหยุดพักนานกว่าที่คิด

วาฬผู้โดดเดี่ยวแห่งเยียนไถ ประติมากรรมริมทะเลที่ทำให้เราอยากหยุดพักนานกว่าที่คิด

86

          วาฬตัวหนึ่งอยู่บนชายหาด ไม่ได้ว่ายไปไหน และไม่ได้ส่งเสียงอะไร แค่เห็นภาพ หลายคนก็คงอยากรู้แล้วว่ามันมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ทำไมถึงดูคล้ายกำลังเคลื่อนไหว ทั้งที่ร่างทั้งหมดหยุดนิ่ง แล้วทำไมพอมองไปนาน ๆ เราถึงเผลอรู้สึกเหงาตาม ทั้งที่รอบตัวมันอาจมีนักท่องเที่ยวเดินผ่าน มีคนยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายรูป และมีเด็กกำลังเล่นกันอยู่ไม่ไกล ประติมากรรมที่ผู้คนเรียกว่า “วาฬผู้โดดเดี่ยว” ตั้งอยู่บริเวณหาดจินซาทาน เมืองเยียนไถ มณฑลซานตง ประเทศจีน ขอทำความเข้าใจเรื่องสถานที่กันนิดหนึ่ง เพราะวาฬตัวนี้อยู่ที่เยียนไถ ไม่ใช่ชิงเต่าอย่างที่อาจเข้าใจกัน และเป็นจุดถ่ายภาพที่ได้รับความสนใจของชายหาดแห่งนี้ แต่ถ้ามองมันเป็นเพียงจุดเช็กอิน ก็คงน่าเสียดายอยู่เหมือนกัน          ความน่าสนใจของวาฬตัวนี้อยู่ตรงความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างเราเงยหน้ามองมันด้วย ร่างของสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ซึ่งควรอยู่ท่ามกลางน้ำ กลับปรากฏตัวขึ้นบนชายหาด พื้นที่ที่คนเดินเข้ามาหาได้ง่าย ๆ ความผิดที่ผิดทางในสายตาคนมองนี่เองที่ชวนให้เกิดคำถาม บางคนเห็นความโดดเดี่ยว บางคนเห็นอิสระ ส่วนบางคนอาจไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้ง แค่รู้สึกว่ามันเป็นวาฬที่น่ามอง แล้วอยากยืนอยู่ใกล้ ๆ อีกสักพัก ทั้งหมดนั้นก็เป็นการทำความรู้จักงานศิลปะได้เหมือนกัน เราไม่จำเป็นต้องรู้คำศัพท์เฉพาะ ไม่ต้องรีบหาความหมายให้ถูก และไม่ต้องพยายามรู้สึกตามคนอื่น เพราะเมื่อได้ฟังเรื่องจากผู้ออกแบบ จะพบว่าประติมากรรมที่ถูกเรียกว่า “โดดเดี่ยว” ตัวนี้ มีจุดเริ่มต้นต่างจากความเศร้าที่หลายคนมอบให้มันพอสมควร           

เมืองโบราณต้ายง จุดเช็กอินอีกมุมของจางเจียเจี้ย

เมืองโบราณต้ายง จุดเช็กอินอีกมุมของจางเจียเจี้ย

171

เมืองเก่าที่อยู่ใจกลางจางเจียเจี้ย          ถ้าพูดถึง จางเจียเจี้ย หลายคนคงนึกถึงภูเขาหินสูง ๆ กระเช้าเทียนเหมินซาน หรือเสาหินทรายที่เรียงตัวกันสุดตา แต่จริง ๆ แล้วใจกลางเมืองแห่งนี้ก็มีอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ เมืองโบราณต้ายง หรือ 大庸古城 (Dayong Ancient City) ที่นี่เป็นย่านวัฒนธรรมที่หยิบเอาเรื่องราวของ “ต้ายง” เมืองเก่าซึ่งเป็นชื่อเดิมของจางเจียเจี้ยมาถ่ายทอดใหม่ ผ่านอาคาร ถนน ร้านค้า พื้นที่จัดแสดง และบรรยากาศแบบเมืองจีนโบราณ เดินเข้ามาแล้วจะรู้สึกว่าบรรยากาศเปลี่ยนไปทันที จากเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยรถ นักท่องเที่ยว และตึกสมัยใหม่ กลายเป็นถนนที่มีอาคารสไตล์จีนเรียงกัน มีมุมให้เดินเล่น ถ่ายรูป หาของกิน และค่อย ๆ ทำความรู้จักเรื่องราวของพื้นที่แห่งนี้ไปทีละจุด ต้ายงจึงไม่ได้มีดีแค่ความสวย แต่มีเรื่องราวของเมืองซ่อนอยู่ด้วย

เที่ยวไร่ชาจี่เบียนอู่หลง สัมผัสเสน่ห์ชาแห่งเถิงชง

เที่ยวไร่ชาจี่เบียนอู่หลง สัมผัสเสน่ห์ชาแห่งเถิงชง

148

เมื่อเดินเข้ามาแล้ว จะเข้าใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงน่าแวะ          ถ้ามาเที่ยวเถิงชงแล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป ลองแวะมาที่ ไร่ชาจี่เบียนอู่หลง กันสักครั้ง ที่นี่เป็นพื้นที่ปลูกชาบนพื้นที่สูง บรรยากาศรอบ ๆ เงียบและสบาย มีแนวต้นชาเรียงตัวต่อกันไปตามพื้นที่กว้าง มองไปทางไหนก็เห็นสีเขียวของใบชาเต็มสายตา ยิ่งถ้าได้มาในช่วงอากาศเย็น ๆ เดินช้า ๆ ไปตามไร่ สูดอากาศเข้าไปเต็มปอด แล้วค่อย ๆ ชิมชาร้อน ๆ สักถ้วย ความรู้สึกมันต่างจากการนั่งดื่มชาอยู่ในร้านมากเลย ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ชา แต่มีเรื่องราวของชาซ่อนอยู่ในทุกพื้นที่