Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

เที่ยวหวงหลิง สัมผัสหมู่บ้านโบราณกลางสายหมอกแห่งเจียงซี

เที่ยวหวงหลิง สัมผัสหมู่บ้านโบราณกลางสายหมอกแห่งเจียงซี

60

หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีดีแค่ความเก่า          ถ้าพูดถึงหมู่บ้านโบราณของจีน หลายคนอาจนึกถึงบ้านไม้เก่า ๆ ถนนหิน และบรรยากาศเงียบสงบ แต่ถ้าได้มาเห็น หมู่บ้านโบราณหวงหลิง (Huangling Ancient Village) ที่เมืองอู้หยวน มณฑลเจียงซี จะรู้เลยว่าที่นี่มีอะไรพิเศษกว่านั้น เพราะหวงหลิงไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบธรรมดา แต่เป็นหมู่บ้านที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขา บ้านเรือนโบราณเรียงตัวลดหลั่นไปตามไหล่เขา มองจากระยะไกลเหมือนหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านกำลังไหลลงมาตามภูเขา ยิ่งในวันที่มีหมอกบาง ๆ ลอยผ่านหลังคา ยิ่งให้ความรู้สึกเหมือนภาพวาดจีนโบราณที่มีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ และสิ่งที่ทำให้หลายคนจำหวงหลิงได้ไม่ลืม ก็คือภาพ การตากผลผลิตบนลานและหลังคาบ้าน ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้านไปแล้ว

มู่เก๋อฌั๋ว ความงามกลางขุนเขาแห่งเสฉวน

มู่เก๋อฌั๋ว ความงามกลางขุนเขาแห่งเสฉวน

62

ธรรมชาติที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวย          ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในมณฑลเสฉวน หลายคนอาจนึกถึงภูเขาสูง หิมะ หรือหุบเขาที่มีชื่อเสียง แต่มีอีกหนึ่งสถานที่ที่อยากให้ลองปักหมุดไว้ นั่นคือ อุทยานมู่เก๋อฌั๋ว (Mugecuo Scenic Area) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ทะเลสาบคันดิง แหล่งท่องเที่ยวที่ธรรมชาติแทบจะจัดองค์ประกอบทุกอย่างไว้ให้แล้ว ทั้งภูเขา ทะเลสาบ ป่าไม้ ทุ่งหญ้า และบ่อน้ำพุร้อน ที่นี่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนมาเที่ยวเพื่อถ่ายรูปอย่างเดียว แต่เป็นความรู้สึกแบบว่า…เดินไปเรื่อย ๆ แล้วอยากหยุดมอง อยากสูดอากาศเข้าไปลึก ๆ และปล่อยให้ความวุ่นวายที่แบกมาจากข้างนอกค่อย ๆ เบาลง โดยเฉพาะวันที่อากาศดี น้ำในทะเลสาบสะท้อนภาพภูเขาโดยรอบอย่างชัดเจน บรรยากาศจะเงียบสงบมาก จนบางครั้งเสียงธรรมชาติกลับกลายเป็นสิ่งที่เรารู้สึกได้ชัดที่สุด

หวงฉัว ชายหาดแห่งแสงแรกของเซียะเหมิน

หวงฉัว ชายหาดแห่งแสงแรกของเซียะเหมิน

52

เมื่อทะเลไม่ได้มีไว้แค่ชม แต่มีไว้ให้รู้สึก          ถ้าพูดถึงชายหาดที่บรรยากาศสบายๆ มีทั้งทะเล ลม และพื้นที่ให้เราเดินทอดน่องแบบไม่ต้องรีบ ชายหาดหวงฉัว ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจมาก ที่นี่อาจไม่ได้ทำให้เรารู้สึกตื่นตาตื่นใจตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินทางมาถึง แต่พอได้ยืนมองทะเลจริงๆ ได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่งเบาๆ แล้วปล่อยให้ลมทะเลพัดผ่านหน้า ความรู้สึกมันจะค่อยๆ เปลี่ยนไปเอง จากที่ตั้งใจมาเที่ยว กลายเป็นอยากนั่งอยู่ตรงนี้ให้นานขึ้นอีกหน่อย ชายหาดทอดตัวรับกับทะเลกว้างสุดสายตา บรรยากาศโดยรอบมีทั้งความเรียบง่ายและความเป็นธรรมชาติ เหมาะกับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายจากเมือง แล้วหามุมเงียบๆ ให้ตัวเองได้พักจริงๆ

ไท่กู๋หลี่ ย่านไลฟ์สไตล์ที่ทำให้เฉิงตูดูมีชีวิตชีวาอีกแบบ

ไท่กู๋หลี่ ย่านไลฟ์สไตล์ที่ทำให้เฉิงตูดูมีชีวิตชีวาอีกแบบ

61

ถ้ามาเฉิงตู แล้วอยากเห็นเมืองในมุมที่ทันสมัยขึ้น          ถ้าพูดถึงเฉิงตู หลายคนอาจนึกถึงแพนด้า หม้อไฟหม่าล่า หรือถนนเก่า ๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมจีน แต่จริง ๆ แล้วเฉิงตูไม่ได้มีแค่ภาพแบบนั้นนะ อีกมุมหนึ่งของเมืองคือ ไท่กู๋หลี่ (Taikoo Li Chengdu) ย่านที่ดูทันสมัยมาก ๆ เต็มไปด้วยร้านค้า แบรนด์ดัง คาเฟ่ ร้านอาหาร และอาคารสวย ๆ ที่ออกแบบให้มีทั้งความร่วมสมัยและกลิ่นอายจีนอยู่ด้วยกัน เดินอยู่ตรงนี้บางจังหวะก็เหมือนมาเที่ยวเมืองแฟชั่น แต่พอหันไปมองสถาปัตยกรรมรอบ ๆ ก็ยังรู้สึกได้ว่า นี่แหละ เฉิงตู และนั่นคือเสน่ห์ของไท่กู๋หลี่ ที่ไม่ได้พยายามทำให้เมืองเก่าหายไป แต่เอาความเก่ากับความใหม่มาวางไว้ด้วยกันอย่างน่าสนใจ

Seaworld เซินเจิ้น เมืองท่าที่เต็มไปด้วยสีสัน

Seaworld เซินเจิ้น เมืองท่าที่เต็มไปด้วยสีสัน

88

แค่เดินมาถึง ก็รู้สึกได้ถึงความคึกคัก          ถ้าพูดถึง หมิงฮวา ท่าเรือ Seaworld หลายคนอาจนึกถึงสถานที่สำหรับชมวิวทะเลหรือเดินเล่นริมท่าเรือ แต่พอได้มาสัมผัสจริง ๆ จะรู้เลยว่าที่นี่มีบรรยากาศมากกว่านั้น เดินเข้ามาแล้วจะเห็นทั้งเรือ ผู้คน ร้านค้า แสงไฟ และบรรยากาศริมทะเลที่ค่อนข้างมีชีวิตชีวา ยิ่งช่วงเย็น ๆ บรรยากาศจะเปลี่ยนไปอีกแบบ จากสถานที่ที่ดูเรียบง่ายในตอนกลางวัน กลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแสงสี เสียงผู้คน และลมทะเลที่พัดเข้ามาเบา ๆ บางคนมาเพื่อเที่ยว บางคนมาถ่ายรูป บางคนแค่อยากนั่งมองทะเลแล้วปล่อยเวลาให้ผ่านไปช้า ๆ ซึ่งนั่นแหละคือเสน่ห์ของหมิงฮวา ท่าเรือ Seaworld

ย้อนเวลาเที่ยวฉือชี่โข่ว สัมผัสเสน่ห์เมืองเก่าที่ไม่เคยเลือนหาย

ย้อนเวลาเที่ยวฉือชี่โข่ว สัมผัสเสน่ห์เมืองเก่าที่ไม่เคยเลือนหาย

59

เดินเข้ามาแล้วเหมือนย้อนกลับไปอีกยุค          ถ้ามาเที่ยวฉงชิ่งแล้วอยากหาสถานที่ที่ไม่ได้มีแค่ตึกสูง รถไฟฟ้าที่วิ่งผ่านกลางอาคาร หรือแสงไฟนีออนเต็มเมือง ลองแวะมาที่ หมู่บ้านโบราณฉือชี่โข่ว กันสักครั้งที่นี่ให้ความรู้สึกต่างออกไปอย่างชัดเจน พอเดินเข้าไปตามตรอกแคบๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านเรือนเก่า ร้านอาหาร ร้านขนม ร้านชา และของฝาก กลิ่นอาหารลอยมาเป็นระยะ เสียงคนพูดคุยกันดังอยู่รอบๆ บางมุมมีนักท่องเที่ยวหยุดถ่ายรูป บางมุมก็ยังเห็นคนท้องถิ่นใช้ชีวิตกันตามปกติ มันเลยไม่ได้รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในพิพิธภัณฑ์เลยนะ แต่เหมือนกำลังเดินอยู่ในเมืองเก่าที่ ยังมีชีวิตจริงๆ และนี่แหละคือเสน่ห์ของฉือชี่โข่ว

วัดเหวินซู เสน่ห์วัดจีนโบราณที่ยังมีชีวิตกลางเฉิงตู

วัดเหวินซู เสน่ห์วัดจีนโบราณที่ยังมีชีวิตกลางเฉิงตู

76

สัมผัสความสงบ เรียนรู้เรื่องราว และเดินตามรอยศรัทธา ณ วัดเหวินซูพอเดินเข้ามา ความรู้สึกก็เปลี่ยนไป           ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวเมืองเฉิงตู อีกหนึ่งสถานที่ที่อยากให้ลองแวะมาแบบไม่ต้องรีบร้อน คือ วัดเหวินซู วัดพุทธเก่าแก่ที่อยู่ท่ามกลางเมืองที่คึกคัก เพราะทันทีที่เดินผ่านเข้าสู่บริเวณวัด ความรู้สึกมันจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากเสียงรถ เสียงผู้คน และความวุ่นวายด้านนอก กลายเป็นบรรยากาศที่นิ่งขึ้น สงบขึ้น เหมือนเราได้พักใจไปพร้อมกับการเที่ยว ที่นี่ไม่ได้มีแค่ความสวยของอาคารหรือสถาปัตยกรรมจีนโบราณเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในเฉิงตูที่สืบต่อกันมายาวนาน บางคนมาไหว้พระ บางคนมาชมสถาปัตยกรรม บางคนมาเดินเล่นถ่ายรูป แต่สุดท้ายแล้วหลายคนกลับได้ความรู้สึกเหมือนกัน คือ ที่นี่เป็นสถานที่ที่ทำให้เราเดินช้าลงโดยไม่รู้ตัว

หมู่บ้านโบราณซาซี เมืองเก่าเล็ก ๆ ที่กาลเวลายังเดินช้าลง

หมู่บ้านโบราณซาซี เมืองเก่าเล็ก ๆ ที่กาลเวลายังเดินช้าลง

60

เมืองเก่าที่ไม่ต้องรีบเดิน          ถ้าพูดถึงเมืองโบราณในจีน หลายคนอาจนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว อาคารสวย ๆ และแลนด์มาร์กที่เห็นกันอยู่บ่อย ๆ แต่ถ้าอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ มารู้จักเมืองเก่าที่เงียบกว่า เรียบง่ายกว่า และยังมีกลิ่นอายของชีวิตผู้คนในอดีตอยู่ หมู่บ้านโบราณซาซี หรือ Shaxi Ancient Town ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่น่าสนใจมาก          ซาซีไม่ได้มีความอลังการเหมือนเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ที่นี่มีเพียงถนนหินเก่า บ้านไม้ บ้านดิน หลังคากระเบื้อง ร้านค้าเล็ก ๆ และผู้คนที่ยังใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ยิ่งเราเดินช้าลงเท่าไร เรากลับยิ่งมองเห็นรายละเอียดของเมืองมากขึ้น ทั้งกำแพงเก่า ประตูไม้ ร่องรอยบนพื้นถนน และวิถีชีวิตของผู้คนที่ยังคงดำเนินต่อไปเหมือนเช่นในอดีต บางครั้งการมาเที่ยวที่นี่ก็ไม่ได้ต้องมีแผนอะไรมาก แค่ลองเดินไปตามตรอกเล็ก ๆ แล้วปล่อยให้ตัวเองหลงทางบ้าง เราอาจได้เจอมุมหนึ่งของเมืองที่ไม่มีอยู่ในแผนการเดินทาง และนั่นอาจกลายเป็นภาพที่น่าจดจำที่สุดของการมาเยือนซาซี

หาดไว่ทาน จุดชมวิวสุดคลาสสิกที่ทำให้เซี่ยงไฮ้มีเสน่ห์

หาดไว่ทาน จุดชมวิวสุดคลาสสิกที่ทำให้เซี่ยงไฮ้มีเสน่ห์

73

ถ้ามาเซี่ยงไฮ้ แล้วไม่ได้มาหาดไว่ทาน ก็เหมือนยังมาไม่ถึง          ถ้าถามว่าเซี่ยงไฮ้มีที่ไหนที่แค่เดินไปยืนก็รู้สึกได้เลยว่า “นี่แหละ เซี่ยงไฮ้” หลายคนคงนึกถึง หาดไว่ทาน หรือ The Bund เป็นอันดับต้น ๆ ที่นี่ไม่ได้มีแค่แม่น้ำกว้าง ๆ หรือวิวตึกสวย ๆ ให้ถ่ายรูปนะ แต่บรรยากาศมันมีอะไรบางอย่างที่อธิบายยาก โดยเฉพาะตอนเดินเลียบแม่น้ำหวงผู่ มองไปฝั่งตรงข้ามเห็นเส้นขอบฟ้าของย่านผู่ตง มีทั้งตึกสูงระฟ้าและแสงไฟที่ค่อย ๆ สว่างขึ้นเมื่อพระอาทิตย์ตก เหมือนเมืองทั้งเมืองกำลังเปลี่ยนโหมดจากความวุ่นวายในตอนกลางวัน กลายเป็นเมืองแห่งแสงสีในยามค่ำคืน แล้วพอหันกลับมาอีกด้าน ก็จะเห็นอาคารเก่าเรียงตัวกันอย่างสง่างาม ความรู้สึกมันต่างกันสุด ๆ แต่กลับอยู่ในภาพเดียวกันได้อย่างลงตัว นี่แหละคือเสน่ห์ของไว่ทาน

หุบเขาซากุระอี้เหลียง ความงามแห่งฤดูใบไม้ผลิในคุนหมิง

หุบเขาซากุระอี้เหลียง ความงามแห่งฤดูใบไม้ผลิในคุนหมิง

71

เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง อี้เหลียงก็เต็มไปด้วยสีชมพู          ถ้าพูดถึงซากุระ หลายคนอาจนึกถึงญี่ปุ่นเป็นที่แรก แต่จริง ๆ แล้วในประเทศจีนก็มีสถานที่ชมซากุระที่สวยจนต้องหยุดมองเหมือนกัน และหนึ่งในนั้นคือ หุบเขาซากุระอี้เหลียง ในเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ที่นี่เป็นสถานที่ที่พอถึงช่วงดอกซากุระบาน บรรยากาศของหุบเขาจะเปลี่ยนไปแบบเห็นได้ชัด จากพื้นที่สีเขียวธรรมดา ๆ กลายเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีชมพูและสีขาวเรียงรายไปตามพื้นที่ภูเขา ยิ่งถ้าวันไหนอากาศดี แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านกิ่งไม้ลงมา บอกเลยว่าบรรยากาศมันเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในภาพวาด และสิ่งที่ทำให้หลายคนประทับใจ ไม่ใช่แค่จำนวนของดอกซากุระ แต่เป็นความรู้สึกเวลาที่เราเดินเข้าไปอยู่ท่ามกลางต้นไม้เหล่านั้น มันค่อนข้างสงบ ลมเย็น ๆ พัดมาเบา ๆ แล้วดอกไม้ก็ไหวไปตามลม เหมือนธรรมชาติกำลังค่อย ๆ เล่าเรื่องของตัวเองให้เราฟัง

เที่ยวหงหยาต้ง สัมผัสเสน่ห์ฉงชิ่งผ่านแสงไฟและสถาปัตยกรรมจีน

เที่ยวหงหยาต้ง สัมผัสเสน่ห์ฉงชิ่งผ่านแสงไฟและสถาปัตยกรรมจีน

60

ครั้งแรกที่เห็นหงหยาต้ง อาจคิดว่าเป็นแค่เมืองที่เปิดไฟสวย          ถ้าพูดถึงสถานที่ที่ทำให้คนมาเที่ยวฉงชิ่งแล้วต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปแทบจะทันที หงหยาต้ง (Hongyadong) น่าจะติดอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน ภาพอาคารหลายชั้นที่สร้างลดหลั่นไปตามหน้าผา แสงไฟสีทองส่องเต็มอาคารในช่วงกลางคืน มองไกล ๆ เหมือนเมืองในภาพยนตร์หรือฉากจากโลกแฟนตาซีเลยก็ว่าได้แต่ความน่าสนใจของหงหยาต้งไม่ได้อยู่แค่ความสวยของแสงไฟนะ เพราะพอเดินเข้าไปจริง ๆ จะรู้สึกว่า ที่นี่มีทั้งร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ถนนคนเดิน และบรรยากาศของเมืองเก่าที่ผสมเข้ากับความเป็นฉงชิ่งยุคใหม่ได้อย่างน่าสนใจ เดินไปไม่กี่ก้าวก็เจอมุมใหม่ ๆ ให้มอง และบางครั้งแค่ยืนอยู่ริมระเบียง มองแม่น้ำกับอาคารเมืองที่อยู่ตรงหน้า ก็รู้สึกได้เลยว่า ฉงชิ่งเป็นเมืองที่มีภูมิประเทศและจังหวะชีวิตไม่เหมือนเมืองอื่นจริง ๆ

กำแพงเมืองจีน มหัศจรรย์แห่งอารยธรรมที่ทอดยาวเหนือขุนเขา

กำแพงเมืองจีน มหัศจรรย์แห่งอารยธรรมที่ทอดยาวเหนือขุนเขา

84

จากกำแพงโบราณบนยอดเขา สู่หนึ่งในสัญลักษณ์ของประเทศจีน          ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นภาพจำของประเทศจีน เชื่อว่าชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงก็คงหนีไม่พ้น กำแพงเมืองจีน กำแพงขนาดมหึมาที่ทอดตัวไปตามภูเขา ผ่านหุบเขา และภูมิประเทศที่แตกต่างกันออกไปอย่างน่าเหลือเชื่อ บางคนอาจคิดว่ากำแพงเมืองจีนก็คือกำแพงเดียวกันทั้งหมด แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย เพราะกำแพงเมืองจีนประกอบด้วยแนวกำแพง ป้อมปราการ และสิ่งก่อสร้างทางทหารจากหลายยุคหลายสมัยที่เชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ และวันนี้ลองพาไปดู 6 จุดยอดนิยมของกำแพงเมืองจีน ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ แต่ละแห่งมีบรรยากาศและเสน่ห์ต่างกัน บางแห่งเดินทางง่าย บางแห่งเหมาะกับการเดินเขา และบางแห่งมีวิวที่สวยจนต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายแทบทุกก้าว

เที่ยวชิงเต่า อย่าพลาด รวมเมนูอร่อยเมืองชายทะเล

เที่ยวชิงเต่า อย่าพลาด รวมเมนูอร่อยเมืองชายทะเล

157

มาเที่ยวชิงเต่า ถ้าไม่ลองของกินก็เหมือนยังมาไม่ถึง          ถ้าพูดถึง ชิงเต่า หลายคนอาจนึกถึงทะเลสีฟ้า อาคารสไตล์ยุโรป ถนนริมชายฝั่ง หรือเบียร์ชื่อดัง แต่จริง ๆ แล้วอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้เมืองนี้น่าจดจำมากก็คือ เรื่องกิน โดยเฉพาะอาหารทะเลที่สดแบบแทบไม่ต้องปรุงอะไรเยอะ เพราะวัตถุดิบดีอยู่แล้ว เดินตามตลาดอาหารหรือร้านริมทะเล บางทีแค่ได้กลิ่นหอยลายผัดกระทะร้อน ๆ หรืออาหารทะเลย่างหอม ๆ ก็เริ่มหิวขึ้นมาแล้ว ยิ่งถ้าได้นั่งกินพร้อมเบียร์เย็น ๆ สักแก้ว บรรยากาศของชิงเต่าก็เหมือนสมบูรณ์ขึ้นมาอีกนิด และนี่แหละคือเหตุผลที่อาหารชิงเต่าไม่ได้เป็นแค่ของกิน แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเดินทางที่หลายคนจำได้ไม่ลืม

เมื่อเกลือกลายเป็นความงาม ทะเลสาบเกลือชาเอ่อร์หาน

เมื่อเกลือกลายเป็นความงาม ทะเลสาบเกลือชาเอ่อร์หาน

94

เมื่อทะเลสาบไม่ได้มีแค่น้ำ          ถ้าพูดถึงทะเลสาบ หลายคนอาจนึกถึงผืนน้ำสีฟ้า ภูเขาเขียว ๆ หรือบรรยากาศเงียบสงบที่เหมาะกับการพักผ่อน แต่ถ้าได้มาเห็น ทะเลสาบเกลือชาเอ่อร์หาน หรือ Chaerhan Salt Lake ภาพที่คิดไว้จะเปลี่ยนไปเลย เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่ผืนน้ำธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเกลือและแร่ธาตุ จนเกิดเป็นภูมิทัศน์แปลกตาเหมือนหลุดออกมาจากอีกโลกหนึ่ง มองไกล ๆ อาจคิดว่าเป็นทะเลสาบสีเขียวอมฟ้า แต่พอเข้าไปใกล้จะเห็นว่าบริเวณโดยรอบมีทั้งชั้นเกลือ พื้นผิวแร่ และน้ำที่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ บางช่วงดูคล้ายกระจกธรรมชาติขนาดใหญ่เลยทีเดียว และนี่แหละ คือเสน่ห์ของเกลือชาเอ่อร์หาน สถานที่ที่ธรรมชาติไม่ได้พยายามทำตัวให้หวือหวา แต่กลับสวยจนเราต้องหยุดมองเอง

ประติมากรรมเกลียวสีแดงสด สัญลักษณ์แห่งสายลมและความทรงจำริมทะเลชิงเต่า

ประติมากรรมเกลียวสีแดงสด สัญลักษณ์แห่งสายลมและความทรงจำริมทะเลชิงเต่า

62

เมื่อสายลมถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นรูปทรง          ถ้าเดินเล่นอยู่ริมทะเลเมืองชิงเต่า แล้วจู่ ๆ มองเห็นประติมากรรมสีแดงสดขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ริมชายฝั่ง หลายคนอาจหยุดมองแล้วคิดเหมือนกันว่า “นี่คืออะไรนะ” ประติมากรรมชิ้นนี้มีชื่อว่า The Wind of May หรือ “สายลมแห่งเดือนพฤษภาคม” รูปทรงเป็นเกลียวสีแดงที่ดูเหมือนกำลังหมุนเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา แม้ตัวประติมากรรมจะหยุดนิ่ง แต่เมื่อมีลมทะเลพัดผ่าน ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเกลียวสีแดงกำลังหมุนไปพร้อมกับสายลม และนั่นแหละ คือเสน่ห์ของที่นี่ มันไม่ได้เป็นเพียงประติมากรรมที่สร้างไว้ให้คนมาถ่ายรูป แต่เป็นงานศิลปะที่ผูกเข้ากับเมือง ชายทะเล และความรู้สึกของผู้คนได้อย่างน่าสนใจ

วัดหลิงฉวน สัมผัสความสงบ ท่ามกลางเรื่องราวแห่งศรัทธา

วัดหลิงฉวน สัมผัสความสงบ ท่ามกลางเรื่องราวแห่งศรัทธา

82

แค่ก้าวเข้ามา ความรู้สึกก็เปลี่ยน          บางครั้งการเดินทางก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องไปเจอสถานที่ที่ยิ่งใหญ่หรือเต็มไปด้วยผู้คนเสมอไป เพราะบางสถานที่มีเสน่ห์ตรงที่เมื่อเราเดินเข้าไปแล้ว กลับรู้สึกอยากเดินช้าลง อยากหยุดมองสิ่งรอบตัว และปล่อยให้ตัวเองได้พักจากความวุ่นวายสักครู่ วัดหลิงฉวนก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ให้ความรู้สึกแบบนั้น ด้วยบรรยากาศที่สงบ ร่มรื่น และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของศรัทธาและวัฒนธรรมที่ค่อย ๆ แทรกอยู่ในทุกมุมของพื้นที่          เมื่อเดินผ่านบริเวณวัด สิ่งที่สัมผัสได้ไม่ใช่เพียงความสวยงามของอาคารหรือสถาปัตยกรรม แต่ยังมีเสียงลมที่พัดผ่านต้นไม้ เสียงผู้คนพูดคุยกันเบา ๆ และบรรยากาศที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังหลุดออกจากความเร่งรีบของชีวิตประจำวันไปชั่วขณะ บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้การมาเยือนวัดแห่งนี้ไม่ได้มีความหมายแค่การเดินทางมาถ่ายรูป แต่เป็นการเดินทางมาเพื่อสัมผัสความสงบและทำความเข้าใจเรื่องราวของสถานที่ผ่านสิ่งที่มองเห็นอยู่ตรงหน้า