เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

รวม 10 จุดเช็คอินปักกิ่ง ที่ต้องไม่พลาด ปี 2026

รวม 10 จุดเช็คอินปักกิ่ง ที่ต้องไม่พลาด ปี 2026

15

          ท่ามกลางมหานครอันยิ่งใหญ่ของกรุงปักกิ่ง มีสถานที่แห่งหนึ่งที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของฤดูใบไม้ร่วง และความศรัทธาของชาวพุธทิเบต กลิ่นธูป เสียงสวดมนต์ และสถาปัตยกรรมของจีนโบราณ ดึงดูดผู้คนจากทั่วมุมโลกมารวมตัวกันที่ “วัดยงเหอกง” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วัดลามะ” หนึ่งในวัดพุทธทิเบตที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศจีน ณ กรุงปักกิ่งรวม 10 จุดเช็คอินปักกิ่ง ที่ต้องไม่พลาด ปี 2026         กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน เป็นมหานครที่ผสมผสานเสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 3,000 ปี เข้ากับความทันสมัยระดับโลกได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสทั้งพระราชวังโบราณ วัดสำคัญ สวนหลวงอันงดงาม รวมถึงย่านช้อปปิ้งและแลนด์มาร์กสมัยใหม่ที่สะท้อนความเจริญของจีนยุคใหม่ได้ในเมืองเดียว

มุมสงบกลางเมืองเก่าแห่งซีอาน

มุมสงบกลางเมืองเก่าแห่งซีอาน

23

          ท่ามกลางนครซีอาน เมืองประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยกำแพงเมืองโบราณ นักรบดินเผา และผู้คนมากมาย ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างออกไปทันทีตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป นั่นคือ “วัดลามะกว่างเหริน” วัดพุทธทิเบตนิกายเกอลุกเพียงแห่งเดียวของเมืองซีอาน สถานที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งศรัทธา ความสงบ และวัฒนธรรมทิเบตที่ยังคงมีชีวิตอยู่จริงๆ ใจกลางเมืองใหญ่ วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิคังซีแห่งราชวงศ์ชิง ราวปี ค.ศ.1705 เพื่อใช้เป็นสถานที่ต้อนรับพระลามะและคณะทูตจากทิเบตที่เดินทางผ่านซีอานเข้าสู่เมืองหลวงของจีนในยุคนั้น จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ระหว่างราชสำนักจีนกับชาวทิเบตที่ดำรงอยู่มายาวนานหลายร้อยปีอีกด้วย

สัมผัสโลกแห่งหิมะที่สวยเกินจริง

สัมผัสโลกแห่งหิมะที่สวยเกินจริง

24

          ถ้ามีใครสักคนถามว่า “ภูเขาหิมะที่สวยอีกแห่งหนึ่งในจีนบ้าง” ชื่อของ “กลาเซียร์ต๋ากู่” ต้องติดอยู่ในลิสต์แน่นอนค่ะ เพราะทันทีที่ได้เห็นภาพภูเขาหิมะสีขาวโพลนตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม ความรู้สึกแรกคือเหมือนโลกทั้งใบถูกปกคลุมด้วยความเงียบและความสวยงามแบบบริสุทธิ์จริงๆ ที่นี่ไม่ใช่แค่จุดชมวิวธรรมดา แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้หลายคนอยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้นนานๆ ระหว่างทางขึ้นสู่กลาเซียร์ บรรยากาศจะค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละนิด จากเมือง จากถนน จากชีวิตวุ่นวาย กลายเป็นป่าสนสีเข้มที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสูงใหญ่ อากาศเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของฤดูหนาว ยิ่งมองออกไปนอกหน้าต่างก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังเดินทางเข้าไปสู่โลกอีกใบ โลกที่เต็มไปด้วยหิมะ ธารน้ำแข็ง และธรรมชาติที่ยังคงความยิ่งใหญ่เอาไว้แบบเต็มร้อยค่ะ

เปิดตำนานถ้ำหินแกะสลักหนานคาน ศิลปะพันปีกลางผาหิน

เปิดตำนานถ้ำหินแกะสลักหนานคาน ศิลปะพันปีกลางผาหิน

43

ถ้ำหินแกะสลักหนานคาน คืออีกหนึ่งสถานที่ที่พอได้เห็นครั้งแรกแล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมคนจีนถึงยกให้ที่นี่เป็นสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะไม่ใช่แค่ “ถ้ำ” ธรรมดานะคะ แต่มันคือร่องรอยของศรัทธา ศิลปะ และกาลเวลาที่ถูกสลักลงบนหน้าผาหินแบบเงียบๆ มานานกว่าพันปี บรรยากาศรอบๆ ให้ความรู้สึกขลังมาก เดินเข้าไปแล้วเหมือนโลกภายนอกค่อยๆ เงียบลง เหลือแค่ลมเย็น เสียงฝีเท้าเบาๆ กับสายตาที่จ้องมองพระพุทธรูปแกะสลักขนาดใหญ่ตรงหน้า ที่บางองค์แม้จะผ่านแดดฝนมาหลายยุค แต่รายละเอียดของใบหน้าและลวดลายยังสวยจนอดหยุดมองไม่ได้เลยค่ะ แล้วสิ่งที่ทำให้หลายคนตกใจคือ งานแกะสลักทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากฝีมือคนสมัยโบราณ ไม่มีเครื่องจักร ไม่มีเทคโนโลยีล้ำๆ แบบทุกวันนี้ แต่กลับสร้างผลงานที่ละเอียดและยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ มันเลยไม่ใช่แค่ที่เที่ยวถ่ายรูปสวย แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้เรารู้สึกถึง “พลังของความศรัทธา” แบบชัดมากจริงๆ

สามราชาแห่งขุนเขา ใบไม้เปลี่ยนสุดอลังการแห่งเฉฉวน

สามราชาแห่งขุนเขา ใบไม้เปลี่ยนสุดอลังการแห่งเฉฉวน

42

          ดินแดนแห่งภูเขาสูง ป่าสนสีทอง และทะเลสาบสีฟ้าราวกับไม่ใช่โลกจริง… ถ้าพูดถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของจีน ชื่อของ “เสฉวน” ต้องติดอันดับต้นๆ แบบแทบไม่ต้องคิดเลยค่ะ เพราะที่นี่มีอุทยานระดับตำนานซ่อนตัวอยู่หลายแห่ง แต่ถ้าจะให้เลือกที่สุดของที่สุด นักเดินทางหลายคนยกให้ 3 ที่นี้คือ “สามราชาแห่งขุนเขา” ได้แก่ Jiuzhaigou Valley จิ่วจ้ายโกว ดินแดนแห่งทะเลสาบสีมรกต, Bipenggou Scenic Area ปี้เผิงโกว หุบเขาใบไม้แดงสุดเงียบสงบ และ Huanglong Scenic and Historic Interest Area หวงหลง มังกรสีทองแห่งเทือกเขาหิมะ ทั้งสามแห่งเหมือนเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ร่วงที่สวยจนเกินคำว่า “ธรรมชาติ” ไปแล้วค่ะ เพราะมันเหมือนภาพวาดที่มีชีวิตจริงๆ         พอเข้าสู่ช่วงปลายเดือนกันยายนไปจนถึงต้นพฤศจิกายน เสฉวนทั้งมณฑลจะค่อยๆ เปลี่ยนสีเหมือนมีใครเอาพู่กันยักษ์มาระบายภูเขาทั้งลูก จากสีเขียวเข้มของป่าสน กลายเป็นสีเหลืองทอง สีส้มไหม้ และสีแดงสดที่ไล่เฉดกันเต็มหุบเขา ยิ่งเวลาแดดเช้าส่องลงมากระทบยอดไม้ บรรยากาศมันเหมือนโลกทั้งใบกำลังเรืองแสงเบาๆ ค่ะ แล้วสิ่งที่ทำให้คนหลงรักที่นี่ไม่ใช่แค่ “วิวสวย” แต่มันคือความรู้สึกระหว่างทาง ทั้งอากาศเย็นๆ กลิ่นป่าสน เสียงลมพัดผ่านใบไม้ และภาพภูเขาหิมะที่โผล่พ้นเมฆอยู่ไกลๆ ทุกอย่างมันรวมกันจนกลายเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมจริงๆ

ชมความงดงาม 3 ทะเลสาบดัง บนเส้นทางหลวงคาราโครัม

ชมความงดงาม 3 ทะเลสาบดัง บนเส้นทางหลวงคาราโครัม

39

ถ้ามีถนนสักสายที่ทำให้คนรักธรรมชาติยอมขับรถเป็นสิบชั่วโมงแบบไม่บ่นเลยสักคำ ก็คงต้องยกให้ Karakoram Highway เพราะนี่ไม่ใช่แค่ถนนธรรมดา แต่มันคือเส้นทางที่พาเราผ่านภูเขาหิมะสูงเสียดฟ้า ทะเลทรายเย็น ลมแรงๆ และวิวที่สวยเหมือนโลกอีกใบ ยิ่งพอรถเริ่มวิ่งลึกเข้าไปในเขตซินเจียงใต้ สิ่งที่ทำให้หลายคนเงียบไปทั้งคันรถก็คือ “ทะเลสาบ” สีสวยมหัศจรรย์ทั้ง 3 แห่ง ที่เหมือนธรรมชาติแอบซ่อนอัญมณีเอาไว้กลางหุบเขาค่ะ และแต่ละแห่งก็มีเสน่ห์ไม่เหมือนกันเลย บางที่สีฟ้าจนเหมือนใส่ฟิลเตอร์ บางที่เปลี่ยนสีได้จริงๆ แบบไม่น่าเชื่อ และบางแห่งก็สงบจนเหมือนเวลาเดินช้าลง

เปิดพิกัดแกรนด์แคนย่อนอาถูซือ วิวอลังการราวดาวอังคาร แห่งซินเจียงใต้

เปิดพิกัดแกรนด์แคนย่อนอาถูซือ วิวอลังการราวดาวอังคาร แห่งซินเจียงใต้

42

          หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวสุดอลังการของจีนที่กำลังมาแรงในหมู่นักเดินทางสายธรรมชาติ หนึ่งในสถานที่ที่ต้องมีชื่ออยู่ในลิสต์ก็คือ “แกรนด์แคนย่อนอาถูซือ” แห่งซินเจียงใต้เลยค่ะ ที่นี่เป็นหุบเขาหินขนาดใหญ่ที่เกิดจากการกัดเซาะของธรรมชาตินับล้านปี จนกลายเป็นภูมิประเทศสุดมหัศจรรย์ที่สวยเหมือนภาพวาดเลยนะคะ เมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นแนวผาสลับซับซ้อนทอดยาวสุดลูกหูลูกตา แถมสีของชั้นหินยังเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของแสงแดดอีกด้วยค่ะ ช่วงเช้าและช่วงเย็นคือบรรยากาศดีมากกก ถ่ายรูปออกมาคือปังทุกมุม หลายคนถึงกับเรียกที่นี่ว่า “ดินแดนแห่งดาวอังคารบนโลก” เลยนะคะ เพราะวิวมีความแปลกตาและให้ฟีลเหมือนอยู่ต่างดาวสุดๆ นอกจากความสวยของหุบเขาแล้ว รอบๆ ยังเต็มไปด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ ใครเป็นสายเที่ยวธรรมชาติ บอกเลยว่าต้องหลงรักที่นี่แน่นอน  ยิ่งถ้าได้มายืนมองวิวตรงหน้าด้วยตาตัวเอง จะรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติแบบเต็มๆ ลมเย็นๆ กับวิวภูเขาสุดอลังการ คือฮีลใจได้ดีมากเลยค่ะ อีกหนึ่งเสน่ห์ของแกรนด์แคนย่อนอาถูซือ คือความสวยที่ยังไม่ค่อยแมส ทำให้บรรยากาศยังคงความเป็นธรรมชาติและเงียบสงบแบบสุดๆ เหมาะทั้งสายถ่ายภาพ สายคอนเทนต์ และสายผจญภัยเลยนะคะ ไม่ว่าจะหันกล้องไปทางไหนก็ได้ภาพสวยเหมือนโปสเตอร์ทุกมุม เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง "อัญมณีที่ซ่อนอยู่" ของซินเจียงใต้ที่ควรไปสักครั้งในชีวิตค่ะ ถ้าใครอยากสัมผัสธรรมชาติสุดยิ่งใหญ่แบบตะลึงตา 

เช็กอินหมิงซาซาน ขี่อูฐชมเนินทราย

เช็กอินหมิงซาซาน ขี่อูฐชมเนินทราย

51

          บางครั้งการเที่ยวที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การไปอยู่ในเมืองใหญ่หรือสถานที่หรูหราเสมอไปค่ะ แต่เป็นการได้ออกไปเจอวิวใหม่ๆ ที่เราไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเองมาก่อน และ “หมิงซาซาน” ก็เป็นหนึ่งในสถานที่แบบนั้นเลยค่ะ แค่ได้เห็นทะเลทรายกว้างสุดสายตาครั้งแรก ก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเงียบลงทันที บรรยากาศรอบๆ มีแค่ลมเย็น เสียงทราย และท้องฟ้ากว้างๆ ที่มองแล้วสบายใจแบบแปลกๆ มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายยากมาก เหมือนได้หลุดออกจากความวุ่นวายในชีวิตไปชั่วคราวเลยค่ะ ยิ่งตอนเดินอยู่กลางเนินทราย มองไปทางไหนก็มีแต่สีทองของทะเลทรายตัดกับท้องฟ้าสวยๆ ถ่ายรูปมุมไหนก็ได้ภาพแบบอลังการโดยแทบไม่ต้องแต่งเพิ่ม  ที่นี่เป็นสถานที่ที่ทำให้รู้ว่า “ธรรมชาติเรียบง่าย” ก็สร้างความประทับใจได้มากเหมือนกัน ไม่มีแสงสีจากเมืองใหญ่ ไม่มีเสียงรถวุ่นวาย มีแค่ลมทะเลทรายที่พัดเบาๆ กับวิวตรงหน้าที่สวยจนต้องหยุดมอง ระหว่างอยู่ที่หมิงซาซาน หลายคนอาจเผลอใช้เวลากับวิวตรงหน้านานกว่าที่คิด เพราะทุกอย่างดูช้าลง สงบขึ้น และฮีลใจแบบไม่รู้ตัว บางจังหวะก็รู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลังให้ตัวเองไปพร้อมกับการเดินทาง สำหรับใครที่อยากลองเปิดประสบการณ์เที่ยวจีนในอีกมุมหนึ่ง หมิงซาซานคือสถานที่ที่ทั้งสวย แปลกตา และเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้ตกหลุมรักได้ง่ายมากค่ะ 

สัมผัสเสน่ห์ “ถ้ำผาหลงเหมิน” มรดกโลกอายุกว่าพันปี

สัมผัสเสน่ห์ “ถ้ำผาหลงเหมิน” มรดกโลกอายุกว่าพันปี

51

          ถ้าพูดถึงสถานที่เที่ยวจีนที่ทั้งขลัง ทั้งอลังการ และเต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์แบบเข้มข้น “ถ้ำผาหลงเหมิน” คือหนึ่งในสถานที่ที่ต้องมีในลิสต์เลยค่ะ ที่นี่เป็นโบราณสถานเก่าแก่ของจีนซึ่งมีอายุนับพันปี ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและสายน้ำ บรรยากาศรอบๆ ให้ความรู้สึกสงบแต่ยิ่งใหญ่ในเวลาเดียวกัน เหมือนกำลังเดินอยู่ในโลกของจีนโบราณจริงๆ สิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้โดดเด่น คือศิลปะการแกะสลักหินที่สวยละเอียดแบบเหลือเชื่อ แต่ละจุดสะท้อนทั้งความเชื่อ ศรัทธา และภูมิปัญญาของคนในอดีตได้อย่างน่าทึ่งค่ะ ยิ่งเดินชมก็ยิ่งรู้สึกเหมือนได้เปิดหนังสือประวัติศาสตร์เล่มใหญ่ที่มีชีวิต ทุกมุมเต็มไปด้วยเสน่ห์และเรื่องราวที่ชวนให้หยุดมอง นอกจากความเก่าแก่แล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรม ใครที่ชอบบรรยากาศคลาสสิกๆ หรือหลงใหลงานศิลปะจีนโบราณ น่าจะตกหลุมรักที่นี่ได้ไม่ยากเลยค่ะ ระหว่างทางเดินก็จะได้สัมผัสวิวธรรมชาติแบบเพลินๆ ทำให้การเที่ยวที่นี่ไม่รู้สึกน่าเบื่อเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้ำผาหลงเหมินจึงไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวธรรมดา แต่เป็นเหมือนสมบัติล้ำค่าที่บอกเล่าเรื่องราวของจีนในอดีตผ่านงานศิลป์และสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ใครที่อยากสัมผัสเสน่ห์จีนแบบดั้งเดิม พร้อมเก็บบรรยากาศสุดคลาสสิกกลับไป ที่นี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ควรไปสักครั้งนะคะ

ภูเขาสายรุ้งตันเสียชาน ความอลังการที่ธรรมชาติสร้างเอง

ภูเขาสายรุ้งตันเสียชาน ความอลังการที่ธรรมชาติสร้างเอง

57

          ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวสุดว้าวของจีน “ภูเขาสายรุ้งตันเสียชาน” ต้องมีชื่อนี้แน่นอนค่ะ เพราะที่นี่คือภูเขาหลากสีที่สวยเหมือนใช้ฟิลเตอร์เลยนะคะ แต่ความจริงคือธรรมชาติสร้างขึ้นเองทั้งหมดค่ะ สีของภูเขามีทั้งแดง ส้ม เหลือง และเขียว เรียงตัวสลับกัน แค่เห็นรูปก็อยากจองตั๋วไปทันทีแล้วนะคะ หลายคนถึงกับเรียกที่นี่ว่า “ดินแดนสายรุ้งแห่งจีน” เลยค่ะ ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตกนะคะ สีของภูเขาจะยิ่งชัดและสวยอลังการมากขึ้นอีก ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ถ่ายรูปออกมาสวยหมด สายคอนเทนต์หรือสายเที่ยวต้องเลิฟแน่นอนค่ะ นอกจากความสวยแล้ว ที่นี่ยังมีความพิเศษทางธรรมชาติด้วยนะคะ ภูเขาเหล่านี้เกิดจากชั้นหินและแร่ธาตุสะสมกันนานหลายล้านปี ก่อนจะถูกลมและฝนกัดเซาะจนกลายเป็นลวดลายสุดแปลกตาค่ะ ทำให้ภูเขาแต่ละลูกมีสีสันและลายเส้นไม่เหมือนกันเลยนะคะ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่มหัศจรรย์ที่หาดูได้ยากมากค่ะ ใครที่ชอบธรรมชาติแบบไม่ธรรมดา บอกเลยว่าห้ามพลาดค่ะ  สักครั้งในชีวิตต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองจริง ๆ นะคะ

คืนนี้ที่แม่น้ำก้งสุ่ย สวยเกินต้านกับการล่องเรือมังกรสุดชิล

คืนนี้ที่แม่น้ำก้งสุ่ย สวยเกินต้านกับการล่องเรือมังกรสุดชิล

48

          มาคะเพื่อนๆ เตรียมตัวสละโสดกับความเหงา แล้วมาเจอกับความจึ้งของแม่น้ำก้งสุ่มตอนพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้ากันดีกว่า พอกลางคืนปุ๊บ ที่นี่จะกลายเป็นสนามเด็กเล่นของแสงสี แสงไฟ คือสู้ชีวิตมาก สะท้อนน้ำระยิบระยับแบบสับแบบใหม่ พระเอกของงานคือ "เรือมังกร" ที่งานดีเทลแน่นเป๊ะเหมือนหลุดออกมาจากซีรีส์จีนโบราณแต่มีความโมเดิร์นคูลๆ ก้าวขาขึ้นเรือปุ๊บ ฟีลลิ่งเจ้าหญิงเจ้าชายก็มาทันที ลมพัดตึงๆ เย็นสบายแบบไม่ต้องง้อแอร์เลยแม่!! กลิ่นหอมบนเรือคือดีย์มากแม่ หอมละมุนจนอยากจะวาร์ปไปอยู่ตรงนั้นนานๆ ให้ลืมโลกโซเชียลไปเลย ถ่ายรูปมุมไหนก็รอด แสงสีวอร์มไวท์ช่วยขับผิวให้ดูโกลว์แบบฉ่ำวาว ไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์เยอะก็สวยสลบ จังหวะที่เรือลอดใต้สะพานโบราณนะ คือจุดพีคที่ต้องหยิบมือถือมาถ่ายสตอรี่ รัวๆ เสียงเพลงบรรเลงบนเรือคือฮีลใจเวอร์ ฟังแล้วฟินเหมือนได้ชาร์จแบตให้ร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน ใครที่กำลังหาที่เดทแบบโรแมนติกแบบตะโกน บอกเลยว่ามาที่นี่มีโอกาสได้ตกลงปลงใจกันชัวร์ หรือจะมาแก๊งเพื่อนสายทำคอนเทนต์ รับรองว่าได้รูปกลับไปลงได้ยันปีหน้า ความปังมันห้ามกันไม่ได้จริงๆ อาหารและเครื่องดื่มบนเรือก็คือพรีเมียม จิบอะไรเย็นๆ พลางดูวิวเมืองเก่าที่เปิดไฟสว่างจ้า มันคือที่สุดของคำว่า "พักผ่อน" การเดินทางบนสายน้ำนี้เดินช้าลงกว่าเดิมร้อยเท่า ทำให้เราได้อยู่กับตัวเองและคนข้างๆ แบบเต็มอิ่ม แม่น้ำก้งสุ่มตอนกลางคืนไม่ได้น่ากลัวนะจ๊ะ แต่น่าหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้นต่างหากล่ะ ใครสายเที่ยวคาเฟ่มาจนเบื่อแล้ว ลองเปลี่ยนมาล่องเรือมังกรดูบ้าง แล้วจะรู้ว่าความหรูหราที่แท้ทรูเป็นยังไง ความเก๋ของที่นี่คือความต่างระหว่างเรือโบราณกับแสงสีสุดล้ำที่มันเข้ากันแบบงงๆ แต่ลงตัว ไม่ต้องรอให้ถึงวันหยุดยาว แค่มีคืนที่อยากฮีลใจ ก็พุ่งตัวมาที่แม่น้ำก้งสุ่มได้เลย พร้อมรับพลังงานบวกแบบจุกๆ บอกเลยว่าถ้าพลาดทริปนี้คือคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่องนะ เพราะมันคือแลนด์มาร์คที่ต้องเช็คอินด่วน เก็บความทรงจำใส่กล้องไม่พอ ต้องเก็บใส่ใจไปด้วย เพราะบรรยากาศแบบนี้ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ จบการล่องเรือด้วยรอยยิ้มแบบแก้มปริ พกความฟินกลับบ้านไปนอนฝันหวานถึงเจ้ามังกรทอง

เปิดตำนาน “เมืองเต่า” แห่งจีนโบราณ ณ ผิงเหยา

เปิดตำนาน “เมืองเต่า” แห่งจีนโบราณ ณ ผิงเหยา

71

          เมืองโบราณผิงเหยา (Pingyao Ancient City) หรือเมืองมรดกโลกสุดคลาสสิกของจีน ที่หลายคนยกให้เป็น “ไทม์แมชชีนย้อนยุคราชวงศ์หมิงและชิง” เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายจีนโบราณแบบจัดเต็ม แต่รู้ไหมว่า เมืองนี้ยังมีฉายาสุดน่ารักว่า “กุยเฉิง” หรือ “เมืองเต่า” อีกด้วย สาเหตุที่ได้ชื่อนี้ ก็เพราะโครงสร้างกำแพงเมืองและผังเมืองทั้งหมด ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้าย “เต่า” สัตว์มงคลของจีนที่สื่อถึงอายุยืน ความมั่นคง และความโชคดีนั่นเอง ถ้ามองจากมุมสูง จะเห็นเลยว่าประตูเมืองทางทิศใต้ถูกเปรียบเป็น “หัวเต่า” ที่ยื่นออกมาเหมือนกำลังมองโลกภายนอก ส่วนประตูทางทิศเหนือ ก็ถูกเปรียบเป็น “หางเต่า” ที่เชื่อมต่อกับเส้นทางออกจากเมือง ไฮไลต์เด็ดคือ ทางทิศตะวันออกและตะวันตก จะมีประตูเมืองฝั่งละ 2 บาน รวมทั้งหมด 4 ประตู เปรียบเหมือน “ขาทั้งสี่” ของเต่า ที่ช่วยค้ำยันเมืองเอาไว้แบบแข็งแรงสุดๆ คนจีนสมัยก่อนเชื่อว่า เต่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องบ้านเมืองจากสิ่งไม่ดี ทำให้การออกแบบเมืองในลักษณะนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังแฝงไปด้วยความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยอีกด้วย กำแพงเมืองผิงเหยานั้นยังคงสมบูรณ์มาก แม้จะมีอายุกว่า 600 ปีแล้วก็ตาม บอกเลยว่าเดินอยู่บนกำแพงคือฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในซีรีส์จีนย้อนยุคจริงๆ ยิ่งช่วงเย็นตอนโคมแดงเริ่มเปิด แสงไฟสะท้อนกับถนนหินโบราณ คือบรรยากาศดีเกินต้าน มุมถ่ายรูปมีแทบทุกซอย เดินเพลินจนลืมเวลา ร้านค้า โรงเตี๊ยม และบ้านเรือนภายในเมือง ก็ยังคงสถาปัตยกรรมจีนโบราณเอาไว้แบบดั้งเดิม ทำให้ทั้งเมืองดูเหมือนหยุดเวลาเอาไว้ตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความเก่าแก่ แต่ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตผู้คนแบบจีนดั้งเดิม ที่ยังคงมีลมหายใจอยู่จริงๆ คะ ใครเป็นสายเที่ยวเมืองเก่า ชอบถ่ายรูป ชอบกลิ่นอายประวัติศาสตร์ หรืออินกับฟีลซีรีส์จีนโบราณ บอกเลยว่า “ผิงเหยา” คือหนึ่งในเมืองที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง

"ซือจื่อกวน" ด่านสิงโตแห่งหูเป่ย กับความงดงามที่ซ่อนอยู่ในหุบเขา

96

          อุทยานซือจื่อกวน (Shiziguan Scenic Area) หรือที่คนไทยเรียกกันว่า "ด่านสิงโต" ตั้งอยู่ในเขตซวนเอิน เมืองเอินซือ มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน เพื่อน ๆ รู้หรือไม่ว่าที่นี้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ซ่อนความงดงามของธรรมชาติไว้อย่างน่าค้นหา ท่ามกลางภูมิประเทศที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่นี่เปรียบเสมือนสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในความสงบและความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ เมื่อเพื่อน ๆ ก้าวเข้าสู่พื้นที่อุทยาน เพื่อน ๆ จะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่ร่มรื่น เย็นสบาย และเต็มไปด้วยพลังแห่งธรรมชาติคะ ทัศนียภาพโดยรอบถูกโอบล้อมด้วยภูเขาเขียวขจีสลับซับซ้อนอย่างสวยงาม สายน้ำใสไหลผ่านพื้นที่อย่างอ่อนโยน สร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับเพื่อน ๆ ความงดงามของที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่ภาพวิวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสมดุลของระบบนิเวศที่ยังคงความสมบูรณ์ อุทยานซือจื่อกวนจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพาเพื่อน ๆ หลีกหนีจากความวุ่นวายของชีวิตเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมธรรมชาติ ถ่ายภาพ หรือพักผ่อนอย่างเรียบง่าย อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติได้อย่างลงตัว เสน่ห์ของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่ความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความน่าประทับใจ เพื่อน ๆ จะรู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลังชีวิตกลับคืนมาอีกครั้ง ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ ทำให้ทุกช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่มีคุณค่า ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะมองไปทางใด ก็จะพบกับความงดงามที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละมุม แสงแดดที่ส่องผ่านแนวต้นไม้ช่วยเพิ่มมิติให้กับภาพธรรมชาติได้อย่างลงตัว เสียงธรรมชาติรอบตัว เช่น เสียงน้ำไหล หรือเสียงลมพัด ช่วยสร้างความผ่อนคลายอย่างแท้จริง อุทยานแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการพักใจ และใช้เวลากับตัวเอง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่มีคุณค่าอีกด้วย ความงดงามและความสงบของอุทยานซือจื่อกวน ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายที่เพื่อน ๆ ไม่ควรพลาด และเป็นประตูสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความประทับใจตั้งแต่เพื่อน ๆ ไดก้าวเข้ามาเลยละคะ

"พระราชวังฤดูร้อน" สัมผัสความงดงามที่ผสานธรรมชาติและประวัติศาสตร์

59

        มีหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่หนึ่งที่อยากจะแนะนำเพื่อนๆ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากๆของกรุงปักกิ่ง ที่จารึกเอาไว้ว่า ครั้งหนึ่งเคยเป็นยุคที่มีสตรีผู้มีอำนาจสูงสุดได้ปกครองในช่วงราชวงค์ชิงตอนปลาย  "พระราชวังฤดูร้อน" คือจุดหมายที่คุณไม่ควรพลาดนะคะ สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรม พระราชวังฤดูร้อนไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและศิลปะในยุคราชวงศ์ชิง ที่นี่เคยเป็นสถานที่พักผ่อนของจักรพรรดิและราชวงศ์ในช่วงฤดูร้อน ความโดดเด่นของสถานที่นี้คือการออกแบบที่กลมกลืนกับธรรมชาติอย่างลงตัว ทั้งภูเขา ทะเลสาบ และสิ่งก่อสร้างถูกจัดวางอย่างมีความหมาย สะท้อนถึงแนวคิดฮวงจุ้ยและความเชื่อแบบจีนโบราณ เมื่อคุณก้าวเข้าสู่พื้นที่ คุณจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่อดีต บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่นช่วยให้ผู้มาเยือนได้ผ่อนคลาย ในขณะเดียวกันก็สามารถเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน สถาปัตยกรรมที่นี่มีความละเอียดอ่อนและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นศาลา สะพาน หรือระเบียงยาว ล้วนมีความหมายซ่อนอยู่ ภาพวาดและลวดลายต่าง ๆ บอกเล่าเรื่องราวของจีนในอดีต ความยิ่งใหญ่ของสถานที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกเห็น ที่นี่จึงกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กระดับโลกที่มีชื่อเสียง นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างเดินทางมาเพื่อสัมผัสความงดงามนี้ ไม่ว่าจะมาในฤดูใด พระราชวังฤดูร้อนก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป ทั้งความสดใสของฤดูใบไม้ผลิและความโรแมนติกของฤดูใบไม้ร่วง ทุกมุมของสถานที่แห่งนี้ล้วนเหมาะแก่การถ่ายภาพ และเต็มไปด้วยเรื่องราวที่รอให้คุณค้นพบในทุกย่างก้าว

"สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้" มรดกโลกสุดยิ่งใหญ่แห่งแดนมังกร

72

สุสานของ จิ๋นซีฮ่องเต้ หรือ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้          เพื่อน ๆ รู้ไหมว่า "สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้" เป็นส่วนหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางโบราณคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ตั้งอยู่ใกล้เมืองซีอาน ประเทศจีน สุสานแห่งนี้ไม่ใช่เพียงสถานที่ฝังพระศพของจักรพรรดิองค์แรก แต่ยังสะท้อนถึงอำนาจ ความเชื่อ และความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมจีนโบราณได้อย่างชัดเจน สุสานแห่งนี้เริ่มก่อสร้างขึ้นตั้งแต่จักรพรรดิยังทรงพระเยาว์ ใช้แรงงานจำนวนมหาศาลและเวลานานหลายสิบปี ภายในถูกออกแบบให้เป็นเสมือนโลกหลังความตายที่สมบูรณ์แบบ มีทั้งพระราชวังจำลอง ข้าวของเครื่องใช้ และระบบป้องกันต่าง ๆ เพื่อให้จักรพรรดิยังคงมีอำนาจแม้หลังสิ้นพระชนม์ สิ่งที่ทำให้สุสานแห่งนี้โด่งดังไปทั่วโลกคือ “กองทัพทหารดินเผา” หรือ Terracotta Army ซึ่งประกอบด้วยรูปปั้นทหาร ม้า และรถศึกนับพันตัว ขนาดเท่าคนจริง แต่ละตัวมีรายละเอียดใบหน้าแตกต่างกันอย่างน่าทึ่ง แสดงให้เห็นถึงความประณีตทางศิลปะและฝีมือช่างในยุคนั้น          แม้ปัจจุบันจะมีการขุดค้นไปแล้วบางส่วน แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ของสุสานยังคงเป็นปริศนา โดยเฉพาะห้องฝังพระศพจริงที่ยังไม่ถูกเปิดเผย เนื่องจากนักโบราณคดีกังวลเรื่องการอนุรักษ์ ภายในยังมีการกล่าวถึงแม่น้ำปรอทและกับดักโบราณ ซึ่งเพิ่มความลึกลับให้กับสถานที่แห่งนี้มากยิ่งขึ้น ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความยิ่งใหญ่ระดับโลก สุสานแห่งนี้จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย "UNESCO" และกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

พาเปิดตำนานใจกลางกรุงปักกิ่ง “พระราชวังต้องห้าม”

พาเปิดตำนานใจกลางกรุงปักกิ่ง “พระราชวังต้องห้าม”

93

          กลางมหานคร ปักกิ่ง ยังมีสถานที่หนึ่งที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ และความยิ่งใหญ่เหนือกาลเวลา “พระราชวังต้องห้าม” หรือที่รู้จักในชื่อ พระราชวังกู้กง คืออดีตราชสำนักของจักรพรรดิราชวงศ์หมิงและชิงนานกว่า 500 ปีสถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนหัวใจของอำนาจจักรวรรดิจีนในอดีต ที่เต็มไปด้วยพิธีการและกฎระเบียบอันเคร่งครัด กำแพงสูงและคูเมืองรอบด้าน สะท้อนถึงการปกป้องและความศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจเข้าถึงได้โดยคนทั่วไป ทุกย่างก้าวภายในวัง เหมือนได้ย้อนกลับไปสู่ยุคที่จักรพรรดิทรงเป็นศูนย์กลางของแผ่นดิน สถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ถูกออกแบบอย่างสมดุล ตามหลักฮวงจุ้ยและความเชื่อโบราณของจีน สีแดงและสีทองที่โดดเด่น เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ความมั่งคั่ง และความเป็นสิริมงคล ภายในยังแบ่งออกเป็นเขตชั้นนอกสำหรับงานราชพิธี และเขตชั้นในสำหรับที่ประทับของจักรพรรดิและพระสนม เรื่องราวชีวิตในวังเต็มไปด้วยทั้งความรุ่งเรือง การเมือง และความลับที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงสูง ปัจจุบันที่นี่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ให้ผู้คนทั่วโลกได้เข้ามาสัมผัสประวัติศาสตร์อย่างใกล้ชิด และยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่และทรงคุณค่ามากที่สุดของประเทศจีน