Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@cjtvacation

Travel License : 11/11747

ทริปท่องเที่ยว ทิเบต ลาซา  พระราชวังโปตาลา

ทริปท่องเที่ยว ทิเบต ลาซา พระราชวังโปตาลา

1358

   สวัสดีค่ะ .....แอดมิน CJT Vacation ขอนำเสนอภาพแห่งความสุข ความสนุกสนานและความประทับใจ ทริปท่องเที่ยว ทิเบต ลาซา  พระราชวังโปตาลา  นำทีมโดยคุณสะดี  หัวหน้าทัวร์ผู้มากประสบการณ์ พร้อมสมาชิกอีก 10 คน เดินทางจากประเทศไทย วันที่ 18-23 มิ.ย.2567 ด้วยสายการบินเสฉวนแอร์ไลน์ SICHUAN AIRLINE    เราบินจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปลงที่เฉิงตู เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน แวะพักรอ 1 คืน ซึ่งทางสายการบินจัดให้พักฟรีเป็นโรงแรม 4 ดาวไม่ไกลจากสนามบิน พร้อมกับรถบัสบริการรับส่ง  เพื่อต่อเครื่องเข้าไปยัง ลาซา เมืองหลวงทิเบต ไฮไลท์ของทริปนี้คือ การเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ 3 แห่งในลาซา ที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลกกับองค์การยูเนสโก้  และอีก 1 สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

Ginkgo Golden Leave Festival หมู่บ้านแปะก๊วยโบราณ

Ginkgo Golden Leave Festival หมู่บ้านแปะก๊วยโบราณ "เถิงชง"

1164

Ginkgo Golden Leave Festival เทศกาล ชมแปะก๊วยสีทองอร่ามยามฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ตระการตากับต้นแปะก๊วยโบราณ นับพันต้น ณ หมู่บ้านแปะก๊วยโบราณเถิงชง เป็นเทศกาลที่หลายคนอาจะยังไม่รู้ และอีกหลายคนอยากจะไปสักครั้งในชีวิตใครหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่ายังมีสถานที่แห่งความสวยงานแห่งนี้อยู่ เพราะที่นี่นั้นท่านจะได้ชมความสวยงามสุดยิ่งใหญ่ และลงตัวหาที่สุดไม่ได้ พร้อมกับจะได้สัมผัสกับความสวยงามที่หาชมได้ยากมากๆ อีกทั้งการจะมีโอกาสได้เห็นและสัมผัสความงามจากธรรมชาติแห่งนี้ ต้องเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมจริงๆ และมีผู้เชียวชาญพาชมเท่านั้น คุณถึงจะสามารถเข้าถึงความสวยงามเฉพาะตัวนี้ได้

อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว ดินแดนสวรรค์แห่งฤดูหนาว ที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต

อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว ดินแดนสวรรค์แห่งฤดูหนาว ที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต

1648

จิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou) เป็นอุทยานธรรมชาติที่งดงามและมีชื่อเสียงระดับโลก ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวนของประเทศจีน เมื่อพูดถึงจิ่วจ้ายโกว หลายคนอาจจะนึกถึงภาพของทะเลสาบสีฟ้าครามและต้นไม้เขียวขจีในฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง แต่จิ่วจ้ายโกวยังมีความงามเฉพาะตัวในฤดูหนาวที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวละมุน ซึ่งกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าหลงใหลและควรค่าแก่การเยี่ยมชมอย่างยิ่ง #แนะทริปออนทัวร์วันนี้ เราจะพาเพื่อนทุกคนไปชมความสวยงามพร้อมกันค่ะ

อุทยานซากุระผิงป้า มหัศจรรย์ดอกไม้แห่งกุ้ยโจว

อุทยานซากุระผิงป้า มหัศจรรย์ดอกไม้แห่งกุ้ยโจว

2507

ประเทศจีนเป็นดินแดนแห่งธรรมชาติที่งดงาม และหนึ่งในความมหัศจรรย์ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้จักคือ "ซากุระผิงป้า" ซึ่งบานสะพรั่งอยู่ที่มณฑลกุ้ยโจว (Guizhou) ซากุระผิงป้าเป็นสถานที่ชมดอกซากุระที่ใหญ่ที่สุดในจีน และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวและช่างภาพไม่ควรพลาด ซากุระผิงป้าเป็นสวนซากุระขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใน สวนเกษตรผิงป้า (Pingba Farm) เมืองอานซุ่น (Anshun) มณฑลกุ้ยโจว พื้นที่แห่งนี้ครอบคลุมกว่า 2,400 เอเคอร์ และมีต้นซากุระมากกว่า 700,000 ต้น ที่ปลูกขึ้นเพื่อการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตร ดอกซากุระที่นี่มีหลายสายพันธุ์ แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือ ซากุระพันธุ์ยามะซากุระ (Yamazakura) และ พันธุ์โซเมโยชิโนะ (Somei Yoshino) ซึ่งเป็นพันธุ์ยอดนิยมจากญี่ปุ่น ทำให้ผู้ที่มาเยือนได้สัมผัสบรรยากาศโรแมนติกเสมือนอยู่ในประเทศญี่ปุ่น

The Miracle of Autumn กวงอู้ซาน อุทยานใบไม้แดง ซุ่ยหนิง

The Miracle of Autumn กวงอู้ซาน อุทยานใบไม้แดง ซุ่ยหนิง

1384

The Miracle of Autumn: กวงอู้ซาน อุทยานใบไม้แดง ซุ่ยหนิง การเดินทางสู่ดินแดนแห่งความมหัศจรรย์ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี The Miracle of Autumn จะพาคุณไปสัมผัสความงดงามทางธรรมชาติที่หาชมได้ยากราวกับหลุดเข้าไปในโลกแห่งเทพนิยาย ที่ซึ่งธรรมชาติได้รังสรรค์เฉดสีสันอันน่าทึ่งให้ปรากฏแก่สายตา สัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์ และความเงียบสงบในบรรยากาศของฤดูใบไม้ร่วงที่งดงามที่สุด เพื่อให้คุณได้ดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของมณฑลเสฉวนได้อย่างเต็มที่ในทุกช่วงเวลาที่ได้เดินทางไปกับ CJT Vacation

Wutai Shan อู่ไถซาน มรดกโลก ดินแดนแห่งศรัทธาและขุนเขาศักดิ์สิทธิ์

Wutai Shan อู่ไถซาน มรดกโลก ดินแดนแห่งศรัทธาและขุนเขาศักดิ์สิทธิ์

1171

หากพูดถึงภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนาในประเทศจีนที่ไม่ควรพลาด ดินแดนแห่งศรัทธาและขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ ชื่อของ “อู่ไถซาน” (Wutaishan, 五台山) ต้องติดอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน ที่นี่คือ หนึ่งใน 4 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนาจีน ร่วมกับภูเขาผู่ถัวซาน จิ่วหัวซาน และเอ๋อเหมยซาน ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ดินแดนแห่งพระมัญชุศรีโพธิสัตว์” ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญา ภูมิประเทศและความงดงาม อู่ไถซานตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลซานซี รายล้อมด้วยยอดเขาสูงห้าลูกที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวสะอาดในฤดูหนาว และเขียวชอุ่มในฤดูร้อน ชื่อ “อู่ไถ” มีความหมายว่า “ห้ายอดเขาแบน” สื่อถึงภูมิทัศน์ที่งดงามและยิ่งใหญ่ราวกับแดนสวรรค์  ที่เป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาที่ผสมผสานทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะทางพุทธศาสนาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างใฝ่ฝันที่จะมาเยือนสักครั้งในชีวิต

อุทยานภูเขาหิมะหลงโถวซาน ขาวโพลนดดั่งแดนสวรรค์ในฤดูหนาว

อุทยานภูเขาหิมะหลงโถวซาน ขาวโพลนดดั่งแดนสวรรค์ในฤดูหนาว

1787

พาทุกท่านไปตื่นตาตื่นใจไปกับอุทยานภูเขาหัวมังกร Longtou Shan (龙头山) หรือ ภูเขาหิมะหลงโถวซาน สถานที่ท่องเที่ยวระดับ AAAA ของจีนแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างล้นหลามในช่วงฤดูหนาว ซึ่งจุดเด่นของที่นี่ก็คือทิวทัศน์ภูเขาหิมะที่งดงาม สามารถนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปชมวิวจากมุมสูงแบบพาโรนาม่า  ด้วยทัศนียภาพอันแสนงดงามระหว่างเส้นทางกระเช้า โปรยปรายเกล็ดหิมะอย่างงดงามทั่วทั้งบนภูเขา ต้นไม้ปกคลุมไปด้วยสีขาวโพลน และน้ำค้างแข็ง หิมะพลิ้วไหวไปตามสายลม และลานสกีที่เพียบพร้อมด้วยกิจกรรม สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

Wuliang Sakura Valley ชมวิวหลักล้าน ณ หุบเขาซากุระอู๋เหลียง

Wuliang Sakura Valley ชมวิวหลักล้าน ณ หุบเขาซากุระอู๋เหลียง

784

เมื่อฤดูหนาวคืบคลานเข้ามา หุบเขาซากุระอู๋เหลียงซาน (无量山樱花谷) ก็เริ่มเปลี่ยนโฉม “ดอกซากุระฤดูหนาว” ที่บานในหุบเขาไร่ชา และกลายเป็นจุดหมายปลายทางผู้คนเฝ้ารอคอย หุบเขาแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านเดออัน เมืองต้าหลี่ มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ที่นี่ไม่ใช่แค่ซากุระที่บานกลางหิมะขาว เพราะซากุระฤดูหนาวที่นี่บานในไร่ชาบนความสูงเฉลี่ยประมาณ 2,175 เมตร จากระดับน้ำทะเล ทำให้มีอากาศเย็นในฤดูหนาว แต่ไม่ถึงกับเยือกแข็ง และเมื่อสัมผัสความเย็นอ่อน ๆ หรือหมอกในตอนเช้าลอยต่ำลงมาครอบคลุมพื้นที่ ทำให้ดอกซากุระที่สีชมพูอ่อน สีชมพูเข้ม ผสมกลมเกลียวกับใบชาเขียวเข้ม กลายเป็นภาพที่งดงามเหมือนภาพวาดหรือฝันกลางฤดูหนาว หุบเขาแห่งนี้ดึงดูดทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวจากเมืองใหญ่ที่อยากหลีกหนีความหนาวจัด อยากมาสัมผัส “ซากุระฤดูหนาว” ในบรรยากาศที่เงียบสงบ มีกลิ่นชา มีเสียงลมพัด มีหมอกและแสงอาทิตย์อ่อน ๆ เพิ่มความโรแมนติกเสมือนโลกใบใหม่ ที่นี่จึงกลายเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระฤดูหนาวที่นิยมมากที่สุดในภาคใต้ของจีน

Xuan Kong Shi เสวียนคงซื่อ วัดลอยฟ้า

Xuan Kong Shi เสวียนคงซื่อ วัดลอยฟ้า

778

ที่นี้คือ สิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ที่ดูราวกับลอยอยู่กลางอากาศ “วัดเสวียนคงซื่อ” หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ วัดลอยฟ้า อยู่กลางหน้าผาสูงชันเหนือหุบเขาในอำเภอหุนหยวน เมืองต้าถง  วัดแห่งนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่กว่า 1,500 ปีก่อนในราชวงศ์เหนือ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งภูมิปัญญาและศรัทธาของชาวจีนโบราณสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศาสนาพุทธ, เต๋า และขงจื๊อ เข้าด้วยกัน ทำให้ที่นี่มีความโดดเด่นและหาชมได้ยากนอกจากความงามทางวิศวกรรม ยังสะท้อนความเชื่อเรื่องความกลมกลืนระหว่างฟ้า ดิน และมนุษย์ใครที่มาเยือนมณฑลซานซี ไม่ควรพลาดสถานที่ล้ำค่าทางประวัติศาสตร์แห่งนี้

มนต์เสน่ห์วงแหวนกลางหุบเขา บ้านดินเถียนหลัวเคิง แห่งฝูเจี้ยน

มนต์เสน่ห์วงแหวนกลางหุบเขา บ้านดินเถียนหลัวเคิง แห่งฝูเจี้ยน

250

     เปิดประตูสู่ “อาณาจักรวงแหวน” กลางหุบเขา     เพื่อน ๆ ลองจินตนาการว่าเพื่อน ๆ ยืนอยู่บนจุดชมวิวสูง แล้วมองลงไปเห็นบ้านดินขนาดมหึมาเรียงตัวเป็นวงกลมซ้อนกันหลายชั้น โอบล้อมด้วยภูเขาสีเขียวเข้มและสายหมอกบาง ๆ ที่ลอยคลอเคลียในยามเช้า… ภาพตรงหน้าเพื่อน ๆ จะคล้ายฉากในภาพยนตร์แฟนตาซี แต่ที่นี่คือของจริงที่คุณสามารถสัมผัสได้     กลุ่มบ้านดินแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "ถูโหลว" สิ่งปลูกสร้างโบราณที่ได้รับการยอมรับระดับโลก โดดเด่นด้วยรูปทรงวงแหวน (และบางแห่งเป็นรูปสี่เหลี่ยม) ขนาดใหญ่ที่ออกแบบอย่างชาญฉลาด ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการป้องกันภัยในอดีต

“หลุมฟ้าสะพานสวรรค์

“หลุมฟ้าสะพานสวรรค์" มหัศจรรย์ธรรมชาติระดับโลกแห่งฉงชิ่ง

217

“ ออกเดินทางสู่ความมหัศจรรย์ของโลก…ที่ธรรมชาติใช้เวลาหลายล้านปีสร้างสรรค์อย่างยิ่งใหญ่ ”           ยินดีต้อนรับสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใคร ณ “หลุมฟ้าสะพานสวรรค์” ดินแดนธรรมชาติอันน่าทึ่งใน อู่หลง เขต ฉงชิ่ง ประเทศ จีนสถานที่ที่ความงดงามของโลกธรรมชาติถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่ยิ่งใหญ่ เกินกว่าคำบรรยาย และยากจะหาได้จากที่ใดในโลก            ท่ามกลางภูเขาหินปูนสูงชันและหุบเหวลึกสุดสายตา คุณจะได้พบกับ “สะพานหินธรรมชาติ” ขนาดมหึมา ที่ทอดตัวเชื่อมผืนแผ่นดินราวกับถูกสร้างขึ้นโดยพลังลึกลับของธรรมชาติ            ด้านล่างคือ “หลุมฟ้า” ขนาดยักษ์ ที่เผยให้เห็นโลกอีกใบหนึ่งซึ่งซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน เต็มไปด้วยความเงียบสงบ อากาศเย็น และธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์อย่างน่าทึ่ง รายล้อมด้วยป่าไม้เขียวขจี ลำธาร และสายหมอกบางที่ลอยคลอเคลีย สร้างบรรยากาศราวกับหลุดเข้าไปในดินแดนแห่งจินตนาการ            ที่นี่ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่คือ “ประสบการณ์” ที่จะทำให้คุณรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของโลกอย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะเป็นสายถ่ายภาพ สายผจญภัย หรือผู้ที่หลงใหลในธรรมชาติ ทุกย่างก้าวของคุณจะเต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจและความทรงจำที่ยากจะลืม

"จากาน่า" หมู่บ้านกลางขุนเขา วิวหลักล้านที่โลกยังไม่รู้จัก

279

        จากาน่า (Zhagana) หมู่บ้านสวรรค์บนภูเขาแห่งกานหนาน ดินแดนลับกลางขุนเขา         ที่สวยจนเหมือนโลกในเทพนิยาย…และยังไม่ถูกค้นพบโดยคนส่วนใหญ่ หากคุณกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ “มากกว่าความสวย” มากกว่าภาพถ่าย และมากกว่าการเช็กอิน… “จากาน่า (Zhagana)” คือคำตอบที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่ากำลังตามหาอยู่ ที่นี่ไม่ใช่แค่หมู่บ้านเล็ก ๆ ในประเทศจีน แต่คือโลกอีกใบ…ที่ซ่อนตัวอยู่กลางภูเขาสูงในเขตกานหนาน (Gannan) มณฑลกานซู่ โลกที่ยังคงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ และความเรียบง่ายของวิถีชีวิตไว้อย่างน่าทึ่งที่นี่คือสถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสความสงบอย่างแท้จริง ไม่มีความวุ่นวายของเมืองใหญ่เข้ามารบกวน                   ในทุกๆ เช้าที่ตื่นขึ้นมา คุณจะได้เห็นหมอกลอยเอื่อยเหนือหมู่บ้าน ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่เหนือก้อนเมฆ เสียงลม เสียงธรรมชาติ และบรรยากาศเงียบ ๆ จะทำให้ใจคุณค่อย ๆ ผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว ภูเขาหินสูงที่ล้อมรอบ ไม่ได้แค่สวย แต่ยังสร้างความรู้สึกเหมือนโลกนี้ถูกโอบกอดไว้อย่างปลอดภัย คุณจะได้เห็นวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวทิเบต ที่ยังคงใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมอย่างน่าประทับใจ ภาพของบ้านไม้ ควันไฟบาง ๆ และผู้คนที่ใช้ชีวิตช้า ๆ เป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ระหว่างวัน คุณสามารถเดินเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์ หรือออกไปสำรวจธรรมชาติรอบ ๆ                     ในทุกๆ มุมของที่นี่เต็มไปด้วยความสวยงามที่ไม่ต้องปรุงแต่ง เหมาะกับทั้งการพักผ่อนและถ่ายภาพ ยิ่งอยู่ยิ่งรู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลังให้ตัวเอง ทั้งร่างกายและจิตใจ และเมื่อถึงเวลาต้องกลับ คุณจะรู้เลยว่า “จากาน่า” ไม่ใช่แค่ที่เที่ยว แต่คือความทรงจำที่ยากจะลืม

รวมเมนูเด็ดซินเจียงเหนือ อร่อยเข้มข้น สายกินห้ามพลาด

รวมเมนูเด็ดซินเจียงเหนือ อร่อยเข้มข้น สายกินห้ามพลาด

628

         อาหารของ "ซินเจียงเหนือ" มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนอาหารจีนทั่วไป เพราะเป็นจุดบรรจบของวัฒนธรรมจีนและเอเชียกลางตามเส้นทางสายไหม ทำให้รสชาติ เนื้อวัตถุดิบ และวิธีปรุงมีความเฉพาะตัวอย่างมาก          จุดเด่นสำคัญคือการใช้ เนื้อแกะเป็นหลัก ร่วมกับเครื่องเทศอย่างยี่หร่า พริกแห้ง และสมุนไพรต่าง ๆ ซึ่งให้กลิ่นหอมแรงและรสชาติที่เข้มข้น อาหารหลายเมนูจะเน้นการย่าง ตุ๋น และผัด โดยเฉพาะเมนูยอดนิยม ที่สะท้อนวัฒนธรรมการกินแบบเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรสชาติ           อีกเอกลักษณ์หนึ่งคือการใช้ แป้งและเส้นเป็นอาหารหลัก ซึ่งแตกต่างจากจีนตอนใต้ที่นิยมข้าวเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ซินเจียงเหนือก็มีเมนูข้าวที่โดดเด่น ที่ผสมผสานเนื้อแกะ แครอท และเครื่องเทศได้อย่างลงตัว           ด้านรสชาติ อาหารซินเจียงเหนือมักจะ ไม่มันจัดและไม่หวาน แต่จะเน้น “หอมเครื่องเทศ” และมีความเค็มหรือเผ็ดเล็กน้อย บางเมนูมีรสเปรี้ยวสดชื่นที่นิยมกินเพื่อตัดเลี่ยนจากอาหารเนื้อสัตว์           วันนี้เราจะมาแนะนำ 9 เมนูอาหารขึ้นชื่อของซินเจียงเหนือที่เรียกได้ว่ามาเยือนแล้วต้องลองซักครั้ง มาดูกันว่าจะมีเมนูอะไรกันบ้างค่ะ

“ทุ่งหญ้านาลาถี

“ทุ่งหญ้านาลาถี" จุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทาง

265

        ทุ่งหญ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขต ซินเจียง ใกล้เทือกเขา เทียนซาน อันยิ่งใหญ่ ที่นี่ถูกขนานนามว่าเป็น “สวรรค์บนดิน” สำหรับนักเดินทางจากทั่วโลก ด้วยทัศนียภาพของทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สุดสายตา ผสานกับภูเขาและท้องฟ้าสีคราม บรรยากาศบริสุทธิ์และเงียบสงบ ช่วยเติมเต็มความรู้สึกผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง ในฤดูร้อน ทุ่งหญ้าจะเขียวขจีสดใส เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ขณะที่ฤดูใบไม้ร่วงจะเปลี่ยนเป็นสีทองงดงามราวภาพวาด นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสวิถีชีวิตของชาวคาซัคแบบดั้งเดิมได้อย่างใกล้ชิด ทั้งการเลี้ยงสัตว์ การใช้ชีวิตกลางธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนาน นาลาถีไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่คือประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความประทับใจและความงดงามของธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในความสงบและความยิ่งใหญ่ของโลกธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสายถ่ายภาพ สายผจญภัย หรือสายพักผ่อน ก็ต้องหลงรักที่นี่ ทุ่งหญ้านาลาถีจึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ควรไปเยือนสักครั้งในชีวิต แล้วคุณจะเข้าใจว่า “สวรรค์บนดิน” มีอยู่จริงที่นี่ค่ะ

เปิดประตูสู่กาลเวลา ณ วัดไคหยวน อายุ 1,300 ปี

เปิดประตูสู่กาลเวลา ณ วัดไคหยวน อายุ 1,300 ปี

178

          วัดไคหยวน ไม่ได้เป็นเพียงวัดเก่าแก่ธรรมดา แต่คือหัวใจทางศาสนาและวัฒนธรรมของมณฑลฝูเจี้ยน ตลอดเวลากว่า 1,300 ปี วัดแห่งนี้ยืนหยัดผ่านทั้งยุครุ่งเรืองและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แม้กาลเวลาจะพัดผ่าน แต่ความศักดิ์สิทธิ์และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ยังคงอยู่ วัดได้รับการบูรณะและดูแลอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยังคงความงดงามไว้ได้อย่างน่าทึ่ง โครงสร้างโบราณที่ยังคงสมบูรณ์ เปรียบเสมือนมรดกที่มีชีวิต ทุกอาคารภายในวัดสะท้อนศิลปะจีนดั้งเดิมที่ละเอียดอ่อนและทรงคุณค่า ทั้งวิหาร เจดีย์ และลานกว้าง ล้วนถูกออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาและฝีมือของช่างในอดีตได้อย่างชัดเจน รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ กลับเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง บอกเล่าเรื่องราวของความเชื่อและวิถีชีวิตในแต่ละยุคสมัย ที่นี่จึงไม่ใช่แค่สถานที่ แต่คือหน้าประวัติศาสตร์ที่ยังคงเปิดอยู่ ความศรัทธาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นยังคงสัมผัสได้ในทุกมุม ผู้มาเยือนจะรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ยากจะอธิบาย ไม่ใช่เพียงการชมความงาม แต่คือการได้ “เชื่อมต่อกับอดีต” และกลับออกไปพร้อมความประทับใจที่ยังคงอยู่ในใจไม่รู้ลืม

มหัศจรรย์ถ้ำหินแกะสลักหยุนกัง

มหัศจรรย์ถ้ำหินแกะสลักหยุนกัง

209

          ถ้ำหินแกะสลักหยุนกัง (Yungang Grottoes) คือหนึ่งในมรดกโลกอันยิ่งใหญ่ของจีน ที่สะท้อนศิลปะและศรัทธาทางพุทธศาสนาได้อย่างงดงาม ตั้งอยู่ใกล้เมือง ต้าถง มณฑลซานซี แหล่งโบราณคดีแห่งนี้มีประวัติยาวนานกว่า 1,500 ปี ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์เว่ยเหนือ เพื่อเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและศิลปะ ภายในประกอบด้วยถ้ำมากกว่า 200 แห่ง และพระพุทธรูปแกะสลักนับหมื่นองค์ แต่ละองค์มีรายละเอียดประณีต สะท้อนฝีมือช่างในยุคโบราณอย่างน่าทึ่ง ความยิ่งใหญ่ของพระพุทธรูปขนาดมหึมา สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้มาเยือน ลวดลายและศิลปะผสมผสานระหว่างจีน อินเดีย และเอเชียกลางอย่างลงตัว แสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมบนเส้นทางสายไหมในอดีต ถ้ำแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งขนาด รูปแบบ และเรื่องราว นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมความงดงามได้อย่างใกล้ชิด พร้อมสัมผัสบรรยากาศเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ภายในถ้ำ ที่นี่ไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ทำให้ถ้ำหยุนกังเป็นจุดหมายสำคัญของนักเดินทางจากทั่วโลก หากคุณหลงใหลในศิลปะ โบราณคดี และวัฒนธรรม ที่นี่คือสถานที่ที่ไม่ควรพลาด

"สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้" มรดกโลกสุดยิ่งใหญ่แห่งแดนมังกร

163

สุสานของ จิ๋นซีฮ่องเต้ หรือ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้          เพื่อน ๆ รู้ไหมว่า "สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้" เป็นส่วนหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางโบราณคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ตั้งอยู่ใกล้เมืองซีอาน ประเทศจีน สุสานแห่งนี้ไม่ใช่เพียงสถานที่ฝังพระศพของจักรพรรดิองค์แรก แต่ยังสะท้อนถึงอำนาจ ความเชื่อ และความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมจีนโบราณได้อย่างชัดเจน สุสานแห่งนี้เริ่มก่อสร้างขึ้นตั้งแต่จักรพรรดิยังทรงพระเยาว์ ใช้แรงงานจำนวนมหาศาลและเวลานานหลายสิบปี ภายในถูกออกแบบให้เป็นเสมือนโลกหลังความตายที่สมบูรณ์แบบ มีทั้งพระราชวังจำลอง ข้าวของเครื่องใช้ และระบบป้องกันต่าง ๆ เพื่อให้จักรพรรดิยังคงมีอำนาจแม้หลังสิ้นพระชนม์ สิ่งที่ทำให้สุสานแห่งนี้โด่งดังไปทั่วโลกคือ “กองทัพทหารดินเผา” หรือ Terracotta Army ซึ่งประกอบด้วยรูปปั้นทหาร ม้า และรถศึกนับพันตัว ขนาดเท่าคนจริง แต่ละตัวมีรายละเอียดใบหน้าแตกต่างกันอย่างน่าทึ่ง แสดงให้เห็นถึงความประณีตทางศิลปะและฝีมือช่างในยุคนั้น          แม้ปัจจุบันจะมีการขุดค้นไปแล้วบางส่วน แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ของสุสานยังคงเป็นปริศนา โดยเฉพาะห้องฝังพระศพจริงที่ยังไม่ถูกเปิดเผย เนื่องจากนักโบราณคดีกังวลเรื่องการอนุรักษ์ ภายในยังมีการกล่าวถึงแม่น้ำปรอทและกับดักโบราณ ซึ่งเพิ่มความลึกลับให้กับสถานที่แห่งนี้มากยิ่งขึ้น ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความยิ่งใหญ่ระดับโลก สุสานแห่งนี้จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย "UNESCO" และกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

10 จุดเช็คอินห้ามพลาดในฉงชิ่ง 2026 เมืองภูเขาสุดล้ำวิวอลังการระดับโลก

10 จุดเช็คอินห้ามพลาดในฉงชิ่ง 2026 เมืองภูเขาสุดล้ำวิวอลังการระดับโลก

341

           "ฉงชิ่ง" หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่มาแรงที่สุดของจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองแห่งนี้โดดเด่นด้วยภูมิประเทศแบบภูเขาซ้อนเมืองอย่างมีเอกลักษณ์ จนได้รับฉายาว่า “เมือง 8 มิติ” ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและน่าค้นหา ทั้งถนน รถไฟ และอาคารถูกออกแบบให้สอดคล้องกับภูมิประเทศอย่างน่าทึ่ง ทำให้ทุกมุมของเมืองเต็มไปด้วยความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร นอกจากความทันสมัยแล้ว ฉงชิ่งยังเต็มไปด้วยวัฒนธรรมจีนดั้งเดิม และสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า ในขณะเดียวกัน ธรรมชาติรอบเมืองก็ยิ่งใหญ่และสวยงามระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นภูเขา แม่น้ำ หรืออุทยานธรรมชาติขนาดใหญ่ ยิ่งในช่วงกลางคืน เมืองนี้จะเปล่งประกายด้วยแสงไฟสุดอลังการ จนกลายเป็นหนึ่งในวิวกลางคืนที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจีน จึงไม่แปลกใจที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างหลั่งไหลมาเยือน ฉงชิ่งจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ครบทุกสไตล์ ไม่ว่าจะสายถ่ายรูป สายลุย หรือสายชิล และนี่คือ 10 จุดเช็คอินยอดฮิตที่คุณไม่ควรพลาดในปี 2026

"ทะเลสาบไซลีมู" มหัศจรรย์แห่งซินเจียง สวรรค์บนดินที่ต้องไปสักครั้ง

132

          ทะเลสาบ ไซลีมู ตั้งอยู่ในเขต ซินเจียง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ จีน ถือเป็นทะเลสาบน้ำจืดบนภูเขาที่สูงและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ด้วยระดับความสูงกว่า 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้อากาศที่นี่เย็นสบายตลอดปี และมีทัศนียภาพที่แตกต่างจากพื้นที่อื่นอย่างชัดเจน ทะเลสาบแห่งนี้โอบล้อมด้วยเทือกเขา เทียนซาน ที่ปกคลุมด้วยหิมะในบางช่วงเวลา เพิ่มความยิ่งใหญ่ให้กับภูมิประเทศ น้ำในทะเลสาบมีสีฟ้าใสสะอาดราวกับคริสตัล เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งและน้ำฝนที่สะสมมานานนับพันปี ชื่อ “ไซลีมู” มาจากภาษาคาซัค แปลว่า “พรอันเป็นมงคล” สะท้อนถึงความเชื่อและความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่ ในอดีต ที่นี่เคยเป็นจุดแวะพักสำคัญบน เส้นทางสายไหม ซึ่งใช้เชื่อมการค้าระหว่างเอเชียและยุโรป จึงทำให้บริเวณนี้เต็มไปด้วยร่องรอยทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชนเผ่าโบราณหลายกลุ่ม พื้นที่รอบทะเลสาบเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ เหมาะสำหรับการเลี้ยงสัตว์ของชนเผ่าเร่ร่อน เช่น ชาวคาซัค ในฤดูร้อน ทุ่งหญ้าจะเต็มไปด้วยดอกไม้หลากสี สร้างภาพที่สวยงามราวกับภาพวาด ขณะที่ฤดูหนาว ทะเลสาบจะกลายเป็นผืนน้ำแข็งขนาดใหญ่ ให้บรรยากาศที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ทะเลสาบไซลีมูยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าและนกน้ำจำนวนมาก โดยเฉพาะนกอพยพตามฤดูกาล ทำให้ที่นี่มีความสำคัญด้านระบบนิเวศและการอนุรักษ์ธรรมชาติ ความเงียบสงบของพื้นที่ช่วยให้ผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลายและใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีถนนรอบทะเลสาบที่สามารถขับรถชมวิวได้แบบพาโนรามา นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมได้หลากหลาย เช่น ปั่นจักรยาน ถ่ายภาพ และตั้งแคมป์ วิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่นี่ถือว่าเป็นไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด แสงแดดที่สะท้อนผิวน้ำทำให้เกิดภาพที่งดงามและน่าประทับใจ ด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ได้รับการจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับสูงของจีน ปัจจุบันไซลีมูกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และยังคงรักษาเสน่ห์ของธรรมชาติบริสุทธิ์ไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งหมดนี้ทำให้ทะเลสาบไซลีมูถูกยกย่องว่าเป็น “ทะเลสาบแห่งสรวงสวรรค์” อย่างแท้จริง

พาเปิดตำนานใจกลางกรุงปักกิ่ง “พระราชวังต้องห้าม”

พาเปิดตำนานใจกลางกรุงปักกิ่ง “พระราชวังต้องห้าม”

193

          กลางมหานคร ปักกิ่ง ยังมีสถานที่หนึ่งที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ และความยิ่งใหญ่เหนือกาลเวลา “พระราชวังต้องห้าม” หรือที่รู้จักในชื่อ พระราชวังกู้กง คืออดีตราชสำนักของจักรพรรดิราชวงศ์หมิงและชิงนานกว่า 500 ปีสถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนหัวใจของอำนาจจักรวรรดิจีนในอดีต ที่เต็มไปด้วยพิธีการและกฎระเบียบอันเคร่งครัด กำแพงสูงและคูเมืองรอบด้าน สะท้อนถึงการปกป้องและความศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจเข้าถึงได้โดยคนทั่วไป ทุกย่างก้าวภายในวัง เหมือนได้ย้อนกลับไปสู่ยุคที่จักรพรรดิทรงเป็นศูนย์กลางของแผ่นดิน สถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ถูกออกแบบอย่างสมดุล ตามหลักฮวงจุ้ยและความเชื่อโบราณของจีน สีแดงและสีทองที่โดดเด่น เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ความมั่งคั่ง และความเป็นสิริมงคล ภายในยังแบ่งออกเป็นเขตชั้นนอกสำหรับงานราชพิธี และเขตชั้นในสำหรับที่ประทับของจักรพรรดิและพระสนม เรื่องราวชีวิตในวังเต็มไปด้วยทั้งความรุ่งเรือง การเมือง และความลับที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงสูง ปัจจุบันที่นี่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ให้ผู้คนทั่วโลกได้เข้ามาสัมผัสประวัติศาสตร์อย่างใกล้ชิด และยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่และทรงคุณค่ามากที่สุดของประเทศจีน

"พระราชวังฤดูร้อน" สัมผัสความงดงามที่ผสานธรรมชาติและประวัติศาสตร์

137

        มีหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่หนึ่งที่อยากจะแนะนำเพื่อนๆ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากๆของกรุงปักกิ่ง ที่จารึกเอาไว้ว่า ครั้งหนึ่งเคยเป็นยุคที่มีสตรีผู้มีอำนาจสูงสุดได้ปกครองในช่วงราชวงค์ชิงตอนปลาย  "พระราชวังฤดูร้อน" คือจุดหมายที่คุณไม่ควรพลาดนะคะ สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรม พระราชวังฤดูร้อนไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและศิลปะในยุคราชวงศ์ชิง ที่นี่เคยเป็นสถานที่พักผ่อนของจักรพรรดิและราชวงศ์ในช่วงฤดูร้อน ความโดดเด่นของสถานที่นี้คือการออกแบบที่กลมกลืนกับธรรมชาติอย่างลงตัว ทั้งภูเขา ทะเลสาบ และสิ่งก่อสร้างถูกจัดวางอย่างมีความหมาย สะท้อนถึงแนวคิดฮวงจุ้ยและความเชื่อแบบจีนโบราณ เมื่อคุณก้าวเข้าสู่พื้นที่ คุณจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่อดีต บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่นช่วยให้ผู้มาเยือนได้ผ่อนคลาย ในขณะเดียวกันก็สามารถเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน สถาปัตยกรรมที่นี่มีความละเอียดอ่อนและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นศาลา สะพาน หรือระเบียงยาว ล้วนมีความหมายซ่อนอยู่ ภาพวาดและลวดลายต่าง ๆ บอกเล่าเรื่องราวของจีนในอดีต ความยิ่งใหญ่ของสถานที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกเห็น ที่นี่จึงกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กระดับโลกที่มีชื่อเสียง นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างเดินทางมาเพื่อสัมผัสความงดงามนี้ ไม่ว่าจะมาในฤดูใด พระราชวังฤดูร้อนก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป ทั้งความสดใสของฤดูใบไม้ผลิและความโรแมนติกของฤดูใบไม้ร่วง ทุกมุมของสถานที่แห่งนี้ล้วนเหมาะแก่การถ่ายภาพ และเต็มไปด้วยเรื่องราวที่รอให้คุณค้นพบในทุกย่างก้าว

"ซือจื่อกวน" ด่านสิงโตแห่งหูเป่ย กับความงดงามที่ซ่อนอยู่ในหุบเขา

204

          อุทยานซือจื่อกวน (Shiziguan Scenic Area) หรือที่คนไทยเรียกกันว่า "ด่านสิงโต" ตั้งอยู่ในเขตซวนเอิน เมืองเอินซือ มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน เพื่อน ๆ รู้หรือไม่ว่าที่นี้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ซ่อนความงดงามของธรรมชาติไว้อย่างน่าค้นหา ท่ามกลางภูมิประเทศที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่นี่เปรียบเสมือนสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในความสงบและความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ เมื่อเพื่อน ๆ ก้าวเข้าสู่พื้นที่อุทยาน เพื่อน ๆ จะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่ร่มรื่น เย็นสบาย และเต็มไปด้วยพลังแห่งธรรมชาติคะ ทัศนียภาพโดยรอบถูกโอบล้อมด้วยภูเขาเขียวขจีสลับซับซ้อนอย่างสวยงาม สายน้ำใสไหลผ่านพื้นที่อย่างอ่อนโยน สร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับเพื่อน ๆ ความงดงามของที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่ภาพวิวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสมดุลของระบบนิเวศที่ยังคงความสมบูรณ์ อุทยานซือจื่อกวนจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพาเพื่อน ๆ หลีกหนีจากความวุ่นวายของชีวิตเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมธรรมชาติ ถ่ายภาพ หรือพักผ่อนอย่างเรียบง่าย อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติได้อย่างลงตัว เสน่ห์ของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่ความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความน่าประทับใจ เพื่อน ๆ จะรู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลังชีวิตกลับคืนมาอีกครั้ง ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ ทำให้ทุกช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่มีคุณค่า ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะมองไปทางใด ก็จะพบกับความงดงามที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละมุม แสงแดดที่ส่องผ่านแนวต้นไม้ช่วยเพิ่มมิติให้กับภาพธรรมชาติได้อย่างลงตัว เสียงธรรมชาติรอบตัว เช่น เสียงน้ำไหล หรือเสียงลมพัด ช่วยสร้างความผ่อนคลายอย่างแท้จริง อุทยานแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการพักใจ และใช้เวลากับตัวเอง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่มีคุณค่าอีกด้วย ความงดงามและความสงบของอุทยานซือจื่อกวน ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายที่เพื่อน ๆ ไม่ควรพลาด และเป็นประตูสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความประทับใจตั้งแต่เพื่อน ๆ ไดก้าวเข้ามาเลยละคะ

เปิดตำนาน “เมืองเต่า” แห่งจีนโบราณ ณ ผิงเหยา

เปิดตำนาน “เมืองเต่า” แห่งจีนโบราณ ณ ผิงเหยา

158

          เมืองโบราณผิงเหยา (Pingyao Ancient City) หรือเมืองมรดกโลกสุดคลาสสิกของจีน ที่หลายคนยกให้เป็น “ไทม์แมชชีนย้อนยุคราชวงศ์หมิงและชิง” เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายจีนโบราณแบบจัดเต็ม แต่รู้ไหมว่า เมืองนี้ยังมีฉายาสุดน่ารักว่า “กุยเฉิง” หรือ “เมืองเต่า” อีกด้วย สาเหตุที่ได้ชื่อนี้ ก็เพราะโครงสร้างกำแพงเมืองและผังเมืองทั้งหมด ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้าย “เต่า” สัตว์มงคลของจีนที่สื่อถึงอายุยืน ความมั่นคง และความโชคดีนั่นเอง ถ้ามองจากมุมสูง จะเห็นเลยว่าประตูเมืองทางทิศใต้ถูกเปรียบเป็น “หัวเต่า” ที่ยื่นออกมาเหมือนกำลังมองโลกภายนอก ส่วนประตูทางทิศเหนือ ก็ถูกเปรียบเป็น “หางเต่า” ที่เชื่อมต่อกับเส้นทางออกจากเมือง ไฮไลต์เด็ดคือ ทางทิศตะวันออกและตะวันตก จะมีประตูเมืองฝั่งละ 2 บาน รวมทั้งหมด 4 ประตู เปรียบเหมือน “ขาทั้งสี่” ของเต่า ที่ช่วยค้ำยันเมืองเอาไว้แบบแข็งแรงสุดๆ คนจีนสมัยก่อนเชื่อว่า เต่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องบ้านเมืองจากสิ่งไม่ดี ทำให้การออกแบบเมืองในลักษณะนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังแฝงไปด้วยความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยอีกด้วย กำแพงเมืองผิงเหยานั้นยังคงสมบูรณ์มาก แม้จะมีอายุกว่า 600 ปีแล้วก็ตาม บอกเลยว่าเดินอยู่บนกำแพงคือฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในซีรีส์จีนย้อนยุคจริงๆ ยิ่งช่วงเย็นตอนโคมแดงเริ่มเปิด แสงไฟสะท้อนกับถนนหินโบราณ คือบรรยากาศดีเกินต้าน มุมถ่ายรูปมีแทบทุกซอย เดินเพลินจนลืมเวลา ร้านค้า โรงเตี๊ยม และบ้านเรือนภายในเมือง ก็ยังคงสถาปัตยกรรมจีนโบราณเอาไว้แบบดั้งเดิม ทำให้ทั้งเมืองดูเหมือนหยุดเวลาเอาไว้ตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความเก่าแก่ แต่ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตผู้คนแบบจีนดั้งเดิม ที่ยังคงมีลมหายใจอยู่จริงๆ คะ ใครเป็นสายเที่ยวเมืองเก่า ชอบถ่ายรูป ชอบกลิ่นอายประวัติศาสตร์ หรืออินกับฟีลซีรีส์จีนโบราณ บอกเลยว่า “ผิงเหยา” คือหนึ่งในเมืองที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง

คืนนี้ที่แม่น้ำก้งสุ่ย สวยเกินต้านกับการล่องเรือมังกรสุดชิล

คืนนี้ที่แม่น้ำก้งสุ่ย สวยเกินต้านกับการล่องเรือมังกรสุดชิล

137

          มาคะเพื่อนๆ เตรียมตัวสละโสดกับความเหงา แล้วมาเจอกับความจึ้งของแม่น้ำก้งสุ่มตอนพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้ากันดีกว่า พอกลางคืนปุ๊บ ที่นี่จะกลายเป็นสนามเด็กเล่นของแสงสี แสงไฟ คือสู้ชีวิตมาก สะท้อนน้ำระยิบระยับแบบสับแบบใหม่ พระเอกของงานคือ "เรือมังกร" ที่งานดีเทลแน่นเป๊ะเหมือนหลุดออกมาจากซีรีส์จีนโบราณแต่มีความโมเดิร์นคูลๆ ก้าวขาขึ้นเรือปุ๊บ ฟีลลิ่งเจ้าหญิงเจ้าชายก็มาทันที ลมพัดตึงๆ เย็นสบายแบบไม่ต้องง้อแอร์เลยแม่!! กลิ่นหอมบนเรือคือดีย์มากแม่ หอมละมุนจนอยากจะวาร์ปไปอยู่ตรงนั้นนานๆ ให้ลืมโลกโซเชียลไปเลย ถ่ายรูปมุมไหนก็รอด แสงสีวอร์มไวท์ช่วยขับผิวให้ดูโกลว์แบบฉ่ำวาว ไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์เยอะก็สวยสลบ จังหวะที่เรือลอดใต้สะพานโบราณนะ คือจุดพีคที่ต้องหยิบมือถือมาถ่ายสตอรี่ รัวๆ เสียงเพลงบรรเลงบนเรือคือฮีลใจเวอร์ ฟังแล้วฟินเหมือนได้ชาร์จแบตให้ร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน ใครที่กำลังหาที่เดทแบบโรแมนติกแบบตะโกน บอกเลยว่ามาที่นี่มีโอกาสได้ตกลงปลงใจกันชัวร์ หรือจะมาแก๊งเพื่อนสายทำคอนเทนต์ รับรองว่าได้รูปกลับไปลงได้ยันปีหน้า ความปังมันห้ามกันไม่ได้จริงๆ อาหารและเครื่องดื่มบนเรือก็คือพรีเมียม จิบอะไรเย็นๆ พลางดูวิวเมืองเก่าที่เปิดไฟสว่างจ้า มันคือที่สุดของคำว่า "พักผ่อน" การเดินทางบนสายน้ำนี้เดินช้าลงกว่าเดิมร้อยเท่า ทำให้เราได้อยู่กับตัวเองและคนข้างๆ แบบเต็มอิ่ม แม่น้ำก้งสุ่มตอนกลางคืนไม่ได้น่ากลัวนะจ๊ะ แต่น่าหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้นต่างหากล่ะ ใครสายเที่ยวคาเฟ่มาจนเบื่อแล้ว ลองเปลี่ยนมาล่องเรือมังกรดูบ้าง แล้วจะรู้ว่าความหรูหราที่แท้ทรูเป็นยังไง ความเก๋ของที่นี่คือความต่างระหว่างเรือโบราณกับแสงสีสุดล้ำที่มันเข้ากันแบบงงๆ แต่ลงตัว ไม่ต้องรอให้ถึงวันหยุดยาว แค่มีคืนที่อยากฮีลใจ ก็พุ่งตัวมาที่แม่น้ำก้งสุ่มได้เลย พร้อมรับพลังงานบวกแบบจุกๆ บอกเลยว่าถ้าพลาดทริปนี้คือคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่องนะ เพราะมันคือแลนด์มาร์คที่ต้องเช็คอินด่วน เก็บความทรงจำใส่กล้องไม่พอ ต้องเก็บใส่ใจไปด้วย เพราะบรรยากาศแบบนี้ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ จบการล่องเรือด้วยรอยยิ้มแบบแก้มปริ พกความฟินกลับบ้านไปนอนฝันหวานถึงเจ้ามังกรทอง

ภูเขาสายรุ้งตันเสียชาน ความอลังการที่ธรรมชาติสร้างเอง

ภูเขาสายรุ้งตันเสียชาน ความอลังการที่ธรรมชาติสร้างเอง

138

          ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวสุดว้าวของจีน “ภูเขาสายรุ้งตันเสียชาน” ต้องมีชื่อนี้แน่นอนค่ะ เพราะที่นี่คือภูเขาหลากสีที่สวยเหมือนใช้ฟิลเตอร์เลยนะคะ แต่ความจริงคือธรรมชาติสร้างขึ้นเองทั้งหมดค่ะ สีของภูเขามีทั้งแดง ส้ม เหลือง และเขียว เรียงตัวสลับกัน แค่เห็นรูปก็อยากจองตั๋วไปทันทีแล้วนะคะ หลายคนถึงกับเรียกที่นี่ว่า “ดินแดนสายรุ้งแห่งจีน” เลยค่ะ ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตกนะคะ สีของภูเขาจะยิ่งชัดและสวยอลังการมากขึ้นอีก ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ถ่ายรูปออกมาสวยหมด สายคอนเทนต์หรือสายเที่ยวต้องเลิฟแน่นอนค่ะ นอกจากความสวยแล้ว ที่นี่ยังมีความพิเศษทางธรรมชาติด้วยนะคะ ภูเขาเหล่านี้เกิดจากชั้นหินและแร่ธาตุสะสมกันนานหลายล้านปี ก่อนจะถูกลมและฝนกัดเซาะจนกลายเป็นลวดลายสุดแปลกตาค่ะ ทำให้ภูเขาแต่ละลูกมีสีสันและลายเส้นไม่เหมือนกันเลยนะคะ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่มหัศจรรย์ที่หาดูได้ยากมากค่ะ ใครที่ชอบธรรมชาติแบบไม่ธรรมดา บอกเลยว่าห้ามพลาดค่ะ  สักครั้งในชีวิตต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองจริง ๆ นะคะ

สัมผัสเสน่ห์ “ถ้ำผาหลงเหมิน” มรดกโลกอายุกว่าพันปี

สัมผัสเสน่ห์ “ถ้ำผาหลงเหมิน” มรดกโลกอายุกว่าพันปี

131

          ถ้าพูดถึงสถานที่เที่ยวจีนที่ทั้งขลัง ทั้งอลังการ และเต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์แบบเข้มข้น “ถ้ำผาหลงเหมิน” คือหนึ่งในสถานที่ที่ต้องมีในลิสต์เลยค่ะ ที่นี่เป็นโบราณสถานเก่าแก่ของจีนซึ่งมีอายุนับพันปี ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและสายน้ำ บรรยากาศรอบๆ ให้ความรู้สึกสงบแต่ยิ่งใหญ่ในเวลาเดียวกัน เหมือนกำลังเดินอยู่ในโลกของจีนโบราณจริงๆ สิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้โดดเด่น คือศิลปะการแกะสลักหินที่สวยละเอียดแบบเหลือเชื่อ แต่ละจุดสะท้อนทั้งความเชื่อ ศรัทธา และภูมิปัญญาของคนในอดีตได้อย่างน่าทึ่งค่ะ ยิ่งเดินชมก็ยิ่งรู้สึกเหมือนได้เปิดหนังสือประวัติศาสตร์เล่มใหญ่ที่มีชีวิต ทุกมุมเต็มไปด้วยเสน่ห์และเรื่องราวที่ชวนให้หยุดมอง นอกจากความเก่าแก่แล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรม ใครที่ชอบบรรยากาศคลาสสิกๆ หรือหลงใหลงานศิลปะจีนโบราณ น่าจะตกหลุมรักที่นี่ได้ไม่ยากเลยค่ะ ระหว่างทางเดินก็จะได้สัมผัสวิวธรรมชาติแบบเพลินๆ ทำให้การเที่ยวที่นี่ไม่รู้สึกน่าเบื่อเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้ำผาหลงเหมินจึงไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวธรรมดา แต่เป็นเหมือนสมบัติล้ำค่าที่บอกเล่าเรื่องราวของจีนในอดีตผ่านงานศิลป์และสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ใครที่อยากสัมผัสเสน่ห์จีนแบบดั้งเดิม พร้อมเก็บบรรยากาศสุดคลาสสิกกลับไป ที่นี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ควรไปสักครั้งนะคะ

เช็กอินหมิงซาซาน ขี่อูฐชมเนินทราย

เช็กอินหมิงซาซาน ขี่อูฐชมเนินทราย

132

          บางครั้งการเที่ยวที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การไปอยู่ในเมืองใหญ่หรือสถานที่หรูหราเสมอไปค่ะ แต่เป็นการได้ออกไปเจอวิวใหม่ๆ ที่เราไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเองมาก่อน และ “หมิงซาซาน” ก็เป็นหนึ่งในสถานที่แบบนั้นเลยค่ะ แค่ได้เห็นทะเลทรายกว้างสุดสายตาครั้งแรก ก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเงียบลงทันที บรรยากาศรอบๆ มีแค่ลมเย็น เสียงทราย และท้องฟ้ากว้างๆ ที่มองแล้วสบายใจแบบแปลกๆ มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายยากมาก เหมือนได้หลุดออกจากความวุ่นวายในชีวิตไปชั่วคราวเลยค่ะ ยิ่งตอนเดินอยู่กลางเนินทราย มองไปทางไหนก็มีแต่สีทองของทะเลทรายตัดกับท้องฟ้าสวยๆ ถ่ายรูปมุมไหนก็ได้ภาพแบบอลังการโดยแทบไม่ต้องแต่งเพิ่ม  ที่นี่เป็นสถานที่ที่ทำให้รู้ว่า “ธรรมชาติเรียบง่าย” ก็สร้างความประทับใจได้มากเหมือนกัน ไม่มีแสงสีจากเมืองใหญ่ ไม่มีเสียงรถวุ่นวาย มีแค่ลมทะเลทรายที่พัดเบาๆ กับวิวตรงหน้าที่สวยจนต้องหยุดมอง ระหว่างอยู่ที่หมิงซาซาน หลายคนอาจเผลอใช้เวลากับวิวตรงหน้านานกว่าที่คิด เพราะทุกอย่างดูช้าลง สงบขึ้น และฮีลใจแบบไม่รู้ตัว บางจังหวะก็รู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลังให้ตัวเองไปพร้อมกับการเดินทาง สำหรับใครที่อยากลองเปิดประสบการณ์เที่ยวจีนในอีกมุมหนึ่ง หมิงซาซานคือสถานที่ที่ทั้งสวย แปลกตา และเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้ตกหลุมรักได้ง่ายมากค่ะ 

เปิดพิกัดแกรนด์แคนย่อนอาถูซือ วิวอลังการราวดาวอังคาร แห่งซินเจียงใต้

เปิดพิกัดแกรนด์แคนย่อนอาถูซือ วิวอลังการราวดาวอังคาร แห่งซินเจียงใต้

113

          หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวสุดอลังการของจีนที่กำลังมาแรงในหมู่นักเดินทางสายธรรมชาติ หนึ่งในสถานที่ที่ต้องมีชื่ออยู่ในลิสต์ก็คือ “แกรนด์แคนย่อนอาถูซือ” แห่งซินเจียงใต้เลยค่ะ ที่นี่เป็นหุบเขาหินขนาดใหญ่ที่เกิดจากการกัดเซาะของธรรมชาตินับล้านปี จนกลายเป็นภูมิประเทศสุดมหัศจรรย์ที่สวยเหมือนภาพวาดเลยนะคะ เมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นแนวผาสลับซับซ้อนทอดยาวสุดลูกหูลูกตา แถมสีของชั้นหินยังเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของแสงแดดอีกด้วยค่ะ ช่วงเช้าและช่วงเย็นคือบรรยากาศดีมากกก ถ่ายรูปออกมาคือปังทุกมุม หลายคนถึงกับเรียกที่นี่ว่า “ดินแดนแห่งดาวอังคารบนโลก” เลยนะคะ เพราะวิวมีความแปลกตาและให้ฟีลเหมือนอยู่ต่างดาวสุดๆ นอกจากความสวยของหุบเขาแล้ว รอบๆ ยังเต็มไปด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ ใครเป็นสายเที่ยวธรรมชาติ บอกเลยว่าต้องหลงรักที่นี่แน่นอน  ยิ่งถ้าได้มายืนมองวิวตรงหน้าด้วยตาตัวเอง จะรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติแบบเต็มๆ ลมเย็นๆ กับวิวภูเขาสุดอลังการ คือฮีลใจได้ดีมากเลยค่ะ อีกหนึ่งเสน่ห์ของแกรนด์แคนย่อนอาถูซือ คือความสวยที่ยังไม่ค่อยแมส ทำให้บรรยากาศยังคงความเป็นธรรมชาติและเงียบสงบแบบสุดๆ เหมาะทั้งสายถ่ายภาพ สายคอนเทนต์ และสายผจญภัยเลยนะคะ ไม่ว่าจะหันกล้องไปทางไหนก็ได้ภาพสวยเหมือนโปสเตอร์ทุกมุม เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง "อัญมณีที่ซ่อนอยู่" ของซินเจียงใต้ที่ควรไปสักครั้งในชีวิตค่ะ ถ้าใครอยากสัมผัสธรรมชาติสุดยิ่งใหญ่แบบตะลึงตา 

ชมความงดงาม 3 ทะเลสาบดัง บนเส้นทางหลวงคาราโครัม

ชมความงดงาม 3 ทะเลสาบดัง บนเส้นทางหลวงคาราโครัม

116

ถ้ามีถนนสักสายที่ทำให้คนรักธรรมชาติยอมขับรถเป็นสิบชั่วโมงแบบไม่บ่นเลยสักคำ ก็คงต้องยกให้ Karakoram Highway เพราะนี่ไม่ใช่แค่ถนนธรรมดา แต่มันคือเส้นทางที่พาเราผ่านภูเขาหิมะสูงเสียดฟ้า ทะเลทรายเย็น ลมแรงๆ และวิวที่สวยเหมือนโลกอีกใบ ยิ่งพอรถเริ่มวิ่งลึกเข้าไปในเขตซินเจียงใต้ สิ่งที่ทำให้หลายคนเงียบไปทั้งคันรถก็คือ “ทะเลสาบ” สีสวยมหัศจรรย์ทั้ง 3 แห่ง ที่เหมือนธรรมชาติแอบซ่อนอัญมณีเอาไว้กลางหุบเขาค่ะ และแต่ละแห่งก็มีเสน่ห์ไม่เหมือนกันเลย บางที่สีฟ้าจนเหมือนใส่ฟิลเตอร์ บางที่เปลี่ยนสีได้จริงๆ แบบไม่น่าเชื่อ และบางแห่งก็สงบจนเหมือนเวลาเดินช้าลง

สามราชาแห่งขุนเขา ใบไม้เปลี่ยนสุดอลังการแห่งเฉฉวน

สามราชาแห่งขุนเขา ใบไม้เปลี่ยนสุดอลังการแห่งเฉฉวน

124

          ดินแดนแห่งภูเขาสูง ป่าสนสีทอง และทะเลสาบสีฟ้าราวกับไม่ใช่โลกจริง… ถ้าพูดถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของจีน ชื่อของ “เสฉวน” ต้องติดอันดับต้นๆ แบบแทบไม่ต้องคิดเลยค่ะ เพราะที่นี่มีอุทยานระดับตำนานซ่อนตัวอยู่หลายแห่ง แต่ถ้าจะให้เลือกที่สุดของที่สุด นักเดินทางหลายคนยกให้ 3 ที่นี้คือ “สามราชาแห่งขุนเขา” ได้แก่ Jiuzhaigou Valley จิ่วจ้ายโกว ดินแดนแห่งทะเลสาบสีมรกต, Bipenggou Scenic Area ปี้เผิงโกว หุบเขาใบไม้แดงสุดเงียบสงบ และ Huanglong Scenic and Historic Interest Area หวงหลง มังกรสีทองแห่งเทือกเขาหิมะ ทั้งสามแห่งเหมือนเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ร่วงที่สวยจนเกินคำว่า “ธรรมชาติ” ไปแล้วค่ะ เพราะมันเหมือนภาพวาดที่มีชีวิตจริงๆ         พอเข้าสู่ช่วงปลายเดือนกันยายนไปจนถึงต้นพฤศจิกายน เสฉวนทั้งมณฑลจะค่อยๆ เปลี่ยนสีเหมือนมีใครเอาพู่กันยักษ์มาระบายภูเขาทั้งลูก จากสีเขียวเข้มของป่าสน กลายเป็นสีเหลืองทอง สีส้มไหม้ และสีแดงสดที่ไล่เฉดกันเต็มหุบเขา ยิ่งเวลาแดดเช้าส่องลงมากระทบยอดไม้ บรรยากาศมันเหมือนโลกทั้งใบกำลังเรืองแสงเบาๆ ค่ะ แล้วสิ่งที่ทำให้คนหลงรักที่นี่ไม่ใช่แค่ “วิวสวย” แต่มันคือความรู้สึกระหว่างทาง ทั้งอากาศเย็นๆ กลิ่นป่าสน เสียงลมพัดผ่านใบไม้ และภาพภูเขาหิมะที่โผล่พ้นเมฆอยู่ไกลๆ ทุกอย่างมันรวมกันจนกลายเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมจริงๆ

เปิดตำนานถ้ำหินแกะสลักหนานคาน ศิลปะพันปีกลางผาหิน

เปิดตำนานถ้ำหินแกะสลักหนานคาน ศิลปะพันปีกลางผาหิน

178

ถ้ำหินแกะสลักหนานคาน คืออีกหนึ่งสถานที่ที่พอได้เห็นครั้งแรกแล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมคนจีนถึงยกให้ที่นี่เป็นสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะไม่ใช่แค่ “ถ้ำ” ธรรมดานะคะ แต่มันคือร่องรอยของศรัทธา ศิลปะ และกาลเวลาที่ถูกสลักลงบนหน้าผาหินแบบเงียบๆ มานานกว่าพันปี บรรยากาศรอบๆ ให้ความรู้สึกขลังมาก เดินเข้าไปแล้วเหมือนโลกภายนอกค่อยๆ เงียบลง เหลือแค่ลมเย็น เสียงฝีเท้าเบาๆ กับสายตาที่จ้องมองพระพุทธรูปแกะสลักขนาดใหญ่ตรงหน้า ที่บางองค์แม้จะผ่านแดดฝนมาหลายยุค แต่รายละเอียดของใบหน้าและลวดลายยังสวยจนอดหยุดมองไม่ได้เลยค่ะ แล้วสิ่งที่ทำให้หลายคนตกใจคือ งานแกะสลักทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากฝีมือคนสมัยโบราณ ไม่มีเครื่องจักร ไม่มีเทคโนโลยีล้ำๆ แบบทุกวันนี้ แต่กลับสร้างผลงานที่ละเอียดและยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ มันเลยไม่ใช่แค่ที่เที่ยวถ่ายรูปสวย แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้เรารู้สึกถึง “พลังของความศรัทธา” แบบชัดมากจริงๆ

สัมผัสโลกแห่งหิมะที่สวยเกินจริง

สัมผัสโลกแห่งหิมะที่สวยเกินจริง

135

          ถ้ามีใครสักคนถามว่า “ภูเขาหิมะที่สวยอีกแห่งหนึ่งในจีนบ้าง” ชื่อของ “กลาเซียร์ต๋ากู่” ต้องติดอยู่ในลิสต์แน่นอนค่ะ เพราะทันทีที่ได้เห็นภาพภูเขาหิมะสีขาวโพลนตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม ความรู้สึกแรกคือเหมือนโลกทั้งใบถูกปกคลุมด้วยความเงียบและความสวยงามแบบบริสุทธิ์จริงๆ ที่นี่ไม่ใช่แค่จุดชมวิวธรรมดา แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้หลายคนอยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้นนานๆ ระหว่างทางขึ้นสู่กลาเซียร์ บรรยากาศจะค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละนิด จากเมือง จากถนน จากชีวิตวุ่นวาย กลายเป็นป่าสนสีเข้มที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสูงใหญ่ อากาศเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของฤดูหนาว ยิ่งมองออกไปนอกหน้าต่างก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังเดินทางเข้าไปสู่โลกอีกใบ โลกที่เต็มไปด้วยหิมะ ธารน้ำแข็ง และธรรมชาติที่ยังคงความยิ่งใหญ่เอาไว้แบบเต็มร้อยค่ะ

มุมสงบกลางเมืองเก่าแห่งซีอาน

มุมสงบกลางเมืองเก่าแห่งซีอาน

114

          ท่ามกลางนครซีอาน เมืองประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยกำแพงเมืองโบราณ นักรบดินเผา และผู้คนมากมาย ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างออกไปทันทีตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป นั่นคือ “วัดลามะกว่างเหริน” วัดพุทธทิเบตนิกายเกอลุกเพียงแห่งเดียวของเมืองซีอาน สถานที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งศรัทธา ความสงบ และวัฒนธรรมทิเบตที่ยังคงมีชีวิตอยู่จริงๆ ใจกลางเมืองใหญ่ วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิคังซีแห่งราชวงศ์ชิง ราวปี ค.ศ.1705 เพื่อใช้เป็นสถานที่ต้อนรับพระลามะและคณะทูตจากทิเบตที่เดินทางผ่านซีอานเข้าสู่เมืองหลวงของจีนในยุคนั้น จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ระหว่างราชสำนักจีนกับชาวทิเบตที่ดำรงอยู่มายาวนานหลายร้อยปีอีกด้วย

รวม 10 จุดเช็คอินปักกิ่ง ที่ต้องไม่พลาด ปี 2026

รวม 10 จุดเช็คอินปักกิ่ง ที่ต้องไม่พลาด ปี 2026

131

          ท่ามกลางมหานครอันยิ่งใหญ่ของกรุงปักกิ่ง มีสถานที่แห่งหนึ่งที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของฤดูใบไม้ร่วง และความศรัทธาของชาวพุธทิเบต กลิ่นธูป เสียงสวดมนต์ และสถาปัตยกรรมของจีนโบราณ ดึงดูดผู้คนจากทั่วมุมโลกมารวมตัวกันที่ “วัดยงเหอกง” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วัดลามะ” หนึ่งในวัดพุทธทิเบตที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศจีน ณ กรุงปักกิ่งรวม 10 จุดเช็คอินปักกิ่ง ที่ต้องไม่พลาด ปี 2026         กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน เป็นมหานครที่ผสมผสานเสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 3,000 ปี เข้ากับความทันสมัยระดับโลกได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสทั้งพระราชวังโบราณ วัดสำคัญ สวนหลวงอันงดงาม รวมถึงย่านช้อปปิ้งและแลนด์มาร์กสมัยใหม่ที่สะท้อนความเจริญของจีนยุคใหม่ได้ในเมืองเดียว

ต้นแปะก๊วยพันปีแห่งเส้าหลิน สีทองของกาลเวลาที่ยังมีชีวิต

ต้นแปะก๊วยพันปีแห่งเส้าหลิน สีทองของกาลเวลาที่ยังมีชีวิต

122

          กลางบรรยากาศเงียบสงบของ วัดเส้าหลิน มีต้นแปะก๊วยโบราณต้นหนึ่งยืนเด่นอยู่ท่ามกลางสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของวัด ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนี้มาตั้งแต่แรก มันไม่ใช่ต้นไม้ที่ดูอลังการจนเกินจริง แต่กลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้คนต้องหยุดมอง โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้ทั้งต้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม แสงแดดยามเช้าส่องกระทบผ่านใบไม้บางๆ จนทั้งบริเวณดูอบอุ่นเหมือนภาพในหนังจีนย้อนยุค ทุกอย่างรอบตัวดูช้าลง เสียงลมพัดเบาๆ เสียงระฆังจากวัด และใบไม้ที่ร่วงลงพื้นทีละใบ กลายเป็นบรรยากาศที่ทั้งสงบและมีพลังในเวลาเดียวกัน แบบที่ต่อให้ไม่ใช่สายเที่ยววัด ก็ยังรู้สึกได้ถึงเสน่ห์ของสถานที่แห่งนี้

กำแพงเมืองจีน ด่านมู่เถียนยวี่ เส้นทางประวัติศาสตร์บนสันเขาที่สวยจนเหมือนโลกอีกใบ

กำแพงเมืองจีน ด่านมู่เถียนยวี่ เส้นทางประวัติศาสตร์บนสันเขาที่สวยจนเหมือนโลกอีกใบ

124

          ถ้ามีสถานที่สักแห่งที่ทำให้คำว่า “ยิ่งใหญ่” กลายเป็นภาพที่มองเห็นได้จริง กำแพงเมืองจีนคงเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน และในบรรดาด่านต่างๆ ที่ทอดตัวอยู่บนแนวภูเขายาวหลายพันกิโลเมตร “ด่านมู่เถียนยวี่” คือจุดที่หลายคนตกหลุมรักมากที่สุดแบบไม่รู้ตัว เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่กำแพงหินโบราณ หรือวิวภูเขาสวยๆ เท่านั้น แต่มันมีบรรยากาศบางอย่างที่ทำให้คนที่มาเยือนรู้สึกเหมือนได้เดินย้อนเข้าไปในอดีตจริงๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่มองเห็นแนวกำแพงทอดยาวไปตามสันเขา ความรู้สึกมันเหมือนกำลังยืนอยู่ต่อหน้าสิ่งก่อสร้างที่ทั้งโลกเคยเรียนรู้ผ่านหนังสือ แต่วันนี้กลับมาอยู่ตรงหน้าแบบจับต้องได้          ด่านมู่เถียนยวี่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงปักกิ่ง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 70 กิโลเมตร และถือว่าเป็นหนึ่งในช่วงกำแพงเมืองจีนที่ได้รับการอนุรักษ์ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน ความพิเศษของที่นี่คือการผสมกันระหว่างธรรมชาติและสถาปัตยกรรมโบราณได้อย่างลงตัว กำแพงหินสีเทาเข้มตัดผ่านแนวภูเขาสีเขียวเข้มเหมือนเส้นสายที่ถูกวาดขึ้นบนผืนป่า ยิ่งในวันที่มีหมอกบางๆ ลอยผ่านยอดเขา ภาพของกำแพงที่ค่อยๆ โผล่พ้นสายหมอกออกมาจะสวยจนเหมือนฉากในภาพยนตร์จีนย้อนยุคที่เราเคยเห็นกันในทีวี

เที่ยวจีนเส้นทางสายไหม ดื่มด่ำธรรมชาติ วัฒนธรรม และอารยธรรมโบราณ

เที่ยวจีนเส้นทางสายไหม ดื่มด่ำธรรมชาติ วัฒนธรรม และอารยธรรมโบราณ

135

         ถ้าพูดถึง “เส้นทางสายไหม” หลายคนอาจนึกถึงเพียงเส้นทางการค้าระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตก แต่จริงๆแล้ว ที่นี่คือเส้นทางแห่งอารยธรรมที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คน ศิลปะ วัฒนธรรม และธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่เกินจะอธิบายได้หมดในคำไม่กี่คำค่ะ และวันนี้แอดมินจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับอีกหนึ่งโปรแกรมท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมมากๆ ทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเที่ยวธรรมดา แต่มันคือการเดินทางผ่านประวัติศาสตร์หลายพันปี ที่ระหว่างทางเต็มไปด้วยวิวอลังการ เมืองโบราณ ทะเลทรายกว้างสุดสายตา และศิลปะพุทธศาสนาที่ยังคงถูกส่งต่อมาจนถึงทุกวันนี้          เส้นทางสายไหมของจีน เป็นเส้นทางที่มีความสำคัญมาตั้งแต่ยุคโบราณ เชื่อมโยงการค้าระหว่างจีน เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง ไปจนถึงยุโรป สินค้าสำคัญอย่างผ้าไหม ชา เครื่องเทศ และศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ถูกส่งผ่านเส้นทางนี้ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทั้งเศรษฐกิจ ความเชื่อ และวิถีชีวิตของผู้คนจากหลากหลายชนชาติ และสิ่งที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้น่าสนใจมากขึ้น ก็คือเราจะได้เห็นร่องรอยของอดีตเหล่านั้นอยู่จริงตามเมืองต่างๆ ตลอดเส้นทาง เหมือนได้ย้อนเวลาเข้าไปอยู่ในยุคของกองคาราวานพ่อค้าเลยค่ะ

หาดหญ้าสีแดงผานจิ่น มหัศจรรย์สีแดงแห่งฤดูใบไม้ร่วง

หาดหญ้าสีแดงผานจิ่น มหัศจรรย์สีแดงแห่งฤดูใบไม้ร่วง

184

          ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในจีนที่เห็นครั้งแรกแล้วต้องหยุดมอง หลายคนอาจนึกถึงภูเขาหิมะ ทะเลสาบสีฟ้า หรือกำแพงเมืองจีน เพราะสถานที่เหล่านั้นเต็มไปด้วยภาพจำที่คุ้นตาและยิ่งใหญ่ระดับโลก แต่ในความกว้างใหญ่ของประเทศจีน ยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่แตกต่างออกไปแบบสิ้นเชิง เป็นความสวยที่ไม่ได้เกิดจากภูเขาสูง ไม่ได้เกิดจากสถาปัตยกรรมโบราณ หรือธรรมชาติอลังการแบบที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย แต่กลับดึงดูดผู้คนได้ด้วย “สีแดง” เพียงสีเดียว และที่แห่งนั้นก็คือ “หาดหญ้าสีแดงผานจิ่น” ดินแดนสีแดงกว้างสุดลูกหูลูกตาในมณฑลเหลียวหนิง ที่ทุกปีเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดมหาศาลแห่งนี้จะค่อยๆ เปลี่ยนสีจากเขียวธรรมดา กลายเป็นแดงสดทั้งผืน ราวกับมีใครเอาสีพู่กันขนาดยักษ์มาปาดลงบนแผ่นดินอย่างตั้งใจ

รวม 5 ข้อดีของการเที่ยวกับทัวร์ ทางเลือกที่ช่วยให้การเดินทางง่ายและคุ้มค่ากว่าที่คิด

รวม 5 ข้อดีของการเที่ยวกับทัวร์ ทางเลือกที่ช่วยให้การเดินทางง่ายและคุ้มค่ากว่าที่คิด

117

          ในยุคที่การท่องเที่ยวต่างประเทศกลายเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น หลายคนเริ่มมองหาวิธีการเดินทางที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก ความปลอดภัย และความคุ้มค่า แม้ว่าการเที่ยวด้วยตัวเองจะให้อิสระในการวางแผน แต่ก็ต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูล จองตั๋ว จองที่พัก วางเส้นทาง และเตรียมรายละเอียดต่าง ๆ อีกมากมาย          ด้วยเหตุนี้ การเดินทางกับบริษัททัวร์จึงยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เดินทางครั้งแรก ผู้สูงอายุ ครอบครัว หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัด เพราะสามารถช่วยลดความยุ่งยากและเพิ่มความสะดวกสบายได้อย่างมาก มาดูกันว่า 5 ข้อดีของการเที่ยวกับทัวร์มีอะไรบ้าง และเหตุใดการเดินทางรูปแบบนี้จึงยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

อุทยานปี้เผิงโกว มหัศจรรย์หุบเขาแห่งสีสัน สวรรค์ธรรมชาติกลางขุนเขาเสฉวน

อุทยานปี้เผิงโกว มหัศจรรย์หุบเขาแห่งสีสัน สวรรค์ธรรมชาติกลางขุนเขาเสฉวน

100

          หากมีใครสักคนถามว่า "ในประเทศจีนมีสถานที่ไหนที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในภาพวาด ชื่อของ "อุทยานปี้เผิงโกว" คงเป็นหนึ่งในคำตอบแรก ๆ ที่หลายคนอยากแนะนำ ที่นี่เป็นสถานที่ที่ธรรมชาติรังสรรค์ทุกอย่างไว้อย่างลงตัว ทั้งภูเขาหิมะสูงตระหง่าน ป่าสนเขียวขจี ทะเลสาบสีฟ้าใสราวคริสตัล และหุบเขาที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล จนได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งในอุทยานธรรมชาติที่สวยที่สุดของมณฑลเสฉวน ความพิเศษของปี้เผิงโกวไม่ได้อยู่ที่ความอลังการเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อได้ยืนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ มองยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวตัดกับท้องฟ้าสีคราม สูดอากาศเย็นบริสุทธิ์เข้าปอด แล้วปล่อยให้ความวุ่นวายทั้งหมดค่อย ๆ เลือนหายไป หลายคนเดินทางมาที่นี่เพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี บางคนมาเพื่อสัมผัสหิมะแรกของปี ขณะที่อีกหลายคนเลือกมาเพียงเพราะอยากเห็นด้วยตาตัวเอง จะสวยงามเพียงใด และแทบทุกคนต่างกลับออกไปพร้อมความประทับใจที่ยากจะลืม

วัดผู่ถัวซาน เซินเจิ้น ดินแดนแห่งพระโพธิสัตว์กวนอิมกลางเมืองทันสมัย

วัดผู่ถัวซาน เซินเจิ้น ดินแดนแห่งพระโพธิสัตว์กวนอิมกลางเมืองทันสมัย

100

เมื่อความวุ่นวายของเมืองใหญ่ หยุดลงที่เสียงระฆังแห่งศรัทธา          หากพูดถึงเมืองเซินเจิ้น หลายคนอาจนึกถึงตึกระฟ้า เทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือเมืองเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน แต่ท่ามกลางความทันสมัยเหล่านั้น ยังมีสถานที่แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยความสงบและแรงศรัทธา เป็นเหมือนพื้นที่ให้ผู้คนได้พักใจจากความเร่งรีบของชีวิต นั่นก็คือ “วัดผู่ถัวซาน เซินเจิ้น” ทันทีที่ก้าวเข้าสู่บริเวณวัด บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เสียงรถยนต์และความวุ่นวายจากภายนอกค่อย ๆ เลือนหาย เหลือเพียงกลิ่นธูปอ่อน ๆ เสียงลมพัดผ่านต้นไม้ และผู้คนที่เดินเข้ามาสักการะด้วยความเคารพ ความรู้สึกสงบที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เพียงเพราะสถาปัตยกรรมอันงดงามเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังแห่งศรัทธาที่สั่งสมอยู่ในสถานที่แห่งนี้มาอย่างยาวนาน

ป่าแปะก๊วยเฉิงตู ดินแดนสีทองแห่งฤดูใบไม้ร่วง

ป่าแปะก๊วยเฉิงตู ดินแดนสีทองแห่งฤดูใบไม้ร่วง

122

           เมื่อฤดูใบไม้ร่วงเดินทางมาถึงเฉิงตู เมืองเอกของมณฑลเสฉวนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตอันเรียบง่าย ก็จะมีสถานที่แห่งหนึ่งที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นโลกสีทองอันงดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด นั่นคือ "ป่าแปะก๊วยเฉิงตู" จุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างเฝ้ารอคอยตลอดทั้งปี เพื่อมาสัมผัสช่วงเวลาที่ธรรมชาติกำลังเผยความงดงามออกมาอย่างเต็มที่            ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่แห่งนี้ ภาพของต้นแปะก๊วยนับพันต้นที่ยืนเรียงรายอยู่ท่ามกลางอากาศเย็นสบายของฤดูใบไม้ร่วง จะทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง โลกที่เต็มไปด้วยเฉดสีเหลืองทองอันอบอุ่น สวยงาม และเงียบสงบในแบบที่ภาพถ่ายไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกได้ทั้งหมด ยิ่งเมื่อสายลมพัดผ่าน ใบไม้สีทองค่อยๆ ปลิวร่วงลงจากกิ่งก้านอย่างช้าๆ ก็ยิ่งสร้างบรรยากาศโรแมนติกจนทำให้หลายคนต้องหยุดเดินและใช้เวลาชื่นชมความงดงามตรงหน้าให้นานที่สุด

ล่องเรือชมความงามหินงอกหินย้อยแห่งถ้ำน้ำเปิ่นซี มหัศจรรย์โลกใต้พิภพที่ธรรมชาติสร้างสรรค์นับล้านปี

ล่องเรือชมความงามหินงอกหินย้อยแห่งถ้ำน้ำเปิ่นซี มหัศจรรย์โลกใต้พิภพที่ธรรมชาติสร้างสรรค์นับล้านปี

125

เปิดประตูสู่โลกใต้ดินอันน่าอัศจรรย์           หากมีสถานที่สักแห่งที่สามารถทำให้เรารู้สึกราวกับกำลังเดินทางหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่งได้จริง ๆ ถ้ำน้ำเปิ่นซี คือหนึ่งในสถานที่นั้นอย่างไม่ต้องสงสัย หลายคนอาจเคยเห็นภาพภูเขาสูง ทะเลสาบกว้าง หรือทุ่งหญ้าสีทองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่เมื่อได้มีโอกาสล่องเรือเข้าไปภายในถ้ำน้ำเปิ่นซี ความรู้สึกที่ได้รับกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะนี่คือการเดินทางสู่โลกใต้พิภพที่ถูกซ่อนอยู่ภายในภูเขามาเป็นเวลาหลายล้านปี            ทันทีที่เรือค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่ปากถ้ำ แสงสว่างจากภายนอกเริ่มเลือนหายไปทีละน้อย ความเย็นสบายภายในถ้ำเข้ามาแทนที่อากาศด้านนอก เสียงน้ำกระทบตัวเรือเบา ๆ ดังสะท้อนไปทั่วโพรงถ้ำ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบจนสามารถได้ยินเสียงหยดน้ำที่ตกลงจากเพดานหินเป็นระยะ ๆ ความรู้สึกในตอนนั้นเหมือนกำลังออกสำรวจดินแดนลับที่ถูกซ่อนเอาไว้ใต้พื้นโลก และยิ่งเรือแล่นลึกเข้าไปมากเท่าไร ความตื่นตาตื่นใจก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น

สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ท่ามกลางป่าเขา น้ำตก และสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง

สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ท่ามกลางป่าเขา น้ำตก และสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง

133

เมื่อธรรมชาติเปิดประตูต้อนรับนักเดินทางบางครั้งการเดินทางที่น่าประทับใจที่สุด ไม่ได้เกิดจากเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงสีหรือสถาปัตยกรรมอันหรูหรา แต่เกิดจากสถานที่ที่ทำให้เราได้หยุดมอง หยุดฟัง และใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง "อุทยานกวนเหมินชาน" คือหนึ่งในสถานที่แบบนั้น ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่อุทยาน ความรู้สึกแรกที่หลายคนสัมผัสได้คือความกว้างใหญ่ของผืนป่าและแนวเทือกเขาที่ทอดยาวสุดสายตา ภูเขาสูงสลับซับซ้อนรายล้อมอยู่รอบตัว ลำธารใสไหลคดเคี้ยวผ่านหุบเขา เสียงน้ำตกดังแว่วมาจากระยะไกล ส่วนอากาศก็สดชื่นจนรู้สึกได้ตั้งแต่ลมหายใจแรก ที่นี่เปรียบเสมือนโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยความสงบ และเป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง อุทยานทั้งแห่งจะถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง สีส้ม และสีทองจากใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี กลายเป็นภาพที่สวยงามจนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้แดงที่ดีที่สุดของประเทศจีน หลายคนอาจเคยเห็นภาพของกวนเหมินชานผ่านหน้าจอโทรศัพท์หรือในโซเชียลมีเดีย แต่เมื่อได้มายืนอยู่ตรงหน้า ได้เห็นภูเขาสีแดงทองทอดยาวอยู่รอบตัวจริง ๆ จึงจะเข้าใจว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ทุกปี

เกาะกู่หลางหยู มนต์เสน่ห์แห่งเกาะดนตรีและสถาปัตยกรรมกลางทะเลเซี่ยเหมิน

เกาะกู่หลางหยู มนต์เสน่ห์แห่งเกาะดนตรีและสถาปัตยกรรมกลางทะเลเซี่ยเหมิน

122

เกาะเล็กๆ ที่ทำให้ผู้คนหลงรักตั้งแต่ก้าวแรก          หากพูดถึงเมืองเซี่ยเหมิน หลายคนอาจนึกถึงเมืองชายทะเลที่สวยงามและทันสมัยทางตอนใต้ของจีน แต่ห่างจากชายฝั่งออกไปเพียงไม่กี่นาทีด้วยเรือเฟอร์รี่ ยังมีเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ซ่อนเสน่ห์เอาไว้อย่างน่าประทับใจ นั่นคือ “เกาะกู่หลางหยู” จุดหมายปลายทางที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีบรรยากาศโรแมนติกและมีเอกลักษณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน ทันทีที่เรือเทียบท่า ความรู้สึกแรกที่หลายคนสัมผัสได้คือความแตกต่างจากเมืองใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างชัดเจน บนเกาะแห่งนี้แทบไม่มีเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ ไม่มีความวุ่นวายของการจราจร มีเพียงเสียงคลื่นทะเล เสียงลมพัดผ่านต้นไม้ และเสียงดนตรีที่ลอยมาตามตรอกซอกซอยราวกับเป็นเพลงประกอบของเกาะทั้งเกาะ กู่หลางหยูไม่ได้โดดเด่นเพราะความยิ่งใหญ่ แต่โดดเด่นเพราะบรรยากาศที่หาได้ยากในโลกยุคปัจจุบัน เป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้คนอยากเก็บโทรศัพท์ลงสักพัก แล้วใช้เวลาค่อยๆ เดินสำรวจเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในทุกมุมถนน

น้ำตกหูโข่ว มหัศจรรย์แห่งแม่น้ำเหลือง เสียงคำรามของสายน้ำที่สะท้อนพลังแห่งธรรมชาติ

น้ำตกหูโข่ว มหัศจรรย์แห่งแม่น้ำเหลือง เสียงคำรามของสายน้ำที่สะท้อนพลังแห่งธรรมชาติ

95

เมื่อแม่น้ำเหลืองเผยพลังที่แท้จริง          หากพูดถึงแม่น้ำที่มีความสำคัญต่อประเทศจีนมากที่สุด ชื่อของ "แม่น้ำเหลือง" หรือหวงเหอ คงเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะแม่น้ำสายนี้เปรียบเสมือนต้นกำเนิดอารยธรรมจีน เป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงผู้คนมาหลายพันปี และเป็นพยานของเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์นับไม่ถ้วน แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ก็คือ บนเส้นทางอันยาวไกลของแม่น้ำเหลืองนั้น มีสถานที่แห่งหนึ่งที่สามารถแสดงพลังของสายน้ำออกมาได้อย่างน่าตื่นตะลึงที่สุด สถานที่นั้นก็คือ "น้ำตกหูโข่ว" ที่นี่ไม่ใช่น้ำตกที่สูงเสียดฟ้าเหมือนน้ำตกชื่อดังในหลายประเทศ และไม่ได้ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าดิบเขียวชอุ่มเหมือนภาพจำของน้ำตกทั่วไป แต่กลับมีเสน่ห์ในแบบที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะสิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นคือมวลน้ำมหาศาลสีเหลืองทองของแม่น้ำหวงเหอ ที่ไหลพุ่งผ่านช่องเขาแคบ ๆ ก่อนจะตกลงสู่เบื้องล่างด้วยพลังอันรุนแรง เสียงน้ำกระทบโขดหินดังก้องไปทั่วหุบเขา ละอองน้ำลอยฟุ้งขึ้นสู่ท้องฟ้า และแรงสั่นสะเทือนจากกระแสน้ำทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่ต่อหน้าพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ นี่คือเหตุผลที่น้ำตกหูโข่วได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของจีน และเป็นจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางจำนวนมากใฝ่ฝันจะมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง

ซากปรักหักพังของมหาวิหารเซนต์พอล โบสถ์พระแม่แห่งพระเจ้า สัญลักษณ์แห่งมาเก๊าที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือน

ซากปรักหักพังของมหาวิหารเซนต์พอล โบสถ์พระแม่แห่งพระเจ้า สัญลักษณ์แห่งมาเก๊าที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือน

105

กำแพงหินเพียงด้านเดียวที่คนทั้งโลกจดจำ          ท่ามกลางอาคารสมัยใหม่ คาสิโนขนาดใหญ่ และความคึกคักของเมืองมาเก๊า มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ยังคงยืนหยัดอยู่เหนือกาลเวลา ราวกับเป็นผู้เฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงของเมืองมานานหลายร้อยปี นั่นคือ "ซากปรักหักพังของมหาวิหารเซนต์พอล" หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ Ruins of St. Paul's หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของมาเก๊า สิ่งที่น่าสนใจคือ มหาวิหารแห่งนี้ไม่ได้หลงเหลืออยู่ในสภาพสมบูรณ์เหมือนโบสถ์ชื่อดังแห่งอื่นของโลก แต่กลับเหลือเพียงผนังด้านหน้าขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดบันไดหินเท่านั้น ทว่าซากอาคารเพียงส่วนเดียวนี้กลับกลายเป็นภาพจำของทั้งเมือง และเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนต้องแวะมาเยือนสักครั้ง เมื่อเดินขึ้นบันไดหินทีละขั้น พร้อมมองเห็นกำแพงหินแกะสลักอันงดงามอยู่เบื้องหน้า ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่ยุคที่มาเก๊าเป็นเมืองท่าการค้าสำคัญของโลก เป็นช่วงเวลาที่วัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกหลอมรวมกันจนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ใด สถานที่แห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงซากอาคารเก่าแก่ แต่เป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต และยังคงเล่าเรื่องราวให้ผู้คนรุ่นหลังได้รับรู้จนถึงทุกวันนี้

อุทยานน้ำพุร้อนเถิงชง มหัศจรรย์แห่งไออุ่นจากใต้พิภพ ดินแดนที่ธรรมชาติยังมีลมหายใจ

อุทยานน้ำพุร้อนเถิงชง มหัศจรรย์แห่งไออุ่นจากใต้พิภพ ดินแดนที่ธรรมชาติยังมีลมหายใจ

102

เมื่อผืนดินเล่าเรื่องราวผ่านไอน้ำสีขาว          หากพูดถึงเมืองเถิงชง (Tengchong) ในมณฑลยูนนานของประเทศจีน หลายคนอาจนึกถึงเมืองเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยภูเขา ป่าไม้ และอากาศบริสุทธิ์ แต่สิ่งที่ทำให้เมืองแห่งนี้โดดเด่นจนได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองแห่งน้ำพุร้อนของจีน" คือแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพขนาดใหญ่ที่ยังคงทำงานอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ อุทยานน้ำพุร้อนเถิงชงเป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสพลังของธรรมชาติอย่างใกล้ชิดที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศจีน ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในอุทยาน นักท่องเที่ยวจะสังเกตเห็นไอน้ำสีขาวลอยขึ้นจากพื้นดินเป็นสายๆ ราวกับหมอกธรรมชาติที่ไม่มีวันจางหาย เสียงน้ำเดือดจากบ่อน้ำร้อนดังแว่วมาตามสายลม บางจุดสามารถมองเห็นฟองอากาศผุดขึ้นจากผิวน้ำอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าพลังงานใต้ผืนโลกยังคงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ความพิเศษของที่นี่ไม่ใช่เพียงความสวยงามทางธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างโลก ธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาที่เกิดขึ้นมายาวนานนับล้านปี ทุกก้าวที่เดินภายในอุทยานจึงเหมือนกำลังเดินอยู่บนหน้าประวัติศาสตร์ของโลกที่ยังมีชีวิต

โรงละครหอคอยไข่มุก แลนด์มาร์กริมทะเลสุดสวยแห่งจูไห่

โรงละครหอคอยไข่มุก แลนด์มาร์กริมทะเลสุดสวยแห่งจูไห่

141

อาคารที่มองเพียงครั้งเดียวก็จดจำได้ไม่ลืม          หากมีโอกาสเดินทางมาถึงเมืองจูไห่ เมืองชายฝั่งที่ได้ชื่อว่าสวยงามและน่าอยู่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน เชื่อว่าหลายคนจะต้องสะดุดตากับอาคารขนาดใหญ่รูปทรงแปลกตาที่ตั้งโดดเด่นอยู่ริมทะเล ราวกับไข่มุกเม็ดมหึมาสองเม็ดกำลังเปล่งประกายอยู่ท่ามกลางผืนน้ำสีคราม อาคารแห่งนั้นก็คือ “โรงละครหอคอยไข่มุก” หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อโรงละครโอเปร่าจูไห่ หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่กลายเป็นภาพจำของเมืองไปแล้ว ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้ไม่ได้อยู่แค่ความสวยงามของตัวอาคารเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม ศิลปะ และการแสดงที่สำคัญของเมืองอีกด้วย จึงไม่แปลกเลยที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากจะเลือกปักหมุดที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องมาเยือนเมื่อเดินทางมาถึงจูไห่

วิหารลอยฟ้าเสวี่ยนคงซื่อ มหัศจรรย์แห่งศรัทธาที่เกาะอยู่บนหน้าผามานานกว่าพันปี

วิหารลอยฟ้าเสวี่ยนคงซื่อ มหัศจรรย์แห่งศรัทธาที่เกาะอยู่บนหน้าผามานานกว่าพันปี

108

เมื่อมนุษย์สร้างวัดไว้ในที่ที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้          บนโลกใบนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่สวยงาม แต่มีเพียงไม่กี่แห่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกทั้งทึ่ง ตื่นเต้น และอดตั้งคำถามไม่ได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นภาพ วิหารลอยฟ้าเสวี่ยนคงซื่อ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ "วัดแขวน" คือหนึ่งในสถานที่เหล่านั้น ลองจินตนาการถึงอาคารไม้โบราณที่ถูกสร้างติดอยู่บนหน้าผาสูงชันหลายสิบเมตร เบื้องล่างคือหุบเขาลึก ส่วนเบื้องบนคือผาหินขนาดมหึมาที่โอบล้อมตัววิหารเอาไว้ ภาพที่เห็นราวกับว่าสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดกำลังลอยอยู่กลางอากาศอย่างไม่น่าเชื่อ ความรู้สึกแรกของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักไม่ต่างกันนัก หลายคนเงยหน้ามองแล้วเผลออุทานออกมาว่า "สร้างไปได้อย่างไร" ขณะที่บางคนยืนมองอยู่พักใหญ่เพื่อซึมซับความมหัศจรรย์ตรงหน้า เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหน วิหารแห่งนี้ก็ยังคงดูเหมือนท้าทายกฎของธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าความสวยงาม คือความจริงที่ว่าสถานที่แห่งนี้ยืนหยัดอยู่บนหน้าผามานานกว่าหนึ่งพันห้าร้อยปี ผ่านทั้งลม ฝน หิมะ สงคราม และกาลเวลา จนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีน

จงซูเก๋อ ดินแดนมหัศจรรย์ของคนรักหนังสือที่ต้องไปสักครั้ง

จงซูเก๋อ ดินแดนมหัศจรรย์ของคนรักหนังสือที่ต้องไปสักครั้ง

95

เมื่อร้านหนังสือไม่ใช่แค่ร้านหนังสือ         ถ้าพูดถึงร้านหนังสือ หลายคนอาจนึกถึงชั้นวางหนังสือเรียงราย โต๊ะอ่านหนังสือเงียบๆ และบรรยากาศที่ชวนให้ใช้เวลาช้าๆ แต่เมื่อได้ก้าวเข้าไปใน "ร้านหนังสือจงซูเก๋อ" ความรู้สึกนั้นกลับเปลี่ยนไปทันที ที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่ขายหนังสือ แต่เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะ สถาปัตยกรรม และจินตนาการเข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าทึ่ง ทุกมุมถูกออกแบบให้เหมือนฉากในภาพยนตร์แฟนตาซี บางแห่งดูราวกับอุโมงค์แห่งกาลเวลา บางแห่งเหมือนห้องสมุดลอยอยู่ในโลกแห่งความฝัน จนทำให้หลายคนตั้งใจมาเยือนแม้ไม่ได้คิดจะซื้อหนังสือเลยก็ตาม

ชิงเต่า เมืองชายทะเลฟีลยุโรปที่สวยเกินคาดในประเทศจีน

ชิงเต่า เมืองชายทะเลฟีลยุโรปที่สวยเกินคาดในประเทศจีน

80

เมืองที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น          เมื่อพูดถึงประเทศจีน ภาพที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นมหานครขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า ผู้คนจำนวนมาก และความทันสมัยที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่หากมีโอกาสได้เดินทางมาที่ "ชิงเต่า" เมืองชายฝั่งทะเลทางตะวันออกของจีน คุณอาจได้เห็นอีกมุมหนึ่งของประเทศที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ชิงเต่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง ไม่ว่าจะเป็นถนนที่ทอดยาวเลียบทะเล อาคารหลังคาสีแดงที่เรียงรายอยู่ตามเนินเขา ลมทะเลที่พัดผ่านตลอดวัน หรือบรรยากาศสบายๆ ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก          หลายคนถึงกับบอกว่า หากไม่ได้เห็นป้ายภาษาจีน หรือไม่ได้ยินผู้คนพูดภาษาจีนรอบตัว อาจเผลอคิดว่ากำลังเดินอยู่ในเมืองชายทะเลแห่งหนึ่งของยุโรป เพราะทุกอย่างรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมตะวันตกที่ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมจีนได้อย่างลงตัว นี่คือเมืองที่ไม่ได้โดดเด่นเพียงเพราะความสวยงามของทะเล แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเสน่ห์ที่ค่อยๆ ทำให้ผู้มาเยือนหลงรักโดยไม่รู้ตัว

เมื่อธรรมชาติแต่งแต้มผืนน้ำเป็นสีคราม ทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงิน

เมื่อธรรมชาติแต่งแต้มผืนน้ำเป็นสีคราม ทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงิน

91

          บางครั้งการเดินทางก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้เห็นสถานที่สักแห่งที่สวยจนทำให้เรานิ่งไปชั่วขณะ และทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงินก็เป็นหนึ่งในสถานที่แบบนั้น ทันทีที่ได้เห็นผืนน้ำสีฟ้าอมเขียวทอดยาวอยู่ท่ามกลางขุนเขา ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคือความสงสัยว่านี่คือภาพจริงหรือภาพวาดกันแน่ สีของน้ำดูสดใสจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ยิ่งเมื่อมีแสงแดดตกกระทบลงบนผิวน้ำ สีสันที่ปรากฏยิ่งดูเปล่งประกายราวกับอัญมณีเม็ดใหญ่ที่ถูกซ่อนเอาไว้กลางหุบเขา          ทะเลสาบพระจันทร์สีน้ำเงิน หรือ Blue Moon Valley เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองลี่เจียง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน และเป็นจุดหมายที่นักเดินทางจำนวนมากปักหมุดเอาไว้ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง เพราะต่างอยากมาพิสูจน์ด้วยตาตัวเองว่าความงดงามที่เห็นในภาพถ่ายนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และเมื่อได้มายืนอยู่ตรงหน้า คำตอบที่ได้รับมักเหมือนกันเสมอ นั่นคือของจริงสวยกว่าภาพถ่ายหลายเท่า

มองโกเลียน้อยฮุ่ยเจ๋อ ดินแดนทุ่งหญ้าสีเขียวกลางยูนนาน

มองโกเลียน้อยฮุ่ยเจ๋อ ดินแดนทุ่งหญ้าสีเขียวกลางยูนนาน

116

เมื่อยูนนานมีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ราวกับมองโกเลีย          หลายคนที่เดินทางไปมณฑลยูนนาน มักนึกถึงภูเขาหิมะ เมืองโบราณ หรือทะเลสาบสีฟ้าสวย แต่มีอีกหนึ่งสถานที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนต้องประหลาดใจ เพราะภาพตรงหน้าดูแตกต่างจากยูนนานที่คุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง นั่นก็คือ "ภูเขาทุ่งหญ้าแห่งมองโกเลียน้อย ฮุ่ยเจ๋อ" ดินแดนแห่งทุ่งหญ้าสีเขียวที่ทอดยาวสุดสายตา ราวกับหลุดเข้าไปอยู่บนที่ราบกว้างใหญ่ของมองโกเลีย ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่แห่งนี้ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความโล่งกว้างของธรรมชาติ ท้องฟ้าสีครามตัดกับแนวภูเขาสลับซับซ้อน และทุ่งหญ้าที่พลิ้วไหวตามแรงลม สร้างบรรยากาศที่สงบจนแทบลืมความวุ่นวายของชีวิตประจำวันไปเสียหมด บางช่วงของวัน แสงแดดอ่อนๆ สาดลงบนผืนหญ้าจนเกิดเฉดสีเขียวทองสวยงาม ขณะที่ฝูงม้าและวัวกำลังเล็มหญ้าอย่างอิสระ ภาพทั้งหมดรวมกันกลายเป็นทิวทัศน์ที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในสถานที่ธรรมชาติที่งดงามที่สุดของเมืองฮุ่ยเจ๋อ ที่นี่ไม่ได้มีเพียงความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน จึงทำให้ทุกมุมของภูเขาแห่งนี้มีเสน่ห์และเรื่องราวซ่อนอยู่เสมอ

โรงเบียร์ชิงเต่า โรงเบียร์เก่าในเมืองริมทะเล ที่ยังหายใจอยู่ในประวัติศาสตร์

โรงเบียร์ชิงเต่า โรงเบียร์เก่าในเมืองริมทะเล ที่ยังหายใจอยู่ในประวัติศาสตร์

83

ที่บางแห่งไม่ได้ให้เราแค่ “ดู” แต่ให้เรา “เข้าไปอยู่ในเรื่องราว”          เวลาพูดถึงการเที่ยวโรงเบียร์ หลายคนอาจนึกถึงแค่การชิม ดื่ม เดินถ่ายรูป แล้วก็จบไปแบบนั้น แต่โครงเบียร์ชิงเต่าไม่ใช่แบบนั้นเลย มันเป็นสถานที่ที่พอเดินเข้าไปแล้ว ความรู้สึกจะเปลี่ยนทันทีแบบไม่ต้องมีใครอธิบายเพิ่ม เหมือนเรากำลังเดินจากโลกปัจจุบัน เข้าไปในอีกช่วงเวลาหนึ่งที่ยังไม่ยอมเลือนหายไปไหน ตึกอิฐแดง เครื่องจักรเหล็กเก่า กลิ่นหมักเบา ๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ ทุกอย่างมันไม่ใช่การจัดฉาก แต่มันคือของจริงที่ยังถูกใช้งาน ถูกเก็บรักษา และยังคงเล่าเรื่องของตัวเองอยู่ทุกวัน ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงอยู่กับชื่อเดียวคือ Tsingtao Brewery โรงเบียร์ที่ไม่ได้เป็นแค่ผู้ผลิตเบียร์ แต่เป็นเหมือน “โครงกระดูกของเมือง” ที่พยุงประวัติศาสตร์ของชิงเต่าเอาไว้โดยที่คนอาจไม่ทันสังเกต

ป่าเทพนิยายแห่งเซี่ยเหมิน ความเขียวที่เหมือนหลุดออกมาจากความฝัน

ป่าเทพนิยายแห่งเซี่ยเหมิน ความเขียวที่เหมือนหลุดออกมาจากความฝัน

68

ก้าวเข้าไปแล้วเหมือนโลกค่อยๆ เบาลง          ถ้าพูดถึงเมืองเซี่ยเหมิน หลายคนมักนึกถึงทะเล คาเฟ่ริมเกาะ หรือเมืองสวยๆ ที่มีชีวิตชีวา แต่มีอีกที่หนึ่งที่พอเดินเข้าไปแล้วบรรยากาศมันเปลี่ยนไปแบบเงียบๆ เหมือนโลกข้างนอกค่อยๆ หายเสียง ที่นั่นคือ Xiamen Botanical Garden หรือที่หลายคนเรียกว่า “ป่าเทพนิยาย” แค่ก้าวผ่านประตูเข้าไป ความรู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากความวุ่นวายทันที เหลือแค่เสียงลม เสียงใบไม้ และจังหวะการเดินของตัวเอง มันไม่ใช่สวนที่จัดระเบียบเป๊ะๆ แต่เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ธรรมชาติยังคง “ปล่อยให้เติบโตของมันเอง” อยู่ตลอดเวลาบางโซนชื้น บางโซนโปร่ง บางช่วงมีแสงแดดตกลงมาเป็นลำ เหมือนโลกกำลังหายใจอยู่รอบตัวเรา

ภูเขาหิมะมังกรหยก ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งลี่เจียง

ภูเขาหิมะมังกรหยก ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งลี่เจียง

82

          หากมีสถานที่สักแห่งที่สามารถเป็นตัวแทนของเมืองลี่เจียงได้อย่างสมบูรณ์ ชื่อของ “ภูหิมะมังกรหยก” คงเป็นคำตอบที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรก เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ขุนเขาแห่งนี้ก็โดดเด่นราวกับกำลังเฝ้ามองเมืองลี่เจียงอยู่ตลอดเวลา หลายคนอาจเคยเห็นภาพยอดเขาหิมะสีขาวสะอาดบนโปสเตอร์ท่องเที่ยวหรือในสื่อออนไลน์ แต่เมื่อได้มายืนอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกที่ได้รับกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ความสูงใหญ่ของเทือกเขา ความเย็นของอากาศ และภาพของยอดเขาที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสได้ถึงพลังของธรรมชาติอย่างแท้จริง ภูหิมะมังกรหยกไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวธรรมดา แต่เป็นทั้งสัญลักษณ์ของลี่เจียง เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของชาวน่าซี และเป็นหนึ่งในภูมิประเทศที่สวยงามที่สุดของมณฑลยูนนาน จนได้รับการยกย่องให้เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางจากทั่วโลก

เที่ยวกำแพงเมืองหูซาน จุดเริ่มต้นด้านตะวันออกของกำแพงเมืองจีน

เที่ยวกำแพงเมืองหูซาน จุดเริ่มต้นด้านตะวันออกของกำแพงเมืองจีน

99

เมื่อปลายกำแพงเมืองจีน พาเราไปสัมผัสอีกมุมหนึ่งของประวัติศาสตร์         เวลาพูดถึงกำแพงเมืองจีน หลายคนมักนึกถึงภาพกำแพงหินที่ทอดยาวคดเคี้ยวอยู่บนสันเขา ท่ามกลางนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ถ้าอยากเห็นกำแพงเมืองจีนในบรรยากาศที่เงียบสงบ มีความเป็นธรรมชาติ และเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ "กำแพงเมืองหูซาน" คือหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรมองข้าม ที่นี่ตั้งอยู่ในเมืองตานตง มณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เป็นบริเวณที่กำแพงเมืองจีนทอดยาวมาจนเกือบสุดปลายแผ่นดิน ก่อนจะสิ้นสุดลงใกล้แม่น้ำยาลู่ซึ่งกั้นพรมแดนระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือ ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้ไม่ได้อยู่แค่ความยิ่งใหญ่ของกำแพง แต่คือความรู้สึกที่ได้ยืนอยู่ตรงจุดซึ่งประวัติศาสตร์ การเมือง และธรรมชาติ มาบรรจบกันอย่างลงตัว ทันทีที่ก้าวขึ้นไปบนกำแพง สายลมเย็นพัดผ่านยอดไม้ วิวภูเขาสีเขียวทอดยาวสุดสายตา ส่วนเบื้องหน้าคือแม่น้ำยาลู่ที่ไหลเอื่อย ๆ คั่นกลางระหว่างสองประเทศ ภาพที่เห็นเรียบง่าย แต่กลับทำให้หลายคนหยุดนิ่งและใช้เวลามองอยู่นาน เพราะไม่ใช่ทุกวันที่เราจะมีโอกาสยืนมองประเทศเพื่อนบ้านจากกำแพงโบราณที่มีอายุหลายร้อยปี

TimeMeet Island โลกแห่งวันวาน

TimeMeet Island โลกแห่งวันวาน

75

ย้อนเวลาสู่อดีตที่ TimeMeet Island จุดเช็กอินใหม่ที่เหมือนหลุดเข้าไปในหนังย้อนยุค        ถ้าใครกำลังมองหาสถานที่เที่ยวที่ไม่ได้มีแค่ความสวย แต่ยังให้ความรู้สึกเหมือนได้เดินย้อนเวลากลับไปสัมผัสบรรยากาศในอดีต TimeMeet Island คืออีกหนึ่งจุดเช็กอินแห่งใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะทันทีที่ก้าวเข้าไป คุณจะรู้สึกเหมือนหลุดออกจากโลกปัจจุบัน แล้วเดินเข้าสู่เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวันวาน ทั้งอาคาร ถนน ร้านค้า และมุมถ่ายรูปต่าง ๆ ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน จนทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้น เหมือนได้ออกเดินทางผ่านกาลเวลาแบบไม่ต้องใช้เครื่องย้อนเวลาเลยสักนิด

ฤดูทองแห่งปักกิ่ง ชมแปะก๊วยสุดโรแมนติกที่สวนโอลิมปิก

ฤดูทองแห่งปักกิ่ง ชมแปะก๊วยสุดโรแมนติกที่สวนโอลิมปิก

76

ฤดูใบไม้ร่วงที่ทำให้ปักกิ่งอบอุ่นกว่าที่เคย          หลายคนรู้จักปักกิ่งจากพระราชวังต้องห้าม กำแพงเมืองจีน หรือจัตุรัสเทียนอันเหมิน แต่พอเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง เมืองทั้งเมืองกลับเปลี่ยนบรรยากาศไปอย่างสิ้นเชิง สีเขียวที่คุ้นตาค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยสีเหลืองทองของต้นแปะก๊วยที่เรียงรายอยู่ทั่วเมือง และหนึ่งในสถานที่ที่สวยจนหลายคนตั้งใจเดินทางมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ ก็คือ "สวนโอลิมปิกปักกิ่ง"          แค่ก้าวเข้ามาในพื้นที่ก็รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในภาพยนตร์ ใบแปะก๊วยที่ปลิวลงมาตามแรงลมเบาๆ ปูพื้นเป็นพรมสีทองทอดยาวสุดสายตา ผู้คนเดินเล่น ถ่ายรูป นั่งพักผ่อน บางคนถือกาแฟ บางคนพาหนังสือมาอ่าน ทุกอย่างดูเรียบง่าย แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้เราอยากใช้เวลาอยู่ตรงนั้นให้นานที่สุด

เวนิสแห่งมาเก๊า เดอะ เวเนเชี่ยน แลนด์มาร์กสุดอลังการที่ต้องไปเช็กอินสักครั้ง

เวนิสแห่งมาเก๊า เดอะ เวเนเชี่ยน แลนด์มาร์กสุดอลังการที่ต้องไปเช็กอินสักครั้ง

72

ก้าวแรกที่เข้ามา ก็เหมือนเดินออกจากเอเชียไปอยู่เวนิส          ถ้ามีใครถามว่ามาเก๊ามีอะไรนอกจากคาสิโน คำตอบที่อยากชวนให้ไปเห็นกับตาสักครั้งก็คือ เดอะ เวเนเชี่ยน (The Venetian Macao) รีสอร์ตขนาดใหญ่ที่ไม่ได้มีดีแค่ความหรูหรา แต่ยังเป็นสถานที่ที่เปลี่ยนจินตนาการให้กลายเป็นความจริง ด้วยการยกเสน่ห์ของเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี มาไว้กลางมาเก๊าอย่างน่าทึ่ง          ทันทีที่ก้าวผ่านประตูเข้าไป ความรู้สึกแรกคือความตื่นตา เพราะภาพตรงหน้าเต็มไปด้วยคลองสายเล็กที่ทอดยาวผ่านอาคารสไตล์ยุโรป สะพานหินโค้ง เรือกอนโดลาที่ค่อย ๆ ลอยผ่านอย่างสงบ และท้องฟ้าสีฟ้าสดใสเหนือศีรษะ ทั้งที่ความจริงแล้วทุกอย่างอยู่ภายในอาคารเดียว บรรยากาศทั้งหมดถูกออกแบบอย่างประณีตจนทำให้หลายคนเผลอหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปตั้งแต่นาทีแรก และยิ่งเดินก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังเดินเล่นอยู่ในเมืองเวนิสจริง ๆ

ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ มหาสมุทรแห่งขุนเขา ความงดงามที่โอบกอดเมืองต้าหลี่

ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ มหาสมุทรแห่งขุนเขา ความงดงามที่โอบกอดเมืองต้าหลี่

90

เมื่อผืนน้ำกว้างใหญ่ กลายเป็นหัวใจของเมืองต้าหลี่          ถ้ามีใครถามว่า สถานที่ไหนคือภาพจำของเมืองต้าหลี่ คำตอบของหลายคนคงหนีไม่พ้น "ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่" เพราะทันทีที่ได้เห็นภาพผืนน้ำสีฟ้ากว้างสุดสายตา มีเทือกเขาชางซานทอดตัวยิ่งใหญ่เป็นฉากหลัง ก็แทบไม่ต้องใช้คำอธิบายอะไรเพิ่มเติมเลย ความสวยตรงหน้ามันบอกทุกอย่างได้เอง แม้ชื่อจะมีคำว่า "ทะเล" แต่จริง ๆ แล้วที่นี่คือทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่งดงามที่สุดของมณฑลยูนนาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบ ลมเย็นพัดผ่านผิวน้ำตลอดทั้งวัน บ้านเรือนของชาวไป๋เรียงรายอยู่ริมฝั่ง ถนนเลียบทะเลสาบทอดยาวหลายสิบกิโลเมตร จนทำให้หลายคนเลือกใช้เวลาทั้งวันอยู่ที่นี่แบบไม่รีบร้อน เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีวิวสวย ๆ ให้หยุดถ่ายรูปอยู่ตลอดทาง

อุโมงค์ป่าไผ่อี้ซิง เมื่อธรรมชาติสร้างอุโมงค์สีเขียวที่งดงามเกินบรรยาย

อุโมงค์ป่าไผ่อี้ซิง เมื่อธรรมชาติสร้างอุโมงค์สีเขียวที่งดงามเกินบรรยาย

91

เดินเล่นใต้ร่มไผ่นับหมื่นต้น สูดอากาศบริสุทธิ์           หากมีใครถามว่าการเดินทางที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายที่สุดเป็นแบบไหน หลายคนคงตอบไม่เหมือนกัน บางคนชอบทะเลที่มีเสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง บางคนหลงใหลภูเขาสูงที่รายล้อมด้วยสายหมอก แต่สำหรับคนที่รักความเงียบ ชอบสีเขียวของต้นไม้ และอยากปล่อยใจให้ลอยไปกับธรรมชาติ "อุโมงค์ป่าไผ่อี้ซิง" คือหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเลยสักครั้ง          ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งนี้ ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความเย็นสบาย อากาศที่แตกต่างจากภายนอกอย่างชัดเจน ราวกับต้นไผ่นับหมื่นต้นช่วยสร้างเครื่องปรับอากาศจากธรรมชาติให้กับพื้นที่แห่งนี้โดยไม่ต้องใช้พลังงานแม้แต่น้อย แสงแดดที่เคยร้อนแรงกลับถูกกรองผ่านใบไผ่จนเหลือเพียงแสงอ่อน ๆ ที่ตกกระทบพื้นถนนเป็นลวดลายสวยงาม ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความสงบ และยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนได้หลุดออกจากความวุ่นวายของโลกภายนอกมากขึ้นเท่านั้น          หลายคนเดินทางมาที่นี่เพื่อถ่ายรูป หลายคนตั้งใจมาปั่นจักรยาน บางคนเพียงแค่อยากเดินเล่นเงียบ ๆ แต่ไม่ว่าจะมาเพราะเหตุผลไหน สิ่งหนึ่งที่ทุกคนได้รับกลับไปเหมือนกัน คือความรู้สึกสบายใจที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพราะธรรมชาติของที่นี่มีพลังบางอย่างที่ทำให้คนเราอยากเดินช้าลง พูดให้น้อยลง และใช้เวลาอยู่กับตัวเองให้มากขึ้น

ฮุ่ยเจ๋อ เมืองโบราณกลางขุนเขา ที่ครั้งหนึ่งต้องไปเยือน

ฮุ่ยเจ๋อ เมืองโบราณกลางขุนเขา ที่ครั้งหนึ่งต้องไปเยือน

103

เมื่อก้าวเข้าฮุ่ยเจ๋อ เวลาก็ดูเหมือนจะเดินช้าลง           ถ้าใครกำลังมองหาเมืองโบราณที่ยังคงมีชีวิตจริงๆ ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นมาเพื่อถ่ายรูป เมืองโบราณฮุ่ยเจ๋ออาจเป็นคำตอบที่ทำให้คุณตกหลุมรักได้แบบไม่รู้ตัว เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่สถาปัตยกรรมเก่าแก่ แต่ยังเต็มไปด้วยผู้คนที่ยังใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางบ้านไม้ ถนนหิน และอาคารโบราณที่ผ่านกาลเวลามาหลายร้อยปี ทุกเช้าที่พระอาทิตย์ค่อยๆ ส่องแสงผ่านหลังคากระเบื้องสีหม่น เสียงพ่อค้าแม่ค้าตั้งร้าน กลิ่นอาหารพื้นเมืองที่ลอยมาตามลม และผู้สูงวัยที่นั่งพูดคุยกันหน้าบ้าน ล้วนทำให้เมืองแห่งนี้มีเสน่ห์ที่สัมผัสได้จริง เป็นความเรียบง่ายที่หาได้ยากในยุคที่ทุกอย่างหมุนเร็วเหลือเกิน          ฮุ่ยเจ๋อเป็นเมืองที่ไม่ได้พยายามจะโดดเด่นด้วยความหรูหรา แต่มันโดดเด่นด้วยเรื่องราว ความทรงจำ และบรรยากาศที่ทำให้คนมาเยือนรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต ทุกซอกทุกมุมมีรายละเอียดเล็กๆ ให้หยุดมอง มีหน้าต่างไม้เก่า ประตูโบราณ ลวดลายแกะสลักที่ยังคงสมบูรณ์ และความสงบที่ทำให้หลายคนเผลอเดินช้าลงโดยไม่รู้ตัว

เมืองโบราณเหยาหู เมืองพันปีที่กาลเวลาราวกับหยุดเดิน

เมืองโบราณเหยาหู เมืองพันปีที่กาลเวลาราวกับหยุดเดิน

73

เมื่อเมืองเก่าทำให้เราเดินช้าลงโดยไม่รู้ตัว          บางสถานที่ไม่ได้โดดเด่นเพราะความยิ่งใหญ่ หรือเต็มไปด้วยแสงสีเหมือนเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง แต่กลับมีเสน่ห์ที่ทำให้คนมาเยือนรู้สึกอบอุ่นตั้งแต่ก้าวแรก เมืองโบราณเหยาหูก็เป็นแบบนั้น เป็นเมืองเล็กๆ ที่ยังคงเก็บกลิ่นอายของอดีตเอาไว้ได้อย่างน่าประทับใจ บ้านเรือนไม้โบราณเรียงรายอยู่ริมคลอง สะพานหินทอดข้ามลำน้ำอย่างเรียบง่าย ผู้คนยังใช้ชีวิตกันแบบไม่เร่งรีบ จนบางครั้งเราก็เผลอลืมไปว่ากำลังอยู่ในโลกยุคปัจจุบัน ถ้าใครกำลังมองหาสถานที่ที่ไม่ได้มีแค่ความสวยให้ถ่ายรูป แต่ยังมีเรื่องราว มีประวัติ และมีวิถีชีวิตที่ยังหายใจอยู่จริง เมืองโบราณเหยาหูคือจุดหมายที่ทำให้การเดินทางครั้งหนึ่งกลายเป็นความทรงจำที่อยากกลับมาอีกครั้ง

วัดกวนอูเซินเจิ้น ขอพรความสำเร็จ เสริมบารมี ณ ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ใจกลางเมือ

วัดกวนอูเซินเจิ้น ขอพรความสำเร็จ เสริมบารมี ณ ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ใจกลางเมือ

87

จุดหมายแห่งศรัทธาที่นักเดินทางไม่ควรพลาด          หากพูดถึงเมืองเซินเจิ้น หลายคนอาจนึกถึงตึกระฟ้า เทคโนโลยี หรือเมืองเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ท่ามกลางความทันสมัยนั้น กลับมีสถานที่แห่งหนึ่งที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมจีนโบราณและความศรัทธาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน นั่นก็คือ "วัดกวนอูเซินเจิ้น" สถานที่ที่ทั้งชาวจีนและนักท่องเที่ยวต่างแวะเวียนมากราบไหว้เพื่อขอพรเรื่องหน้าที่การงาน การค้าขาย ความซื่อสัตย์ และความสำเร็จในชีวิต          ทันทีที่ก้าวผ่านซุ้มประตูเข้าไป ความรู้สึกเหมือนโลกภายนอกค่อยๆ เงียบลง เสียงผู้คนที่พลุกพล่านถูกแทนที่ด้วยเสียงธูป เสียงระฆัง และบรรยากาศอันสงบที่ทำให้หลายคนเลือกหยุดเดินสักครู่เพื่อสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะยกมือไหว้ด้วยความตั้งใจ เพราะสำหรับหลายคน การเดินทางมาที่นี่ไม่ใช่แค่การมาเที่ยว แต่เป็นการมาเติมกำลังใจให้ตัวเองอีกครั้ง

เที่ยวหุบเขาผิงซาน ชมความงดงามของหุบเขาหินสีแดงสุดตระการตา

เที่ยวหุบเขาผิงซาน ชมความงดงามของหุบเขาหินสีแดงสุดตระการตา

68

เมื่อธรรมชาติสร้างผลงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่กว่าฝีมือมนุษย์          ถ้ามีใครถามว่าบนโลกนี้ยังมีสถานที่ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในหนังแฟนตาซีไหม คำตอบของหลายคนคงมีชื่อ "หุบเขาผิงซาน" ติดอยู่ในลิสต์แน่นอน เพราะทันทีที่ก้าวเข้าไป สิ่งแรกที่เห็นคือหน้าผาหินขนาดมหึมาที่ทอดตัวสลับซับซ้อนไปทั่วทั้งหุบเขา สีแดงอมส้มของชั้นหินเมื่อกระทบกับแสงแดดในแต่ละช่วงเวลา ยิ่งทำให้ภูมิประเทศแห่งนี้ดูมีชีวิต เหมือนธรรมชาติกำลังเปลี่ยนสีของผืนผ้าใบตลอดทั้งวัน และยิ่งมองก็ยิ่งอดคิดไม่ได้ว่า กว่าจะกลายมาเป็นภาพตรงหน้า โลกคงต้องใช้เวลายาวนานเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้          หุบเขาผิงซานจึงไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับมาถ่ายรูปสวย ๆ แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้หลายคนหยุดเดิน หยุดพูด แล้วเลือกที่จะยืนมองวิวตรงหน้าเงียบ ๆ เพราะความยิ่งใหญ่ของธรรมชาตินั้น บางครั้งก็อธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ยากจริง ๆ

อุทยานพื้นที่ชุ่มน้ำเลาหยีเหอ ดินแดนแห่งความสงบที่ธรรมชาติรังสรรค์

อุทยานพื้นที่ชุ่มน้ำเลาหยีเหอ ดินแดนแห่งความสงบที่ธรรมชาติรังสรรค์

78

เมื่อธรรมชาติยังคงหายใจได้เต็มปอด          บางครั้งการเดินทางก็ไม่จำเป็นต้องไปหาสถานที่ที่เต็มไปด้วยแสงสีหรือความคึกคักเสมอไป เพราะมีบางสถานที่ที่เพียงแค่ได้เดินช้า ๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด แล้วปล่อยสายตาไปกับวิวสีเขียวที่อยู่ตรงหน้า ก็ทำให้ความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวันค่อย ๆ หายไปอย่างไม่น่าเชื่อ อุทยานพื้นที่ชุ่มน้ำเลาหยีเหอ คือหนึ่งในสถานที่ที่ให้ความรู้สึกแบบนั้น เป็นสถานที่ที่ธรรมชาติยังคงได้หายใจอย่างเต็มที่ และเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความสงบในแบบที่หาได้ยากขึ้นทุกวัน          ทันทีที่ก้าวเข้าสู่อุทยาน สิ่งแรกที่สัมผัสได้คืออากาศที่สดชื่นกว่าปกติ ลมเย็นพัดผ่านผืนน้ำเบา ๆ เสียงนกร้องดังแว่วมาจากแนวต้นไม้ และเสียงใบกกที่พลิ้วไหวตามแรงลมราวกับกำลังบรรเลงบทเพลงของธรรมชาติ ทุกอย่างดูเรียบง่าย แต่กลับมีเสน่ห์จนทำให้เราอยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้นให้นานที่สุด          พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์เอาไว้ได้อย่างน่าประทับใจ ทั้งป่าไม้ ลำธาร หนองน้ำ และพรรณไม้หลากหลายชนิด ต่างพึ่งพาอาศัยกันจนเกิดเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ และยังเป็นบ้านของสัตว์ป่าจำนวนมาก โดยเฉพาะนกอพยพที่แวะเวียนมาในแต่ละฤดูกาล ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางมาเมื่อใด ก็จะได้เห็นภาพธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาของปีอยู่เสมอ

วัดอาม่า มนต์เสน่ห์วัดเก่าแก่คู่เมืองมาเก๊ากว่า 500 ปี

วัดอาม่า มนต์เสน่ห์วัดเก่าแก่คู่เมืองมาเก๊ากว่า 500 ปี

67

วัดเล็ก ๆ ที่มีความหมายยิ่งใหญ่กว่าที่คิด          หากพูดถึงมาเก๊า หลายคนคงนึกถึงคาสิโน อาคารสไตล์ยุโรป หรือถนนที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว แต่ความจริงแล้ว เมืองแห่งนี้มีหัวใจที่เก่าแก่กว่านั้นมาก และหัวใจดวงนั้นก็คือ "วัดอาม่า" วัดจีนโบราณที่ตั้งอยู่ริมเชิงเขา ใกล้กับชายฝั่งทะเล สถานที่ที่ผู้คนเดินทางมาสักการะกันมานานหลายศตวรรษ จนกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอย่างแท้จริง สิ่งที่ทำให้วัดแห่งนี้พิเศษ ไม่ใช่เพียงเพราะอายุที่ยาวนาน แต่เป็นเพราะทุกซอกทุกมุมของวัดยังคงรักษากลิ่นอายของอดีตเอาไว้ได้อย่างน่าประทับใจ ตั้งแต่บันไดหินเก่า ศาลเจ้าที่เรียงลดหลั่นไปตามไหล่เขา หลังคากระเบื้องแบบจีนโบราณ ไปจนถึงควันธูปที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือศีรษะ ทุกอย่างทำให้บรรยากาศดูสงบอย่างประหลาด แม้ว่าด้านนอกจะเต็มไปด้วยความคึกคักของเมืองใหญ่ก็ตาม หลายคนบอกว่า แค่ก้าวผ่านซุ้มประตูเข้ามา ความรู้สึกก็เปลี่ยนทันที เหมือนเวลาค่อย ๆ เดินช้าลง เสียงผู้คนเบาลง และใจที่วุ่นวายก็เริ่มสงบนิ่งอย่างไม่รู้ตัว

อุโมงค์ต้นอู๋ถง มุมสวยที่ทำให้หลงรักเซินเจิ้น

อุโมงค์ต้นอู๋ถง มุมสวยที่ทำให้หลงรักเซินเจิ้น

68

เมื่อถนนธรรมดา กลายเป็นอุโมงค์แห่งธรรมชาติที่ใครเห็นก็ต้องหยุดมอง          บางครั้งสถานที่ที่ทำให้เราประทับใจที่สุด ก็ไม่ใช่แลนด์มาร์กใหญ่โต ไม่ใช่อาคารสูงระฟ้า หรือแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยผู้คนเสมอไป แต่กลับเป็นถนนสายหนึ่งที่มีต้นไม้เรียงรายอยู่สองข้างทาง จนกิ่งก้านสาขาค่อยๆ โอบเข้าหากันเหนือศีรษะ กลายเป็นอุโมงค์สีเขียวที่ทั้งเงียบ สงบ และสวยงามจนรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในภาพยนตร์ อุโมงค์ต้นอู๋ถง คือหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวและช่างภาพต่างหลงรัก เพราะไม่ว่าจะมาในฤดูไหน ถนนสายนี้ก็มีเสน่ห์แตกต่างกันออกไป บางช่วงเต็มไปด้วยสีเขียวสดชื่น บางช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเป็นเหลืองทอง ก่อนจะค่อยๆ ร่วงหล่นปกคลุมพื้นถนน กลายเป็นภาพที่โรแมนติกจนหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในถนนที่สวยที่สุดของจีน และเมื่อได้มายืนอยู่ตรงกลางอุโมงค์แห่งนี้จริงๆ จะเข้าใจทันทีว่าทำไมผู้คนถึงยอมเดินทางไกลเพื่อมาเห็นด้วยตาของตัวเองสักครั้ง

สวนน้ำตกคุนหมิง แลนด์มาร์กสุดปังแห่งยูนนาน

สวนน้ำตกคุนหมิง แลนด์มาร์กสุดปังแห่งยูนนาน

63

จุดหมายที่ทำให้หลายคนหลงรักคุนหมิงมากกว่าเดิม          หากพูดถึงเมืองคุนหมิง หลายคนคงนึกถึงอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี จนได้รับฉายาว่า "นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ" เมืองที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใส ทะเลสาบกว้างใหญ่ และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของมณฑลยูนนาน แต่ท่ามกลางเมืองที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ยังมีสถานที่แห่งหนึ่งที่กลายเป็นทั้งแลนด์มาร์กแห่งใหม่และพื้นที่พักผ่อนของผู้คนในเมือง นั่นก็คือ สวนน้ำตกคุนหมิง สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ผสมผสานความยิ่งใหญ่ของวิศวกรรมเข้ากับความงดงามของธรรมชาติได้อย่างน่าทึ่ง          ครั้งแรกที่ได้เห็น หลายคนมักจะเผลอหยุดเดินโดยไม่รู้ตัว เพราะภาพของสายน้ำสีขาวที่ไหลลงมาจากหน้าผาหินขนาดมหึมานั้นช่างยิ่งใหญ่กว่าที่จินตนาการไว้มาก เสียงน้ำตกดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ แต่กลับไม่ทำให้รู้สึกวุ่นวาย กลับกัน เสียงนั้นกลับเหมือนดนตรีธรรมชาติที่ช่วยให้หัวใจค่อย ๆ สงบลง ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางเหมือนถูกพัดหายไปพร้อมกับสายลมเย็นที่พัดผ่านละอองน้ำ          ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความสดชื่นของอากาศที่แตกต่างจากพื้นที่รอบ ๆ อย่างชัดเจน ละอองน้ำเล็ก ๆ ที่ลอยมากระทบใบหน้าให้ความรู้สึกเย็นสบาย แม้จะเป็นวันที่แดดจัด แต่บริเวณรอบน้ำตกกลับไม่ร้อนจนเกินไป ผู้คนต่างหยิบโทรศัพท์หรือกล้องขึ้นมาบันทึกภาพ บางคนเลือกเพียงยืนเงียบ ๆ มองสายน้ำที่ไหลไม่ขาดสาย ราวกับกำลังปล่อยให้ความคิดทุกอย่างล่องลอยไปกับกระแสน้ำตรงหน้า          สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดเช็กอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ชาวคุนหมิงใช้ชีวิตจริงในทุก ๆ วัน เป็นสวนที่ผู้สูงอายุมาออกกำลังกาย เด็ก ๆ วิ่งเล่น ครอบครัวมาปิกนิก คู่รักมานั่งชมพระอาทิตย์ตก และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้สัมผัสอีกมุมหนึ่งของเมืองที่เต็มไปด้วยความร่มรื่นและความสงบ

Impression Lijiang โชว์ที่เล่าเรื่องลี่เจียงผ่านเสียงเพลงและขุนเขา

Impression Lijiang โชว์ที่เล่าเรื่องลี่เจียงผ่านเสียงเพลงและขุนเขา

74

เมื่อภูเขาหิมะคือฉากหลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด          หากพูดถึงเมืองลี่เจียง (Lijiang) หลายคนอาจนึกถึงเมืองโบราณที่เต็มไปด้วยบ้านไม้เก่าแก่ ลำธารที่ไหลผ่านตรอกเล็ก ๆ หรือภูเขาหิมะมังกรหยกที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลสุดสายตา แต่เชื่อหรือไม่ว่า มีอีกหนึ่งสถานที่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตั้งใจเดินทางมาเพียงเพื่อชมการแสดงไม่ถึงสองชั่วโมง เพราะมันไม่ใช่โชว์ที่อาศัยเพียงแสง สี เสียง หรือเทคนิคบนเวที หากแต่เป็นการแสดงที่ใช้ธรรมชาติทั้งผืนเป็นโรงละคร ใช้ภูเขาหิมะเป็นฉาก ใช้ท้องฟ้าเป็นเพดาน และใช้วิถีชีวิตของผู้คนจริง ๆ เป็นเรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาต่อหน้าผู้ชม นั่นก็คือ Impression Lijiang การแสดงกลางแจ้งระดับโลกที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในโชว์ที่ทรงพลังที่สุดของประเทศจีน           ทันทีที่ก้าวเข้าสู่อัฒจันทร์ ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นแทบจะเหมือนทุกคน คือความเงียบ เพราะภาพของภูเขาหิมะมังกรหยกที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลังเวทีนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าจะอธิบายด้วยคำพูด เวทีขนาดมหึมาตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ไม่มีผ้าม่าน ไม่มีหลังคา ไม่มีจอ LED ขนาดยักษ์ ไม่มีเอฟเฟกต์ควันหรือเลเซอร์เหมือนการแสดงสมัยใหม่ แต่กลับทำให้ผู้ชมหลายพันคนเฝ้ามองด้วยสายตาที่แทบไม่กะพริบ บางครั้งสายลมพัดผ่านเวที เสียงเพลงพื้นเมืองค่อย ๆ ดังขึ้น พร้อมกับนักแสดงหลายร้อยคนที่เดินออกมาพร้อมกัน ภาพตรงหน้าทำให้หลายคนรู้ทันทีว่า การแสดงนี้แตกต่างจากทุกโชว์ที่เคยดูมา

เที่ยววัดผานหลง สัมผัสศิลปะจีนโบราณและความศรัทธาแห่งยูนนาน

เที่ยววัดผานหลง สัมผัสศิลปะจีนโบราณและความศรัทธาแห่งยูนนาน

73

เมื่อก้าวเข้าสู่วัด ความสงบก็เริ่มต้นขึ้น          หากพูดถึงเมืองหมางซื่อ (Mangshi) ในเขตปกครองตนเองชนชาติไทและจิ่งพัว เต๋อหง มณฑลยูนนาน หลายคนอาจนึกถึงธรรมชาติสวยงามและวัฒนธรรมชนเผ่าที่หลากหลาย แต่ยังมีสถานที่อีกแห่งที่นักเดินทางไม่ควรพลาด นั่นก็คือ วัดผานหลง วัดพุทธที่มีความงดงามทั้งด้านสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และบรรยากาศอันเงียบสงบ ซึ่งกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองมานานหลายร้อยปี           วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันของหลายวัฒนธรรม ทั้งจีน ไท และชนกลุ่มน้อยในแถบยูนนาน ทุกมุมของวัดเต็มไปด้วยรายละเอียดที่น่าสนใจ ยิ่งเดินชมก็ยิ่งรู้สึกว่าแต่ละอาคาร แต่ละลวดลาย ล้วนมีเรื่องราวซ่อนอยู่ และแม้จะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาอยู่เสมอ แต่บรรยากาศภายในก็ยังคงความสงบอย่างน่าประทับใจ จนหลายคนเลือกใช้เวลานั่งพัก มองต้นไม้ ฟังเสียงลม และปล่อยใจให้ผ่อนคลายไปพร้อมกับกลิ่นธูปที่ลอยอ่อน ๆ ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของเมืองหมางซื่อ

เดินเล่นในโลกอนิเมะ กับถนนมิยาซากิ ฮายาโอะ

เดินเล่นในโลกอนิเมะ กับถนนมิยาซากิ ฮายาโอะ

74

เมื่อถนนธรรมดา กลายเป็นฉากที่ชวนให้นึกถึงอนิเมะในความทรงจำ          มีบางสถานที่ที่แค่ก้าวเท้าเข้าไปก็รู้สึกเหมือนเวลารอบตัวเดินช้าลง ทุกอย่างดูละมุน นุ่มนวล และเต็มไปด้วยความอบอุ่นแบบที่อธิบายไม่ค่อยถูก ถนนอนิเมชั่นมิยา ซากิ ฮายาโอะ ก็เป็นหนึ่งในสถานที่แบบนั้น แม้จะไม่ได้เป็นผลงานที่สร้างโดยสตูดิโอจิบลิโดยตรง แต่บรรยากาศของถนนสายนี้กลับทำให้หลายคนอดนึกถึงโลกในอนิเมะของผู้กำกับระดับตำนานอย่าง ฮายาโอะ มิยาซากิ ไม่ได้ บ้านเรือนที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ร้านค้าเล็ก ๆ ที่ตกแต่งด้วยไม้และดอกไม้ สีสันที่ดูนุ่มตา ตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยรายละเอียด รวมถึงโคมไฟและป้ายร้านที่มีเอกลักษณ์ ทุกองค์ประกอบเมื่อรวมกันแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในฉากของเรื่อง Spirited Away, Kiki's Delivery Service หรือ My Neighbor Totoro จนหลายคนยกให้ที่นี่เป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปที่สวยที่สุด และเป็นจุดหมายของคนที่หลงรักโลกแห่งจินตนาการ

ถ้ำน้ำแข็งหมื่นปี (万年冰洞) มหัศจรรย์น้ำแข็งที่ไม่เคยละลาย แม้อยู่นอกเขตขั้วโลก

ถ้ำน้ำแข็งหมื่นปี (万年冰洞) มหัศจรรย์น้ำแข็งที่ไม่เคยละลาย แม้อยู่นอกเขตขั้วโลก

72

เมื่อก้าวเข้าไปในถ้ำหมือนได้เดินย้อนเวลากลับไปหลายล้านปี          มีสถานที่บางแห่งที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนธรรมชาติสร้างขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ได้ตื่นตาตื่นใจ และ ถ้ำน้ำแข็งหมื่นปี (万年冰洞) ก็เป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะทันทีที่เดินผ่านปากถ้ำเข้าไป ความเย็นจัดก็โอบล้อมร่างกายเอาไว้ในทันที ทั้งที่ด้านนอกอาจเป็นฤดูร้อน อากาศอบอุ่น หรือแม้แต่แดดแรง แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยผนังน้ำแข็งใสเป็นประกาย ราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในพระราชวังคริสตัลของโลกน้ำแข็ง           ที่นี่ไม่ได้มีแค่ความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจอย่างมาก เพราะน้ำแข็งภายในถ้ำสามารถคงอยู่ได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ละลาย ทั้งที่ตำแหน่งที่ตั้งไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวจัดแบบขั้วโลก ความลึกลับนี้เองที่ทำให้ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางมาเพื่อพิสูจน์ด้วยสายตาของตัวเอง ว่าธรรมชาติสามารถสร้างสิ่งมหัศจรรย์ได้เกินกว่าที่เราจะจินตนาการจริง ๆ

วัดหยวนทง วัดพันปีแห่งคุนหมิง สัมผัสความสงบกลางเมืองใหญ่

วัดหยวนทง วัดพันปีแห่งคุนหมิง สัมผัสความสงบกลางเมืองใหญ่

57

เมื่อก้าวผ่านซุ้มประตู ความวุ่นวายของเมืองก็ค่อย ๆ หายไป          ถ้าพูดถึงเมืองคุนหมิง หลายคนอาจนึกถึงทะเลสาบเตียนฉือ ป่าหิน หรือแหล่งช้อปปิ้งทันสมัย แต่รู้ไหมว่า ใจกลางเมืองแห่งนี้ยังมีวัดโบราณอายุกว่าพันปีที่ยังคงเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนมาจนถึงทุกวันนี้ นั่นก็คือ วัดหยวนทง (圆通寺) วัดพุทธที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของมณฑลยูนนาน           สิ่งที่ทำให้วัดแห่งนี้แตกต่างจากวัดทั่วไป คือไม่ได้โดดเด่นเพียงเรื่องความเก่าแก่เท่านั้น แต่ยังมีการออกแบบที่แปลกตา บรรยากาศเงียบสงบ รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ สระน้ำ และอาคารโบราณที่สะท้อนให้เห็นทั้งศิลปะจีนและอิทธิพลของพุทธศาสนาจากหลายประเทศ เดินเข้ามาไม่กี่ก้าวก็รู้สึกเหมือนเวลารอบตัวเดินช้าลงอย่างน่าประหลาด เสียงผู้คนเบาลง เหลือเพียงเสียงระฆัง เสียงลม และกลิ่นธูปที่ลอยอ่อน ๆ สร้างความรู้สึกผ่อนคลายแบบที่หาได้ไม่ง่ายนักในเมืองใหญ่

อุทยานภูเขาไท่ซาน เส้นทางศักดิ์สิทธิ์ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปสัมผัส

อุทยานภูเขาไท่ซาน เส้นทางศักดิ์สิทธิ์ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปสัมผัส

62

เมื่อการเดินขึ้นภูเขา ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่คือการเดินตามรอยประวัติศาสตร์กว่า 3,000 ปี          หากพูดถึงภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศจีน หลายคนคงนึกถึง "ภูเขาไท่ซาน" เป็นชื่อแรกๆ เพราะที่นี่ไม่ได้โด่งดังแค่เรื่องความสูงหรือวิวสวยเท่านั้น แต่ยังเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจีนให้ความเคารพมายาวนานนับพันปี จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "ราชาแห่งขุนเขาทั้งห้า" หรือ Five Great Mountains ของจีน อุทยานภูเขาไท่ซาน ตั้งอยู่ในมณฑลซานตง เป็นสถานที่ที่ธรรมชาติ วัฒนธรรม ศาสนา และประวัติศาสตร์ หลอมรวมกันอย่างกลมกลืนจนแทบแยกไม่ออก ระหว่างทางเดินขึ้นเขา เราจะได้เห็นทั้งต้นสนอายุนับร้อยปี ศาลาโบราณ วัดเก่าแก่ ศิลาจารึกจากราชวงศ์ต่างๆ รวมถึงบันไดหินที่ทอดยาวขึ้นสู่ยอดเขาเหมือนกำลังพาผู้คนเดินย้อนเวลากลับไปสู่อดีต ที่นี่จึงไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับคนรักธรรมชาติ แต่ยังเป็นจุดหมายของผู้ที่อยากสัมผัสจิตวิญญาณของจีนอย่างแท้จริง เพราะทุกย่างก้าวบนภูเขาแห่งนี้ ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวที่สืบทอดต่อกันมาหลายพันปี

บ้านหลุมซานโจว เมืองใต้ดินอายุกว่าพันปี มรดกภูมิปัญญาที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนแผ่นดินจีน

บ้านหลุมซานโจว เมืองใต้ดินอายุกว่าพันปี มรดกภูมิปัญญาที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนแผ่นดินจีน

137

บ้านที่ไม่ได้สร้างขึ้นบนดิน แต่สร้างขึ้น "ในดิน"          ถ้าเอ่ยถึงบ้านในประเทศจีน หลายคนอาจนึกถึงบ้านโบราณทรงจีน วัดเก่า หรือหมู่บ้านริมภูเขา แต่มีสถานที่แห่งหนึ่งที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะบ้านทั้งหลังไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นดิน หากแต่ถูกขุดลงไปใต้ดินจนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่จริงมายาวนานหลายร้อยปี สถานที่แห่งนี้คือ บ้านหลุมซานโจว หรือที่ชาวจีนเรียกว่า "ตี้เคิงหย่วน" (地坑院) สถาปัตยกรรมพื้นบ้านอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองซานเหมินเสีย มณฑลเหอหนาน ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน "สี่รูปแบบที่อยู่อาศัยโบราณที่สำคัญของจีน" และแม้เวลาจะผ่านมาหลายศตวรรษ บ้านเหล่านี้ก็ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาที่เรียบง่าย แต่ชาญฉลาดอย่างน่าทึ่ง เมื่อได้เดินลงไปยังลานบ้านกลางหลุม ความรู้สึกแรกคือความประหลาดใจ เพราะจากด้านบนแทบจะมองไม่เห็นว่าข้างล่างมีบ้านทั้งหลังซ่อนอยู่ เป็นความรู้สึกเหมือนกำลังค้นพบอีกโลกหนึ่งที่เงียบสงบ อบอุ่น และเต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คนในอดีต

ทะเลสาบเตียนฉือ มนตร์เสน่ห์แห่งยูนนาน

ทะเลสาบเตียนฉือ มนตร์เสน่ห์แห่งยูนนาน

50

จุดเริ่มต้นของการเดินทางที่เงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์          ถ้าพูดถึงเมืองคุนหมิง หลายคนอาจนึกถึงอากาศเย็นสบาย ดอกไม้ที่บานได้แทบทั้งปี หรือเมืองที่ถูกเรียกว่า "นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ" แต่รู้ไหมคะว่า มีสถานที่แห่งหนึ่งที่เปรียบเสมือนหัวใจของเมืองนี้ เป็นทั้งแหล่งน้ำสำคัญ เป็นวิวธรรมชาติที่สวยจนมองได้ไม่มีเบื่อ และยังเป็นสถานที่ที่ชาวคุนหมิงผูกพันกันมาตั้งแต่โบราณ นั่นก็คือ ทะเลสาบเตียนฉือ หรือที่หลายคนเรียกว่า "ทะเลสาบคุนหมิง" ทันทีที่เดินทางมาถึง สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความกว้างใหญ่ของผืนน้ำ จนบางช่วงแทบแยกไม่ออกว่านี่คือทะเลสาบหรือทะเลจริงๆ ยิ่งวันที่ท้องฟ้าเปิด แสงแดดสะท้อนผิวน้ำเป็นประกาย มีแนวภูเขาโอบล้อมอยู่ด้านหลัง ภาพตรงหน้ากลายเป็นวิวที่ทั้งสงบ อบอุ่น และทำให้เราอยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้นอีกสักพัก

อุทยานดอกไม้ม่านฮัว ดินแดนแห่งทะเลดอกไม้ที่แต่งแต้มยูนนานให้มีชีวิตชีวา

อุทยานดอกไม้ม่านฮัว ดินแดนแห่งทะเลดอกไม้ที่แต่งแต้มยูนนานให้มีชีวิตชีวา

63

          มีสถานที่บางแห่งที่แค่ก้าวเข้าไปก็ทำให้เราเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว อุทยานดอกไม้ม่านฮัวก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะทันทีที่สายตามองเห็นทุ่งดอกไม้หลากสีทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในโลกแห่งเทพนิยายก็เกิดขึ้นทันที สีแดง สีชมพู สีม่วง สีเหลือง สีขาว ไล่เฉดกันอย่างสวยงามจนแทบไม่รู้ว่าจะมองตรงไหนก่อนดี หลายคนอาจคิดว่าดอกไม้ก็เหมือนกันทุกที่ แต่เมื่อได้มาเห็นที่นี่จริง ๆ จะรู้เลยว่ามันแตกต่าง เพราะอุทยานแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสวนดอกไม้ที่ปลูกไว้ให้ชมเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้ธรรมชาติและภูมิทัศน์อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว ทุกฤดูกาลจะมีดอกไม้คนละชนิดผลัดเปลี่ยนกันออกดอก ทำให้ภาพที่เห็นในแต่ละช่วงเวลานั้นไม่เคยซ้ำกันเลย ยิ่งถ้าได้มาในช่วงเช้าที่แสงแดดอ่อน ๆ ค่อย ๆ ส่องผ่านสายหมอกบางเหนือทุ่งดอกไม้ ความงดงามที่อยู่ตรงหน้าจะทำให้เข้าใจทันทีว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังมณฑลยูนนาน หลายคนตั้งใจมาเพื่อถ่ายรูป แต่สุดท้ายกลับตกหลุมรักบรรยากาศจนอยากนั่งอยู่เงียบ ๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้นานที่สุด

วัดว่านฝอ วัดหมื่นพระแห่งศรัทธา

วัดว่านฝอ วัดหมื่นพระแห่งศรัทธา

45

หากมีโอกาสได้มาเยือนวัดว่านฝอ อย่าเพิ่งรีบเดินผ่าน          หลายคนที่มาเที่ยวจีนมักจะตั้งเป้าไปยังสถานที่ดัง ๆ ก่อน ไม่ว่าจะเป็นพระราชวัง กำแพงเมืองจีน หรือเมืองโบราณชื่อดัง แต่รู้ไหมว่า ยังมีวัดแห่งหนึ่งที่เมื่อได้ก้าวเข้าไปแล้ว ความวุ่นวายเหมือนค่อย ๆ หายไปเอง วัดแห่งนั้นก็คือ วัดว่านฝอ หรือที่หลายคนเรียกว่า "วัดหมื่นพระ" ทันทีที่เดินผ่านซุ้มประตูของวัด บรรยากาศก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เสียงผู้คนด้านนอกค่อย ๆ เบาลง เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านต้นไม้ กลิ่นธูปที่ลอยอ่อน ๆ และสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่ตั้งเรียงรายอยู่ตรงหน้า มันให้ความรู้สึกเหมือนได้เดินย้อนเวลาเข้าสู่สถานที่ที่เต็มไปด้วยศรัทธาและเรื่องราวนับร้อยปี ที่นี่ไม่ใช่แค่วัดสำหรับการสักการะเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนทั้งศิลปะ วัฒนธรรม และความเชื่อของชาวจีนได้อย่างลึกซึ้ง ทุกมุมของวัดมีรายละเอียดให้มอง ทุกอาคารมีเรื่องราวให้ค้นหา ยิ่งเดินก็ยิ่งรู้สึกว่าเสน่ห์ของวัดแห่งนี้ไม่ได้อยู่ที่ความยิ่งใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสงบซึ่งค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ความรู้สึกของผู้มาเยือน

สัมผัสกลิ่นอายปักกิ่งโบราณ ที่ถนนคนเดินเฉียนเหมิน

สัมผัสกลิ่นอายปักกิ่งโบราณ ที่ถนนคนเดินเฉียนเหมิน

50

          ถ้าพูดถึงสถานที่ที่ทำให้เราได้สัมผัสทั้งกลิ่นอายของปักกิ่งในอดีต และความคึกคักของเมืองใหญ่ในปัจจุบันไปพร้อมกัน "ถนนคนเดินเฉียนเหมิน" คือหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่ถนนสำหรับเดินเล่นหรือช้อปปิ้งเท่านั้น แต่เป็นย่านประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต ผู้คนเดินกันตลอดทั้งวัน ร้านค้ารุ่นเก่าเรียงรายเคียงข้างร้านสมัยใหม่ เสียงหัวเราะ เสียงรถรางโบราณ และกลิ่นหอมของอาหารจีนที่ลอยมาตามลม ทำให้ทุกก้าวที่เดินเหมือนกำลังย้อนเวลากลับไปยังปักกิ่งเมื่อหลายร้อยปีก่อน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายถ่ายรูป สายกิน หรือเป็นคนที่ชอบเดินซึมซับบรรยากาศเมืองเก่าแบบช้า ๆ ถนนสายนี้ก็มีอะไรให้ค้นพบอยู่เสมอ ยิ่งมาในช่วงเย็นที่แสงไฟเริ่มเปิด บรรยากาศยิ่งโรแมนติกจนหลายคนบอกว่า เดินเพลินจนลืมเวลาเลยทีเดียว

หมู่บ้านแปะก๊วยเถิงชง เมื่อฤดูใบไม้ร่วงเปลี่ยนทั้งหมู่บ้านให้กลายเป็นสีทอง

หมู่บ้านแปะก๊วยเถิงชง เมื่อฤดูใบไม้ร่วงเปลี่ยนทั้งหมู่บ้านให้กลายเป็นสีทอง

75

หมู่บ้านที่ไม่ได้มีดีแค่ “ต้นไม้สีเหลือง”          ถ้าพูดถึงเมืองเถิงชง หรือเถิงชง (Tengchong) ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน หลายคนอาจนึกถึงน้ำพุร้อน ภูเขาไฟ หรือเมืองเก่า แต่ถ้าเดินทางมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง มีอีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลย นั่นก็คือ หมู่บ้านแปะก๊วย หรือพื้นที่เจียงตง (Jiangdong) ในตำบลกู่ตง เมืองเถิงชง แล้วมันสวยแค่ไหน เอาง่าย ๆ คือ เดินเข้าไปแล้วอาจเผลอคิดว่า “นี่เราอยู่ในฉากหนังหรือเปล่า” เพราะพอถึงช่วงที่ใบแปะก๊วยเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองทอง ต้นไม้ทั้งหมู่บ้านก็เหมือนพร้อมใจกันเปลี่ยนเสื้อผ้า จากหมู่บ้านชนบทธรรมดา ๆ กลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยสีทองทั้งบนต้นไม้ ตามพื้น ทางเดิน หลังคาบ้าน และซอกเล็ก ๆ ระหว่างบ้านเรือน บรรยากาศมันไม่ได้มีแค่ความสวย แต่มีความอบอุ่นและความสงบแบบชนบทจีนที่หาได้ยากในเมืองใหญ่ พื้นที่เจียงตงมีต้นแปะก๊วยมากกว่า 30,000 ต้น และผืนป่าแปะก๊วยครอบคลุมพื้นที่ราว 667 เฮกตาร์ จึงไม่แปลกที่ที่นี่จะได้รับการขนานนามว่าเป็น “หมู่บ้านแปะก๊วย” ของเถิงชง

หนาวนี้ไปไหนดี พาเที่ยวลานสกีฮุ่ยเจ๋อ

หนาวนี้ไปไหนดี พาเที่ยวลานสกีฮุ่ยเจ๋อ

35

เมื่อภูเขาสีเขียวเปลี่ยนเป็นโลกสีขาว และการเล่นสกีไม่ได้เป็นแค่เรื่องของกีฬา          ถ้าพูดถึงยูนนาน หลายคนอาจนึกถึงเมืองเก่า ทะเลสาบ ภูเขาสูง หรือวิวธรรมชาติที่สวยแบบจีนตอนใต้ แต่พอถึงฤดูหนาว ฮุ่ยเจ๋อ หรือ Huize กลับมีอีกภาพหนึ่งที่น่าสนใจมาก นั่นคือภาพของภูเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะจนกลายเป็นลานสีขาวกว้าง ๆ และนี่แหละคือเสน่ห์ของ ลานสกีฮุ่ยเจ๋อ ที่นี่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนมาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องรีบเดินตามจุดต่าง ๆ แต่จะออกแนวว่า มาแล้วก็ลองใช้เวลาอยู่กับหิมะสักหน่อย เดินเล่น สูดอากาศเย็น ๆ หรือถ้าอยากสนุกกว่านั้นก็ลองเล่นสกีหรือกิจกรรมบนหิมะ บางคนมาถึงครั้งแรกอาจพูดง่าย ๆ ว่า “หนาวมาก” แต่พอเห็นวิวตรงหน้า ก็มักจะตามด้วยอีกประโยคว่า “แต่สวยจริง” นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้ลานสกีในฮุ่ยเจ๋อน่าสนใจ เพราะมันไม่ได้มีเพียงกิจกรรมบนหิมะเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศของยูนนานในอีกด้านหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากภาพจำของเมืองท่องเที่ยวทางใต้ของจีนอย่างชัดเจน

พุทธสถานหนิวโส่วซาน จากภูเขาศักดิ์สิทธิ์สู่ดินแดนแห่งศรัทธา

พุทธสถานหนิวโส่วซาน จากภูเขาศักดิ์สิทธิ์สู่ดินแดนแห่งศรัทธา

39

เมื่อภูเขาไม่ได้มีแค่ความสวย แต่มีเรื่องราวให้เราได้สัมผัส         ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองหนานจิง หลายคนอาจนึกถึงพระราชวัง วัดเก่า หรือกำแพงเมืองโบราณก่อน แต่ถ้าอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ มาสัมผัสสถานที่ที่รวมทั้ง ธรรมชาติ ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมจีน ไว้ด้วยกัน ภูเขาหนิวโส่วซาน หรือ Niushou Mountain (牛首山) เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจมาก ที่นี่ไม่ใช่แค่ภูเขาที่ขึ้นไปชมวิวแล้วกลับลงมา แต่เป็นพื้นที่ที่เดินไปเรื่อยๆ แล้วจะเจอกับสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ พระพุทธรูป งานแกะสลัก และพื้นที่ทางพุทธศาสนาที่ออกแบบอย่างอลังการ จนบางช่วงอาจรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง ยิ่งเดินสูงขึ้น อากาศก็เริ่มเปลี่ยน เสียงรอบตัวค่อยๆ เบาลง เหลือเพียงเสียงลมกับบรรยากาศของภูเขา และนี่แหละที่ทำให้หนิวโส่วซานมีเสน่ห์ เพราะมันไม่ได้พยายามให้เราเที่ยวแบบรีบๆ แต่เหมือนค่อยๆ ชวนให้เราเดิน แล้วค่อยๆ ซึมซับเรื่องราวของสถานที่ไปทีละนิด

จู่ไห่ฟิชเชอร์เกิร์ล หญิงสาวกลางทะเล สัญลักษณ์แห่งเมืองจูไห่

จู่ไห่ฟิชเชอร์เกิร์ล หญิงสาวกลางทะเล สัญลักษณ์แห่งเมืองจูไห่

28

ถ้ามาจูไห่ แล้วไม่เห็นฟิชเชอร์เกิร์ล ก็เหมือนยังมาไม่ถึง          ถ้าพูดถึงเมืองจูไห่ ประเทศจีน หลายคนอาจนึกถึงเมืองชายทะเล บรรยากาศสบาย ๆ ลมทะเลเย็น ๆ และวิวฝั่งทะเลที่มองออกไปได้ไกลสุดสายตา แต่ถ้ามีสถานที่หนึ่งที่คนมักจะนึกถึงเป็นภาพแรก ๆ เมื่อพูดถึงจูไห่ ก็คงหนีไม่พ้น “จู่ไห่ฟิชเชอร์เกิร์ล” หรือ Zhuhai Fisher Girl รูปปั้นหญิงสาวที่ยืนอยู่กลางทะเลบริเวณริมอ่าวจูไห่ มองครั้งแรกอาจรู้สึกว่า ก็เป็นรูปปั้นกลางทะเลธรรมดา ๆ นี่นา แต่พอรู้เรื่องราวของเธอแล้วจะรู้สึกต่างออกไป เพราะฟิชเชอร์เกิร์ลไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความสวยงามอย่างเดียว เธอกลายเป็นเหมือนตัวแทนของเมือง เป็นภาพจำที่เชื่อมโยงระหว่างจูไห่กับทะเล และเป็นจุดที่คนมาเยือนต้องแวะมาถ่ายรูปกันแทบทุกคน ยิ่งช่วงเย็น ๆ นะ บรรยากาศจะเปลี่ยนไปอีกแบบ แสงแดดเริ่มอ่อน ลมจากทะเลพัดมาเรื่อย ๆ ผู้คนเดินเล่นริมชายฝั่ง บางคนยืนมองรูปปั้น บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ แล้วถ้าเป็นช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตก ก็ยิ่งได้ภาพที่สวยแบบไม่ต้องพยายามมากเลย เพราะฉะนั้น ฟิชเชอร์เกิร์ลจึงไม่ใช่แค่ “รูปปั้นหนึ่งตัว” แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้เราได้เห็นบุคลิกของเมืองจูไห่ผ่านทะเล ผู้คน และบรรยากาศรอบ ๆ ได้อย่างชัดเจน

จากสีเขียวสู่สีแดง มนต์เสน่ห์ป่าสนแดงลาวยี่เหอ

จากสีเขียวสู่สีแดง มนต์เสน่ห์ป่าสนแดงลาวยี่เหอ

27

อุทยานพื้นที่ชุ่มน้ำลาวยี่เหอ ธรรมชาติที่ยังคงหายใจอย่างเงียบ ๆ         บางครั้งการเดินทางก็ไม่จำเป็นต้องไปเจอสถานที่ที่ยิ่งใหญ่หรือเต็มไปด้วยผู้คนเสมอไป แค่ได้เดินออกจากความวุ่นวาย แล้วมาอยู่ในพื้นที่ที่มีสายน้ำ ต้นไม้ และเสียงธรรมชาติอยู่รอบตัว แค่นั้นก็รู้สึกเหมือนได้พักแล้ว และอุทยานพื้นที่ชุ่มน้ำลาวยี่เหอ ก็เป็นสถานที่แบบนั้นเลยครับ ที่นี่ไม่ได้มีความโดดเด่นจากอาคารขนาดใหญ่หรือสิ่งก่อสร้างอลังการ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตากลับเป็นธรรมชาติที่ทอดตัวออกไปกว้าง ๆ มีสายน้ำไหลผ่าน พื้นที่สีเขียวอยู่ตามแนวริมฝั่ง และบรรยากาศที่ค่อนข้างสงบจนทำให้เราเผลอเดินช้าลงโดยไม่รู้ตัว          พอได้มาอยู่ตรงนี้จริง ๆ จะรู้สึกว่าธรรมชาติมันมีวิธีของตัวเองในการทำให้คนใจเย็นลง เสียงน้ำเบา ๆ ลมที่พัดผ่านต้นไม้ และภาพของพื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่ตรงหน้า มันไม่ได้มีอะไรหวือหวา แต่กลับทำให้เรารู้สึกสบายอย่างประหลาด ที่สำคัญพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้มีคุณค่าเพียงในมุมของการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่มีทั้งพืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตมากมายพึ่งพาอาศัยอยู่ด้วย

วัดหลิงฉวน สัมผัสความสงบ ท่ามกลางเรื่องราวแห่งศรัทธา

วัดหลิงฉวน สัมผัสความสงบ ท่ามกลางเรื่องราวแห่งศรัทธา

20

แค่ก้าวเข้ามา ความรู้สึกก็เปลี่ยน          บางครั้งการเดินทางก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องไปเจอสถานที่ที่ยิ่งใหญ่หรือเต็มไปด้วยผู้คนเสมอไป เพราะบางสถานที่มีเสน่ห์ตรงที่เมื่อเราเดินเข้าไปแล้ว กลับรู้สึกอยากเดินช้าลง อยากหยุดมองสิ่งรอบตัว และปล่อยให้ตัวเองได้พักจากความวุ่นวายสักครู่ วัดหลิงฉวนก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ให้ความรู้สึกแบบนั้น ด้วยบรรยากาศที่สงบ ร่มรื่น และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของศรัทธาและวัฒนธรรมที่ค่อย ๆ แทรกอยู่ในทุกมุมของพื้นที่          เมื่อเดินผ่านบริเวณวัด สิ่งที่สัมผัสได้ไม่ใช่เพียงความสวยงามของอาคารหรือสถาปัตยกรรม แต่ยังมีเสียงลมที่พัดผ่านต้นไม้ เสียงผู้คนพูดคุยกันเบา ๆ และบรรยากาศที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังหลุดออกจากความเร่งรีบของชีวิตประจำวันไปชั่วขณะ บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้การมาเยือนวัดแห่งนี้ไม่ได้มีความหมายแค่การเดินทางมาถ่ายรูป แต่เป็นการเดินทางมาเพื่อสัมผัสความสงบและทำความเข้าใจเรื่องราวของสถานที่ผ่านสิ่งที่มองเห็นอยู่ตรงหน้า

ประติมากรรมเกลียวสีแดงสด สัญลักษณ์แห่งสายลมและความทรงจำริมทะเลชิงเต่า

ประติมากรรมเกลียวสีแดงสด สัญลักษณ์แห่งสายลมและความทรงจำริมทะเลชิงเต่า

13

เมื่อสายลมถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นรูปทรง          ถ้าเดินเล่นอยู่ริมทะเลเมืองชิงเต่า แล้วจู่ ๆ มองเห็นประติมากรรมสีแดงสดขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ริมชายฝั่ง หลายคนอาจหยุดมองแล้วคิดเหมือนกันว่า “นี่คืออะไรนะ” ประติมากรรมชิ้นนี้มีชื่อว่า The Wind of May หรือ “สายลมแห่งเดือนพฤษภาคม” รูปทรงเป็นเกลียวสีแดงที่ดูเหมือนกำลังหมุนเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา แม้ตัวประติมากรรมจะหยุดนิ่ง แต่เมื่อมีลมทะเลพัดผ่าน ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเกลียวสีแดงกำลังหมุนไปพร้อมกับสายลม และนั่นแหละ คือเสน่ห์ของที่นี่ มันไม่ได้เป็นเพียงประติมากรรมที่สร้างไว้ให้คนมาถ่ายรูป แต่เป็นงานศิลปะที่ผูกเข้ากับเมือง ชายทะเล และความรู้สึกของผู้คนได้อย่างน่าสนใจ